ชิงปิดเกม !

 

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน แถลง

 

กมธ.ศาสนา ให้มหาเถรสมาคมชนะ

 

ส่วนเจ้าคณะจังหวัดที่ถูกปลดนั้นต้องรับกรรม

 

 

ตามระเบียบใหม่

 

 

 

 

 

 

 

จาก สนช. สู่ กมธ. ภารกิจยิ่งใหญ่ของไพบูลย์

 

 

 

 

อา..เห็นไหมล่ะครับว่า ในมหกรรม "ถอดถอน 3 เจ้าคณะจังหวัด" ในครั้งนี้ นอกจากทางพระจะมีหลายฝ่ายเห็นแย้งกันอย่างรุนแรง รวมทั้งบรรดาศิษยานุศิษย์ที่รักและเคารพหลวงพ่อหลวงปู่ของเราด้วย แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่า "มีฝ่ายการเมือง" เข้ามาแย่งซีนกันพัลวัลเช่นกัน ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล

 

 

ฝ่ายค้านนั้น พลพรรคเพื่อไทยของคุณแม้ว นำโดย ดร.นิยม เวชกามา เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล อดิศร เพียงเกษ ฯลฯ ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ว่าจะเป็น ไพบูลย์ นิติตะวัน สิระ เจนจาคะ วันชัย สอนศิริ รวมทั้ง "อนุชา นาคาศัย" และในขณะที่ "ฝ่ายค้าน" กำลังหาพยานหลักฐานอยู่นั้น ฝ่ายรัฐบาลก็ชิง "แย่งซีน-ปิดเกม" โดยให้ ไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมาพิพากษาว่า "มหาเถรสมาคมทำถูกต้องแล้ว" ไม่ต้องสอบอีกต่อไป ไชโย ฝ่ายค้านก็คงงงว่า ทำไมไวจัง ทางสำนักพุทธฯ ยังพูดไม่รู้เรื่องเลย ท่านวิษณุก็ยังบอกว่า "ให้พูดใหม่" ทำไมไม่รอ

 

 

ก็นี่ไง คือเกมการ "ช่วงชิงกระแส" ซึ่งนักการเมืองชำนาญ มันเหมือนกับการ "ยื่นร่างพระราชบัญญัติที่มีเนื้อหาเหมือนกัน" ซึ่งถ้าฝ่ายค้านยื่นเข้าไปพร้อมกับรัฐบาล ฝ่ายรัฐบาลก็จะขอเอี่ยว "รวมร่าง" ครั้นพอจะส่งเข้าสภา ก็ปรากฏว่า "รัฐบาลกินรวบ" รวบร่างทั้งหมดไปเป็นร่างของ..รัฐบาล

 

 

การรวบและรวมร่างในกรณี "ถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด" ในครั้งนี้ ก็เช่นเดียวกัน ฝ่ายลูกศิษย์พระก็ระดมกันยื่นคำร้อง "ผ่านฝ่ายค้าน" ไม่มีใครยื่นให้ฝ่ายรัฐบาลเลย แต่ฝ่ายรัฐบาลกลับฉวยโอกาส ใช้อำนาจคณะกรรมาธิการ "เรียกเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ" เข้าไปชี้แจ้ง แล้วก็รวบรัดวินิจฉัยให้ "ฝ่ายมหาเถรสมาคมถูก" จากนั้นก็ปิดสำนวน เรียบร้อยโรงเรียนวัดนวล

 

 

ไหนว่า "ให้เป็นเรื่องของทางพระ" ไงครับ ท่านบิ๊กตู่ แล้วนี่อะไร ? ใครที่คิดว่า "รัฐบาลไม่ยุ่งเรื่องศาสนาแล้ว" ก็ขอให้คิดใหม่นะฮะ เพราะว่านอกจากจะวางตัว "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" ไว้คุมสำนักพุทธฯ ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีแล้ว ก็ยังวางตัว "ไพบูลย์ นิติตะวัน" อดีตประธานกรรมาธิการปฏิรูปกิจการศาสนา มาเป็น "รองประธานกรรมาธิการศาสนา" ใหญ่กว่าประธาน และวันนี้ได้แสดงบทบาทอย่างชัดเจนแล้ว แก้ไขวิกฤติให้รัฐบาล งานหลักของไพบูลย์

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่เกี่ยว ถ้าไพบูลย์เกี่ยวก็เรื่องของผม ฮา !

