แวดวงพระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา โดย ปี้ส่าง

 


สะเก็ดข่าวย้อนหลังทั้งปี 2547
   


   
 

     ข่าวดัง เป็นอันดับที่ 1 ต้องยกให้ "คำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ดำรงตำแหน่งเป็นสุดยอดข่าวประจำปี 47 เล่นกันทุกวงการ ทั้งพระป่าพระบ้านรวมทั้งชาวบ้าน ตั้งแต่ตั้งข้อสังเกต แสดงความเห็น วิพากษ์วิจารณ์ สนับสนุน-ขัดแย้ง ยกพวกประท้วง ด่าทอต่อว่า และชกต่อยกัน ลามปามถึงกับแจ้งตำรวจจับ-ยื่นเรื่องถอดถอนออกจากตำแหน่ง เรื่องร้อนเข้าไปถึงใต้ถุนรัฐสภา โดยรัฐบาลรีบออกพระราชกำหนด "ตัดหน้า" ด้วยภาษากฎหมาย เล่นเอานายทองก้อนและหลวงตาบัวตั้งตัวไม่ทันต้องเหยียบเบรค รีบตัดหนังสือพิมพ์กลับไปอ่าน "พระราชกำหนด" ฉบับดังกล่าว ก่อนจะ "เดินหน้าฆ่ามัน" ว่าด้วยตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชซ้อนนี้ต่อไป

      พระดัง อันดับที่ 1 แฟนๆ ทั้งไทยและอเมริกา โหวตตำแหน่งให้ "พระธรรมวิสุทธิมงคล" หรือ "หลวงตามหาบัว" วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี เจ้าของเว๊บดัง "หลวงตาดอทคอม" เจ้าของอภิมหาโปรเจ็ค "บิณฑบาตช่วยชาติ" และเจ้าของศิษย์เอก "นายทองก้อน วงศ์สมุทร" ที่ออกมาเคลื่อนไหวในนาม "พระป่า" ต่อต้านคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชของรัฐบาลขนานแม้ว จนสะท้านสะเทือนเลือนลั่นแบบหมายเหตุประเทศไทย หลวงตาบัวได้ตำแหน่ง "ดาวแดงแรงรุ่ง" นี้ไปครองสมใจไทยแท้ นี่เห็นว่าปี 48 นี้ หลวงตามุ่งหน้า "รักษาแชมป์" เอาไว้ให้ได้ เพราะเห็นเริ่มเทศน์ด่า "รัฐบาลทักษิณ" ในข้อหา "อยากเป็นประธานาธิบดีและย่ำยีสถาบันหลัก" มาหลายกัณฑ์เทศน์แล้ว ชกดีไม่มีแผ่วปลายอย่างนี้ เห็นทีจะไม่มีใครแย่งแน่นอน

 

     อ่วมอรทัยที่สุดตลอดทั้งปี ก็คงจะมีเพียงหนึ่งเดียว ได้แก่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ผู้บุญหนักศักดิ์ใหญ่ได้เป็น "ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" โดยมิได้คาดหมาย เลยถูกหมาย....จากหลวงตาบัว ให้นายทองก้อนออกมาด่าเช้าด่าเย็น แถมคณะพระป่ายังตั้งข้อหาระดับ "ปาราชิก-ตาย" ถวายเพิ่มเข้าให้อีก แต่พระคุณท่านก็ยัง "ใจเย็น" ไม่ตอบไม่โต้ เพราะไม่ได้กระสันจะเป็นซักหน่อย แบบว่าใครมีปัญหาคาใจในเรื่องที่อาตมาได้เป็นนี้ ก็เชิญไปถามผู้แต่งตั้งกันเอาเอง ก็นับว่าวางตัวได้เหมาะสม แม้จะต้องให้โชว์เฟอร์เปลี่ยนเส้นทางกลับวัดบ่อยๆ ก็ตาม

 

