สงฆ์กาฬสินธุ์แตก !

 

 

พระครูเล็กแจกกล้วย

 

แบะท่าลาออก ยกวัดให้พระครูเล็กเป็นเจ้าอาวาส

 

พร้อมกับตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์

 

 

 

 

 

 

 

 

พระครูเล็ก VS เจ้าคุณแผน

 

ขุนหลวงหาวัด VS ขุนแผนหาตำแหน่ง

 

 

 

 

 

อา..ใกล้ออกเข้าพรรษเข้ามาเต็มแก่ แปลว่า พระราชดำริให้ "พระครูเล็ก" ย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็กำลังจะได้ฤกษ์ใกล้เข้ามา เพราะคำสั่งดังกล่าวออกมา "กลางพรรษา" ไม่สามารถย้ายวัดได้ ขืนย้ายก็จะกลายเป็น "แหกพรรษา" ถือว่าไม่สวยงามสำหรับพระไทย

 

 

ในท่ามกลาง "กระแสต้าน" ไม่ให้พระครูเล็กไปกาฬสินธุ์นั้น ก็มีกระแส "ดัน" ให้ไปเช่นกัน ต่างฝ่ายก็ต่างเดินเกม เจ้าคุณแผนเดินแผน "ต้าน" พระครูเล็กเดินหมาก "รุก" กะจะบุกเข้าไปให้ถึงกลางเมืองกาฬสินธุ์ ถ้าทำได้เช่นนั้นจริง เจ้าคุณแผนก็จะกลายเป็น "ขุนแผนเดินดง" ทันที ไม่มีที่จะอยู่เช่นกัน มันอายชาวบ้าน

 

 

กระแสข่าวที่ออกมาว่า "พระกาฬสินธุ์ทั้งเมือง" จะต่อต้านพระครูเล็ก ไม่ให้มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดนั้น มันก็ยังเชื่อถือไม่ได้ เพราะเมืองใหญ่ปานนั้น วัดทุกวัด เจ้าอาวาสทุกวัด พระทุกรูป จะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวเหนียวแน่นกันปานนั้นเชียวหรือ ไม่มีใครเห็นต่าง และไม่มีใครเห็นแย้งเลยเชียวหรือ หรือแม้กระทั่งว่า "พระครูเล็ก" ไม่มีใครรู้จักในจังหวัดกาฬสินธุ์เลยเชียวหรือ มันก็เกินไปจริงไหม ?

 

 

และแล้ววันนี้ก็มีข่าวว่า พระครูเล็กสามารถ "หาสังกัด" ได้แล้ว เป็นวัดในจังหวัดกาฬสินธุ์ แถมหนึ่งในนั้นยังเป็น "วัดมัชฌิมาวาส" ของหลวงปู่เมือง ครูบาอาจารย์ของอาจารย์เล็กด้วย

 

 

 

 

 

 

หลวงปู่เมือง

 

 

เจ้ามือใหญ่ในกาฬสินธุ์ กินรวบหนองคาย

 

 

 

 

ถ้าหากเกมออกมาตานี้ ก็ชี้ได้ว่า หลวงปู่เมือง พยายามแก้ปัญหาภาพพจน์ของตนเองที่กระดำกระด่างมานาน น่าจะได้เวลา "ชำระล้างมลทิน" เสียที โดยยอมยก "วัดมัชฌิมาวาส" ให้พระเล็กครอง ซึ่งพระเล็กมิได้มามือเปล่า แต่เอาตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดมาด้วย" ก็สวยเลยซีฮะ ได้เจ้าคณะจังหวัดมาเป็นเจ้าอาวาส หลวงปู่เมืองก็สบาย ยกวัดให้พระเล็กปกครอง ส่วนตัวหลวงปู่เมืองก็ขยับขึ้นไปนั่งที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด ดูแลการก่อสร้างอภิมหาเจดีย์ยักษ์ ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ใหญ่กว่าทั้งพระปฐมเจดีย์และมหาธรรมกายเจดีย์ ทั้งหมดนี้ หลวงปู่เมืองยินยอม "ยกให้" พระครูเล็กไป ไม่เสียดายเลย ขออย่างเดียว "คดีความ" นั้น ให้มันผ่านไป อย่ารื้อฟื้นคืนมาอีก

 

 

