หนุนพระครูเล็กสุดตัว

 

เจ้าคุณอินทร์ออกหน้า

 

เปรียบตั้งเจ้าคณะจังหวัดกับผู้ว่า

 

ไม่จำเป็นต้องเป็นคนในพื้นที่

 

แบบนี้ พระครูเล็ก ก็ไม่มีคำว่าถอย สิคะ

 

 

 

 

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อฟังคำของเจ้าคุณอินทร์ถวาย

 

 

"อย่าทุกข์กับยศถาบรรดาศักดิ์"

 

วางใจเป็นกลาง แต่วางตัวไม่เป็นกลาง

 

 

 

 

"หลวงพ่อ อยู่ได้ทั้งเบื้องหน้า (ท่านเล็ก) เบื้องหลัง ทั้งเบื้องข้าง ได้หมดทุกอย่าง เบื้องสูง เบื้องต่ำ ฯลฯ"

 

 

 

เจ้าคุณอินทร์ถวาย เจ้าคุณใหม่ซิงๆ ขึ้นธรรมาสน์เทศน์ในกัณฑ์ที่ "ไม่ได้รับอาราธนา" ยกอุกเขปนียกถาขึ้นเองว่า "อย่าทุกข์กับยศถาบรรดาศักดิ์" ส่วนเนื้อหาข้างในนั้น ร่ายยาว นับตั้งแต่ "บทบาท" ของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ คือ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน ซึ่งเป็นพระป่ากรรมฐานสายหลวงปู่มั่น แต่เริ่มเป็นผู้เข้ามาเกี่ยวกับการปกครองคณะสงฆ์ไทย ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้ประกาศแต่งตั้ง "คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" อันมี สมเด็จเกี่ยว หรือสมเด็จพระพุฒาจารย์ อุปเสณมหาเถร วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นประธาน ในเดือนมกราคม พ.ศ.2547

 

 

ครั้งนั้น หลวงตามหาบัว ซึ่งก่อนหน้านั้น ได้เริ่มมีบทบาทในทางการเมือง ด้วยการ "ออกบิณฑบาตทองคำช่วยชาติ" และได้มีความขัดแย้งกับรัฐบาล "ชวน หลีกภัย" เป็นเริ่มต้น เนื่องเพราะรัฐบาลชวน จะนำเงินบริจาคของหลวงตาไปรวมบัญชี ซึ่งหลวงตาระบุว่าจะให้แยกบัญชีไว้ต่างหาก สุดท้าย เมื่อรัฐบาลชวนไม่ยอมทำตาม หลวงตามหาบัวจึงหันไปเชียร์ "ทักษิณ ชินวัตร" ซึ่งตั้งพรรคไทยรักไทยขึ้นมา โดยการประกาศต่อพุทธศาสนิกชนที่เลื่อมใสศรัทธาในองค์หลวงตาว่า "เชื่อว่ารวยแล้วจะไม่โกง" จนทำให้ทักษิณสามารถ "เข้าวิน" เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยแรก แม้ว่าจะผ่านศาลรัฐธรรมนูญอย่างเฉียดฉิวก็ตาม

 

 

ต่อมา เมื่อเกิดปัญหาว่าด้วย "ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช" ซึ่งเมื่อรัฐบาลทักษิณ ตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เท่ากับ "ยึดอำนาจ" จากสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งเป็นพระสหายของหลวงตามหาบัวๆ จึงออกตัวมาเป็นผู้เรียกร้องให้คืนตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ให้แก่สมเด็จพระญาณสังวร ครั้นรัฐบาลทักษิณไม่ยอมทำตาม หลวงตามหาบัวจึงออกตัวแรง ระดมพระสายวัดป่านับพันๆ รูป ไปรวมตัวกันประกาศ "ปรับอาบัติปาราชิกสมเด็จเกี่ยว" ในข้อหา "ฉ้อโกงอำนาจของสมเด็จพระญาณสังวร" ไปเป็นของตน และถึงกับทำฎีกาฟ้องร้องต่อในหลวง ร.9 ขอให้ปลดสมเด็จเกี่ยวออกกจากตำแหน่ง แต่สำนักพระราชวังก็มิได้ทำตาม เกี่ยวกับทักษิณนั้น หลวงตาบัวถึงกับขึ้นธรรมาสน์ร้องไห้ เสียอกเสียใจว่า "เชื่อคนผิด คิดว่ารวยแล้วไม่โกง" ประณามทักษิณเป็นเทวทัต นับเป็นบทบาทของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ที่อาจารย์อินทร์ถวายเทิดทูนบูชา

 

 

