หลวงตาอินทร์หลุดแรง

 

 

ตอบโต้ผู้เห็นต่างกรณีพระครูเล็ก

 

 

เล่นคำแรง..จับปลายความ งมปลาย ค-ว..

 

 

 

 

 

 

 

 

เปิดยุทธการ..เขย่าต้นมะม่วงกรุงเทพฯ

 

เจ้าคุณอินทร์ถวาย

หัวหน้า "ทีมผู้ว่า" กาฬสินธุ์

 

ผู้เอามือแหย่รังมดแดง จนแดงไปทั้งวัดป่า

 

พระป่าสุปฏิปันโน พูดคำหยาบ ไม่ผิดค่ะ สาธุ

 

 

 

 

 

 

 

 

ไม่รู้ความจริง ไม่ควรพูด

 

 

 

"ไม่รู้ความจริง ไม่ควรพูด" เป็นหนึ่งในหัวข้อธรรมสำคัญของหลวงตาอินทร์ ซึ่งการเทศน์เรื่องประสบการณ์ส่วนตัวนั้น จะจริงหรือไม่จริงก็คงไม่มีใครโต้แย้ง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว จะเชื่อหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่การนำเรื่อง "ส่วนรวม" มาพูดนั้น เนื่องเพราะเรื่องนั้นเกี่ยวพันกับหลายฝ่าย จึงมีผู้รู้มากมาย และรู้แตกต่างกันไป การพูดของ "หลวงตาอินทร์" จึงเป็นเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ไม่ครบทุกด้าน ผู้ที่ไม่รู้และเชื่อตามหลวงตาอินทร์ ก็คงจะอินไปกับตาอินด้วย แต่ผู้อื่นที่รู้เรื่องเดียวกันแต่แตกต่างกัน ท่านนั้นๆ ก็ย่อมจะเห็นแตกต่างกัน เหมือนตาบอดคลำช้าง เรื่องแบบนี้เถียงกันให้ตายก็ไม่จบสิ้น ดังนั้น ถ้าไม่รู้จริงก็ไม่ควรพูด แต่ถามว่า ตาอินทร์พูดทำไม ในเมื่อไม่รู้ ?

 

 

 

 

 

 

 

ตาอินทร์ เปิดใจรอบสอง หลังจากรอบแรก..ไม่เคลียร์

 

รอบนี้ นอกจากจะยิ่งไม่เคลียร์แล้ว ยังเละกว่าเดิม

 

จับปลายความแล้วใช่โดน "คว.." เท่านั้น แต่ยังโดนขี้อีกด้วย

 

 

 

 

เรื่องแรกที่หลวงตาอินทร์ออกมาเคลียร์ก็คือ กรณีตั้งเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ซึ่งหลวงตาอินทร์ "เพิ่งจะ" ยอมรับในวันนี้นี่เองว่า ตนเองเป็นผู้ "เสนอมติ" ต่อคณะสงฆ์ในวันนั้น ว่าท่านเจ้าคุณวงษ์ไทย ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากมหาเถรสมาคม ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์อุดรธานีนั้น "ยังไม่สง่างาม" ทำนองชิงสุกก่อนห่าม แต่งงานก่อนวัย อะไรทำนองนั้น

 

 

แต่สำหรับกรณี "พระครูเล็ก" ซึ่งมีผู้ต่อต้าน "ทั้งจังหวัด" พระอินทร์กลับยุให้ "รับไว้ก่อน" สง่างามหรือไม่กลับไม่พูดถึง ถ้าว่าสง่างาม ก็ทำไมไม่รีบนำพระครูเล็กไปนั่งเก้าอี้เสนาบดีเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ให้เห็นเป็นบุญตาเล่า จะขี่ม้าเลียบค่ายไปมาจนน่าเบื่อทำไม แน่จริง พรุ่งนี้ พระอินทร์เดินหน้าพาพระครูเล็กไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์เลยสิ กล้าหรือเปล่าล่ะ อยากโดนมดแดงกาฬสินธุ์ทั้งจังหวัดกัดก็ลองดูสิ นี่มิได้ท้านะ แต่อยากจะเห็น..เป็นกรณีศึกษา เท่านั้นเอง

 

 

