90 ปี หลวงตาชี กับ วันนี้ ที่รอคอย

 

 

 

"จากแดนอีสานบ้านเกิดเมืองนอน มาเล่นละครบทชีวิตหนัก จากพ่อแม่มา พบพาคนไม่รู้จัก จากคนที่รัก จำลามาหางานทำ ฯลฯ"

 

บทเพลง "ละครชีวิต" เพลงนี้ คงจะสามารถนำมานิยามชีวิตของวีรุบุรุษจากอีสาน นามว่า "หลวงตาชี" ได้เป็นอย่างดี

 

"บ้านคำชะอี-มุกดาหาร" เป็นชื่อที่ใครๆ ฟังแล้ว ก็ย่อมจะเข้าใจโดยไม่ต้องบรรยายว่า "บ้านนอกมาก" แต่ในความเป็นจริงแล้ว มิใช่แค่บ้านนอกเท่านั้น แต่ยังเป็น "นอกของนอก" ที่เรียกซ้ำๆ ว่า "บ้านน๊อกบ้านนอก" จนเกือบจะออกนอกชายแดนไทยไปอยู่กับฝั่งลาวเสียด้วยซ้ำ ถ้าอยู่ติดกับ "บึงโขงหลง" ละก็คงไม่แน่ อาจจะถูกตีเส้นเป็นคนสองแผ่นดินไปแล้ว

 

2470-2480 ช่วงที่หลวงตาชีกำลังเติบโตและวิ่งเล่นอยู่ในละแวกหมู่บ้านนั้น โลกกว้างเป็นอย่างไร โลกภายนอกกว้างใหญ่เพียงไหน ไม่มีใครทราบ เพราะไฟฟ้าก็ยังไม่มีใช้ มีแต่ไฟที่ทำจากฟืน เข้าใต้เข้าไฟก็ดับมอดไฟนอนกันหมดแล้ว วัดระยะไปเวียงจันทน์กับพนมเปญใกล้กว่าไปกรุงเทพฯเป็นไหนๆ แต่ใครจะนึกว่า "เด็กชายสุรศักดิ์" วันนั้น หรือ "หลวงตาชี" ในวันนี้ จะไปไกลกว่านั้น คือท่านไปไกลถึง "กรุงวอชิงตัน ดีซี" เมืองหลวงของโลก !

 

วัด 3 วัด เป็นก้าวย่าง 3 ก้าว ที่พระมหาสุรศักดิ์ สร้างปาฏิหาริย์ขึ้นในโลก นั่นคือ

 

วัดโพธิ์ไทร บ้านโพนงาม จังหวัดมุกดาหาร

วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

วัดไทย กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา

 

"ไปไม่กลับ" คือคำนิยามของการเดินทางไกลของหลวงตาชี วันที่ตัดสินใจเดินทางออกจากกรุงเทพฯมาปฏิบัติงานของพระ ที่เรียกว่า "ปฏิบัติศาสนกิจ" ในสหรัฐอเมริกา สมัย พ.ศ.2488 นั้น ใครได้ไปถึงกรุงเทพฯ ก็เท่ากับว่าประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิตแล้ว แค่พูดภาษาคนกรุงได้คำสองคำ ก็หลอกคนลาวบ้านนอกได้ทั้งเมืองแล้ว แต่หลวงตาชียังมองไกลไปกว่านั้น นั่นคือ การไปถึง "ที่สุดของโลก" นั่นคือ สหรัฐอเมริกา อภิมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีหัวเมืองอยู่มากมายหลายพันเมือง ล้วนแล้วแต่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิเช่น แอลเอ ชิคาโก้ นิวยอร์ค ฯลฯ แต่หลวงตาชีเลือกที่จะไปทำงานอยู่ที่ "กรุงวอชิงตัน ดีซี" เมืองหลวง ซึ่งหากจะเทียบกับ "แอลเอ-แคลิฟอร์เนีย" แล้ว ที่นั่นมีคนไทยอาศัยอยู่มากกว่า แน่นอนว่าอาหารการกินและสภาพความเป็นอยู่ ย่อมจะสะดวกสบายกว่าอยู่ดีซี ซึ่งมีฝรั่งทั้งเมือง แต่สายตาพญาอินทรีย์มิได้มองแค่อาหารการกิน หากแต่มองดู "จุดยุทธศาสตร์" เป็นสำคัญ

