สอนพระสอนเจ้า !

 

 

ศิษย์พระกรรมฐานกำเริบหนัก

 

ถวายฎีกาในหลวงพร้อมคำพิพากษา

 

กล่าวหาพระเล็กให้ในหลวงฟังยังงี้ก็มีด้วย

 

 

 

 

 

 

พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร)

อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ร้องขอความเป็นธรรม

 

 

 

 

 

อา..อ่านฎีกาประวัติศาสตร์ของ "พระโยมสายกรรมฐาน" แล้วก็เห็นได้ว่า เวลานี้ หลังคาเรือนพระกรรมฐานนั้น "รั่วหลายชั้น" ทั้งข้างบนข้างล่าง คือทั้งพระทั้งโยม ขนาดว่าชุมนุมกันนับร้อยนับพัน ล่าลายเซ็นกันได้เป็นหมื่นเป็นแสน แต่กลับ "เขียนฎีกาไม่เป็น" แรกๆ นั้น ทำทีเป็น "ผู้น่าสงสารเพราะถูกกระทำ" จึงขอทรงพระกรุณา "มีพระมหากรุณาธิคุณฯ สุดแต่จะทรงโปรด" แต่ช่วงหลังกลับ "ซัดพระครูเล็ก" ซะเต็มเหนี่ยว ฟ้องพระเจ้าอยู่หัวว่าพระเล็กผิดอย่างโน้นอย่างนี้ ยกทั้งเหตุและผลเสร็จสรรพ จากผู้ถูกกระทำก็เลยกลายเป็น "ผู้กระทำ" เสียเอง ก็เป็นการ "ถวายฎีกาพร้อมคำพิพากษา" แต่ว่าจะเหมาะสมหรือไม่ ก็ต้องวินิจฉัยกันต่อไป

 

 

ในการถวายฎีกาเพื่อขอความเป็นธรรมนั้น ว่าโดยหลักการแล้ว ควรจะเขียนเฉพาะสิ่งที่ตนเองเห็นว่าไม่เป็นธรรมหรือถูกกระทำ และเพื่อให้เป็นการน่าเชื่อถือ ก็ควรจะมี "เอกสารสำคัญ" แนบถวายไปกับฎีกาด้วย เพราะการพูดเปล่าๆ เอาข่าวจากสื่อมาเป็นตัวตั้งนั้น มันมิได้มีสาระอะไรเลย ถามว่าใครจะเชื่อเมื่อได้อ่านคำฟ้องสะปะสะปะแบบนี้ มีอะไรน่าเชื่อถือบางล่ะ ถ้าว่าให้พระเล็กว่าเป็นลูกอีช่างฟ้อง กลุ่มของพระบัวศรีก็คงมีลักษณะไม่ต่างกัน

 

 

ถ้าหากทางคณะผู้ถวายฎีกา ได้กราบบังคมทูล "เกริ่นนำ" พอสมควร จากนั้นจึงแนบเอกสารหรือพยานหลักอื่นใดที่เห็นว่าสำคัญ เพื่อให้ทางสำนักพระราชวังได้พิจารณา ส่วนว่าใครผิดใครถูกประการใดนั้น ก็ขึ้นกับ "พระบรมวินิจฉัย" มิใช่ไปเขียนสำนวนฟ้องร้องฝ่ายตรงกันข้าม นั่นมันมิใช่การถวายฎีกาแล้ว

 

 

ลองเข้าไปใน "รายละเอียด" ของฎีกาที่ว่านี้ดูบ้างสิ ว่าเป็นเช่นไร

 

 

 

ในกรณี "หลวงตาเมือง" วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งพระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินธโร) ในฐานะเจ้าคณะจังหวัด จึงต้องเป็นประธานการสอบสวน ดีนี้เริ่มต้นในปี พ.ศ.2557 แต่ศิษย์ของพระเทพสารเมธีกลับอ้างเอาศาสนกิจ รวมทั้งไวรัสโควิดเข้ามาเพิ่มเติมน้ำหนักแห่งความเนิ่นช้า ทั้งๆ ที่ไวรัสโควิดเพิ่งจะเกิดเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมานี่เอง (5+2=7) ถามว่า ตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านมา คณะพระผู้ใหญ่ในจังหวัดกาฬสินธุ์มัวทำอะไร มีคดีความนับร้อยนับพันให้สะสางจนคดีนี้ล่าช้าไปเช่นนั้นหรือ หรือว่าเอาเวลาไปรับสังฆทาน ไหนอ้างว่าหลวงพ่อบัวศรี "ทุ่มเทงานพระศาสนา" อย่างเต็มกำลัง แต่ไปทุ่มตรงไหน ทำไมไม่ทุ่มตรงนี้ นี่มันเป็นวิจารณญาณของผู้บริหารนะฮะ มิใช่ของตาสีตาสา ถ้าแยกแยะไม่ออกก็ไม่ควรอยู่ในตำแหน่ง ถูกถอดถอนออกไปน่ะถูกต้องแล้ว ให้คนที่เขารู้หน้าที่เข้ามาทำย่อมเหมาะสมกว่ามิใช่หรือ

 

 