วันนี้ อาจารย์อินทร์ถวาย แม้ว่าจะอยู่ไกลถึงอุดรธานี และมิใช่เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด แต่ได้เดินนำในการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงตามหาบัว มูลค่านับพันล้าน ซึ่งหนึ่งในคณะผู้ร่วมสร้างบารมีนั้นมี "พระครูเล็ก" หรือพระครูสุทธิญาณโสภณ รวมอยู่ด้วย แบบว่าพึ่งพาอาศัยกันในเรื่องเงินๆ ทองๆ จึงไว้เนื้อเชื่อใจกัน ฟังดูก็ทึ่ง

 

 

เจ้าคุณอินทร์ถวาย เล่าความหลังว่า รู้จักกับท่านเล็ก เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน พ่อแม่ครูบาอาจารย์ก็สนิทสนมกัน ครั้นพระครูเล็กสร้างโรงพยาบาลสังคม แต่ติดขัดเรื่องเงิน อาจารย์อินทร์ถวายจึงยื่นมือเข้าไปช่วย ครั้นอาจารย์อินทร์ถวายสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงตาบัวขึ้นมาบ้าง แต่ติดขัดด้านการเงิน ก็ได้ "พระครูเล็ก" เข้ามาสนับสนุน จึงถือว่าพระครูเล็กเป็นสหายบุญสหายธรรม ครั้นเกิดปัญหา "พระครูเล็ก" ขึ้นมา  ว่าได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจัดกาฬสินธุ์แบบ "ข้ามห้วย" คือไม่ได้รับการยอมรับจากพระสงฆ์ธรรมยุตในจังหวัดกาฬสินธุ์ เจ้าคุณอินทร์ถวายจึงร้อนอกร้อนใจ ตัดสินใจ "ขึ้นธรรมาสน์" แสดงธรรมในหัวข้อ "อย่าทุกข์กับยศถาบรรดาศักดิ์" ในวันนี้ ทำนองเปิดตัวเป็น "ผู้สนับสนุนพระครูเล็ก" อย่างเป็นทางการ หลังจากมีภาพพระครูเล็ก "เดินตามหลัง" พระอาจารย์อินทร์ถวาย ไปไหนต่อไหนมาหลายเพลา แน่นอนว่าย่อมจะเกิดคำถามขึ้นว่าด้วย "สัมพันธภาพ" ระหว่างพระทั้งสอง ว่าเป็นอะไรกัน ทำไมพระครูเล็กต้องเดินตามกันพระอินทร์ถวาย เพราะศีลก็มิได้ด้อยกว่ากัน วันนี้ก็กระจ่างแล้ว ว่าไผเป็นไผ

หัวใจของ "อย่าทุกข์กับยศถาบรรดาศักดิ์" ของเจ้าคุณอินทร์ถวายนั้น ท่านบอกว่า "การแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดก็เหมือนการแต่งตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด" ทางราชการสามารถแต่งตั้ง "คนนอกพื้นที่" เข้ามาดำรงตำแหน่ง โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนในพื้นที่เท่านั้น ดังนั้น การแต่งตั้งให้ "พระครูเล็ก" ข้ามเขตจากจังหวัดหนองคาย ไปดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงถือว่าถูกต้องชอบธรรม เพราะพระครูเล็กไม่ได้เป็นผู้แต่งตั้งตนเอง แต่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้มีอำนาจ ตรงนี้เป็น "แง่มุม" ของเจ้าคุณอินทร์ถวาย ยกขึ้นเป็น "ความชอบธรรม" ของพระครูเล็ก ในตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์"

 

 

ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบกับบทบาทของพ่อแม่ครูบาอาจารย์ของอาจารย์อินทร์ถวาย คือหลวงตามหาบัว ก็จะเห็นว่า ค่อนข้างย้อนแย้ง เพราะในสมัยรัฐบาลทักษิณนั้น ได้ประกาศตั้งคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีสมเด็จเกี่ยวเป็นประธาน แต่กลับถูกหลวงตามหาบัวฟ้องร้องว่า "ฉ้อโกงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช" ของสมเด็จพระญาณสังวร ทั้งๆ ที่ก็ไม่มีหลักฐานว่าสมเด็จเกี่ยวคบคิดกับรัฐบาลทักษิณที่ไหนอย่างไร เรียกว่ามโนเอาเองล้วนๆ

 

 

 


 

 

 

พระอุดร นำโดย พระอินทร์ถวาย

 

ลงมติต่อต้านเจ้าคุณวงษ์ไทยไม่ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณวงษ์ไทย และ หลวงพ่อคำสิงห์

คู่ชิงเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี ในปี 60

 

ตอนนั้น ท่านอินทร์ ต่อต้านสุดฤทธิ์ ว่าผิดสารพัด

วันนี้กลับตาลปัตร ท่านเล็กดีที่สุด เหมาะสมที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

อินทร์ถวายวันวาน กับอินทร์ถวายวันนี้ ดูทีมิใช่คนเดียวกันเสียแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ท่านอินทร์จะนำคณะวัดป่าไปทางไหน ?