 

จากวันนั้นถึงวันนี้ (มกราคม พ.ศ.2518 ถึง มกราคม พ.ศ.2558) เป็นเวลา 40 ปีเต็ม เป็นระยะเวลาแห่งการปฏิบัติงานที่ต้องเรียกว่า Full Time สำหรับหลวงตาชี เพราะมีปณิธานว่า "จะอยู่ที่นี่ ตายที่นี่ เพราะที่นี่คือที่ๆ เลือกแล้ว สำหรับการทำงานของชีวิต" หลวงตาชีได้พิสูจน์ว่า "ทำได้จริง" เพราะไม่เคยกลับไปจำพรรษาในประเทศไทยเลย ตลอดเวลา 40 ปีที่ผ่านมา จะว่าไม่มีค่าตั๋วเครื่องบินก็ไม่ใช่ แต่เพราะความตั้งใจจริงประการเดียวเท่านั้น

 

"พระนิพพานคือตายก่อนตาย" เป็นนิยามที่ "พุทธทาสภิกขุ" ได้ให้ความหมายเอาไว้อย่างง่ายๆ แต่เข้าใจยาก เพราะคนที่ไม่รู้จักความตายจะรู้จักพระนิพพานได้อย่างไร พวกที่ตายหลังตายนั้น ย่อมไม่มีวันได้เห็นพระนิพพาน ชีวิตคนก็เช่นกัน หากไม่รู้จักคำว่า "เสียสละ" แล้ว จะพบกับคำว่า "ความสำเร็จ" ได้อย่างไร ชีวิตของหลวงตาชีเป็นชีวิตที่เสียสละ สละแม้กระทั่งชีวิตไม่คิดกลับหลัง ใครจะหลงจะลืมก็ชั่ง ตัวเองไม่ลืมตัวเองก็พอ ตีตั๋วขาเดียว ขอไปตายเอาดาบหน้า แต่สุดท้าย หลวงตาชีกลับรอดตาย กลายเป็น "อมตะ" ไม่มีใครไม่รู้จัก "หลวงตาชี" นี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นจริง

 

 

วันนี้ 90 ปี เวียนมาบรรจบ พร้อมกับรางวัลใหญ่ในชีวิต "พระราชมงคลรังษี" ที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นมงกุฎยอดเพชร เป็นเกียรติประวัติแห่งคุณงามความดี ที่ไม่มีใครสามารถเลียนแบบได้

 

สิบปีก่อน ในการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สมัยวิสามัญ ณ วัดพรหมคุณาราม เมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า ทางสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้เสนอว่าจะจัดงานวันเกิดถวายหลวงตาชี แต่หลวงตาชีได้ปฏิเสธว่า

 

 

อย่ามายุ่งกับผม

ขอผมอยู่อย่างหลวงตาแก่ๆ คนหนึ่ง

ไปทำเรื่องสำคัญของบ้านเมืองเรื่องอื่นเถิด

 

 

เป็นการประกาศ "คุณธรรมแห่งความเป็นปราชญ์" ที่ต้องบันทึกไว้ในอีกหน้าหนึ่งในชีวิตและงานของ "หลวงตาชี" เพราะนี่คือ "บรรทัดฐาน" แห่งภูมิปัญญาของผู้ที่ชื่อว่า "บัณฑิต" ว่าวางวิถีชีวิตเอาไว้เช่นใด ในระหว่าง "ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม" กับ "สมถะ" ซึ่งหลวงตาชีเลือกอย่างหลัง

 

