ไม่เอา..ดาวแปรพักตร์ !

 

 

เจ้าคุณพิพิธฉุนถูกตั้งฉายาไม่หล่อ

 

ขอตั้งตัวเองเป็น..ดาวค้างฟ้า

 

โต้แรง..ผู้ตั้ง ไม่น่าเชื่อถือ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อา..ถามว่าเกิดอะไรขึ้นฮะ ท่านเจ้าคุณพิพิธถึงติดเบรคไม่อยู่ ? ก็ตอบได้ว่า มีเพจหรือเว็บไซต์ที่ชื่อ thebuddh.com ก่อนสิ้นปี 64 ได้ทำสกู๊ปพิเศษ "ตั้งฉายาให้พระดัง" ทำนองสื่อมวลชนรัฐสภาตั้งฉายาให้รัฐมนตรีก่อนสิ้นปี ซึ่งปีนี้ มีพระดังที่ถูกตั้งฉายาจำนวน 10 รูปด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ "เจ้าคุณพิพิธ" หรือพระเทพปฏิภาณเวที เจ้าของ "ครัวหลวงตาแดง" แห่งวัดสุทัศนเทพวราราม ซึ่งโด่งดังทั้งด้านการเทศน์และแต่งกาพย์กลอน ถูกวางไว้ในอันดับที่ 5 ได้ฉายา "ดาวแปรพักตร์"

 

 

โดยทางผู้ตั้งฉายาได้ยกสาเหตุที่มาของ "ดาวแปรพักตร์" ครั้งนี้ว่า แต่เดิมมานั้น ท่านเจ้าคุณพิพิธเป็น "ดาวเด่น" ในวงการสงฆ์ เป็นนักพูดนักเขียน และนักต่อสู้เรียกร้องเพื่อความยุติธรรม ผ่านทั้งสื่อหรือบทกวี กล้าออกมาเตือนสติผู้มีอำนาจและสังคมเรื่อยมา แม้แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทน์โอชา ท่านก็กล้าตักเตือน จนตนเองก็ถูกตักเตือนด้วย ทำให้ต้องเงียบไปบ้าง ซึ่งนั่นยังไม่ถือว่า "แปรพักตร์" เพราะการเงียบนั้น อุดมการณ์อาจจะยังไม่เปลี่ยน เปลี่ยนแค่ "วิธีการ" ก็เป็นได้ เหมือนเจ้าคุณประสารสื่อสารถึงแฟนคลับไปนั่นแหละ

 

 

แต่ที่เพจดังกล่าวเห็นว่าเจ้าคุณพิพิธ "เปลี่ยนไป" เต็มร้อย ก็ในกรณีที่ออกมา "สอนน้อง" สองกุมารทองแห่งวัดสร้อยทอง คือ พระมหาไพรวัลย์และพระมหาสมปอง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นทิดไปแล้วนั้น เห็นว่า พฤติกรรมของเจ้าคุณพิพิธ มิใช่การออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อความยุติธรรมในสังคมอีกต่อไป หากแต่เป็นการ "พินอบพิเทาเอาใจผู้มีอำนาจในมหาเถรสมาคม ไม่สนใจจะโอบอุ้มดูแลพระหนุ่มเณรน้อยที่โดนรังแค เอ๊ย รังแก" จะบอกว่าเจ้าคุณพิพิธ "เท" ประชาชน หันไป "อุ้ม" รัฐบาล ผ่านมหาเถรสมาคม ก็คงว่าได้ ก็เลยตั้งฉายาใหม่ให้เจ้าคุณพิพิธว่า "ดาวแปรพักตร์" ไปดังกล่าว

 

 