ถ้าพระเล็กยอมรับตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส" แทนหลวงปู่เมือง ก็เท่ากับเปิดเผยว่า "การถอดถอนหลวงพ่อบัวศรี ไม่มีกรณีหลวงปู่เมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง" แต่น่าจะเกี่ยวกับ "อาจารย์จันมี" เสียมากกว่า ทั้งนี้ เพราะคดีของหลวงปู่เมืองนั้น "ศาลสงฆ์" ของหลวงพ่อบัวศรี "ปิดคดี" ไปแล้ว ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ ทีนี้ เมื่อศาลสงฆ์ลงมติเช่นนี้ ก็ถือว่าจบ พระเล็กก็รอดตัวไป ไม่ต้องมาทำคดีนี้อีก เว้นแต่จะมีหลักฐานใหม่ ซึ่งต้องเชื่อถือได้เช่นกัน ลำพังแค่ว่า "เคยเห็นตำหนิในที่ลับ" แบบนี้ยังไม่สามารถฟังขึ้นได้ เพราะฝ่ายหลวงปู่เมืองก็คงจะเถียงว่า "เห็นแล้วไง ปาราชิกตรงไหน" ไปโน่น เห็นไหมว่า เรื่องพรรค์นี้ ถ้าไม่คาหนังคาเขาจริงๆ ก็เอาผิดยาก ยิ่งพระกรรมฐานรวยๆ พูดกับสีกาจนๆ พูด น้ำหนักมันต่างกันไกล ทำใจเถอะอีหนูเอ๊ย

 

 

 

 

 

 

 

พระครูเล็ก กับ หลวงปู่เมือง

 

 

 

 

และถ้า "หลวงปู่เมือง" เดินเกมกินรวบ "ยอมถอดถอนตัวเอง" ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาวาส ซึ่งเป็นหนังหน้าไฟในเวลานี้ แล้วยกถวายให้ "พระครูเล็ก" มาบริหารแทน ก็จะได้ 2 ต่อ คือ ปิดคดีที่เป็น "ขี้ปากชาวบ้าน" เรื้อรังมานานจนเอือมระอานั้นเสีย แถมได้คนมาบริหารวัดแทน ก็จะสง่างามเหมือนหลวงพ่อบัวศรี ที่คาดไม่ถึงก็คือว่า วัดมัชฌิมาวาส ได้เจ้าอาวาสใหม่ เป็นเจ้าคณะจังหวัด พระมหาเจดีย์ที่สร้างก็ยิ่งน่าศรัทธา สามารถโฆษณาได้ว่า "เพราะบารมีของหลวงปู่เมือง" เป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง ทำเป็นเล่นไป ในทุกวิกฤติย่อมมีโอกาส หากมีสติปัญญาแก้ปัญหาได้ พวกที่เป็นต่อเห็นๆ แต่เล่นไม่เป็นสุดท้ายหมดตัว

 

 

งานนี้ ใคร หรือสำนักข่าวไหน ที่มโนโฆษณาไปว่า "พระเล็กเอาเรื่องหลวงปู่เมืองไปฟ้องในวัง จนได้เป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์" ก็ถือว่าผิด ต้องคิดใหม่ เพราะในความเป็นจริงแล้ว พระเล็กกับหลวงปู่เมือง เป็นเครือเดียวกัน คือสหมงคลฟิล์ม เห็นไหมว่าอะไรก็ไม่แน่

 

 

แต่ที่แน่ๆ ก็คือว่า แล้วเจ้าคุณแผนล่ะ จะไปอยู่ไหน ในเมื่อแม้แต่ "หลวงปู่เมือง" ก็ยังยอมเปิดทางให้พระครูเล็กเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสวัดมัชฌิมาราม ซึ่งเจ้าคุณแผนก็รู้อยู่แก่ใจว่า ในเมืองกาฬสินธุ์นั้น เจ้าพ่อตัวจริงก็คือ หลวงปู่เมือง หมายความว่า ถ้าหลวงปู่เมืองลั่นคำขาดว่า "ไม่เอาพระเล็ก" พระเล็กก็ไม่สามารถเข้ามากาฬสินธุ์ได้ ไม่ต่างจากปทุมธานี ใครก็ตามที่คิดจะเข้าไปเป็นใหญ่เป็นโต ก็ต้องถาม "ท่านธัมมชโย" เสียก่อน ธัมมชโยเซย์โนก็โนเค

 

 

