ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยสำนึกในปฏิการคุณที่ท่านให้เกียรติมาเยือน
 

 

 


เสฐียรพงษ์ วรรณปก ป.ธ.9 ในสภานิติบัญญัติ
เปิดใจ "ไม่เคยเห็น" ร่าง พรบ.คณะสงฆ์ ฉบับไพศาล พืชมงคล
น่าแปลกนะ ขนาด ป.ธ.9 นั่งหัวโด่ในสภา คุณไพศาลยังไม่ยอมให้ดู

 

อาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

 

     ขอโทษ คำพังเพยนี้เป็นเรื่องของ "โลงศพ" ที่คนทำไม่ได้ทำเพื่อใช้เอง แต่ทำเพื่อให้คนตายใช้ หรือพูดให้ถูกทำเพื่อยัดเยียดให้ศพใช้ (เพราะศพเถียงไม่ได้ว่าไม่เอา เอ็งไม่เอาข้าก็จะให้เอ็ง อะไรประมาณนั้น)

     ไม่น่าจะเกี่ยวกับเรื่องที่ผมกำลังพูดถึงต่อไปนี้ แต่ไม่รู้จะหา "รูปธรรม" อะไรมาให้เห็นชัด จึงขอยืมวลีนี้มาใช้หน่อยนะครับ

      สัปดาห์ที่ผ่านมา อยู่ๆ ก็มีประกาศแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติงานแทนสมเด็จพระสังฆราชชุดใหม่ ประกอบด้วยพระมหาเถระในมหาเถรสมาคมหลายรูป โดยเปลี่ยนแปลงประธานผู้ปฏิบัติงานแทนสมเด็จพระสังฆราชรูปเดิม (สมเด็จพระพุฒาจารย์ เกี่ยว อุปเสณมหาเถระ) เป็นสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสสรมหาเถระ) ให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา

     บรรณาธิการข่าวสดร้อยวันพันปีไม่เคยได้เจอกัน เพราะทำงานคนละเวลา ต่อสายมาหาผม ผมถามว่า จริงหรือ ได้รับคำตอบว่าจริง แล้วคำสั่งนี้ออกมาได้อย่างไร เท่าที่ทราบ สมเด็จพระสังฆราชจะทรงตั้งใครให้ปฏิบัติหน้าที่แทน พระองค์ต้อง "เซ็น" เอง หรือไม่ก็ด้วยความยินยอมมิใช่หรือ แล้วพระองค์ก็ทรงอยู่ระหว่างประชวรด้วยมิใช่หรือ บรรณาธิการบอกว่า เท่าที่ทราบลายเซ็นจริง และพระองค์ทรงหายประชวรแล้ว (ในความหมายว่า ทรงมีพระสติสัมปชัญญะดี ขณะที่เซ็น) ผมก็ไม่ว่าอะไรแล้วก็วางหู นี่เรื่องหนึ่ง

     ตื่นเช้าขึ้นมาก็ตกใจกับข่าวว่า สนช.กลุ่มหนึ่ง นำโดย (ขอโทษที่เอ่ยชื่อ) คุณไพศาล พืชมงคล เสนอร่างพระราชบัญญัติต่อประธานสภา มีเซ็นชื่อประมาณ 33 ท่าน สภาเองก็เพิ่งจะเริ่มทำงาน ข้อบังคับการประชุมก็เพิ่งร่างเสร็จ ยังไม่ได้รับการรับรองเสียด้วยซ้ำ แต่ทำไมร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับสงฆ์ฉบับนี้จึงเข้าสภาด่วนจี๋ ยังกับว่า

     คนยังไม่ตาย รีบต่อโลงแล้ว ประมาณนั้น

     ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติที่เซ็นๆ ไปนั้น ได้ดูเนื้อหาสาระร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยละเอียดหรือไม่ หรือว่าใครมาชวนให้เซ็นก็เซ็นไป ที่ผมวิตกกังวลอย่างนี้ ก็เพราะเรื่องเกี่ยวกับการบริหารคณะสงฆ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

     จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบ

     ยิ่งมีสภาเดียวทำหน้าที่ตั้งสองสภา เผลอๆ ผ่านรวดสามวาระ ประเดี๋ยวก็เสร็จโก๋

     โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะสงฆ์ คือกรรมการมหาเถรสมาคม และพระสงฆ์ทั้งหมด ท่านเห็นด้วยหรือยัง เพราะเนื้อหาร่างพระราชบัญญัติ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตายของท่านเหล่านั้น คนร่างคนเสนอพระราชบัญญัติไม่ได้มีส่วนได้ใช้เลย

     ก็อย่างที่ว่า "คนทำก็ไม่ได้ใช้" นี่ครับ หรือปรารถนาดีอยากให้ท่านใช้ ก็ "ท่านเหล่านั้น" ยังไม่ตายนี่ครับ ให้ท่านทำใช้เอง หรือมีโอกาสช่วยทำไม่ดีกว่าหรือ

     มีอะไรลึกๆ เบื้องหลังหรือเปล่า

     ฟังคำสัมภาษณ์ของผู้เป็นหัวหอกยื่นร่างพระราชบัญญัติ ทราบว่า ไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงต้องการถวายพระราชอำนาจคืนพระองค์ท่านเท่านั้น เรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ควรเป็นพระราชอำนาจของในหลวง ประมาณนั้น

     ทำให้ย้อนไปถึงแนวคิดของคนกลุ่มหนึ่งที่จะพยายามถวายคืนพระราชอำนาจ ไม่ว่าการตั้งนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

     ลูกศิษย์คนหนึ่งถามว่า อาจารย์เป็น สนช.ด้วยมิใช่หรือ เซ็นกะเขาหรือเปล่า บอกเขาไปว่า เห็นยังไม่เคยเห็นเลย ได้ยินแต่ข่าว

     พูดถึงพระราชอำนาจที่ชอบพูดกันนั้น ในหลวงท่านทรงมีพระราชดำรัสไว้ชัดเจนแล้ว พระองค์มิทรงทำอะไรขัดกับรัฐธรรมนูญ ขัดกับหลักการที่ถูกที่ควร ชอบพูดกันว่า นายกรัฐมนตรี คุณสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกฯพระราชทาน พระองค์รับสั่งว่าไม่จริง ไม่ใช่นายกฯพระราชทาน นายกฯสัญญา เกิดขึ้นโดยมีสภา มีผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ไม่ใช่อยู่ๆ จะพระราชทานนายกฯมาโดยพลการ

     ยิ่งตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ในขณะที่พระราชบัญญัติคณะสงฆ์นี้ยังใช้บังคับอยู่ ก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย นั่นคือเมื่อตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง รัฐบาลเสนอชื่อพระพระราชาคณะผู้สมควรดำรงตำแหน่ง โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม ทูลเกล้าฯเพื่อโปรดพระราชทานแต่งตั้งลงมา

     ดังในมาตรา ว่า "พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชรูปหนึ่ง"

     ขณะนี้พูดกันเรื่อยเจื้อยว่า มีสมเด็จพระสังฆราชสององค์ โดยเข้าใจว่า ผู้ปฏิบัติงานแทนสมเด็จพระสังฆราชคือ พระสังฆราชอีกองค์หนึ่ง "ปฏิบัติงานแทน" มิใช่เป็นสมเด็จพระสังฆราชเสียเอง ดุจรองอธิการบดี ปฏิบัติงานแทนอธิการบดีนั้นแล แต่การสื่อสารทำให้คนเข้าใจว่า เดี๋ยวนี้มีสังฆราชสององค์ จะวายวอดกันใหญ่แล้ว ประมาณนั้น

      ในกรณีที่มีผู้ปฏิบัติงานแทนพระองค์ ก็มีตัวบทกฎหมายระบุให้ทำได้ ไม่ว่าจะทรงเซ็นแต่งตั้งเอง หรือด้วยความยินยอมของพระองค์ ไม่น่าจะนำมาเป็นประเด็น

     ผมไม่มีพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ฉบับปัจจุบันในมือ แต่ตามร่างฉบับ สนช. ที่เสนอขึ้นมานี้มีบางมาตรา ดังนี้

