พระมหานรินทร์ ใน อินเดีย ตอนที่ 5

 

ตอนที่ 4 ที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนนำท่านผู้อ่านเข้ากราบพระแท่นวัชรอาสน์และพระศรีมหาโพธิ์ ทางด้านหลัง คือในทิศตะวันตกของพระมหาเจดีย์พุทธคยา พร้อมทั้งนำเสนอโคน-ต้น-กิ่ง-ใบ-ค่าคบ ฯลฯ ของพระศรีมหาโพธิ์อย่างที่เรียกว่าทุกมุมมอง ทั้งภาพรวมทั้งต้น ทั้งภาพขยายใบพระศรีมหาโพธิ์ จนแน่ใจว่าคงเพียงพอแล้วสำหรับพระศรีมหาโพธิ์ จึงพักการเป็นไกด์ไว้ชั่วคราว เก็บข้าวของบินไปร่วมประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 18/2553 ที่วัดมงคลรัตนาราม เมืองแทมป้า รัฐฟลอริด้า ในวันที่ 21-25 พอกลับมาก็มีเมล์สั่งอาหารเพิ่ม ว่าตอนที่ 5 เมื่อไหร่จะฉาย สงสัยเป็นหนังวิ่งเหมือนสมัยก่อน คือฉายพร้อมกันหลายโรง โรงนี้ 1 ม้วน พอม้วนแรกฉายจบก็วิ่งรถไปเอาม้วน 2 มาจากโรงอื่น เหมือนวิ่งเปรี้ยวหรือวิ่งผลัด กว่าจะมาถึงก็กินเวลาเป็นชั่วโมง ช่วงที่ "วิ่งหนัง" อยู่นั้น ก็จัดนักพูดขึ้นโฆษณาขายยาไปพลางๆ ใครเคยดูหนังกลางแปลงคงจำได้

 

ก็เอาละ เวลาหิวท่านไม่ให้พูดมาก จึงขอนำท่านผู้อ่านเดินทางต่อไป ในบัดเดี๋ยวนี้

 

 

 

 

ขออธิบายตรงนี้อีกนิดหนึ่งว่า พระเจดีย์พุทธคยานั้น มีกำแพงล้อมไว้ทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านก็มีประตูเจาะออกไปตรงกลาง โดยประตูทางทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก นั้น มีคานเหมือนวงกบอยู่ด้านบน เว้นแต่ประตูด้านหน้า คือทิศตะวันออก ซึ่งเป็นประตูโล่ง ไม่มีคาน แต่สิบปากว่าหรือจะเท่าตาเห็น เอ้า เชิญดูเอาเองก็แล้วกัน

 

 

ประตูด้านหน้า (ทิศตะวันออก)

 

ประตูทิศเหนือ

 

ประตูทิศใต้

 

ประตูทิศตะวันตก (ด้านหลัง)

ทุกประตูนั้นกว้างเท่ากัน แต่สำหรับประตูทิศตะวันตก หรือด้านหลัง ซึ่งมีพระศรีมหาโพธิ์อยู่นั้น กลับแคบกว่าประตูอื่น  ทั้งนี้เพราะมีสิ่งก่อสร้างเป็นตู้ติดกระจกตั้งอยู่ตรงกลางประตู ทิ้งช่องซ้าย-ขวา ไว้ให้เป็นที่เดินเข้า-ออก

 

ตู้กระจกที่ว่า สองช่องซ้าย-ขวา กว้างซัก 2-3 ศอก พอเบียดกันเข้าได้

 

ด้านบนตู้และซุ้มประตู

 

เหลือทางเข้ากว้างขนาดนี้แหละ

 

ถ่ายภาพรวบขึ้นด้านบน

 

ในตู้มีพระพุทธรูปตั้งอยู่ 2 องค์

 

องค์ใหญ่ น่าตักน่าจะประมาณ 12 นิ้ว ศิลปะออกไปทางพม่า

 

 

ที่ฐานของพระมีชื่อผู้บริจาคไว้

 

องค์นี้ถ้าไม่จีนก็เป็นทิเบต

 

ด้านข้างตู้

 

