ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยสำนึกในปฏิการคุณที่ท่านให้เกียรติมาเยือน
 

 

    

ไทยพุทธหนีตายเพิ่ม อพยพเข้าพึ่งวัด

 

 

      สถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีจะออกมากกล่าวขอโทษในความผิดพลาดของรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ในการแก้ไขปัญหาในภาคใต้ รวมทั้งความพยายามหาแนวทางสมานฉันท์อย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการยกเลิกบัญชีดำผู้ต้องสงสัยคดีก่อความไม่สงบและการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีตากใบ แต่ความพยายามดังกล่าวทำท่าจะสูญเปล่าเมื่อกลุ่มโจรป่วนใต้ยังอหังการไม่เลิก เปิดฉากวางระเบิดโชว์รูมรถยนต์และรถ จยย.ถึง 8 แห่งในเขต อ.เมืองยะลา ตั้งชนวนระเบิดพร้อมกันตอนเที่ยงวันที่ 9 พ.ย. สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงมีผู้บาดเจ็บนับสิบคน หนำซ้ำคนไทยพุทธที่ อ.บันนังสตา และ อ.ธารโต กว่า 50 ชีวิต ต้องอพยพหนีตายออกจากบ้านเกิดมาอาศัยอยู่ในวัดนิโรธสังฆาราม เพราะหวั่นเกรงจะตกเป็นเหยื่อสังเวยไฟใต้นั้น 

     ต่อมาเวลา 09.30 น. วันที่ 10 พ.ย. ที่วัดนิโรธสังฆาราม ต.สะเตง อ.เมืองยะลา พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ ผบช.ภ.9 เดินทางมาตรวจเยี่ยมความเป็นอยู่ของชาวบ้าน หมู่ 2 ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา และหมู่ 6 ต.แม่หวาด อ.ธารโต จ.ยะลา ที่พาครอบครัวรวม 45 ชีวิตมาขอพึ่งวัดอยู่ชั่วคราว โดยรับปากจะจัดกำลังมาให้ความคุ้มครองอย่างเต็มที่ 

     นายธงชัย เอี่ยมนิรัญ หนึ่งในกลุ่มชาวบ้านที่หนีตายมาพึ่งวัด เผยว่า ตนต้องสูญเสียพ่อตากับภรรยาไปจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ ทำให้ไม่มั่นใจต่อ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจึงตัดสินใจอพยพหนีตายมาอยู่วัดดีกว่า และในวันนี้ (10 พ.ย.) ก็มีชาวบ้านอพยพมาเพิ่มเติมอีกประมาณ 70 คน ทำให้สภาพภายในวัดเริ่มแออัดยัดเยียด ความรู้สึกตอนนี้ก็ดีขึ้นมาก เพราะมีชาวบ้านนำข้าวของมาให้ และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นล้นพ้นที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานสิ่งของและทรัพย์ส่วนพระองค์มาช่วยเหลือราษฎรที่วัด โดยทางจังหวัดได้นำเงินดังกล่าวไปประกอบอาหารเลี้ยงผู้อพยพทั้งหมด ส่วนเรื่องที่จะให้กลับไปอยู่ที่บ้าน คงยังไม่กลับ จนกว่าเหตุการณ์จะสงบเรียบร้อยปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ 

     จากนั้นเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ ผบช.ภ.9 พร้อมกำลังเดินทางไปตรวจสอบในโชว์รูมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ทั้ง 8 แห่งที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิดจนเสียหาย โดยผช.ผบ.ตร.ระบุว่า จากการตรวจสอบสภาพที่เกิดเหตุทั้งหมด พบว่าคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกัน มีการวางแผนมาอย่างดี ระเบิดที่ใช้เป็นระเบิดแสวงเครื่องหนักประมาณ 2-3 กก.จุดชนวนด้วยอุปกรณ์ตั้งเวลาและโทรศัพท์มือถือ คาดว่าน่าจะเป็นฝีมือกลุ่มเดียวกับที่ลอบวางระเบิดในธนาคารทั้ง 20 แห่งเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ชุดสืบสวนของตำรวจกำลังทำงานร่วมกับหน่วยข่าวกรองอย่างเต็มที่เพื่อหาเบาะแสกลุ่มคนร้ายรายนี้ โดยอาศัยภาพจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดของโชว์รูมแห่งหนึ่ง ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ก่อนจะระเบิดขึ้นได้ เบื้องต้นพอจะได้เค้าตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวนต่อไป 