อีกอย่าง การดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนั้น ยังมีอำนาจแต่งตั้งมากมายหลายตำแหน่ง ตั้งแต่ "เลขาเจ้าคณะจังหวัด" ซึ่งถือว่ามีอิทธิพลสูง จะมีลาภสักการะติดตามมาอย่างมหาศาล ตรงนี้แหละที่เป็น "กล้วย" หวีใหญ่ ให้พระครูเล็กใช้ "แจกจ่าย" ให้แก่ใครก็ได้ที่ "สวามิภักดิ์" ยินยอมและยินดีต้อนรับพระเล็ก เปิดประตูให้เข้าสู่..มหานครกาฬสินธุ์ เข้าไปวันไหน เป็นได้เห็นการปูนบำเหน็จอย่างมโหฬาร งานนี้ไม่ต้องวิ่งเต้น แค่แย้มไรฟัน ท่านพระครูเล็กก็พร้อม "น้อมประเคน"

 

 

เวลานี้เป็นเวลาแห่งความยากลำบาก รางวัลใหญ่ระดับ "หนึ่งในอีสาน" รออยู่ข้างหน้า แต่ว่ามีอุปสรรคขัดขวางนิดหน่อย ใครยื่นมือมาช่วยดึงพระครูเล็กให้พ้นขวากหนามเข้าไปใน "กาฬสินธุ์" ได้ ก็จะได้รับการขอบคุณขอบใจ อยากได้อะไรขอให้บอกมา แม้แต่หลวงปู่เมืองก็จ่ายไม่อั้น มันของนอกกายน่ะ ถึงเวลาต้องเอาอำนาจไว้ในวัดแล้ว ปล่อยให้อยู่กับคนอื่นนั้นอันตราย

 

 

สำหรับพระกาฬสินธุ์ที่ยินดีต้อนรับพระครูเล็กนั้น นอกจากจะเป็นการเปิดทางให้พระครูเล็กได้เข้ามามีอำนาจในกาฬสินธุ์อย่างสะดวกแล้ว ก็ยังสามารถ "เปิดทางแห่งอำนาจ" ให้แก่ตัวเอง เพราะได้เป็น "พวกเดียวกัน" กับเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ แต่นั้นไม่สำคัญเท่ากับว่า การมาของพระครูเล็กในครั้งนี้ มีพระบรมราชโองการหนุนหลัง ใครหนุนพระครูเล็กก็เท่ากับหนุนพระบรมราชโองการ เส้นทางการเข้าวังก็จะเปิดโล่งยิ่งกว่าทางด่วนยกระดับ ไม่เล่นเกมนี้แล้วจะเล่นเกมไหน อุ๊ย อยากช่วยพระครูเล็กใจจะขาด สงสารท่านเล็กนะ ท่านมุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อพระศาสนา เราจึงทอดทิ้งท่านไม่ได้ ถึงไหนถึงกัน !

 

 

เอ้าดูนั่นสิ พอหลวงปู่เมืองประกาศ "แจกกล้วย" เท่านั้น วัดที่ประสงค์รับพระครูเล็กเป็นเจ้าอาวาส จากแรกแค่ 2 วัด ก็พุ่งพรวดเป็น 20 วัด แย่งกันแทบตาย ใครไม่ไปก็อด โอกาสเงินโอกาสทองเช่นนี้ เกิดอีกกี่ชาติจึงจะมีโอกาสเจอ

 

 

เฮ้อหนอ ! คนหนึ่งมีตำแหน่ง แต่ไม่มีวัด คนหนึ่งมีวัด แต่ไม่มีตำแหน่ง โลกมักจะเบี้ยวเช่นนี้แล เอวัง

 

 

 

 

 

 

 

อภิมหาเจดีย์ วัดมัชฌิมาวาส กาฬสินธุ์

ศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ในอีสาน

 

 

 

 

ลือหึ่ง ! มีสองวัดเมืองน้ำดำเปิดทาง "พระเล็ก" นั่งเจ้าคณะจังหวัด เผยหนึ่งในนั้นเป็นวัดพระดังถูกร้องเสพเมถุน

 

 

กาฬสินธุ์ - ลือหึ่ง พระสายป่าแตกแถวเตรียมเปิดสองวัดดังธรรมยุตรับพระเล็กนั่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์คนใหม่ รอเพียงคำสั่งเข้าพื้นที่ แฉหนึ่งในนั้นมีวัดพระผู้ใหญ่มีเรื่องร้องเรียนเสพเมถุนกับสีกา ขณะที่ศิษย์เตือนอย่าทำลายศรัทธา ชี้ มส.-พศ. ไม่อธิบายเหตุผลชัดเจนปัญหาการถอดถอนหลวงตาเจ้าคุณบัวศรีคงไม่จบ

 

 