     เกจิดังอันดับที่ 1 ปีนี้ "หลวงพ่อคูณ" วัดบ้านไร่ นครราชสีมา คว้าแชมป์ไปครอง นอกจากจะได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น "พระเทพวิทยาคม" แล้ว ท่านยังออกมาเกลี้ยกล่อมชาวโคราชให้ "เห็นชอบรวมพรรคชาติพัฒนาของน้าชาติและไอ้สุวัจน์ รวมกับพรรคของไอ้ทักษิณมัน เพื่อประเทศชาติ" ทั้งอาการป่วยด้วยโรคเส้นเลือดในสมองแตก จนรัฐบาลต้องส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับมารักษาในกรุง มีศิษย์มามุงเยี่ยมจนล้นศิริราชพยาบาล จนถึงวันที่ปี้ส่าง แถลงการณ์นี้ หลวงพ่อคูณก็ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่ศิริราชพยาบาล

      พุทธศาสนิกชน-อุบาสก บุคคลในข่าวอันดับที่ 1 รางวัลนี้ นายทองก้อน วงศ์สมุทร คว้าตำแหน่งไปครองแบบทิ้งคู่แข่งไม่เห็นฝุ่น สงสัยคู่แข่งจะโดนฝุ่นเข้าตาเพราะไม่มีหลวงตากางปีกป้อง ก็ต้องนับว่า "คุ้ม" ยิ่งกว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎิ์ เจ้าพ่ออาบอบนวดลงทุนเล่นการเมืองหมดไปหลายล้าน กว่าคนจะรู้จักกัน เพราะแม้จะมีการ "จ่ายค่าเดินทาง" ให้พระป่าที่มาร่วมชุมนุม ก็เป็นเงินของ "หลวงตา" ทั้งน้าน ส่วนอันดับที่ 2 และ 3 ก็ยังตัดสินไม่ได้ว่าจะให้ใครได้ตำแหน่ง ระหว่าง ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เจ้าของลายเซ็นต์ "แต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" กับ พล.ต.ท.อุดม เจริญ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พ.ศ. ผู้ออกมาต่อกรกับนายทองก้อนแบบ "หมัดต่อหมัด" และบางหมัดก็เหวี่ยงไปโดนหน้าหลวงตาบัวด้วย หรือว่าจะให้ครองตำแหน่งร่วมกันก็ขอเชิญท่านผู้อ่านร่วมกันโหวตเข้ามา ปี้ส่างจะช่วยนั่งนับคะแนนอยู่หน้าจอ

 

      ส่วนสีกา เอ๊ย อุบาสิกา ผู้โดดเด่นเป็นที่สุดในปีนี้ ก็เห็นจะมีเพียง "เจ๊เบียบ" หรือ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ส.ว.ขอนแก่น เจ้าของสโลแกน "รวมกันเราอยู่ ทิ้งกูแล้วมึงตาย" ผู้รณรงค์ให้ชายหญิงรักเดียวใจเดียว "ออกบ้านให้เป็นกุลสตรี แต่ถ้าอยู่บ้านแล้วให้ทำตัวเป็นโสเภณี" ถึงขนาดลงทุนซื้อถุงยางอนามัยแจก ส.ส. ส.ว. เอาไว้ป้องกันภัยนอกบ้าน โอ้มายก็อด !!! แม้ว่าจะเป็นกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ วันดีคืนดีก็ล้ำเส้นปิ๊งไอเดีย "จัดระเบียบพระ-ยกเลิกคำสั่งสมเด็จพระสังฆราชที่ห้ามมิให้สตรีเพศบวช" จนโดนพระชะยันโตทั้งประเทศ ไปเที่ยวเมืองเหนือ ถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพก็ปากไว "ทำไมผู้ชายเข้าเขตชั้นในพระบรมธาตุได้ แล้วทำไมผู้หญิงเข้าไม่ได้ แสดงว่าเป็นกฎอันธพาล ผิดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยว่าด้วยสิทธิมนุษยชน" โดนชาวเหนือรุมด่า ถึงกับห้ามไม่ให้ไปเหยียบเมืองเหนือ แถมยังเข้าชื่อ "ถอดถอนออกจากตำแหน่ง" อีกต่างหาก จนเจ๊แกใจอ่อน "ยอมออกทีวีขอขมาด้วยน้ำตา" เรื่องราวจึงสงบไป แต่เรื่องใจถึง-กล้าได้กล้าเสียแล้ว โยมระเบียบรัตน์แกกินขาด จนสามารถพิชิตใจคณะกรรมการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประกาศให้เป็น "คุณแม่ดีเด่น" คู่กับศรีภรรยาของคุณ ถั่วแระ เชิญยิ้ม ไปโดยมิได้คาดหมาย เซอร์ไพรซ์ฮ่ะ !!!