คำพูด "ก่อน" และ "หลัง" ของหลวงตาอินทร์ จึงเป็น "กรณีศึกษา" ดังที่หลวงตาอินทร์ย้ำแล้วย้ำอีก ให้ลูกศิษย์ลูกหาฟัง เพื่อเป็น..กรณีศึกษา แต่ฟังแล้วจะโง่หรือว่าฉลาดก็ไม่รู้ซีฮะ เพราะพวกนั้นเขาเชื่อหลวงตาอินทร์พูดเพียงคนเดียวในโลก คงเห็นหลวงตาอินทร์เป็นพระศาสดาไปแล้วล่ะ ถึงได้หัวปักหัวปำ ไม่ใช้เหตุผลอะไรในการพิจารณา ใช้ความศรัทธาเพียวๆ

 

 

"การเท้าความ" ซึ่งหลวงตาอินทร์เรียกด้วยสำนวนพระป่า (เถื่อน) ว่า "จับปลายความ งมปลายคว.." นั้น ความจริงแล้วก็ "หลวงตาอินทร์" นั่นเอง เป็นผู้เริ่ม "จับปลายความ" ก่อน เพราะท่านย้อนเรื่องราวกลับไปตั้งแต่สมัย "หลวงตามหาบัว" ซึ่งเป็น "พ่อแม่ครูอาจารย์บังเกิดเกล้า" ของหลวงตาอินทร์ ได้เริ่มแสดงบทบาททางการเมือง ด้วยการนำพระป่าออกมาประท้วง "คำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ของรัฐบาล ในเดือนมกราคม พ.ศ.2547 จนนำไปสู่การปรับอาบัติ "ปาราชิก" สมเด็จเกี่ยว และทำฎีการ้องเรียนสำนักพระราชวัง ขอให้ปลดสมเด็จเกี่ยว แต่ไม่เป็นผล

 

 

หลวงตาอินทร์ยัง "จับปลายความยาว" สาวความยืด มาจนถึงความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ "พระครูเล็ก" จนกระทั่งเกิดกรณี "แต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์แบบข้ามห้วย" ดังกล่าว รวมทั้งบทบทของพระครูเล็ก ที่เดินตามก้นหลวงตาอินทร์ต้อยๆ ปล่อยให้สังคมไทยมองด้วยสายตาพิศวง ว่าสองรูปนี้มีอะไรกัน ทำไมพระครูเล็กต้องเดินตามกันหลวงตาอินทร์ และสุดท้าย หลวงตาอินทร์ก็ประกาศตนเองเป็น "ผู้อยู่ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องข้าง และเบื้องบน" ของ..พระครูเล็ก เจ็บไหมล่ะคะ ไหนว่าเป็นพระป่า ไม่รู้เรื่องและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเรื่องอำนาจ

 

 

การสร้างวาทกรรมเปรียบเทียบว่าด้วย "ตำแหน่งผู้ว่ากับตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด" ของพระอินทร์นั้น ฟังยังไงก็เข้าใจว่า "เป็นการสร้างความชอบธรรม" หรือ "ความสง่างาม" ให้แก่พระครูเล็ก ทั้งๆ ที่พระโยมกาฬสินธุ์เขา "คัดค้าน" กันทั้งเมือง แต่หลวงตาอินทร์กลับหามองเห็นไม่ เห็นแต่พระครูเล็กเพียงคนเดียว เพราะเดินตามก้นตนเอง จึงดมตดได้ แถมเห็นชัดเจนกว่าชาวกาฬสินธุ์ทั้งจังหวัด ทั้งๆ ที่ในกรณี "เจ้าคุณวงษ์ไทย" นั้น ตาอินทร์ได้วินิจฉัยเป็น "กรณีศึกษา" เอาไว้อย่างชัดเจนว่า "ยังไม่สง่างาม" เป็นดับเบิ้ลแสตนดาร์ดของพระกรรมฐาน ทั้งๆ ที่ทั้งสองรูปก็ได้รับแต่ตั้งจาก "มหาเถรสมาคม" เหมือนกัน

 

 

ถามว่า พระครูเล็กวันนี้สง่างามหรือไง ?

 

 

การจับปลายความ ต่อความยาวสาวความยืด แบบพระอินทร์นี่แหละ สาวไปสาวมาปรากฏว่า  เจอคว.. เข้าจังเบอร์ เพราะมีคนเข้าไปแสดงความเห็นต่าง แถมวิพากษ์วิจารณ์ "วงการพระกรรมฐาน" ของหลวงตาอินทร์ ว่ายังมัวเมาอยู่ในลาภยศสรรเสริญ ไม่ปล่อยวางเหมือนพระกรรมฐานรุ่นเก่า รุ่นนี้เอาแต่เงินแต่ทองมาเป็น "โซ่คล้องใจ" ระหว่างกันและกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