 

กมฺมํ สตฺเต วิภชฺชติ กรรมจำแนกสัตว์

การกระทำ สำคัญกว่า คำพูด

อินทร์ถวายพูดกับทำเหมือนกันหรือไม่ ?

สอนคนอื่นด้วยคำพูดหรือสอนด้วยการกระทำ ?

 

 

 

หรือแม้แต่ "ตัวพระอินทร์ถวาย" เอง ก็เคยมีบทบาทสำคัญในการแต่งตั้งพระสังฆาธิการระดับ "เจ้าอาวาสพระอารามหลวง-เจ้าคณะจังหวัด" โดยเป็นหัวหน้าต่อต้านการแต่งตั้ง ครั้งนั้น ในปี พ.ศ.2560 เมื่อมีการแต่งตั้ง "เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์" อุดรธานี แทนหลวงปู่จันทร์ศรี ซึ่งได้ถึงแก่มรณภาพลงไป โดยทางผู้ใหญ่ในฝ่ายธรรมยุต ได้เห็นชอบให้ "พระสุทธิสารเมธี-วงศ์ไทย" จากวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร ให้อวตารข้ามห้วยเข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์แทน ซึ่งภายในวัดก็ยังมีพระอาวุโสอยู่ คือพระเทพมงคลนายก (สิงห์ อินฺทปญฺโญ) ซึ่งยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานีอยู่อีกด้วย

 

 

ปรากฏว่า พระอาจารย์อินทร์ถวาย วัดป่านาคำน้อย ซึ่งมิได้มีตำแหน่งในวัดโพธิสมภรณ์เลยนั้น ได้ออกหน้านำพระป่าจำนวนกว่า 200 รูป ไปประชุมกันที่วัดโพธิสมภรณ์ ในวันที่ 9 กรกฎาคม 2560 และได้ลงมติ "ไม่ยอมรับเจ้าคุณวงษ์ไทยเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์"

 

 

 

 

 

 

 

นั่นถือเป็น วีรเวรวีรกรรม ของพระอินทร์ถวาย ซึ่งปรากฏต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ว่าพระอินทร์ถวายก็ใช่ย่อย เป็นถึงหัวหน้าม็อบอุดรธานีมาแล้ว เคยต่อต้านการแต่งตั้งแบบ "ข้ามห้วย" มาแล้วด้วย ก่อนจะมากลับคำกลืนน้ำลายแทนพระครูเล็กในวันนี้ วันที่มี "คนของเรา" ได้เป็นใหญ่เป็นโต มันก็ต้องเชียร์สิครับ จริงไหมท่านอินทร์

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

 

 

พอถึงกรณี "เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์" ในวันนี้ มีการ "สั่งถอดถอน" พระเทพสารเมธี หรือหลวงพ่อบัวศรี ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วตั้งให้ "พระครูเล็ก" ข้ามห้วยจากหนองคายมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดแทน ซึ่งบรรดาลูกศิษย์ลูกหาก็เรียกร้องต่อมหาเถรสมาคมว่า "หลวงพ่อบัวศรีผิดอะไร" ถ้าหากมีความผิดสมเหตุสมผล เขาก็ยินดีน้อมรับความผิดนั้นแต่โดยดี แต่รัฐบาลปัจจุบันกลับไม่มีคำตอบให้ นั่นส่วนหนึ่ง

 

 

ส่วนการมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดแบบข้ามห้วยของพระครูเล็กนั้น ก็มีกระแสข่าวว่า เกิดจากปัญหาด้านการปกครองในอำเภอสังคมที่พระครูเล็กเป็นเจ้าคณะอำเภอ และหลวงพ่อบัวศรีได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะภาค 8 ดูแลจังหวัดหนองคาย ซึ่งบังเอิญเกิดปัญหาในอำเภอสังคมของพระครูเล็ก แต่หลวงพ่อบัวศรีและเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย กลับวินิจฉัยไปในทางตรงกันข้ามกับพระครูเล็ก

 

 

จึงมีกระแสข่าวว่า "พระครูเล็ก" วิ่งเข้าหา "พระผู้ใหญ่" ที่ใหญ่กว่าหลวงพ่อบัวศรี แต่ถูกพระผู้ใหญ่สั่งระงับไว้ แต่พระครูเล็กก็ยังไม่ยอมหยุด ถึงกับนำเรื่องเข้าไปร้องเรียนถึงในรั้วในวัง จนกระทั่งมีคำสั่ง "ปลดฟ้าผ่าหลวงพ่อบัวศรี" และแต่งตั้งให้พระครูเล็กเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์แทน

 

 

กระแสข่าวเหล่านี้ จะจริงหรือเท็จ ในฐานะที่ "อาจารย์อินทร์ถวาย" ได้อ้างตัวเองว่า "รู้จักและสนิทสนมพระครูเล็กดีที่สุด" น่าจะสอบถามและออกมาแถลงความจริงให้กระจ่าง ว่าที่สังคมสับสนและสงสัยนั้น จริงหรือไม่ประการใด ?