 

      ตำแหน่ง พระเครื่องดังแห่งปี ก็เห็นจะไม่มีอะไรแซงหน้า "หลวงพ่อโสธร รุ่นจารึกนามสกุล" ของ มจร. หรือมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มหาวิทยาลัยแห่งคณะสงฆ์ไทย สร้างขึ้นมาหารายได้เพื่อจะนำไปใช้สร้าง "ศูนย์การศึกษามหาวิทยาลัยสงฆ์ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา" แรกเริ่มนั้นงานเงินเดินดีมาก ขนาดเร็ตติ้งวิ่งขึ้นถึงระดับ 500 ล้าน ! เพราะเจตนาสร้างหรือวัตถุประสงค์ดีเด่น แม้มหาเถรสมาคมจะออกกฎ "ห้ามมิให้สร้างพระเครื่องก่อนได้รับอนุญาต" ก็ตาม สำหรับกรณีนี้ดูเหมือนว่าจะได้รับการยกเว้น เพราะเป็นงานของมหาวิทยาลัยใครไหนจะกล้าขัด  แต่ปรากฏว่ามีการล้ำเส้นกันขึ้น มีการออกข่าวดิสเครดิตกัน สุดท้าย นายสิทธิกร บุญฉิม ประธานการจัดสร้าง ก็ถวายเงินให้ มจร.เพียง 100 ล้าน จากที่สัญญาว่าจะให้ 200 ล้าน พร้อมด้วยพระเครื่องที่ "อยู่กับก๋ง" อีกบานเบอะ

 

     หนังดังแห่งปี 47 ต้องยกให้ The Passion of Chirst เป็นชีวประวัติของพระเยซูคริสต์ ตอนถูกปลิดจิตวิญญาณ สามารถปลุกระดมวิญญาณคนรักพระคริสต์จนฮิตไปทั้งโลก มีทั้งพระทั้งโยมคริสเตียนดูแล้วหัวใจวายตายในโรงหนังหลายคน ระดมรายได้ให้ผู้สร้างกว่า 500 ล้านดอลล่าห์ ด้วยค่าลงทุนสร้างเพียง 30 ล้านดอลล่าห์ เท่านั้นเอง รองลงมาก็เห็นจะเป็นเรื่อง Girlfriend ของบอลลีวูด (อ่านว่า บอน ลี หวูด) อุตสาหกรรมภาพยนต์แห่งประเทศอินเดีย เป็นเรื่องเกี่ยวกับสาวประเภทสอง "เป็นเลสเบี้ยนโดยสภาพบังคับ มิใช่โดยกรรมพันธุ หรือกัมมะปฏิสรณะ" แค่ปิดโปสเตอร์โฆษณาก็ถูกประชากรฮินดูฮือประท้วงขว้างปาฉีกทิ้งและไล่ไม่ให้ฉาย เพราะว่าทำลายวัฒนธรรมฮินดูว่างั้น โห..รุนแรง รุนแรง

 

     หนังอีกเรื่องที่โดดเด่นและโดนด่า ชื่อว่า Hollywood Buddha ซึ่งทำโปสเตอร์เป็นตัวผู้สร้างหนัง-นายฟิลลิปป์ คาร์แลนด์ (Philippe Caland) ขึ้นไปนั่งบนเศียรพระพุทธรูป ติดป้ายฉายไฟไปทั่วแอลเอ ซึ่งมีคนไทยอาศัยอยู่มากที่สุดในอเมริกา ปัญหาจึงบานปลาย สุดท้ายนายฟิลลิปป์ก็จำต้อง "ถอนโฆษณา" ออกไปให้หมด ก่อนจะพบกับปฏิกิริยารุนแรงเหมือนเกิร์ลเฟรนด์