"ระวังวาจา พิจารณาก่อนพูด" หลวงตาอินทร์ย้ำแล้วย้ำอีก ว่าให้ระมัดระวัง แต่ตนเองกลับ "ไม่" ระมัดระวัง เพราะพูดไปพูดมา ปรากฏว่า "ไม่รู้" หลวงตาอินทร์พูดเองว่า พระครูเล็กก็ไม่มีความรู้ ส่วนมหาเถรสมาคมนั้น ตนเอง (พระอินทร์) ก็ไม่รู้ ว่าท่านตัดสินใจอย่างไร ถึงได้ตั้งพระครูเล็กเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นปัญหาพัวพันมาถึงหลวงตาอินทร์ในวันนี้ วันที่เอามือ..แหย่รังมดแดง สาวกวัดป่าคงจะมองเห็นมือของหลวงตาอินทร์ว่าแดงหรือดำ ไม่งั้นคงไม่หลุด "คว.." ออกมาหรอก

 

 

การพูดโดยออกตัวว่า "ไม่รู้" แต่กลับปกป้องพระครูเล็กว่าเป็นคนดีอย่างโน้นอย่างนี้ นี่ถามว่าปัญญาชนที่ไหนเขายอมรับได้บ้าง ? เขาถึงกับตั้งคำถามขึ้นว่า "อ้อ พระป่าเขายืนยันความบริสุทธิ์ของคนด้วยความไม่รู้เช่นนี้นะหรือ"

 

 

หลวงตาอินทร์ออกตัวอีกว่า "อาตมาก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรในเรื่องนี้ ฯลฯ" แล้วถามว่า ท่านจะเสนอหน้าพูดทำไม ในเมื่อท่านไม่มีอำนาจหน้าที่ และไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ถามแบบวัยรุ่นก็ว่า "ว่างนักหรือไง" เหมือนจะหาเรื่องอะไรทำนองนั้น จึงดันทุรังเอามือ..แหย่รังมดแดง

 

 

ถ้าหลวงตาอินทร์ "ไม่สำคัญตนผิด" คิดว่าตนเองมีอำนาจวาสนาบารมี พูดแล้วจะมีคนเชื่อฟังโดยไร้ผู้โต้แย้งโดยประการทั้งปวง ประหนึ่งเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ก็คงไม่ออกมา "แหย่รังมดแดง" ดังกล่าว แบบนี้เขาเรียกว่า "กรรมฐานค้าความ" อยู่สงบๆ กลับไม่ชอบ แต่พอแหย่แล้วโดนมดแดงต่อย ก็ออกมาใช้ไม้ "ฟาดรังมดแดง" กลับโดน มดแดงร่วงใส่หน้าตาอินทร์ จนแดงช้ำไปทั้งตัว

 

 

บางคนคิดว่า ถ้าเป็นพระกรรมฐานแล้วคงจะฉลาดล้ำกว่าคนทั่วไป แต่ความเป็นจริงแล้วพระกรรมฐานก็โง่ได้ ความโง่ความฉลาดมิได้จำกัดว่าเป็นพระสังกัดไหน

 

 

ถ้าตาอินทร์ฉลาดพอ ก็ต้องพิจารณาว่า เรื่องนี้ ถึงจะมีความเกี่ยวพันกับตนเอง แต่ตนเองมิใช่ต้นเรื่อง มิได้มีส่วนได้ส่วนเสีย มิได้มีอำนาจหน้าที่อะไร เป็นแต่เพียงพระป่าหลวงปู่หลวงตา จะพูดไปก็คงไม่เคลียร์ เผลอๆ จะเสียกันไปใหญ่ ดังนั้น เพื่อป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ก็สมควรให้ "พระครูเล็ก" ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องนั่นเอง เป็นผู้ออกมาพูด เพราะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง

 

 

แต่นี่พระอินทร์ถวาย กลับอวดฉลาด สั่งพระครูเล็กให้ปิดปาก ส่วนตัวเองนั้น "เปิดปากเป้อเจ้อ" จนเจอมดแดงต่อยเต็มมือเต็มตา ออกมา "พ่นคำหยาบ" ต่อหน้าสาธารณชนไปทั่วโลก เล่นคำหยาบคายแม้กระทั่งว่า "เห่า.." เขลาหรือฉลาดก็ดูเอา

 

 

 

 

 

 

 

ซึ่งก็เหมือนดังที่หลวงตาอินทร์บอกลูกศิษย์เอาไว้นั่นแหละว่า "อ่านแค่รอบเดียว เพราะอ่านหลายรอบก็เหมือนด่าตัวเอง" คำพูดหยาบคายของหลวงตาอินทร์ที่ "ออนไลน์" ไปทั่วโลกนั้น ก็ช่วยย้ำและบันทึก "ประวัติศาสตร์" ของหลวงตาอินทร์ ว่า "ครั้งหนึ่ง" ท่านเคยพูดอะไรไว้

 

 

 

 

 

 

 

ไอ้เสือถอย !