คดีความต่างๆ นั้น "ผิด-ถูก" มิใช่ปัญหา แต่ปัญหาสำคัญมันอยู่ที่ว่า "ล่าช้าและไม่ชี้ผิดชี้ถูก" นั่นต่างหาก วันนี้ ศิษย์หลวงพ่อบัวศรี "เรียกร้องความเป็นธรรม" อยากรู้ว่าตนเองผิดอะไร ทำไมถูกปลด แต่ตัวเอง "นั่งทับความยุติธรรม" มานานถึง 7 ปี กลับไม่รู้สึกรู้สาว่าคนอื่นเขาก็รักความยุติธรรมเหมือนกัน

 

 

นี่เป็นปัญหาใน "ความรับผิดชอบ" พระเทพสารเมธี กลับปัดออกนอกตักอย่างมักง่าย แต่พอไปดูในส่วนที่เกี่ยวกับ "พระครูสุทธิญาณโสภณ" หรือพระครูเล็กนั้น ทางฝ่ายหลวงพ่อบัวศรี "รู้ดีมาก" สาธยายถวายในหลวงเสียยาวยืด เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่รู้ก็พลอยรู้ ผิดกับคดีหลวงตาเมืองอย่างฟ้ากับเหว ถ้าจะกล่าวหาว่า "พระครูเล็กกล่าวร้ายหลวงพ่อบัวศรี" ในฎีกานี้ก็เท่ากับยอมรับว่า "ฝ่ายหลวงพ่อบัวศรีก็กล่าวร้ายฝ่ายพระเล็กเช่นกัน" แถมประจานต่อหน้าพระพักตร์ด้วย

 

 

"ด้วยความแค้นส่วนตัวที่โดนตักเตือน" เป็นอีกหนึ่งสำนวนที่คัดอย่างดี เพื่อทูลถวายให้ทรงอ่าน แต่อ่านแล้วจะทรงรู้สึกอย่างไร พระเทพสารเมธีและศิษยานุศิษย์ เหมือนไม่คำนึงถึงเรื่องนี้เลย นอกจากสำนวนเด็ดๆ ดังที่เห็นนี้แล้ว ก็ยังมี "รายละเอียดหลายอย่าง" ซึ่งก็เป็นขั้นตอนการสอบสวนตามปกติของกระบวนการทางศาลและงานราชการทั่วไป  เขาก็ไม่เขียนให้เปลืองกระดาษและเปลืองเวลาคนอ่านหรอก มันเหมือนสอนสังฆราชน่ะ

จึงอึ้งว่า กลุ่มของพระเทพสารเมธี คิดหรือไรว่า ในหลวงทรงอ่านฎีกาแล้วจะทรงเชื่อตามที่เขียนทูลไปทั้งหมด เพราะเดี๋ยวทางฝ่ายพระครูเล็กก็คงจะเขียนบ้าง เมื่อได้ทราบว่าทางฝ่ายหลวงพ่อบัวศรีได้กราบบังคมทูล "กล่าวร้ายฝ่ายตน" แถมยังเอามาเผยแผ่ต่อสาธารณชนด้วย บังควรหรือไม่ก็ไม่ทราบซีฮะ

 

 

 

แต่ไม่ว่าฝ่ายไหนจะเขียนกล่าวหากันอย่างไร เชื่อว่า ทางสำนักพระราชวัง ก็ต้อง "อ่านสำนวนชั่งน้ำหนักทั้งสองฝ่าย" ใครผิด-ใครถูกอย่างไร จึงมิได้อยู่ที่ "คำฟ้อง" แต่จะขึ้นกับพยานหลักฐานและเหตุผลเป็นสำคัญ การนำเสนอพยานหลักฐานจึงสำคัญกว่า "สำนวน" ที่คร่ำครวญอย่างฟูมฟาย ไม่สมฐานะของ "พระราชาคณะผู้ใหญ่" และ "เจ้าคณะระดับสูง" พระเทพสารเมธีจะอ้างว่า "ผมไม่ได้เขียน" ก็ใช่ที่ เพราะนี่คือฎีกาที่ทูลขอความเป็นธรรมให้แก่ตน ปล่อยให้ลูกศิษย์เขียนกันเองได้ไงไม่รับผิดชอบ

 

 

แต่อย่างไรก็ดี ฎีกาฉบับนี้ก็มีดีอย่างหนึ่ง คือเป็นการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่า มีคดีพิพาทบาดหมางกันในวงพระกรรมฐานของธรรมยุตสายหลวงปู่มั่นจริง ทั้งในจังหวัดกาฬสินธุ์และหนองคาย ล้วนแต่เป็นปัญหาใหญ่ให้มหาเถรสมาคมต้องชำระสะสางครั้งใหญ่ ปล่อยไว้รังแต่จะเสียหายอย่างใหญ่หลวง ทั้งหลวงพ่อบัวศรี พระครูเล็ก และอีกหลายรูป ล้วนแต่ถูกฟ้องร้องอย่างเป็นทางการแล้ว ทุกท่าน หมดความชอบธรรมในทุกตำแหน่งแล้ว ทางพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคมต้องหาพระที่ดีมีความรู้และเป็นกลาง เข้ามาช่วยสะสางปัญหา เพราะว่าแต่ละฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใครแล้ว

 

 

 

 





 

 

 

 

 

ที่มา : TheBuddh : 7 ตุลาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264