แต่กระนั้นก็ตาม การสร้างบารมีจนเติบใหญ่ไพศาลเป็น "ร่มโพธิ์ร่มไทร" ในวันนี้ของหลวงตาชีนั้น ถึงท่านจะวางกรอบกีดกัน "ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม" ให้แก่ตัวเองไว้รัดกุมยิ่ง แต่การสร้างบารมีนั้น หาใช่การสร้าง "เพื่อตัวเอง" หากแต่เป็นการสร้าง "เพื่อผู้อื่น" ให้ผู้อื่นได้ถึงพา อันเป็นวิสัยของ "โพธิสัตว์" ย่อมไม่สามารถ "ปฏิเสธ" คำร้องขอของบรรดาพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชนทั่วสหรัฐอเมริกาได้ ทั้งนี้เพราะมี "เมตตา" เป็นคุณธรรมนำหน้านั่นเอง งานวันเกิดของหลวงตาชีจึงถูกบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งใกล้และไกล "ดันทุรัง" จัดขึ้นเรื่อยๆ เพราะจัดแล้วสนุก อาหารก็อร่อย เจ้าของบ้านก็ยิ้มแย้มแจ่มใสมีอัธยาศัยไมตรี ไปวัดไทยดีซีของหลวงตาชีแล้ว ไม่รู้สึกว่าเป็นวัดอื่น เพราะท่านให้ความเป็นกันเอง มาแล้วอบอุ่นใจ มาแล้วสบายใจ ใครๆ ก็อยากมา

 

หลวงตาชีในวันนี้ มีสถานะเป็น "เสาหลัก" ของพระไทยในสหรัฐอเมริกา เทียบได้กับ "สถาบันพระธรรมทูต" มิต้องไปศึกษาอบรมจากมหาวิทยาลัยไหน แค่มาดู "ชีวิตและงาน" ของหลวงตาชี เอาไปใช้เพียงแค่เสี้ยวหนึ่ง ก็สามารถเป็นพระธรรมทูตที่ดี มีทั้งดีกรีและเกียรติยศ โดยมิต้องวิ่งเต้นเส้นสายดังที่เห็น

 

และต่อไปนี้ เป็นภาพแห่งชีวิต ของหลวงตาชี ในตลอด 40 ปีที่ผ่านมา

 

 

 

วัดไทย ดีซี สถานที่ "หลวงตาชี" เลือกแล้ว

 

 

 

จากสำนักสงฆ์เล็กๆ สู่วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดีซี อันสมบูรณ์แบบ

 

 

 

เริ่มต้นจากบุคคลๆ หนึ่ง นามว่า "หลวงตาชี"

 

 

 

ถามว่า ชีวิตของหลวงตาชีมีอะไร

คำตอบก็คือ มีอะไรมากมาย จาระไนไม่มีวันหมด

 

 

 

แต่ทั้งหมดนั้น รวมอยู่ในคำๆ เดียว คือ "ทำงานหนัก"

 

 

 

งานหลวงไม่เคยขาด งานราษฎร์ไม่เคยเสีย


 

 

เสียสละ ทุ่มเท จริงจัง จริงใจ ไม่กลัว ไม่ถอย และ สู้ๆ

 

 

 

ถามว่า เหนื่อยไหม ?
ไม่รู้สิ เพราะไม่เคยมีใครได้ยินเสียงบ่นจากหลวงตาชี

 

 

 

ยืน..หนึ่งในสี่อิริยาบท

 

 

เดิน..หนึ่งในสี่อิริยาบท

 

 

 

นั่ง..หนึ่งในสี่อิริยาบท

 

 

 

จาริกไปเผยแพร่พระธรรม หน้าที่สำคัญของพระธรรมทูต

 

 

 

 

เกียรติยศ เกียรติคุณ ที่ได้รับจากการทำงาน

 

 

 

รับพัดออกจากวัง

 

 

 

จากพัดใบตาลกลมๆ สู่พัดยศพระราชาคณะ พระวิเทศธรรมรังษีและพระราชมงคลรังษี

 

 

หลวงตาชีกับภาพแห่งความทรงจำ

 

 

 

ก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และปฏิบัติศาสนกิจอย่างต่อเนื่อง ตลอด 40 ปี

 

 


 

คู่บารมีก็คือ พระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมปุณฺโณ) วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา 12 สมัย และละสังขารในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน

 

 

 

วันแล้ววันเล่า รุ่นแล้วรุ่นเล่า ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตและงานของหลวงตาชี

 

 

 