 

 

การยกเพียงเรื่อง "ตั้งผู้ว่า" มาเทียบกับ "เจ้าคณะจังหวัด" เพียงข้อเดียว ยังถือว่าไม่ครบถ้วนในกระบวนการพิจารณาปัญหาเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ เพราะมีทั้งประเด็น "ส่วนตัว-ส่วนรวม" รวมทั้งปัญหาอธิกรณ์สำคัญในจังหวัดหนองคายและกาฬสินธุ์เข้ามาเกี่ยวข้องแบบพัวพันกันไปหมด ทั้งด้านกฎหมายและพระธรรมวินัย รวมทั้งจารีตประเพณีที่ดีงามต่างๆ จะพูดเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งนั้นหาชอบธรรมไม่

 

 

อาจารย์อินทร์ถวาย ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ระดับ "หัวแถว" ในสายหลวงตามหาบัวในวันนี้ น่าจะมีข้อมูลที่ "เคลียร์" และ "โปร่งใส" อธิบายให้สังคมได้รับทราบอย่างกระจ่างแจ้งเหมือนนั่งวิปัสสนา แต่กลับยกเพียงเรื่อง "ตั้งผู้ว่า" และความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพระเล็ก มาพูดเท่านั้น นอกนั้นไม่พูดถึงเลย แบบว่าฟังพระครูเล็กเชื่อพระครูเล็กเพียงคนเดียว แบบนี้นะหรือเป็นความคิดและภูมิอรรถภูมิธรรมของ "พระผู้ใหญ่สายกรรมฐาน" เขาพิจารณาปัจจยาการกันแบบนี้หรือ

 

 

 

 

 

 

กล้ารับตำแหน่ง แต่ไม่กล้าพูดความจริง

โบ้ยให้ท่านอินทร์พูดแทน แมนเหลือเกินพระครูเล็ก

วงการพระกรรมฐานเดี๋ยวนี้มีมวยแทนแล้ว

 

 

 

 

การพูดของพระอาจารย์อินทร์ถวาย นอกจากจะไม่เคลียร์แล้ว ยังจะสร้างประเด็นใหม่ให้เกิดความโต้แย้ง ว่าด้วยตำแหน่ง "ผู้ว่า" กับ "เจ้าคณะจังหวัด" รวมทั้งความชอบธรรมต่างๆ ซึ่งเมื่อนั้น อาจารย์อินทร์ถวาย อาจจะกลายเป็น "ตาบอดคลำช้าง" ไปเลยก็ได้ บทบาทของอาจารย์อินทร์ถวายจึงท้าทายต่อความยิ่งใหญ่ของสำนัก "วัดป่าบ้านตาด" ยิ่งนัก

 

 

ยิ่งก่อนจบ ยังพูดทำนองว่า "พวกเราใจเย็นๆ อย่าไปโกรธ เมื่อถูกอีกฝ่ายเขาต่อต้านดูหมิ่นถิ่นแคลน ฯลฯ" ฟังดูก็เหมือนปรามห้ามศึก แต่ลึกๆ แล้ว ยังมีการแบ่งเขาแบ่งเรา ในค่ายพระกรรมฐาน แม้กระทั่งลูกศิษย์ลูกหาศรัทธาญาติโยมก็ถูกแบ่งเป็นเขาเป็นเราไปด้วย

 

 

แน่นอนว่า คำพูดของพระอินทร์ถวายในวันนี้ ย่อมจะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์วงการพระกรรมฐานสายหลวงตามหาบัว ไปอีกตราบนานเท่านาน

 

 

ผิด-ถูก ชอบหรือไม่ชอบ ประการใดนั้น สัจธรรมจะเป็นผู้บอก แต่บทบาทของพระอินทร์ถวายนั้น ได้แสดงออกต่อหน้าสาธารณชนโดยสมบูรณ์แล้วในวันนี้ มีคำตอบว่า "อาจารย์อินหนุนพระครูเล็กสุดตัว" ข้อครหาว่า "ประจบประแจงคฤหัสถ์เพื่อให้ได้มาซึ่งลาภสักการะอย่างผิดพระธรรมวินัย" นั้น มิได้รับการใส่ใจจากพระอินทร์ถวายเลย สนแต่ตำแหน่งอย่างเดียว

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 9 พฤศจิกายน 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264