 

     โฆษณาบ้าระห่ำแห่งปี 47 เห็นจะไม่มีใครเกิน Victoria' Secret ที่บังอาจนำเอารูปพระพุทธรูปและเจ้าแม่กวนอิมไปพิมพ์ไว้บนชุดเล่นน้ำ รุ่น Asian Floral Tankini ปี 2004 "ทวูพี๊ซ" หรือสองท่อน ท่อนบนก็น่าเกลียดแล้ว ยังติดถึงท่อนล่างอีก เล่นเอาชาวพุทธร้องยี้ประท้วงจ้าละหวั่นกันไปทั้งโลก จนบริษัทยอมขอขมาลาภัยให้สัญญาว่า "ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว" ก็เลยรอดตัวไป

    เว๊บโฆษณาขายสินค้า รองจากวิกตอเรียซีเคร็ทลงมา ก็เห็นจะเป็นเว๊บที่ชื่อ www.ecobuddha.com ของบริษัทนิรนาม ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 11 ถนนเมเปิ้ล เมืองฟอเรสวิลล์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ผลิตสินค้ารองเท้ายี่ห้อ Ecobuddha ออกจำหน่าย แต่มันไม่เท่านั้น ยังเอารูปพระพุทธไปติดไว้ที่พื้นรองเท้าบ้าง ส้นรองเท้าบ้าง ปลายรองเท้าบ้าง ชาวพุทธผู้บริสุทธิ์ใจได้เห็นก็หดหู่ ถึงกับต้องประท้วงไปยังต้นสังกัดกันอีก สุดท้ายบริษัทที่ว่าต้องยอมถอนโฆษณาจากเว๊บไซท์ดังกล่าวออกไป จำไว้ ทีหลังอย่าทำ

 

     ซีดีดังแห่งปี ได้แก่ ซีดีเพลงภาษากัมพูชา ชื่อเพลง "สึกพระมาหารัก" (Leaving the Monkhood for Love) ของนักร้องดังกัมพูชา เฮง บุนเลียบ (Heng Bunleap) มิวสิกวีดิโอเขาก็ทำโอเคนะ คือแค่มีคนโกนผมสั้นๆ เหมือนทิดสึกใหม่ ร้องเพลงเล่นน้ำกับแฟนสาวในสระบัว พอตอนท้ายเพลง สาวเจ้ากลับสลัดไมตรีพี่ทิดไปมีแฟนใหม่ ให้พี่ทิดกินน้ำใบบัวอยู่คนเดียว จึงหวนคืนสู่ผ้าเหลืองอีกครั้ง ด้วยบทเพลงว่า เสียใจจริงๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยสละจีวรไป เธอไม่สงสารฉันหรือ...ฉันรับไม่ได้ที่เธอเปลี่ยนเป็นอื่น ขอสัญญาว่าจะกลับไปบวชอีกครั้ง   ปรากฎว่าถูกรัฐบาลกัมพูชา "แบนแต๊ดแต๋" ห้ามไม่ให้จำหน่าย-เผยแพร่ หรือแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ด้วยข้อหา "ความหมายของเพลงนี้สร้างความเสื่อมเสียให้กับพระสงฆ์ผู้ไม่เกี่ยวข้อง ที่อุทิศตนเพื่อดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาอันดีงาม" ไม่น่าเชื่อนะ ว่ารัฐมนตรีเขมรเขาจะมีคุณธรรมสูงส่งกว่าดินแดนศิวิไลซ์ข้างๆ บ้านของเขา ถ้าเป็นข่าวสารสร้างสรรค์ละก็ ปี้ส่างขอเทเสียงให้เต็มๆ เลย ข่าวนี้