เป็นคุณงามความดีทั่งสั่งสมจนเต็มและกลายเป็น "บารมี"

 

 

 

จากกำลังพลเพียงหยิบมือเดียว เดี๋ยวนี้มีพระไทยในสหรัฐอเมริกาเป็นกองทัพ

 

 

 

 

เพราะแม่ทัพใหญ่ที่ชื่อว่า หลวงตาชี

 

 

 

 

เมื่อหลวงตาชีพูด ใครๆ ก็ต้องฟัง

 

 

 

ถามว่าทำไมถึงต้องฟัง

ก็เพราะฟังแล้วมีทางออก แก้ไขปัญหาได้จริง

 

 

 

ท่านพูดจากประสบการณ์ มิใช่การอนุมานคาดเดา เหมือนพวกใบลานเปล่าที่เอาแต่ท่องงูๆ ปลาๆ

 

 

 

คนพูดเก่งมีเยอะแยะ แต่คนพูดและทำได้จริงนั้น มีน้อยนัก หลวงตาชีเป็นหนึ่งในจำนวนน้อยนั้น

 

 

 

กับพระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทย ที่ไม่เคยทิ้งกันเช่นกัน

 

 

 

เทศน์ คืองานหลักของหลวงตาชี จนกลายเป็น "อนุสาสนีปาฏิหาริย์"

 

 

 

พระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกา เดือดร้อนเรื่องอะไรขึ้นมา ขอให้นึกถึง..หลวงตาชี

 

 

 

เพราะ..ไม่มีใครจะเข้าใจพระไทยในสหรัฐอเมริกามากไปกว่า..หลวงตาชี

 

 

 

อิ่มบุญ อิ่มบารมี

 

 

 

วางรากฐานให้คนรุ่นต่อไป

 

 

 

ไม่มีที่แห่งใดในสหรัฐอเมริกา ที่หลวงตาชีไม่เคยไป แม้แต่วัดไทยลาสเวกัส หลวงตาชีก็ไปนั่งฉันข้าวเหนียวกับแจ่วบองมาแล้ว อร่อยจนลืมกลับวัด

 

 

 

กับหลวงพ่อวิเวกานันทะ ผู้เกรียงไกรในสามทวีปเช่นกัน

 

 

 

ณ พุทธคยา สถานที่ทรงบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ

 

 

 

 

แสวงบุญ ณ ดินแดนพุทธภูมิ บนยอดเขาคิชฌกูฏ

 

 

 

ศาสนกิจที่ไม่จำกัดฤดูกาล

 

 

 

เมตตาต่อทุกเพศทุกวัยไม่มีชนชั้นวรรณะ

 

 

 

เด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า

 

 

 

เด็กดี ครอบครัวดี บ้านดี เมืองดี

 

 

หลวงตาชีกับบุคคลสำคัญ

 

 



 

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เสด็จนมัสการหลวงตาชี ณ วัดไทย ดีซี

 

 


 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฯ เสด็จนมัสการหลวงตาชี

 

 

 

สมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) วัดราชบพิธ เสด็จเยือนวัดไทย ดีซี ของหลวงตาชี

 

 

 

กับสมเด็จพระธีรญาณมุนี (ธีร์ ปุณฺณโก) วัดจักรวรรดิราชาวาส (วัดสามปลื้ม)

 

 

 

 

กับสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สุวรรณ สุวณฺณโชโต) วัดเบญจมบพิตร

 

 

 

กับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ

 

 

 

กับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ

 

 


 

กับพระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารี) ราชบัณฑิต วัดราษฎร์บำรุง ชลบุรี

 

 

 

กับสุดยอดนักปราชญ์ "ปัญญานันทะภิกขุ" วัดชลประทานรังสฤษดิ์

 

 

 

 

รับรางวัลยิ่งใหญ่จากสุดยอดพระนักเทศน์ของไทย

 

 

 

ไมตรีที่มีให้ "พระเทพกิตติโสภณ-สมบูรณ์" ไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

 

เดอะซัน พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก

 

 


 

สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี

 

 

 

จุฬารัตน์ บุณยากร อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

 

 

 

และ..คาราบาว

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

24 พฤษภาคม 2558