 

 

 

แต่สุดท้าย พระอินทร์ถวาย ก็ออกลาย "ค่อยๆ" หาทางลงจากดงมดแดงให้แก่พระครูเล็ก ด้วยการ "ลาออก" แต่จะให้พระครูเล็กลาออกเองก็กลัวเสียหน้า เลยสมอ้างตัวเองเป็น "มหาเถรสมาคม" ว่า..น่าจะสั่ง ให้พระครูเล็กลาออก เรื่องจะได้จบ

 

 

พูดแบบนี้ก็ "จบเห่" ซีฮะ พระอินทร์นั้นชักจะเลอะเทอะไปใหญ่ ก็ในเมื่อพระครูเล็ก "เคารพนับถือ" ตัวเอง คือพระอินทร์ถวาย แบบว่าสั่งได้ แล้วทำไมไม่สั่งให้พระครูเล็กถอนตัวเหมือนหลวงพ่อบัวศรีที่ถอนตัวเอง แต่กลับบอกใบ้ "ให้มหาเถรสั่งให้พระครูเล็กถอนตัว" เป็นงั้นไป

 

 

 

 

 

 

เปรียบเทียบง่ายๆ ว่า เม็ดกระดุมกางเกงพระครูเล็ก "อยู่ใกล้มือ" อาจารย์อินทร์ถวายๆ ก็ทำได้ง่ายๆ แค่ปลดกระดุมของพระครูเล็ก พันธนาการก็หลุดแล้ว แล้วทำไมต้องไปเรียกร้องให้ "มหาเถรสมาคม" สั่งการให้พระครูเล็กปลดเม็ดกระดุมให้ยุ่งยากอีกก็ไม่ทราบ เพราะกว่ามหาเถรสมาคมจะนัดหมายกันประชุม ก็ต้องมีการเสนอวาระ แถมต้องลงมติ และนำความขึ้นกราบบังคมทูลสำนักพระราชวัง เพื่อทรงโปรดมีพระราชดำริลงมาอีก เรียกว่าหลายมือหลายต่อหลายชั้น

 

 

นั่นก็หมายความว่า พระอินทร์ถวาย ดันทุรัง หนุนพระครูเล็กแบบไม่ลืมหูลืมตา เสนอทางออกในทางที่เป็นไปไม่ได้ ทั้งๆ ที่ก็รู้เห็นอยู่เต็มตาว่า พระครูเล็กไม่มีสติปัญญาและบารมีที่จะปกครองคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ได้เลย ไม่งั้นจะเดินตามกันหลวงตาอินทร์ต้อยๆ ทำไม และทำไมจึงต้องให้หลวงตาอินทร์ออกมาพูดแทน จนมือแดงหน้าแดงเพราะมดแดงไปหมดแล้ว

 

 

ถ้าตาอินทร์ประกาศว่า "หลวงพ่อบอกให้ท่านเล็กลาออกแล้ว อย่าไปยึดมั่นถือมั่น แต่ท่านจะลาหรือไม่ก็เป็นเรื่องของท่าน" เพียงแค่นี้ รับรองว่า ท่านอินทร์จะกลายเป็น "อินทร์เทวดา" ชาวประชาจะสรรเสริญในภูมิอรรถภูมิธรรม สมกับเป็นศิษย์สายหลวงปู่มั่น พระอรหันต์กึ่งพุทธกาล แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะมีแต่ยุแยงตะแคงรั่ว ยุให้พระครูเล็กรับตำแหน่ง แบ่งญาติโยมให้เป็นเขาเป็นเรา เป็นกรรมฐานอันตราย

 

 

สภาพของตาอินทร์วันนี้ ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่ง ยิ่งพูดก็ยิ่งเลอะ หมดสภาพพระป่ากรรมฐานสายหลวงตาบัว รอแต่วันเสื่อมศรัทธาจะมาถึง ซึ่งเมื่อนั้น หลวงตาอินทร์ก็คงจะซึ้งใจว่า "ไม่น่าเอามือแหย่รังมดแดงเลย โดนคว..เข้าเต็มๆ"

 

 

 

 

 

 

ตาอินทร์ กรรมฐานให้กล้วย

 

กดที่ภาพเพื่อฟัง เรื่องสะเทือนวงการสงฆ์

 

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 13 พฤศจิกายน : 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264