LAST UPDATE :   SEPTEMBER : 27 : 2021 :  06:00 A.M.  PACIFIC TIME

 

 

 


 

ขึ้นเหนือ !

เจ้าคุณวิเชียร เจ้าคณะหนเหนือ มรณภาพ

สมเด็จประสฤษดิ์จ่อขึ้นหนเหนือ

 

 

สมเด็จพระมหาธีราจารย์

(ประสฤษดิ์ เขมงฺกโร)

เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์)

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

 

พลันที่ข่าวการมรณภาพของ "พระวิสุทธิวงศาจารย์-วิเชียร อโนมคุโณ" วัดปากน้ำ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กระจายไป ในวันนี้ (26 กันยายน) สายตาของบรรดาพระภิกษุสามเณรทั่วไทย ก็มองไปที่ตำแหน่ง "เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ" อันเอกอุ ว่าจะมีพระมหาเถระรูปใดได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯ ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวแทน

ถ้ามองไปใน "ทำเนียบพระราชาคณะ" ระดับสูง ตั้งแต่ "ชั้นธรรม" หรือรองสมเด็จขึ้นไป ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญในตำแหน่งใหญ่ดังกล่าว ก็จะพบว่า "มีมากมายหลายรูป" แต่ถ้าดูที่ "บทบาท" ในปัจจุบัน ซึ่งอำนาจในการแต่งตั้งสูงสุดนั้น อยู่ที่..สำนักพระราชวัง ดังกรณี "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" ซึ่งมหาเถรสมาคมอันมีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธาน แม้จะเห็นดีเห็นงามและลงมติไปถึง 2 ครั้งซ้อน แต่สุดท้ายก็มีพระบรมราชโองการ "เป็นอื่นไป"

ดังนั้น จาก..เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ก็จะเป็นคำนิยามสู่..เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ซึ่งในปัจจุบันนั้น พระมหาเถระในมหาเถรสมาคม ที่ได้รับพระราชศรัทธาจากสำนักพระราชวังมากที่สุด หากมินับ "วัดไตรมิตรวิทยาราม" เสียแล้ว ก็คงจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้ นอกเสียจาก "วัดโพธิ์ท่าเตียน" ของสมเด็จประสฤษดิ์ ผู้เกรียงไกรในไตรภูมิ

 



 

 

สมเด็จพระสังฆราช เสด็จวัดโพธิ์

ทรงมอบพระบัญชาแต่งตั้งเจ้าอาวาสพระอารามหลวง

แก่สมเด็จพระมหาธีราจารย์

พร้อมด้วยแขกเหรื่อคับคั่ง เป็นประวัติศาสตร์วัดโพธิ์ในรอบ 200 ปี

 

หลังได้รับพระบรมราชโองการ โปรดให้ย้ายจากวัดยานนาวาไปครองวัดโพธิ์แล้ว สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านก็มีฐานอำนาจเพิ่มขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้ "เจ้าคุณทองสูรย์" ให้ย้ายจากวัดเบญจมบพิตรมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดยานนาวา เรียกได้ว่า "สังกัดวัดโพธิ์" ซึ่งเจ้าคุณทองสูรย์มิได้มามือเปล่า แต่เอา "ของลีมาฝาก" นั่นคือ วัดพระศรีนครินทรวราราม แห่งเมืองสวรรค์ "สวิตเซอร์แลนด์" ซึ่งว่ากันว่าเป็นวัดสวยและรวยที่สุดในยุโรป ใช่แต่แค่นั้น การได้ครองวัดโพธิ์ ส่งผลให้ "วัดไทยแอลเอ" อันเป็นวัดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ต้องย้ายสังกัดเจ้าอาวาสวัดโพธิ์องค์ใหม่ เหมือนถูกหวย 3 ใบซ้อน ทั้งหวยไทย หวยสวิส และซูเปอร์ล็อตโต้ของสหรัฐอเมริกา

 

 

พระเทพมงคลวิเทศ (หลวงพ่อวิเชียร)

เจ้าอาวาสวัดไทย ลอส แองเจลิส (วัดไทยแอลเอ)

