ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยสำนึกในปฏิการคุณที่ท่านให้เกียรติมาเยือน
 

 

    

ตั้งงบประมาณ 10,000 ล้าน !!
กะยกระดับมหาลัยสงฆ์ให้เป็นระดับโลก

สงสัยโลกพระจันทร์กระมัง ?

ขนาดแค่เรื่องตั้ง รก.สังฆราช ยังกัดกันบรรลัย
แล้วนี่สะเออะจะเป็นมหาลัยระดับโลกกะเขา

เอาแค่ชนะพม่าให้ได้ก็เจ๋งสุดแล้ว สองมหาวิทยาลัยสงฆ์ของไทยแลนด์นี่

 

โครงสร้างมหามกุฏราชวิทยาลัยแห่งใหม่ตามโครงการหมื่นล้าน
ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้มีพระนิสิตกะหรอมกะแหรม จนแทบจะต้องจ้างนักเรียนมาเรียนอยู่แล้ว


      ความพยายามที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลกมีมานานแล้ว ในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ และในการประชุมพุทธศาสนานานาชาติปีที่ผ่านมาได้มีมติให้ใช้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก แต่เวลาล่วงเลยมาเป็นปีก็ยังไม่มีความคืบหน้าให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะขาดการผลักดันจากรัฐบาลและเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก

     โดยในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาในปี 2550 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) จึงจัดโครงการพัฒนามหาวิทยาลัยสงฆ์ให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก ซึ่งปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง ของไทยคือ มจร. และ มมร. ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติเป็นมหาวิทยาลัย มีสภาพเป็นนิติบุคคล และอยู่ในการกับของรัฐบาลภายใต้การดูแลของกระทรวงศึกษาธิการในปี 2540

     นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวถึงที่มาของโครงการนี้ว่า สิ่งที่จะทำให้พุทธศาสนาเจิรญก้าวหน้าได้คือพระสงฆ์ ผู้ที่เป็นสื่อกลางในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ยอมสละเพศฆราวาสเข้าสู่เพศบรรพชิตด้วยความตั้งใจที่จะเผยแผ่คำสอนของพระสัมมนาสัมพุทธเจ้า ขณะนี้มีพระสงฆ์ที่กำลังศึกษาและสำเร็จการศึกษาจาก มมร.และ มจร.ทั่วประเทศนับแสน แต่ก็ไม่สามาถนำความรู้ไปรับใช้ประเทศได้อย่างสมบูรณ์ พระสงฆ์ที่สำเร็จการศึกษาส่วนใหญ่ไม่มีความมั่นใจในการสอนประชาชน จึงถึงเวลาแล้วที่จะหันมาเติมความรู้ให้พระสงฆ์ไทยสามารถนำไปเผยแผ่ให้สังคมโลกรับรู้อย่างมั่นใจ

 

นี่ก็โครงการและโครงสร้างซึ่งทำเป็นตุ๊กตาขึ้นมาเพื่อของบประมาณไปใช้
ทั้งๆ ที่ปัญหามิใช่เพียงเรื่องของงบประมาณ แต่มีปัญหาทั้งบุคคลากรและระบบการทำงานที่ห่วยแตก

 

      "ถ้าจะเปรียบเทียบมหาวิทยาลัยสงฆ์กับมหาวิทยาลัยที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นอกจากมหาวิทยาลัยสงฆ์จะมีจำนวนน้อยกว่า แถมอาคารสถานที่จะไม่โอ่อ่า แลดูสวยงามน่าอยู่แล้ว อุปกรณ์การเรียนการสอนยังล้าหลัง และไม่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนมากกว่าหลายเท่า เนื่องจากได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลไม่เพียงพอ การพัฒนาจึงล่าช้า แต่ถ้าได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างเพียงพอ ประกอบกอบกับความตั้งใจที่อยากจะยกระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์ของอธิการบดีทั้ง 2 แห่ง เชื่อว่ามหาวิทยาลัยมีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาได้อย่างแน่นอน"

      สำหรับแนวทางที่จะยกระดับมหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่งนี้อธิบดีกรมการศาสนา บอกว่า สิ่งแรกคงต้องสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ของพระสงฆ์ใหม่ คิดว่าจะรื้อฟื้นมหาวิทยาลัยใหม่อีกครั้ง ทั้งการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านกายภาพ การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านการศึกษา การวิจัย และการบริการสังคม ประยุกต์การจัดการเรียนการสอนเฉพาะทางพุทธศาสนาและปรัชญาให้เข้ากับวิทยาการสมัยใหม่ ตลอดจนพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับเป็นแหล่งข้อมูล และเป็นแม่ข่ายในการเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาทั่วโลก เพื่อให้มหาวิทยาลัยสงฆ์ 2 แห่ง สามารถเป็นองค์กรแกนนำในการกำหนดทิศทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม นำพาสังคมไปสู่อุดมคติอย่างมีประสิทธิภาพ

     นอกจากนี้จะจัดตั้งสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ทางพุทธศาสนา โดยให้พระสงฆ์ดำเนินงานเอง ไม่ว่าเป็นงานตัดต่อ ถ่ายทำรายการ ดำเนินรายการ ถ่ายทอดสดให้ความรู้กับสถาบันการศึกษาทั้งชาวไทยและต่างประเทศแล้ว ครูอาจารย์ที่จะมาให้ความรู้ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งสามารถถ่ายโอนสลับสับเปลี่ยนกันได้ระหว่าง 2 มหาวิทยาลัย สาขาวิชาไหนที่พระสงฆ์สมควรศึกษาต้องจัดให้ได้ศึกษาเช่นเดียวกับฆราวาส เช่น คอมพิวเตอร์ วิปัสสนา การประชาสัมพันธ์ การเทศน์ จิตวิทยา ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็เพื่อพัฒนาให้พระสงฆ์ที่สำเร็จการศึกษานำไปสร้างประโยชน์ให้สังคมด้วยการเผยแพร่ต่อบุคคลอื่นอย่างสมบูรณ์แบบ ให้สมกับทั่วโลกที่เห็นต้องกันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนา

     "พระสงฆ์ที่มีอยู่ขณะนี้ไม่สามารถรับใช้สังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ พระสงฆ์บางรูปสามารถเทศน์ให้คนเคลิบเคลิ้มได้ บางรูปสามารถสอนหนังสือเผยแผ่พระพุทธศาสนาได้เป็นอย่างดี ผมคิดว่าถ้าต้องการให้พุทธศาสนาเข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตของประชาชน จำเป็นต้องถวายความรู้ให้พระสงฆ์ด้านต่างๆ ทั้งทางโลกและทางธรรมตามความถนัดของพระสงฆ์แต่ละรูป แล้วความรู้ดังกล่าวจะถูกนำไปเผยแผ่ต่อไปผ่านการสอนศีลธรรม การให้ความรู้กับพระสงฆ์ไม่จำเป็นต้องให้ท่านศึกษาระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก อาจเปิดสอนในหลักสูตรระยะสั้นด้านต่างๆ เพื่อให้มีความรู้ในการสอนศีลธรรม หรือบริหารจัดการวัดได้ อย่างหลักสูตรบริหารวัด ใช้เวลาศึกษาประมาณ15 ชั่วโมง หรือ 3 เดือน"

     การสร้างให้ไทยเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาโลกใช้งบประมาณมากถึง 10,000 ล้านบาท เป็นอีกงานหนึ่งที่ยังรอคำตอบจากรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี

ข่าว : มติชน
9 พฤศจิกายน 2549

 


 

 

 

 

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by