ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยสำนึกในปฏิการคุณที่ท่านให้เกียรติมาเยือน
 

 

    

ดร.เจิมศักดิ์ วิพากษ์อัยการสูงสุด กรณีธรรมกาย

"ตกอยู่ภายใต้ระบอบทักษิณ"

 

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
อดีตเจ้าของรายการ "มองต่างมุม"

 

อัยการสูงสุด นายพชร ยุติธรรมดำรง มีคำสั่งให้อัยการฝ่ายคดีอาญา 5 ถอนฟ้อง ธัมมชโย กับพวก ฐานยักยอกทรัพย์และเงินวัดพระธรรมกาย ทั้งๆ ที่คดีอาญาดังกล่าว เป็นเรื่องที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่มีผลกระทบอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง และมีการสืบคดีมายาวนานกว่า 7 ปี
       
       ฝ่ายอัยการอ้างเหตุในการถอนฟ้องว่า บัดนี้ ธัมมชโย หรือนายไชยบูลย์ สุทธิผล อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และพวก ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของสงฆ์แล้ว ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังได้ให้ความร่วมมือช่วยเหลือกิจการของศาสนา ทั้งของคณะสงฆ์ ภาครัฐ และเอกชนจำนวนมาก อีกทั้ง ธัมมชโย กับพวกก็ได้มอบทรัพย์สิน ทั้งที่ดินและเงินกว่า 959 ล้านบาท คืนแก่วัดพระธรรมกายแล้ว จึงเป็นการปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชฯ ครบถ้วนทุกประการ ประกอบกับขณะนี้บ้านเมืองต้องร่วมกันสร้างความสามัคคีของคนในชาติทุกหมู่เหล่า เห็นว่าหากดำเนินคดีธัมมชโยกับพวกต่อไป อาจก่อให้เกิดความแตกแยก นอกจากนี้การดำเนินคดีต่อไปยังไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงมีคำสั่งให้ถอนฟ้องในคดีนี้
       
       ผมมีความรู้สึกหดหู่ใจอย่างมากต่อการถอนฟ้องในคดีดังกล่าว และมีความเห็นว่า ความยุติธรรมไม่ดำรง เสียแล้ว
       
       เรื่องนี้ มีข้อน่าสังเกต ดังต่อไปนี้
       
       1) อ้างว่า ธัมมชโย คืนเงินและที่ดินให้วัดธรรมกายแล้ว จึงถอนฟ้อง ยุติการดำเนินคดีในฐานยักยอกทรัพย์

       
       ประเด็นนี้ ไม่ต้องเป็นนักกฎหมายก็รู้ทัน เพราะการกระทำความผิดในฐานยักยอกทรัพย์ได้สำเร็จไปแล้ว นับตั้งแต่ที่จำเลยยักยอกเงินและที่ดินไป ครั้นเมื่อถูกจับได้ภายหลัง ถูกจับขึ้นโรงขึ้นศาลแล้ว แม้จำเลยจะนำเอาทรัพย์ที่ยักยอกไปกลับมาคืน ก็ไม่สามารถลบล้างการกระทำความผิดที่สำเร็จไปแล้วได้
       
       เปรียบเทียบกับ โจร ที่ลักควายไป ภายหลังถูกจับขึ้นศาล โจรนำควายมาคืน ก็ใช่ว่าจะรอดพ้นความผิดฐานขโมยควาย
       
       หากยอมรับบรรทัดฐานของอัยการแบบนี้ ต่อไป การยักยอกทรัพย์ก็ดี การขโมยก็ดี หรือการทุจริตคอรัปชั่นก็ดี มิจฉาชีพย่อมจะนำไปสอนสั่งกันต่อไปว่า ให้ยักยอกไปก่อน ขโมยไปก่อน หรือโกงไปก่อน หากวันไหนถูกจับได้ค่อยเอามาคืน ก็ยังสามารถพ้นความผิด!
       
       อย่าลืมว่า มูลค่าทรัพย์ที่ยักยอกกันไปนั้นไม่ใช่น้อยๆ ไม่ใช่ซาละเปาลูกละบาทสองบาท แต่เป็นเงินและที่ดินมูลค่าอย่างต่ำก็ระดับ 1,000 ล้านบาท
       
       2) อ้างว่า ขณะนี้บ้านเมืองต้องร่วมกันสร้างความสามัคคีของคนในชาติ หากดำเนินคดีธัมมชโยกับพวกต่อไป อาจก่อให้เกิดความแตกแยก และการดำเนินคดีต่อยังไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
       

       ประเด็นนี้ เป็นข้ออ้างที่เลื่อนลอย รับไม่ได้
       
       การสมานฉันท์หรือการสร้างความสามัคคีของคนในชาติไม่ใช่เรื่องของการ เกี้ยะเซี๊ยะ หรือ สมยอม กับผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง
       
       ตรงกันข้าม หากเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่มีบทบาทหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมไป เกี้ยเซี๊ยะ กับโจร โดยไม่ยอมบังคับใช้กฎหมาย ไม่ดำเนินการแก้ปัญหาข้อขัดแย้งอย่าง ยุติธรรม แปลว่า ไม่ ยุติ อย่าง เป็นธรรม บ้านเมืองก็จะไม่มีทางสมานฉันท์ได้อย่างแท้จริงเลย
       

       อัยการทราบได้อย่างไรว่า ศาลยุติธรรมจะมีคำพิพากษาในกรณีนี้ ออกมาในทิศทางใด และจะก่อให้เกิดความแตกแยกได้อย่างไร เพราะตามหลักการแล้ว ศาลยุติธรรมย่อมตัดสินคดีไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เป็นที่ยุติแก่ทุกฝ่ายในสังคม
       
       การถอนฟ้อง เป็นการ ตัดตอนคดี จนทำให้ไม่มีการพิจารณาคดีต่อไป สะท้อนว่า อัยการสูงสุดไม่เคารพในกระบวนการยุติธรรรมชั้นศาล หรือไม่?
       