ลวดลายบนเสากำแพงและซุ้มประตูทางเข้าทิศตะวันตก

 

 

กำแพงทิศเหนือ ถ่ายถัดจากตู้พระซึ่งอยู่ตรงกลางประตู

 

 

กำแพงทิศใต้ ถ่ายถัดจากตู้พระซึ่งอยู่ตรงกลางประตู

 

มุมกำแพงทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

 

 

กำแพงทิศเหนือ ด้านใน

 

ตรงนี้ น่าจะ..เป็นด้านใต้

 

ตรงนี้เป็นด้านหน้า ชัวร์ (เห็นอาคารสีแดงอยู่ขวามือ)

 

ดอกบัวและพระโพธิสัตว์ บนกำแพงรอบพระเจดีย์

 

ช่องนี้มีดอกบัวสองชั้น ไม่มีรูปพระโพธิสัตว์
แต่ดูสภาพแล้วทรุดโทรมอย่างหนัก

 

ช่องนี้ก็แตกระแหงแล้ว

 

เทวดาเหาะ บนเสาค้ำกำแพงรอบพระเจดีย์

 

ลวดลายบนเสารั้วด้านเหนือของพระเจดีย์ (ถ่ายจากด้านนอก)

 

ลวดลายบนเสาบนพระเจดีย์ ตรงพระศรีมหาโพธิ์
สังเกตว่ามีรั้วทองเหลืองอยู่ด้วย

 




บริเวณด้านหลังพระเจดีย์ (ทิศตะวันตก)

บริเวณด้านหลังพระพุทธคยามหาเจดีย์ที่ตรงหน้าตู้นั่นแหละ ตรงนี้สำคัญนัก ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินว่า มีผู้ศรัทธาเดินทางไปยังพุทธคยา เพื่อขอบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ แรกนั้นผู้เขียนก็เข้าใจว่า ในพุทธคยาคงจะมีโรงพระอุโบสถ หรือไม่ก็คงบวชกันภายในพระเจดีย์ แต่ความจริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่ คือว่า ภายในพระเจดีย์นั้นคับแคบ ไม่เพียงพอต่อพระสงฆ์นั่งหัตถบาส จึงไม่สามารถทำสังฆกรรมได้ ส่วนลานโดยรอบพระเจดีย์ก็คงพอจะทำได้อยู่ แต่ก็คงไม่สะดวก เพราะจะมีคนเดินประทักษิณอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น จึงมีการสร้างตู้สีเหลืองนั้นขึ้นมาตรงประตูด้านหลัง เพื่อเป็นจุดทำการบรรพชาที่ว่านี้ และเนื่องจากว่าสถานที่ตรงนี้เป็นที่โล่ง จะสมมุติเป็นโรงพระอุโบสถก็ไม่สะดวก จึงทำได้เพียงการบรรพชา คือว่าบวชสามเณรเท่านั้น ดังนั้นที่ได้ยินว่าใครไปบวชพระที่พุทธคยาแล้วเข้าใจไปว่า "อุปสมบทภายใต้พระศรีมหาโพธิ์" เช่นนี้ ถือว่าเข้าใจผิด เพราะตรงนี้มิใช่โรงพระอุโบสถ จึงไม่สามารถทำการอุปสมบทได้

แล้วถามว่า อ้าว แล้วจะให้ไปบวชพระที่ไหน คำตอบก็คือ โรงพระอุโบสถวัดไทยพุทธคยา หมายถึงว่า พอบวชเณรที่บริเวณหน้าตู้ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ตรงนี้เสร็จแล้ว ก็เดินทางไปบวชพระที่พระอุโบสถวัดไทยพุทธคยาอีกลำดับหนึ่ง ไม่งั้นก็ไม่เป็นพระ คือจะเป็นเพียง "เจ้าจั๋ว" หรือ "สามเณร" เท่านั้น ก็สรุปว่า ตู้สีเหลืองนั้นท่านทำขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแท่นทำพิธี แต่จะทำเป็นแท่นโล่งๆ ตั้งพระไว้เหมือนโต๊ะหมู่นั้นก็เกรงจะไม่ปลอดภัย จึงทำเป็นตู้ใส่พระให้มิดชิดไปเลย แล้วทีนี้เราก็จะไปดูพิธีบวชใต้พระศรีมหาโพธิ์กัน