(ข่าวเชิงลึกระบุว่า เจ้าคุณพิพิธ "สนิท" กับสมเด็จธงชัย วัดไตรมิตรมาก แถมคุ้นเคยกันมานานหลายสิบปี ใกล้ถึงขนาด "ส.ว.วันชัย" ยังนั่งรอบนอก เมี่อสมเด็จธงชัยถูกเด็กรุ่นลูกพูดจาท้าทาย คนที่รู้ความนัยดีที่สุดก็คือเจ้าคุณพิพิธ การออกมาพูดสะกิดพระมหาไพรวัลย์ จึงถือว่าเป็นการส่งสัญญาณจากตัวจริงเสียงจริง แต่เสียดายที่..เขาไม่ฟัง แถมยังตั้งฉายาให้อีก มันจึงถือว่าท้าทาย" 

 

 

พอได้ทราบว่า สื่อดังกล่าว "บังอาจ" ตั้งฉายาให้แก่ตนเองโดยพลการเช่นนั้น เจ้าคุณพิพิธซึ่งถือว่าเป็นผู้อาวุโส คลุกคลีอยู่ในแวดวงสื่อมานาน เห็นว่า พวกเพจ-thebuddh น่ะ เพิ่งจะหัดเดินได้ไม่กี่ปี ยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางในวงการสงฆ์ บังอาจ "สุมหัว" กันละลาบละล้วงตนเองซึ่งอาวุโสกว่า แบบว่าข้ามรุ่น ก็ต้องไม่พอใจ งานนี้ต้อง "สั่งสอน" กันซักหน่อย บอกให้รู้ "ทางเส้นนี้พี่เดินมาก่อน" ดังนั้น ตชด.ขอร้องว่าอย่าแหยม ให้มันรู้ว่าหมู่หรือจ่า

 

 

บอกก่อนว่า ถ้าพูดถึงพระไทยในวงการสื่อแล้ว เจ้าคุณพิพิธก็มิใช่คนใหม่ หากแต่เป็นคนเก่า แถมทั้งเก่าและเก๋าประสบการณ์ด้วย เจ้าคุณพิพิธ คือชีต้น ของสื่อใหญ่ค่าย..มติชน ของ "บิ๊กช้าง-ขรรค์ชัย บุนปาน" เจ้าพ่อแห่งวงการสื่อไทย แม้แต่ "มหาไพรวัลย์" ก็เดินตามเข้าค่ายนี้ "ทีหลัง" ก่อนจะโด่งดังเป็นดาวบ้านนา ดังนั้น ที่ท่านเจ้าคุณพิพิธออกมาเตือนสติมหาไพรวัลย์ไปนั้น ก็ถือว่าพอฟัง เพราะถือว่าเป็นการ "สอนน้อง"

 

 

แต่การที่สื่อใหม่ในวงการนามว่า thebuddh.com จะบังอาจ "สอนพี่" ด้วยการตั้งชื่ออย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าตั้งดีก็ดีไป แต่ถ้าตั้งแล้วไม่ถูกใจ มวยรุ่นใหญ่ระดับ "เจ้าคุณพิพิธ" คงไม่ยอมให้ใคร "กินฟรี" นี่เลยเป็นที่มาของการ "ยำใหญ่ใส่สื่อ" ดังกล่าว แบบอยากบอกให้รู้ว่า ไม่แน่จริงอย่าแหยม ฉันไม่ใช่ของเล่น มันคนละชั้น อะไรทำนองนั้น

 

 

 

 

 

ทำอาหารแจกฟรี แต่จะมา "ตีกินฟรีๆ" นั้น หลวงตาแดง ไม่ยอม !

 

 

 

"แต่ในปีนี้กลับมี "ผู้รวมหัวกัน" ตั้งฉายาพระภิกษุสงฆ์ พฤติกรรมเช่นนี้ควรทบทวนโดยสามัญสำนึกว่าเหมาะสมหรือไม่ การบริหารคณะสงฆ์ ตื้นลึกหนาบาง ไม่มีใครรู้จริง การตั้งฉายาแบบนี้เป็นการสนุกปาก ปากคนครหา ปากกานินทาพระสงฆ์ ถ้าฆราวาสทั่วไปทำ ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าเป็นคนเคยบวชเป็นถึงมหาเปรียญมาทำอย่างนี้ ถือว่าขาดมโนธรรมอย่างรุนแรง เก่งจริงทำไมสึก การใส่ร้ายป้ายสีง่ายมาก จิ้มว่าใครง่ายเหลือเกิน ถามว่าทำแล้วได้อะไร อาตมาไม่สืบ เพราะไร้ประโยชน์ แต่ขอให้นึกถึงตราบาปว่าเป็นการเล่นบนกบาลพระ ขอให้ลองกลับไปคิดดูใหม่ ปี 64 ทำขนาดนี้ ปี 65 คงกำเริบเสิบสานยิ่งขึ้น.."