เจ้าภาพประชุมใหญ่สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2565

 

ปีหน้า ทราบข่าวว่า วัดไทยแอลเอ ขอรับเป็นเจ้าภาพ "ประชุมใหญ่สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา" ซึ่งหลวงพ่อวิเชียร (พระเทพมงคลวิเทศ) เจ้าอาวาสวัดไทยแอลเอ ตั้งใจจะทำบุญอายุวัฒนมงคล 90 ปี ก็พอดีวัดโพธิ์เปลี่ยนสมภารใหม่ งานประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในปีหน้า นอกจากจะเป็นการเปิดการประชุมใหญ่เป็นครั้งแรก หลังจากหยุดชะงักไปนานถึง 2 ปี เพราะปัญหาไวรัสโควิด-19 จึงเป็นโอกาสพิเศษที่ "เจ้านายใหม่" ของวัดไทยแอลเอ จะได้ฤกษ์ "พระยาเหยียบเมือง" สมเด็จประสฤษดิ์จะเดินทางมารับวัดไทยแอลเอเข้าในสังกัดอย่างเป็นทางการ แถมด้วยตำแหน่ง "ประธานการประชุมใหญ่สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา" อีกต่างหากด้วย แบบว่ามาที่เดียวแต่ได้หลายงาน สำหรับหลวงพ่อวิเชียรนั้น ก็พร้อมจะน้อมถวายวัดไทยแอลเอให้อยู่ภายใต้บารมีของเจ้านายใหม่ ส่วนตัวหลวงพ่อวิเชียรก็ขอเพียง "ชั้นธรรม" ไว้ประดับเกียรติเป็นบำเหน็จสุดท้ายในบั้นปลาย ได้แค่นี้ก็ลงตัวทุกอย่างแล้ว ภาษานักการตลาดเรียกว่า "วิน-วิน" คือได้ทุกฝ่าย เห็นไหมว่า แม้ว่าสถานการณ์บ้านเมืองโดยทั่วไปเหมือนจะหยุดชะงักเพราะโควิด แต่แผนการกลับยิ่งกว้างไกล รอเพียงลมตะวันออกเท่านั้น ทุกอย่างก็จะวิ่งฉลุย เพราะถ้าปีหน้าสหรัฐอเมริกาเปิดประเทศ ทั้งยุโรป อังกฤษ โอเชเนีย ออสเตรเลีย อินเดีย รวมทั้งสิงคโปร์ ก็ต้องเปิด สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ก็ต้องวางโปรแกรมยาว เดินทางไปรอบโลก เพื่อเป็นประธานการประชุมในทุกทวีปดังกล่าว

 

 

 

เจ้าคุณพิมพ์ - เจ้าคุณวีรยุทธ์ ประกบสมเด็จวัดโพธิ์

 

 

ในงานรับตำแหน่ง "สมภารวัดโพธิ์" นั้น ปรากฏภาพของ "เจ้าคุณพิมพ์-พระพรหมเสนาบดี" และ "เจ้าคุณวีรยุทธ์-พระธรรมโพธิวงศ์" ซึ่งควงคู่กันครองอำนาจใน "อินเดีย-เนปาล" ดินแดนพุทธภูมิ เข้าไปเดินสำรวจตรวจตรา "ตำหนักสมเด็จ" ว่ามีสิ่งใดที่จะต้องปรับปรุงให้สมเกียรติสมเด็จท่านบ้าง ปรากฏว่ามีการปรับปรุง "ขนานใหญ่" หมดไปหลายสิบล้าน พร้อมๆ กับข่าว "เจ้าแม่" ดังกระหึ่มท่าเตียน ฝ่ายตรงข้ามตีปี๊บกระซิบว่า "มีสีกาเสียงดังสั่งเปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่ ดังสะท้านไปทั้งท่าเตียน น่าหมั่นไส้" ชื่อของ "เจ๊หงส์" คนตรง เสียงดัง และใจป้ำ แห่งไชน่าทาวน์ จึงพราวพร่าง ท่ามกลางมหาอุบาสิกาของประเทศไทย ว่ากันว่าเรื่องใจใหญ่ใจบุญแล้ว "เจ๊หงส์" มิได้เป็นรอง "เจ๊หน่อย" เลย