       การอ้างว่า ดำเนินคดีต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ยิ่งเป็นข้ออ้างที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบในมิติของ บรรทัดฐานทางสังคม คุณค่า ค่านิยมสังคม จริยธรรมและคุณธรรมกฎหมาย
       
       การถอนฟ้องในลักษณะดังกล่าว กลับจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความน่าเชื่อของระบบและกระบวนการยุติธรรมโดยรวมในระยะยาว อย่างมาอาจจะประเมินค่าได้
       
       สังคมจะมีสภาพเป็นอย่างไร หากคนในสังคมมีความเชื่อว่า แม้นกระทำผิดก็ยังสามารถจะรอดพ้นความผิดได้ ?
       
       3) อ้างว่า ได้เผยแผ่พระพุทธศาสนาตรงตามพระไตรปิฎกและนโยบายของสงฆ์แล้ว ด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เป็นที่ยอมรับทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ
       

       ข้ออ้างนี้ก็ยังไม่เพียงพอ
       
       กรณีของ ธรรมกาย นั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า มีแนวความเชื่อและแนวทางปฏิบัติที่ขัดกับพระไตรปิฎกและพระพุทธศาสนา เช่น การสอนอย่างผิดเพี้ยนว่า นิพพานเป็นอัตตา รวมไปถึง การเรี่ยไรเงินนอกวัดผ่านทางกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดสร้างปูชนียวัตถุและปูชณียสถาน การชักชวนเรี่ยไรเงินโดยอ้างเอาความศักดิ์สิทธิ์ของพระของขวัญเป็นรางวัล การสร้างพระพุทธรูปโดยอ้างว่าสร้างขึ้นตามนิมิตที่เห็นในการทำสมาธิ ฯลฯ
       
       การอ้างว่า บัดนี้ วัดธรรมกายได้แก้ไขให้เป็นไปตามนโยบายของสงฆ์ และได้เผยแพร่โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มิได้เป็นข้อสรุปเสมอไปว่า จะถูกต้องตามพระไตรปิฏกและพระพุทธศาสนา แต่อาจจะเป็นไปได้ว่ามีการลักลอบใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำสถานีวิทยุโทรทัศน์อย่างผิดเจตนารมณ์กฎหมายบ้านเมืองอยู่ก็เป็นได้
       
       ข้ออ้างของฝ่ายอัยการดังที่ลำดับมานี้ จึงไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า อัยการสูงสุดสมควรจะถอนฟ้องในคดีดังกล่าว แต่ความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่าง ธรรมกาย กับ ทักษิณ-ไทยรักไทย กลับทำให้ข้อครหาและข้อสงสัยที่สังคมมีต่อความเป็นอิสระของอัยการสูงสุด เพิ่มน้ำหนักมากขึ้น
       
       ล่าสุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย ก็ได้ไปใช้พื้นที่วัดธรรมกายในการปราศรัยทางการเมือง มีการเกณฑ์ประชาชนมาจากทั่วประเทศร่วมแสน
       
       คนใกล้ชิดของแกนนำพรรคไทยรักไทย ก็ถือเป็นผู้บริจาคระดับแกนนำของวัดธรรมกาย
       
       ส.ว. สายรัฐบาลบางคน ก็เป็นถึงผู้ดูแลกองเงินและใช้เงินบริจาคของวัดธรรมกาย
       

       สายสัมพันธ์ระหว่าง ธรรมกาย กับ แกนอำนาจของรัฐบาลทักษิณ แน่นหนักถึงขนาดว่า ธรรมกายมีโควต้าให้สามารถส่งคนของตนเข้ามาเป็นรัฐนตรีในรัฐบาลทักษิณในสมัยหน้าได้ !
       
       และ ธรรมกาย ก็จะสามารถทำสถานีวิทยุโทรทัศน์เป็นของตนเอง กระจายเสียงออกอากาศได้ แม้ขณะนี้กฎหมายจะห้ามมิให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ใหม่
       
       ไม่แปลกใจ การตัดสินถอนฟ้องในครั้งนี้ เกิดครหาสงสัยว่า การตัดสินใจของอัยการสูงสุดเป็นอิสระจากการครอบงำแทรกแซงของระบอบทักษิณ หรือไม่?
       

       พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้ความเห็นว่า
       
       "คิดอยู่แล้วว่าผลต้องออกมาแบบนี้ เพราะศิษย์วัดพระธรรมกายมีอยู่ในบ้านเมืองเยอะ เป็นผู้มีอิทธิพลทางการเมือง คนใหญ่คนโตในบ้านเรา... ในส่วนของรัฐบาลเองก็อาจจะไม่เอาจริงเรื่องนี้ เพราะอาจจะเห็นประโยชน์ที่จะเกื้อกูลกัน อย่างเรื่องที่รัฐบาลไปใช้สถานที่จัดประชุมผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า มีนักการเมืองไปฝังตัวอยู่มาก หากรัฐเห็นประโยชน์จากวัดพระธรรมกาย แม้จะผิดแต่คงไม่มีใครกล้าเอาผิด"
       

       
ระบอบทักษิณและบริวารของระบอบทักษิณ เหิมเกริมอย่างถึงที่สุดแล้ว !

ข่าว : ผู้จัดการ
28 สิงหาคม 2549

 


 

 

 

 

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by