     มาตรา 3 ให้ยกเลิกบทนิยามว่า "สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์" ในมาตรา 5 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

     "สมเด็จพระราชาคณะผู้อาวุโสสูงสุด" หมายความว่า "สมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยพรรษาตามพระธรรมวินัย"

     มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 5 ตรี แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

     "มาตรา 5 ตรี พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง สถาปนา และถอดถอนสมณศักดิ์ของพระภิกษุในคณะสงฆ์ และคณะสงฆ์อื่น ไม่ว่าจะเป็นพระภิกษุที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในราชอาณาจักร หรือนอกราชอาณาจักร"

     มาตรา 5 ให้ยกเลิกมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และให้ใช้ความต่อไปนี้

     "มาตรา 7 พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีทูลเกล้าฯถวายรายนามของสมเด็จพระราชาคณะที่มีอยู่ในขณะนั้นต่อพระมหากษัตริย์ เพื่อทรงสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งเป็นสมเด็จพระสังฆราช"

      มาตรา 6 ให้ยกเลิกความในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2504 พ.ศ.2547 และให้ความต่อไปนี้แทน

     "มาตรา 10 เมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราช ให้สมเด็จพระราชาคณะผู้อาวุโสสูงสุด เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

      ถ้าสมเด็จพระราชาคณะผู้อาวุโสสูงสุดไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลืออยู่เลือกสมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดลำดับถัดไป เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

     ในเมื่อสมเด็จพระสังฆราชไม่ประทับอยู่ในราชอาณาจักร หรือไม่อาจทรงปฏิบัติหน้าที่ได้ สมเด็จพระสังฆราชจะได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระราชาคณะรูปใดรูปหนึ่ง หรือหลายรูปปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช

     ในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราช มิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชได้ ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

    ให้นายกรัฐมนตรีประกาศนามสมเด็จพระราชาคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชในราชกิจจานุเบกษา"

บันทึกประกอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มี 2-3 ข้อ เช่น

     1. ควรถืออาวุโสสูงสุดโดยพรรษา มากกว่าอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์

     2. ควรถวายคืนพระราชอำนาจในการแต่งตั้ง ถอดถอน สมณศักดิ์ของพระสงฆ์ทุกคณะให้ครอบคลุม รวมถึงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

     3. การปฏิบัติหน้าที่กับการปฏิบัติหน้าที่แทน คนละประเด็น ควรให้ชัดเจน

     ได้ข่าวว่า สนช.ที่ร่วมเซ็นชื่อได้ขอถอนชื่อประมาณ 10 ท่าน จึงทำให้ร่างพระราชบัญญัตินี้ตกไปโดยอัตโนมัติ บางท่านให้สัมภาษณ์ว่า เซ็นไปโดยไม่ได้ดู พอรู้เนื้อหาภายหลัง จึงไม่เห็นด้วย

     ท่านประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติให้สัมภาษณ์ว่า "ยอมรับว่า การเสนอกฎหมายในลักษณะเช่นนี้เป็นเรื่องน่ากังวล เพราะไปกระทบกับองค์กรสงฆ์ ดังนั้น การที่คนนอกซึ่งไม่ทราบกิจการสงฆ์โดยแท้แล้ว ไปเสนอกฎหมาย ก็อาจเป็นอันตรายได้ โดยไม่รู้ตัว ฉะนั้น การเสนอกฎหมายเช่นนี้ เป็นเรื่องต้องระมัดระวัง"

     ขอฝากพุทธภาษิตแถมสักสองบทคือ นิสมฺม กรณํ เสยฺโย =ใคร่ครวญก่อนแล้วทำประเสริฐกว่า กตสฺส นตฺถิ ปฏิการํ = ทำแล้วทำคืนไม่ได้

     น่าจะดีที่สุด หรือว่าไง

โดย เสฐียรพงษ์ วรรณปก
มติชน 19 พฤศจิกายน 2549

 


 

 

 

 

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by