เรื่องนี้ "เซียนพระ" ชี้ว่า สมเด็จวัดโพธิ์ ท่านมิได้รับทราบสิ่งใด แต่เป็นการ "จัดถวาย" โดยทีมงานต่างประเทศ ก็เหตุผลเดียว คือ เพื่อให้สมพระเกียรติเจ้าอาวาสรูปใหม่ เท่านั้นเอง ไม่มีอะไรจริงๆ ยิ่งเจ๊หงส์ด้วยแล้ว บิ๊กๆ ในวงการสงฆ์ไทย ใครก็ต่างทราบดีว่า เป็นคนใจบุญสุนทาน แบบพูดปุ๊ปเซ็นเช็คปั๊บ ไม่มีกั๊ก แถมของทุกชิ้นที่ถวาย ต้องดีระดับหนึ่งไม่มีสอง ของนอกของในเจ๊ไม่เกี่ยง แพงไม่ว่า ขอให้ถูกใจ เท่าไหร่ก็เท่ากัน พระวัดไหนก็หมายปองอยากให้ไปทอดกฐินซักครั้ง เพราะแค่ครั้งเดียวก็กินบ่เสี้ยง เจ๊แกทำบุญมือหนักและไม่เคยบอกบุญใคร (เกรงใจ) เสียหน่อยตรงที่เป็นคนใจร้อน พูดเดี๋ยวนี้ก็ถวายเดี๋ยวนี้เลย ดังเนรมิตตำหนักสมเด็จวัดโพธิ์ซะใหม่เอี่ยมอ่องเหมือนวังแวร์ซายของพระเจ้าหลุยส์ ดังนั้น วัดไหนก็อยากได้ "เจ๊หงส์" เป็นโยมอุปัฏฐาก ใครไม่เชื่อก็เชิญไปถาม "เจ้าคุณพิมพ์" ดูได้ ว่าจริงไหม ?

นั่นหมายถึงว่า อำนาจของสมเด็จวัดโพธิ์ ยังแผ่ไกลไปถึง "อินเดีย-เนปาล" อีกด้วย ก็เรียกว่า พระธรรมทูตทั่วโลก ล้วนแต่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของสมเด็จวัดโพธิ์

เห็นไหมว่า บุญวาสนาของคนเรานั้น "แข่งกันไม่ได้" ขนาดสมเด็จท่านไม่ได้ขอ ก็ยังมีคนเอาไปถวาย เราไปดูการขยาย "อาณาจักรวัดโพธิ์" ในอีกด้าน จะเห็นได้ว่า "เรียบเป็นท่าเตียน" โดยต่อมา "เจ้าคุณสุรพล" รองเจ้าคณะภาค 12 ก็เข้าวินในตำแหน่ง "ภาค 12" ครองอำนาจอันดับ 2 ในภาคตะวันออก มีวัดหลวงพ่อโสธรเป็นศูนย์กลาง ซึ่งงานนี้ ทีแรกก็เป็นการ "เคลียร์พื้นที่" ของทีมงาน "สมเด็จธงชัย" วัดไตรมิตร แต่เคลียร์แรงไปหน่อย ปล่อยให้เด็กวัดไปเหยียบตาปลาเจ้าอาวาส เจ้าถิ่นภูเขาทองไม่พอใจอย่างแรง สมเด็จธงชัย กลายเป็น "ตาอิน" แย่งปลากับ "ตานา" สุดท้ายปรากฏว่า "ตาอยู่" จากท่าเตียน จู่ๆ ก็วิ่งตัดหน้าคว้าเอาพุงปลา "เจ้าคณะภาค 12" ไปครองเฉย พูดไม่ออก จุกจนทุกวันนี้

 

 

สมเด็จประสฤษดิ์แรกเข้าวัดโพธิ์

เปิดตำนาน ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง

 

 