เจ้าคุณพิพิธร่ายกลอนสดเป็นทางยาว จั่วหัวแรง "รวมหัวกัน" แปลอีกสำนวนหนึ่งก็คือ "สุมหัวกัน" แบบว่า "ตบศีรษะเอาคืน" พวกคุณเป็นเด็ก อย่ามาเล่นข้ามรุ่น ระดับ..เจ้าคุณพิพิธ ฉายานี้มิใช่ได้มาโดยบังเอิญ ต้องใช้เวลาสะสมเครดิตนานเกือบ 40 ปี แต่ดันถูกเปลี่ยนเป็น "ดาวแปรพักตร์" ไปแบบนี้ ก็เสียหายหลายแสนซีฮะ ไม่สอนสั่งซะมั่งคงจะไม่สำนึกตัว ซึ่งคิดว่า หลังจากได้ฟังเจ้าคุณพิพิธแล้ว ทางกองบรรณาธิการเว็บไซต์แห่งนั้น ก็คงจะ "รวมหัว" กันประชุมอีกรอบ เพื่อประเมินสถานการณ์

ความจริงแล้ว เจ้าคุณพิพิธท่านก็ย่อมรู้ว่า พวกที่สุมหัวกันตั้งฉายาพระในปีนี้น่ะเป็นพวกไหน ท่านถึงได้ระบุว่า "พวกมหาเก่า" ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง บังอาจจับหัวพระเล่น  พฤติกรรมเช่นนี้ สมัยโบราณก็เรียกว่า "อัปรีย์" กันเลยทีเดียว

"ปี 64 ทำขนาดนี้ ปี 65 คงกำเริบเสิบสานยิ่งขึ้น.." เจ้าคุณพิพิธตบท้าย มองไปถึงปีหน้า แบบว่าถ้าปีนี้ไม่ออกมาว่ากล่าว ปีต่อไปก็อาจจะกำเริบเสิบสานไปกันใหญ่ ดังนั้น การตั้งฉายาพระสงฆ์คงต้อง "จบลง" ในปีนี้ ขืนปีนี้ไม่จบ ก็จะต้องมีรายการ "เช็คบิลครั้งใหญ่" ใครเป็นใครใน thebuddh.com ก็จะต้องถูก "ผู้ใหญ่" ในมหาเถรสมาคม "หมายหัว" อยู่ในสังคมวัดยาก เพราะเชื่อว่า มีพระผู้ใหญ่หลายรูป "ไม่ปลื้ม" กับฉายาที่สื่อตั้งให้ ได้เจ้าคุณออกโรงเช่นนี้ก็ดี

 

"เอาเลยเจ้าคุณ เอาให้พวกมันรู้เสียบ้าง ไม่รู้ที่ต่ำที่สูง"

 

เสียงกระซิบจากหลายรูปที่ถูกตั้งฉายา ยิ่งบางรูปกำลังขึ้นสู่ที่สูง พอถูกตั้งฉายาล้อเลียนเป็นดาวตลก ที่สูงที่หมายตาไว้ระดับ "ชั้นเทพ-ชั้นพรหม" ก็จะกลายเป็น "ลิงขึ้นต้นไม้" ดูไม่ได้ แบบนี้จะอยู่กันยังไง ไอ้พวกเปรียญเก่า หากินกับพระแท้ๆ แต่ไม่รักษาพระไว้บ้าง แบบนี้คงอยู่ด้วยกันไม่ได้ ถ้าไม่หยุดล้อเลียนพระ เจ้าคุณพิพิธก็จะตั้ง "กองสอดแนม" หรือเสือป่าแมวเซา เอาชื่อพวกนี้ไปถวายให้พระเถระในมหาเถรสมาคมขึ้นแบล๊กลิสต์ติดคำสั่ง "ห้ามพวก thebuddh เข้าวัด"  กรณีคงไม่ต่างไปจาก "สองกุมารทอง" แห่งวัดสร้อยทองนั่นเอง