 

 

 

กมธ.ศาสนาฯ เชิญ "มส.-พศ." แจงปมปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด ยันทำตามกฎหมาย ไม่ทราบเหตุที่ปลด

กมธ.ศาสนาฯ เชิญ มส.-พศ. แจงปมปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด ยันทำตามกฎหมาย เผยไม่ทราบเหตุที่ปลด คาดเจ้าคณะใหญ่อาจได้เรื่องร้องเรียน ชี้ลูกศิษย์ยื่นสอบท้อเท็จจริง ไม่อยู่ในอำนาจ กมธ.

 

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุม กมธ.วาระพิจารณา เรื่อง ขอความเป็นธรรมกรณีพระสังฆาธิการถูกถอดออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด จำนวน 3 รูป ได้แก่ พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินฺธโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี, พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) และพระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน) อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ว่ามีตัวแทนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และฝ่ายเลขาธิการของมหาเถรสมาคม (มส.) เข้าชี้แจง โดยสาระสำคัญคือการถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 รูปนั้น ได้ดำเนินการตามกฎหมาย คือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ในหมวด 3 ว่าด้วยการปกครองคณะสงฆ์ มาตรา 20/2 วรรคแรกกำหนดให้การแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค หากมีพระราชดำริเป็นประการใด ให้ดำเนินการตามพระราชดำรินั้น ซึ่งโยงถึงกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 พ.ศ.2541 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 พ.ศ.2563 ข้อ 5/1 (2) ซึ่งกำหนดให้การถอดถอน เจ้าคณะจังหวัดให้เสนอต่อมหาเถรสมาคมพิจารณาทุกกรณี

นายไพบูลย์กล่าวว่า จากนั้นให้สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะประธานกรรมการเถรสมาคม เสนอไปยังราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อมีพระราชดำริเป็นประการใดให้มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบโดยอนุวัติตามพระราชดำรินั้น แล้วจึงดำเนินการต่อไปได้ และให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป

นายไพบูลย์กล่าวต่อว่า ทาง กมธ.ได้สอบถามถึงเหตุผลของการดำเนินการถอดถอนนั้น ผู้ที่มาชี้แจงระบุว่าไม่ทราบ เนื่องจากเป็นเรื่องทางปกครองของสงฆ์ และเป็นไปตามอำนาจของเจ้าคณะใหญ่ที่พิจารณา โดยเบื้องต้นคาดว่ามีเรื่องร้องเรียนและพิจารณาเห็นว่าควรถอดถอน เจ้าคณะใหญ่จึงเสนอให้ มส. พิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมายและกฎของมหาเถรสมาคม ดังนั้น การพิจารณาเรื่องดังกล่าวในชั้น กมธ.ถือว่ายุติเรื่องแล้ว ส่วนกรณีที่ลูกศิษย์ของเจ้าคณะจังหวัดที่ถูกถอดถอนยื่นของให้ กมธ. ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมีข้อสงสัยนั้น ไม่อยู่ในอำนาจของ กมธ.

"การถอดถอนเจ้าคณะจังหวัดทั้ง 3 รูป ตามกฎหมายคณะสงฆ์และกฎของมหาเถรสมาคมที่เป็นกฎการปกครองของคณะสงฆ์ จะมีผลแค่ถอดถอนเฉพาะตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดเท่านั้น แต่สมศักดิ์ความเป็นภิกษุ เจ้าอาวาสยังคงสถานะเดิม ส่วนที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าก่อนการถอดถอนควรสอบอธิกรณ์ให้สิ้นสงสัย ผมมองว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะการถอดถอนจากเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งเป็นตำแหน่งทางปกครองของสงฆ์ไม่ใช่เรื่องธรรมวินัย การประพฤติผิดพระธรรมวินัย หรือวินัยของสงฆ์" นายไพบูลย์กล่าว

นายไพบูลย์กล่าวด้วยว่า สนับสนุนกฎของคณะสงฆ์และกฎของ มส. ต่อเรื่องดังกล่าว เพราะมองว่าดีต่อการปกครองคณะสงฆ์ ที่จะสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยและต้องระวัง ในอดีตนั้น พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ระบุการถอดถอนไว้ แต่ไม่ชัดเจนเหมือนกับกฎหมายที่แก้ไขล่าสุด จึงถอดถอนไม่ได้ หากตามสายบังคับบัญชาเป็นพวกเดียวกัน อาจอุ้มกันไป จนทำให้ต้องมีการปฏิรูป พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ปี 2561 ทำให้เจ้าคณะจังหวัดต้องปฏิบัติหน้าที่ในกรอบความถูกต้อง หากทำไม่ถูกมีสิทธิพิจารณาถอดถอนได้

 

 

 

ข่าว : มติชน : 15 ตุลาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264