 

พิธีบวชใต้พระศรีมหาโพธิ์ของคณะ บ.ย.ส.
ย่อมาจากคณะบริหารกระบวนการยุติธรรมชั้นสูง
รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ 13 หมายถึงว่าจัดบวชแบบนี้มา 12 รุ่นแล้ว

วันที่บวชก็คือ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2552

จำนวนผู้บวช 34 คน/รูป

 

ประธานสงฆ์คือ พระธรรมวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา
และคณะสงฆ์ทั้งไทยและอินเดีย ประกอบด้วย

 

พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริวิปุโล ป.ธ.9 Ph.D.) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และหัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย

พระราชรัตนรังษี (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ Ph.D.) เจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ และรักษาการเจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล ตำแหน่งรองหัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย

และคณะสงฆ์จากประเทศไทย ภายใต้การบัญชาการของพระธรรมสุธี (พีร์ สุชาโต) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านติดภารกิจ จึงจัดส่งพระเมธีวรญาณ (สายเพชร วชิรเมธี ป.ธ.9) วัดมหาธาตุฯ และพระครูวรกิตติโสภณ (เศรษฐกิจ สมาหิโต) เจ้าอาวาสวัดนาคปรก ไปเป็นตัวแทน

เริ่มแรกนั้น คณะทั้งหมดซึ่งพักในวัดไทยพุทธคยาบ้าง ที่โรงแรมใกล้กันบ้าง ประมาณ 8 โมงเช้า เดินทางถึงบริเวณพุทธคยา มีพระธรรมวรนายกและพระราชรัตนรังษี เป็นผู้นำทำพิธีดังที่เห็นในภาพ ส่วนประธานคณะ บ.ย.ส. ในครั้งนี้ก็คือ ท่านสบโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา แต่ท่านประสบโชคมิได้บวชด้วย สงสัยกลัวบวชแล้วจะติดใจไม่ยอมสึก

 


ขวา : พระธรรมวรนายก ประธานสงฆ์
ซ้าย
: พระราชรัตนรังษี

 

กุลบุตร คณะ บ.ย.ส. กล่าวคำอธิษฐานที่ด้านหน้าพระมหาเจดีย์

 

อธิษฐานเสร็จแล้วจึงกระทำประทักษิณ เวียนรอบพระเจดีย์
ท่านสบโชคถือพัดพระราชาคณะเดินตามประธานสงฆ์

 

 

เพื่อจะไปทำพิธี "บรรพชา-บวชเณร"
ภายใต้พระศรีมหาโพธิ์ทางด้านหลัง

 

 

แห่นาคแบบนี้ถ้าเป็นที่บ้านเราก็ต้องมีแตรวงประโคมให้ครึกครื้น

 

เอ้า ! มาละเหวย มาละวา มาแต่ของเขา ของเราไม่เห็นมา..ฯลฯ

 

ภาพต่อไปนี้ Who is who ดูกันเอาเองเด้อ

 


























คณะ บ.ย.ส. ถือว่าเป็นข้าราชการชั้นสูง เผอิญผู้เขียนไปถึงพุทธคยาก่อน จึงหลบมุมจับภาพเหล่านี้มาได้ แต่ก็ได้เฉพาะเท่าที่เห็นเท่านั้น เวลาทำพิธีอื่นใดนั้นไม่สามารถเข้าไปเก็บภาพได้ เพราะไม่เหมาะต่อสมณสารูป และทางทีมเขาก็มีตากล้องมืออาชีพรวมทั้งการถ่ายภาพยนตร์ไปถ่ายทำอีกต่างหาก เก็บภาพสุดท้ายนี้แล้วผู้เขียนก็หมดเวลา แต่ยังโชคดีที่มีคณะเล็กๆ เขาไปบวชแบบกันเอง จึงเก็บภาพการบรรพชาภายใต้พระศรีมหาโพธิ์มาฝาก เชิญทัศนา (หมายเหตุ คณะด้านล่างนี้มิใช่ บ.ย.ส.)