ต่อมา สมเด็จประสฤษดิ์ ก็แสดงฤทธิ์ เอา "เจ้าคุณเทียบ" ไปเสียบไว้ในตำแหน่ง "รองเจ้าคณะภาค 5" ในหนเหนือ แถมด้วยเลื่อนสมณศักดิ์ เลื่อนชั้นเป็น..พระเทพวัชราจารย์ เจ้าคณะภาค 5 ว่างลงวันไหน เป็นได้เห็น "วัดโพธิ์" กินรวบในภาคนี้อีกแน่นอน

ยังมินับ "บัญชีสมณศักดิ์" รอบพิเศษ ในวันที่ 12 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าพระเถรานุเถระที่ได้รับโปรดเกล้าฯ นั้น ล้วนแล้วแต่เป็น "สายสมเด็จวัดโพธิ์" เซียนพระจึงเรียกการเลื่อนครั้งนี้ว่า "บัญชีวัดโพธิ์" ซึ่งผู้มีอำนาจนั้นก็มีเพียงหนึ่งเดียว คือ สมเด็จประสฤทธิ์ แสดงฤทธิ์ "เลื่อนทีละ 7 รูป" เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครลอกเลียนได้

แต่สิ่งที่สมเด็จวัดโพธิ์ท่านยังขาดไปในโลกใบนี้นั้น ก็หาได้อยู่ไกลเหมือนสวรรค์นิพพานไม่ คือสมเด็จประสฤษดิ์นั้น ถึงท่านจะมีตำแหน่งแห่งหนอะไรต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ กรรมการมหาเถรสมาคม ฯลฯ แต่ทุกตำแหน่งที่ว่านั้น ยังไม่สำคัญเท่ากับ "เจ้าคณะใหญ่" หนใดหนหนึ่ง ซึ่งระดับ "สมเด็จประสฤษดิ์" นั้น ปัจจุบัน นอกจาก "เจ้าคณะใหญ่" แล้ว ก็เห็นจะมีเพียง "สมเด็จพระสังฆราช" เท่านั้น ที่คู่ควรกับท่าน แต่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชนั้น "สูงส่งเกินไป" ไม่อาจเอื้อม ขอเพียง "เจ้าคณะใหญ่" ที่ยังว่างอยู่ ก็เพียงพอแล้ว ยุคนี้ยุคเศรษฐกิจพอเพียง เชื่อไหมว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี แค่ตำแหน่ง "เจ้าคณะภาค 10" บ้านเกิดของสมเด็จประสฤษดิ์แท้ๆ แต่ขอแค่นี้เขายังไม่ยอมให้เลย

ดังนั้น พลันที่ข่าวการมรณภาพของ พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) วัดปากน้ำ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กระจายออกไป สายตาพระเณรทุกคู่จึงจ้องมองไปทางวัดโพธิ์ท่าเตียนทันที

เพราะมองไปที่ "วัดไตรมิตร-ตลาดน้อย" แล้ว ทั้งสองสมเด็จก็ได้ครองตำแหน่ง "เจ้าคณะใหญ่" ไปแล้วทั้งคู่ กินพื้นที่เกินครึ่งของประเทศ แบบว่าตำแหน่งล้นวัด สมเด็จธงชัยงานล้นมือ ลำพังหาตัวเจ้าอาวาสวัดสระเกศกับเจ้าคณะ กทม. ก็ปวดหัวเป็นเดือนๆ แทบไม่มีเวลาสนใจใคร วัดพิชัยญาตินั่นก็อีก ตั้งกลับไปกลับมาเหมือนตุ๊กตาล้มลุก ส่วนวัดอื่นๆ ก็เข้าวังไม่บ่อย เหลือวัดเดียวคือวัดโพธิ์ งานนี้ ถึงโหรหลวงไม่บอก หมอดูต้นมะขามสนามหลวงก็หลับตาทายได้เลยว่า "สมเด็จวัดโพธิ์ได้ฤกษ์ขึ้นเหนือ" แต่ก่อนสมเด็จวัดโพธิ์จะขึ้นเหนือนั้น ก็มีคนตาดีเห็นแว๊บๆ ว่า เจ้าคุณพิมพ์ขึ้นเหนือไปก่อนแล้ว สงสัยจะไปเตรียมการต้อนรับ เหมือนครั้งรับเจ้าพระยาเข้าวัดโพธิ์ โอ้โห ไวเหมือนกามนิตพิชิตใจวาสิฏฐี