     หนังสือดังแห่งปี ต้องยกให้ "พลังแห่งชีวิต" ของ คริสตศาสนานิกาย โปรเตสแตนท์ จัดทำในนามของ มูลนิธิอาร์เธอร์ เอส เดอมอส ระดมดาราดังตั้งแต่ "ปุ๊" อัญชลี จงคดีกิจ นักร้อง นักแสดง นักธุรกิจ คนในวงไฮโซ หรืออาจจะโลโซ และอื่นๆ อีกมากมาย พาเหรดออกทีวีโฆษณาสรรพคุณ "หนังสือเล่มนี้เปลี่ยนชีวิตคุณได้" ทำเร็ตติ้งสูงสุด "3 สัปดาห์ 1,000,000 เล่ม !!" เป็นสถิติหนังสือทางศาสนาที่ขายดีและรวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ น่าจะได้รับการบันทึกไว้โดยกินเนสบุ๊คแล้ว เฉพาะลงโฆษณาทางทีวีว่ากันว่าใช้งบประมาณถึงกว่า 400 ล้านบาท แม้ว่าจะ "แจกฟรีๆ โดยไม่มีการเซ้าซี้ติดต่อกลับ" ก็ตาม อะไรจะปานนั้น

 

      คดีดังมาราธอนของปี 47 ก็คือ "ศาลอาญาประกาศว่า ปีหน้าจึงจะตัดสินคดีทุจริตเครื่องราช ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม เป็นนายก" เรื่องนี้ดังมาก เพราะมีทั้งพระระดับเจ้าคุณและรัฐมนตรีร่วมขบวนการฉ้อฉลกลโกง "ปลอมแปลงเอกสารขอเครื่องราชอิสสริยาภรณ์" โดยใช้วัดเป็นองค์กรบังหน้า พระราชาคณะที่ว่า คือ พระราชปัญญาโกศล หรือเจ้าคุณอุดม ผู้สร้างพระเครื่องท่านเจ้าคุณนรจนดังสะท้านยุทธจักรวัตถุมงคลนั่นเอง ส่วนรัฐมนตรีมีชื่อว่า นายขุนทอง ภูผิวเดือน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เจ้าคุณอุดมถูกบีบให้ถอดผ้าเหลืองออกเพื่อชื่อเสียงของสำนัก กลายเป็นนายผาสุก ขาวผ่อง ถูกจับขังคุก ภายหลังได้รับการประกันตัวออกมาขณะที่คดียังไม่สิ้นสุด และตายไปก่อนจะได้รับรู้ผลคดี รวมถึงนายขุนทอง ภูผิวเดือน และผู้ร่วมชะตากรรมอีก 5 คนก็ทนรอไม่ไหว ตัดสินใจตายไปรอฟังคำพิพากษา ณ โลกหน้า  นับเวลาที่ใช้ในการสืบสวนสอบสวนจากต้นมาจนบัดนี้ถึง 16 ปีเต็ม ผู้เกี่ยวข้องล้มหายตายไปเกือบครึ่ง สืบพยานกันมากมายถึง 500 ปาก จนศาลต้องขอเวลา "พิมพ์และตรวจสำนวนให้รัดกุมก่อนตัดสิน" คดีนี้จะจบลงเช่นใด ปีต่อไปเราท่านก็คงทราบ

 

     เหล่านี้คือ สีสันต์บันเทิง ในแวดวงศาสนาโลก เป็นกระแสข่าวตลอดปีเก่า 2547-2004 ปี้ส่างตั้งใจเรียบเรียงและนำเสนอต่อท่านผู้อ่าน ผู้เป็นแฟน อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม ตามกำลังสติปัญญาของตัวเท่าที่จะสามารถทำได้ ด้วยสำนึกในปฏิการคุณที่ทุกท่านให้เกียรติเข้ามาเยี่ยมชมเว๊บไซท์แห่งนี้ ตามที่ได้เคยให้สัญญาว่า "จะไม่ให้ท่านผู้อ่านผิดหวัง" พบกับสะเก็ดข่าวปี 48-05 ได้ใหม่ ในวันที่ 1 มกราคม 2549 ตรงนี้ ที่เดิม..ลาทีปีวอก Have a good year of 2005

 

Bye...ปี้ส่าง
1 มกราคม 2548

 

 

 

 

alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
 

E-Mail To BK.

peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by