     ด้าน น.ส.อรวดี ชคทิศ ผู้จัดการบริษัทฟอร์ดยะลาจำกัด ซึ่งเป็น 1 ในศูนย์บริการที่ถูกวางระเบิดเผยว่าในส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้น อยู่นอกเหนือเงื่อนไขการประกันภัย ทางบริษัทอยู่ระหว่างปรึกษากับทางบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ เพื่อหาทางช่วยเหลือแบ่งเบาภาระความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ยืนยันว่าบริษัทจะยังคงเปิดให้ บริการต่อไป เพราะมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะจับกุมคนร้ายได้ รวมทั้งจะมีมาตรการป้องกันเหตุร้ายเพิ่มเติมกว่าที่เป็นอยู่ ในส่วนของบริษัทเองก็คงมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมมากขึ้น ทั้งนี้บรรดาโชว์รูมทั้ง 8 แห่งต่างพร้อมใจกันเปิดให้บริการตามปกติ แต่มีกำลังทหารและตำรวจมาคุ้มกันเข้มงวด ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 9 พ.ย. ซึ่งยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศูนย์ยะลา ปรากฏว่าทุกรายมีอาการดีขึ้นมาก โดยเฉพาะรายของ น.ส.มูรีซัน อาแซ วัย 25 ปี แพทย์ได้ผ่าตัดเอาชิ้นส่วนสะเก็ดระเบิดที่ฝังอยู่ในสมองออกมาได้สำเร็จ อาการดีขึ้นเริ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและอยู่ในห้องไอซียูอีกระยะหนึ่ง 

     ที่กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (ร.31 รอ.) อ.เมืองลพบุรี เมื่อเวลา 12.30 น. พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธาน คมช.ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะมาตรการสกัดกั้นการจุดระเบิดด้วยโทรศัพท์มือถือว่า การแก้ไขปัญหาเรื่องซิมการ์ดคงไม่ได้ผล ต้องอาศัยประชาชนจากทุกภาคส่วนช่วยกัน อีกทั้งผู้ที่รับผิดชอบในพื้นที่จะต้องแบ่งหน้าที่กันให้ชัดเจน ทั้งพื้นที่ชนบทหรือพื้นที่ในเมือง ใครจะเป็นผู้ดูแล อย่างไรก็ตาม พื้นที่ในเมืองจะต้องกำหนดกฎเกณฑ์ว่า จะจัดระเบียบอย่างไร และสิ่งสำคัญจะต้องมีส่วนร่วมในการช่วยกันแก้ไขปัญหา และช่วยกันเป็นหูเป็นตา จึงจะแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ 

     ส่วนเรื่องที่กลุ่มก่อความไม่สงบพยายามทำร้ายประชาชนไทยพุทธ จนต้องหลบมาอาศัยอยู่กับวัด ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อจุดประเด็นเกี่ยวกับศาสนาหรือไม่ พล.อ. สนธิกล่าวว่า คงไม่ใช่ แต่หากพื้นที่เป้าหมายใดที่อ่อนแอ กลุ่มก่อความไม่สงบก็จะพยายามทำ ซึ่งได้เตือนกองทัพภาคที่ 4 เมื่อการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมาว่า ให้ไปเพ่งเล็งตามหมู่บ้าน ชุมชนชาวไทยพุทธ วัด และโรงเรียน ซึ่ง พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าใจปัญหานี้อยู่แล้ว และนำกำลังทหารไปลาดตระเวนมากขึ้น รวมทั้งระมัดระวังเหตุร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อตอบโต้การแก้ปัญหาของภาครัฐ

     เมื่อถามว่า จะดูแลอย่างไรไม่ให้แต่ละฝ่ายรู้สึกมีความเหลื่อมล้ำกัน พล.อ.สนธิกล่าวว่า ความจริงแล้ว เจ้าหน้าที่จะดูแลชุมชนไทยพุทธเป็นหลักมากกว่า เพราะโดยธรรมชาติชุมชนไทยพุทธเป็นเป้าหมายที่น่าจะเกิดเหตุ และเป็นหลักการทางทหารที่จะต้องดูแลอยู่แล้ว เมื่อถามว่าจะมีการป้องกันอย่างไรไม่ให้กลุ่มก่อความไม่สงบมีศักยภาพและทำให้ประชาชนหวาดกลัว พล.อ.สนธิกล่าวว่า ความจริงทางกองทัพจะต้องพิจารณาเรื่องของการปรับใช้กำลัง ซึ่งปกติหลักการทางยุทธวิธีมีการกำหนดอยู่ว่า ตรงไหนที่เป็นพื้นที่ที่มีความเข้มจะต้องมีการใช้ กำลังทหารเข้าไปจำนวนมาก ส่วนตรงไหนที่พื้นที่เจือจางจะต้องมีการใช้กำลังทหารอีกรูปแบบหนึ่ง กองทัพก็ต้องนำไปปรับใช้ ส่วนเรื่องที่ยังมีความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น  ทางผู้ก่อความไม่สงบคงไม่ได้ฟังวิทยุที่เรากำลังประกาศอยู่ ส่วนเรื่องการเจรจากับกลุ่มก่อความไม่สงบก็ กำลังทำอยู่ ซึ่งได้มีการพบปะพูดคุยกันบ้างแล้ว อย่างไร ก็ตาม ต้องให้ระดับการเจรจาเขาไปพิสูจน์ก่อน รวมทั้งเรื่อง 130 คนไทย ก็มีการติดต่อประสานงานกันอยู่ว่าจะเจรจากันอย่างไรบ้าง มีเงื่อนไขอะไรบ้าง พล.อ.สนธิกล่าว

 

ข่าว : ไทยรัฐ
11 พฤศจิกายน 2549

 


 

 

 

 

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by