 

พิธีบรรพชาใต้พระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา
องค์กลาง
พระเทพโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา
พระอุปัชฌาย์

 

ก็นั่งทำพิธีกันอย่างง่ายๆ ตรงหน้าตู้นั่นแหละ
สวดเสียงดังหน่อยก็แล้วกัน

 

มุมด้านหลัง

 

 

ถวายเครื่องสักการะ (ธูป-เทียนแพ)

 

ตาลปัตร

 

อุบาสิกามอบผ้าไตร

 

พระพี่เลี้ยงพร้อม

 


เอสาหัง ภันเต สุจิระปะรินิพพุตัมปิ ฯลฯ

 

บทไหนนะ ชักลืม !

 

กล่าวเสร็จก็ถวายผ้าแก่พระอุปัชฌาย์

 

มอบกายถวายชีวิตนี้แด่พระรัตนตรัย

 

กราบลงพร้อมๆ กัน

 

รับโอวาท  อนุสาสน์พระนวกะ

ตัวเธอทั้งสอง มีจิตศรัทธา มากล่าวคำขอบรรพชาต่อพระสงฆ์ ฯลฯ

 

พ่อแม่พี่น้องและญาติๆ ก็ปลื้มใจ

 

เตรียมจตุปัจจัยถวายพระ

 

สำเร็จเป็นสามเณรแล้ว

หากอยากจะเป็นพระภิกษุ ก็ต้องไปบวชที่วัดไทยพุทธคยา

 

ที่นำเสนอไปแล้วนั้น เป็นการบรรพชาใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็น "ครั้งหนึ่งของชีวิต" ใครได้บวชก็ปลื้มใจไปจนวันตาย และทีนี้ผู้เขียนจะพาท่านผู้อ่านไปทัศนาบริเวณโดยรอบพระเจดีย์พุทธคยา โดยเฉพาะทิศเหนือว่าเป็นเช่นใด ดูในแผนที่ข้างบน จะเห็นว่า ทิศเหนือของพระมหาเจดีย์นั้น มีอะไรกลมๆ อยู่หลายวง แบ่งออกเป็น 2 แถว ซึ่งก็คือ ดอกบัวศิลาหรือบัวหิน แถวแรกนั้นวางอยู่บนฐานปูนซีเมนต์สูงประมาณเอวคน ส่วนแถวที่สองนั้นตั้งอยู่บนพื้น Take a look

 

ทิศเหนือของพระเจดีย์

 

ป้ายบอกว่า พระพุทธเจ้าทรงใช้เวลาสัปดาห์ที่ 3 หลังการตรัสรู้
เดินไปมาอยู่ในบริเวณนี้ ดอกบัวจึงเป็นสัญลักษณ์แห่งการเดิน

 

ถ่ายภาพออกมาทางกำแพง

 

นับเอาเองนะ ว่าบัวแต่ละแถวมีกี่ดอก

 

แถวบน

 



 

ดอกดาวเรือง เหลือง-แดง ชาวอินเดียนิยมใช้บูชาพระ

 

ภาพมุมกลับ

 

แปลกใจว่า เขาใช้น้ำใส่จอกบูชาด้วย

 

ทุกเช้าเราจะเห็นการบูชาเช่นนี้

 

แถวล่าง

 


ตรงนี้มีบัวไม่ครบ ไม่รู้หายไปไหน ใครเอาไป ?

 

 

บัวแถวบน

 

บัวแถวบน

 

บัวแถวบน

บัวแถวบน

รูปนี้ชัดเจนหน่อย

 

บัวบนพื้น แกะจากหินทรายแดง อายุน่าจะกว่าพันปี

 

 

วันนี้ขอพาท่านผู้อ่านเดินจงกรมชมพระเจดีย์อยู่แถวๆ นี้แหละ

พบกับพระมหานรินทร์ในอินเดีย ตอนที่ 6 เร็วๆ นี้

 

 

พระมหานรินทร์ นรินฺโท
วัดไทย ลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา
27
มกราคม  2553
6
:00 P.M. Pacific Time.

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003

alittlebuddha.com  วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264