วันนี้ (14 ต.ค.) ที่วัดประชานิยม เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ญาติโยมยังทยอยมาทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งตามปกติ มี เจ้าคุณบัวศรี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) ลงปฏิบัติกิจของสงฆ์ตามปกติ แต่หลวงปู่เจ้าคุณบัวศรีไม่ได้เอ่ยถึงปัญหาการถอดถอนแต่อย่างใด แต่ได้พูดถึงแนวทางการปฏิบัติตนให้ดำรงอยู่ในพุทธศาสนาและวิธีการทำกรรมฐานในสายพระป่า

ทั้งนี้ รายงานแจ้งว่าการลงทะเบียนเพื่อคัดค้านมติ มส. ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ยอดการลงทะเบียนก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีระบบออนไลน์ช่วย ขณะที่มีรายงานความเคลื่อนไหวของ พระครูสุทธิญาณโสภณ หรือเล็ก สุทธิญาโณ เจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย ว่าที่เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธรรมยุต) คนใหม่ว่า ขณะนี้มีวัดป่าสายธรรมยุต อย่างน้อย 2 แห่ง จะหลีกทางให้พระครูเล็กมาเป็นเจ้าอาวาส ตามกฎระเบียบของ มส. ที่การเป็นพระสังฆาธิการจะต้องเป็นเจ้าอาวาสก่อน

โดยวัดแห่งที่หนึ่งอยู่ในเขตอำเภอหนองกุงศรี คือ วัดป่ากุงศรีเจริญธรรม ต.หนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี และแห่งที่สอง คือ วัดป่ามัชฌิมาวาส หรือวัดป่าดงเมือง ต.ลำพาน อ.เมือง ที่มีปัญหาพระผู้ใหญ่ถูกร้องเรียนเสพเมถุนกับสีกา ซึ่งทั้งสองวัดนี้พระเล็กนับถือเป็นครูอาจารย์ผู้ใหญ่ ที่ทำให้เกิดกระแสการวิจารณ์ไปต่างๆ นานา

ส่วนความเคลื่อนไหวของศิษยานุศิษย์นั้น ดร.กฤตชญา วิเชียรเพริศ ลูกศิษย์หลวงตาบัวศรี กล่าวว่า การทำบุญในวันพระใหญ่วันนี้ ศิษยานุศิษย์และชาวพุทธที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงตาเจ้าคุณบัวศรี ทุกคนรู้สึกสบายใจ เพราะได้เห็นรอยยิ้มและได้รับฟังธรรมจากการเทศนาของท่านหลวงตาบัวศรี และหลายคนก็แอบร้องไห้เพราะรู้สึกสงสาร แต่ในกลุ่มลูกศิษย์ก็คุยกันว่าต่อไปคงจะเป็นเรื่องการติดตามผลของคณะกรรมาธิการศาสนา และคณะกรรมาธิการกฎหมาย สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทราบว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง

 

 

มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติน่าจะลงมาพิสูจน์ความจริง เพราะถึงแม้รัฐมนตรีหรือนักวิจารณ์ข่าวได้ออกมาอธิบายในเรื่องนี้ก็ไม่ทำให้ความรู้สึกของศิษย์ดีขึ้น เพราะระบบการปกครองเมื่อ พส.อ้างว่าเป็นการปกครองในส่วนของพระสงฆ์ เมื่อมีการปลดก็ต้องมีคำชี้แจงว่าหลวงตาเจ้าคุณบัวศรีผิดอะไร แต่เมื่อถอดถอนโดยไม่มีการพิสูจน์ แต่รายงานข่าวว่าท่านเจ้าคุณบัวศรีละเว้นการลงโทษพระผู้ใหญ่ที่ถูกร้องว่าเสพเมถุนนั้น ยิ่งต้องให้มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง แต่กลับอ้างแต่ว่าเป็นเรื่องของสงฆ์

 

 

"แม้จะอธิบายว่าเป็นเรื่องของสงฆ์ แต่มตินี้คนกาฬสินธุ์เชื่อว่ามีการสอดไส้ แล้วจะทำอย่างไรต่อศรัทธา เพราะหากว่าอนาคตมีการส่งพระเล็กมา แน่นอนว่าในสายคณะสงฆ์คงจะมีการเคลื่อนไหว ดังนั้น เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าอะไรควรไม่ควรก็ต้องแก้ไขก่อนที่จะบานปลาย เพราะแน่ๆ ว่าปัญหานี้เป็นการทำลายศรัทธาของประชาชน ต่อบทบาทของมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" ดร.กฤตชญากล่าว

 

 

 

 

ข่าว : ผู้จัดการ : 14 ตุลาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264