 

ว่าไม่ฟังยั้งไม่อยู่ ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้

อาจจะไม่ต้องขอโทษ แต่ขอให้หยุด

ขืนปลายปีนี้ (65) ถ้ายังไม่หยุด จะมีเรื่องใหญ่

ไม่เชื่อคอยดู ไม่ได้ขู่ แต่เอาจริง

จาก..หลวงตาแดง

 

 

 

 

 

 

อยากเป็น "ดาวค้างฟ้า" ไม่อยากเป็น..ดาวแปรพักตร์

 

 

 

 

เจ้าคุณพิพิธ โดนฉายา ดาวแปรพักตร์ 64 ติงขาดสำนึก เอาพระมาเล่นสนุก ยันเป็นดาวค้างฟ้า เผยแผ่ธรรมะมา 36 ปี

 

เมื่อวันที่ 1 มกราคม พระเทพปฏิภาณวาที หรือเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม เจ้าคณะเขตดุสิต เปิดเผยต่อมติชน กรณีเว็บไซต์ https://thebuddh.com/ ตั้งฉายาพระภิกษุสงฆ์ประจำปี 2564 จำนวน 10 รูป โดยเจ้าคุณพิพิธได้รับฉายา ดาวแปรพักตร์

เจ้าคุณพิพิธกล่าวว่า ขอฝากข้อคิดไว้เป็นมโนธรรมสำนึกว่า โดยปกติแล้วฉายาในลักษณะนี้ผู้สื่อข่าวมักประชุมกันเพื่อตั้งล้อเลียนนักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และศิลปินดารา แต่ในปีนี้กลับมี "ผู้รวมหัวกัน" ตั้งฉายาพระภิกษุสงฆ์ พฤติกรรมเช่นนี้ควรทบทวนโดยสามัญสำนึกว่าเหมาะสมหรือไม่

"การบริหารคณะสงฆ์ ตื้นลึกหนาบาง ไม่มีใครรู้จริง การตั้งฉายาแบบนี้เป็นการสนุกปาก ปากคนครหา ปากกานินทาพระสงฆ์ ถ้าฆราวาสทั่วไปทำ ไม่ว่าอะไร แต่ถ้าเป็นคนเคยบวชเป็นถึงมหาเปรียญมาทำอย่างนี้ ถือว่าขาดมโนธรรมอย่างรุนแรง เก่งจริงทำไมสึก การใส่ร้ายป้ายสีง่ายมาก จิ้มว่าใครง่ายเหลือเกิน ถามว่าทำแล้วได้อะไร อาตมาไม่สืบ เพราะไร้ประโยชน์ แต่ขอให้นึกถึงตราบาปว่าเป็นการเล่นบนกบาลพระ ขอให้ลองกลับไปคิดดูใหม่ ปี64 ทำขนาดนี้ ปี65 คงกำเริบเสิบสานยิ่งขึ้น ขอให้ใช้วิจารณญาณ" เจ้าคุณพิพิธกล่าว

สำหรับฉายา ดาวแปรพักตร์ เจ้าคุณพิพิธกล่าวว่า ไม่สะเทือน เพราะตนคือดาวค้างฟ้า ผู้เผยแผ่พระธรรมคำสอนมาตั้งแต่ พ.ศ.2528 จนบัดนี้เป็นเวลาถึง 36 ปี

 

 

 

 

ที่มา : มติชน : 2 มกราคม 2565

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264