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 27 กันยายน 2564

 


ณรงค์ ทรงอารมณ์ เกษียณ

ใครจะมาเป็นร่างทรงพงศ์พรคนต่อไป

 



 

ณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.พศ. รับแจกันประทานจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ ครบ 60 ปี ในเดือนตุลาคม ศกนี้

 

 

นายณรงค์ ทรงอารมณ์ เกิดวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2504 ที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัด (พศ.จ.) จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนจะก้าวเข้าสู่สวนกลางในตำแหน่ง "รอง ผอ.พศ." และพุ่งแรงแซงหน้าบรรดาข้าราชการทั้งปวง ในสมัยรัฐบาล คสช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี และมี พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จนกระทั่ง พงศ์พร เกษียณ ณรงค์จึงลอยลำขึ้นนั่งเก้าอี้ "ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คนที่ 9" ในเดือนมกราคม 2563 ทั้งนี้ ณรงค์ต้องนั่งรักษาการอยู่นานหลายเดือน ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งจากคณะรัฐมนตรี ซึ่งว่ากันว่าเป็นการ "ดูใจ" ที่ยาวนานที่สุด ในประวัติศาสตร์ข้าราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดูซะจนณรงค์เกือบถอดใจ ถึงกับบ่นให้คนขับรถฟังว่า "จีบผู้หญิงเป็นแฟนยังคุยกันไวกว่านี้" แต่สุดท้ายณรงค์ก็เข้าเส้นชัยในตำแหน่ง "ผอ.พศ.ร่างทรง" เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาสมัยรัตนโกสินทร์

และในวันที่ 30 กันยายน ศกนี้ นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ก็จะมีอายุครบ 60 ปี จึงต้องเกษียณอายุราชการไปตามประเพณี ที่ข้าราชการจะต้องเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคม อันเป็นเดือนเริ่มต้นปีงบประมาณ

ตลอดเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินั้น ณรงค์ถูกมองว่า "มิใช่ตัวจริง" แต่เป็น "ร่างทรง" ของ "พงศ์พร" สังเกตได้จากอำนาจหน้าที่ของพงศ์พร ที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายกิจการพระพุทธศาสนา" ได้ให้อำนาจแก่พงศ์พรในระดับที่เรียกว่า "ล้นฟ้า" เหนือกว่า ผอ.พศ. หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ยังไม่อาจจะข้ามพงศ์พรไปได้ พงศ์พรคือ "ไอ้เข้" แห่งคลองบางขวางตัวจริงเสียงจริง

เรื่องสำคัญก็คือ คดีเงินทอนวัด โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม 3 รูป ได้แก่ พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) วัดสามพระยา พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) วัดสระเกศ และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) พงศ์พรแสดงบทบาท "ตัวจริง" ด้วยการตั้งโต๊ะแถลงถึงสถานะพระภิกษุของเจ้าคุณเอื้อนและเจ้าคุณธงชัย ก่อนจะส่งหนังสือฉบับเดียวกันนั้นให้ "ณรงค์" นำไปอ่านรายงานมหาเถรสมาคมฟัง จากนั้นจึงสั่งให้มหาเถรสมาคม "ลงมติเห็นชอบ" นำไปประกาศเป็นมติมหาเถรสมาคม ประหนึ่งว่า "พงศ์พร" เป็นประธานมหาเถรสมาคมเสียเอง เรียกได้ว่า แม้กระทั่ง "สังฆราช" ก็ยังมีอำนาจต่ำกว่าพงศ์พร

มะรืนนี้ ณรงค์ ทรงอารมณ์ จะเกษียณอายุราชการไป จึงมีการมองไปถึงตัว "ผอ.พศ." คนต่อไป ในอันดับที่ 10 ว่าจะเป็นใคร ซึ่งถ้ามองไปในสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในปัจจุบัน ก็จะพบว่ามี "นายจีรวิชญ์ นิยมธรรม" ดำรงตำแหน่ง "รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อันดับที่ 1" จึงมีอาวุโสสูงสุด

 

 

 

สิปป์บวร VS ไพรวัลย์

 

 

แต่ล่าสุดนั้น คณะรัฐมนตรี ก็ได้มีมติเลื่อนตำแหน่ง "นายสิปป์บวร แก้วงาม" ขึ้นดำรงตำแหน่ง "รอง ผอ.พศ. อันดับที่ 2" ทำนองว่าจะเป็นทายาทสืบทอดอำนาจให้ "พงศ์พร" เมื่อ "ณรงค์" ลาจากไป เพราะดูลีลาลูกล่อลูกชนในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าสิปป์บวร จะทำงานกำราบปราบปรามพระสงฆ์องค์เณรได้ถูกใจพงศ์พรกว่าณรงค์ด้วยซ้ำไป คงจะถึงเวลาปูนบำเหน็จคนทำงานแล้วล่ะ อย่างน้อยก่อนตายก็ขอได้นั่งเก้าอี้สูงสุดในเส้นทางนักการศาสนา ซัก 5 นาทีก็ยังดี เพื่อเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูลเหมือนนักการเมืองไทย ถ้าคนที่ "สู้เพื่อนาย" ถึงขนาดนี้ ยังไม่ได้รับการพิจารณา ก็เชื่อด้วยว่า คงจะไม่มีใครทำงานเพื่อค่าจ้างอีกต่อไปแล้ว โดนมหาไพรวัลย์ด่าแรงถึงขนาดว่า "ไม่รู้จักชั่วดี" ถามว่า มีใครเสียสละเพื่อนายเหมือนผม-สิปป์บวรบ้าง

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูอำนาจและบทบาทของ "พงศ์พร" ซึ่งถืออำนาจแทนรัฐบาลบิ๊กตู่แล้ว ก็ย่อมจะเห็นได้ว่า ไม่ว่า ผอ.พศ. จะเป็นใคร คือจะชื่อ ณรงค์ จีรวิชญ์ หรือสิปป์บวร ก็ตาม ตราบใดที่ "พงศ์พร" ยังคงอยู่เป็นเงาค้ำพุทธมณฑลในตำแหน่ง "ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายกิจการพระพุทธศาสนา" ซึ่งมีอำนาจล้นฟ้า ก็เชื่อได้เลยว่า แนวนโยบายการบริหารสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อันเป็นตัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนงานพระพุทธศาสนาของประเทศไทย ก็จะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร ทุกอย่างยังคง..เหมียนเดิม !

ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในสมัยนี้ จึงมิใช่ "นักการศาสนา" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องเป็น "นักการเมือง" ด้วยครึ่งหนึ่ง จึงจะไปรอด

 

 

ช่วงนี้ติดข้อห้ามโควิด คงไปกราบลาที่วัดไม่ได้

ขอยกมือไหว้ลาตรงนี้ก็แล้วกันนะครับ

 

กระนั้นก็ตาม เมื่อตำแหน่งนี้มี "การเมือง" มาแทรก ก็ต้องมองต่อไปด้วยว่า ถ้าอำนาจของรัฐบาล "ประยุทธ์" ยังคงมั่นคง ตำแหน่งของ "พงศ์พร" ที่ล็อกดาวน์พุทธมณฑลมานานหลายปี ก็จะยังคงเข้มงวดอยู่ต่อไป แต่ถ้าสถานะของ "บิ๊กตู่" ง่อนแง่นคลอนแคลน และถึงกับ "หลุดจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี" ในวันใด เราก็จะได้เห็น "การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่..ในพุทธมณฑล" ตามวิถีที่ว่า "มาด้วยการเมือง ก็ต้องไปเพราะการเมือง" ซึ่งดูเหมือนว่าสัจธรรมทางพระพุทธศาสนาจะกลายเป็น "สัจธรรมทางการเมือง" ไปเสียแล้ว บ๊ายบาย..ณรงค์

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 27 กันยายน 2564

 


ด่วน !

สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

ตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยโควิดไทย

 

 

พระเทพพุทธิวิเทศ (ประชัน ชุตินฺธโร)

ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

 


 




 


 

ข่าวจากสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (21 กรกฎาคม 2564) พระเทพพุทธิวิเทศ (ประชัน ชุตินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดพุทธาวาส เมืองฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้เรียกประชุมด่วน คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีวาระสำคัญคือ การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ประชาชนคนไทยในประเทศไทย ซึ่งกำลังประสบกับวิกฤตการณ์อันตรายด้วยโรคร้ายโควิด-19 มีสถิติคนป่วยและล้มตายพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งราชสำนัก รัฐบาล และคณะสงฆ์ไทย ต่างทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อแก้ไขปัญหาในทุกด้าน

สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา มองเห็นปัญหาของบ้านเมืองเป็นเรื่องสำคัญ จึงได้มีมติให้ตั้งศูนย์รับบริจาคผ่านสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เพื่อระดมกำลังช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติเท่าที่จะสามารถกระทำได้ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเร่งด่วน ให้เปิดศูนย์ฉุกเฉินรับบริจาค ผ่านวัดทุกวัดในเครือสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 100 กว่าวัด

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติ "สั่งจ่ายเงินสำรอง" เป็นจำนวนเงิน 20,000 ดอลล่าร์ นำถวาย สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ประสฤษดิ์ เขมงฺกโร) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณะสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตสายต่างประเทศ เป็นเบื้องต้นก่อน และหากรวบรวมเงินบริจาคได้อีกก็จะนำถวายสมทบเพิ่มเติมไปเรื่อยๆ จนกว่าสถานการณ์ทางเมืองไทยจะดีขึ้น

ทั้งนี้ ทางสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้มีมติ "ขอความร่วมใจ" จากวัดไทยในเครือสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาทุกวัด เปิดรับบริจาคช่วยเหลือคนไทยให้ทันท่วงที ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และยังประกาศบอกบุญไปยังพุทธศาสนิกชนคนไทยทั่วสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมบริจาคช่วยชาติผ่านสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะบริจาค ขอความกรุณาส่งเงินไปยัง สำนักงานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ดังนี้

 

สั่งจ่ายเช็ค/มันนี่ออเดอร์ ในนาม :

THE COUNCIL OF THAI BHIKKHUS IN USA.

(ช่วยบรรเทาทุกข์โควิด-19 ประเทศไทย)

 

ส่งถึง :

WAT BUDDHAVAS OF HOUSTON

6007 SPINDLE DRIVE

HOUSTON TX 77086-3930

 

โทรศัพท์ สายตรง :

ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(พระเทพพุทธิวิเทศ-ประชัน  ชุตินฺธโร)

วัดพุทธาวาส เมืองฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส  โทร. 281-445-5773

 

รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(พระราชธรรมวิเทศ-ประเสริฐ กวิสฺสโร)

วัดพุทธานุสรณ์ เมืองฟรีมอนท์ แคลิฟอร์เนีย โทร. 510-790-2294

 

รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(พระวิเทศธรรมคุณ-ศักดิ์ชัย ฐิตเมโธ)

วัดสุทธาวาส เมืองริเวอร์ไซด์ แคลิฟอร์เนีย โทร. 951-360-3795

 

รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(พระวิเทศสิทธิธรรมาภรณ์-ฤทธิ์ ถิรจิตฺโต)

วัดอตัมมยตาราม เมืองซีแอ๊ตเติล วอชิงตันเสตท โทร. 425-481-6640

 

เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(พระวิเทศรัตนาภรณ์-ถนัด อตฺถจารี)

วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดีซี รัฐแมรี่แลนด์ โทร. 202-236-7442 : 301-871-8660

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 22 กรกฎาคม 2564

 

 

เปิดเต็ม !

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์

คดี เจ้าคุณเทอด-เจ้าคุณสังคม วัดสระเกศ

พิพากษายกฟ้อง

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อดาวโหลด  PDF ไฟล์

 

 

 

 

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555

2556 : 2557 : 2558 : 2559 : 2560 : 2561 : 2562

2563 : 2564

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 

 

วัดไทยลาสเวกัส..ในวิกฤตโควิด-19
 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITOR : peesang2560@gmail.com

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264