มส.แตกยะย่าย !

 

 

ธรรมยุตอีสานแห่ให้กำลังใจหลวงพ่อบัวศรี

ขณะที่ "เจ้าคณะปทุม" วิ่งเข้าซบสมเด็จชิน

กรรมการ มส. ก็ปัดพัลวัล ฉันไม่เกี่ยว

เล่นกันทั้งข้ามเขตข้ามโต๊ะข้ามนิกาย

 

 

 

 

 

สมเด็จชิน         :     สมเด็จธงชัย

 

เล่นข้ามโต๊ะข้ามนิกาย

 

สมเด็จชินเปิดกุฏิรับเจ้าคุณสมศักดิ์

ข้ามหัวสมเด็จธงชัย เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

โบราณสอนไว้ ลูกผู้ชาย ฆ่าได้ หยามไม่ได้

 

 

 

 

เจ้าคุณสมศักดิ์เชื่อว่า "สมเด็จชิน" เจ้าของนิกเนม "สังฆราชน้อย" ต้องมีอำนาจเหนือกว่า "สมเด็จธงชัย" เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสายตรง แต่มันผิดฝาผิดตัวก็ตรงที่ "สมเด็จชินเป็นธรรมยุต" ไม่มีอำนาจปกครองพระมหานิกายแต่อย่างใด ทำนองเลือดต่างสี โสเภณีต่างซ่อง มันปกครองกันไม่ได้

 

 

นั่นเท่ากับว่า "เจ้าคุณสมศักดิ์" ก็เป็นนักการเมืองในผ้าเหลือง เพราะเล่นทุกรูปแบบ แรกนั้นเรียกร้อง "ความโปร่งใส" แต่ตัวเองกลับ "วิ่งไปซบธรรมยุต" คนละสังกัดนิกาย มันโปร่งใสหรือเปล่าล่ะ อยากได้ความโปร่งใส ก็ต้องทำตัวให้ใสสะอาดด้วย อย่าคิดแต่หาตำแหน่งอย่างเดียว โดยไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม

 

 

 

 

I LOVE ธรรมยุต

 

"อยู่แต่ตัว หัวใจไม่อยู่"

 

 

เจ้าคุณสมศักดิ์ออฟไซด์ วิ่งนอกลู่ เข้าวัดราชบพิธ

ซบอกสมเด็จชิน ข้ามสายงานบังคับบัญชา

หาความยุติธรรม ด้วยวิธีการอันไม่ชอบธรรม

 

 

 

 

ภาพนี้ เจ้าคุณสมศักดิ์ ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จชิน เป็นประธานโครงการ "วัด ประชา รัฐ สร้างสุข" เดินทางไปร่วมงานวันมาฆบูชา ของมหาวิทยาลัย มมร. (ธรรมยุต) ซึ่งมี "สมเด็จชิน" เป็นโต้โผใหญ่ จนสมศักดิ์ได้รับฉายา "เด็กค่ายชิน" ย้ายสังกัดไปซบธรรมยุตโดยพฤตินัยมานานแล้ว บิ๊กตู่ ปลดฟ้าผ่า ธรรมนัส ฉันใด สมเด็จธงชัย ก็สั่งปลดฟ้าผ่า "เจ้าคุณสมศักดิ์" ฉันนั้น

 

 

แต่การที่ "สมเด็จชิน" เปิดประตูต้อนรับ "เจ้าคุณสมศักดิ์" แถมเปิดอกให้ฟังว่า "ผมไม่รู้เรื่อง" จึงเป็นเรื่องที่หมิ่นเหม่อย่างยิ่ง ต่อการที่จะเกิดความพิพาทระหว่างนิกาย

 

 

ทั้งนี้ เพราะสมเด็จชิน เป็นธรรมยุต แต่เจ้าคุณสมศักดิ์ เป็นพระมหานิกาย การปกครองรวมทั้งการปลดย้ายอะไรต่างๆ จึงต้องขึ้นตรงต่อสาย "มหานิกาย" ถึงเจ้าคุณสมศักดิ์จะรับเป็นประธานโครงการอะไรของสมเด็จชินก็ตาม แต่นั้นมันมิใช่การปกครอง มันเป็นเพียงกิจกรรม จะนำมาเกี่ยวกับการ "บริหารปกครอง" หาได้ไม่ ถ้าเรื่องแค่นี้แยกแยะไม่ออก แล้วจะมาปกครองบ้านเมืองได้อย่างไร ยิ่งแก้ก็ยิ่งยุ่งเหมือนลิงแก้แห

 

แน่นอนว่า สมเด็จชิน เป็นเลขาสังฆราช ย่อมจะมีอำนาจเหนือกว่า "สมเด็จธงชัย" ในมหาเถรสมาคม แต่นั่นเป็นเพียง "พฤตินัย" ไม่มีกฎหมายข้อใดเขียนไว้ให้อำนาจเลขาสังฆราชเหนือกว่าเจ้าคณะใหญ่ ไม่ว่าฝ่ายธรรมยุตหรือมหานิกาย การแต่งตั้งโยกย้ายจึงเป็นอำนาจของเจ้าคณะใหญ่โดยชอบธรรม เลขาสังฆราชมีอำนาจหน้าที่เพียง "นำส่ง" เท่านั้น หาได้มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรไม่

 

 

ถึงสมเด็จชินจะอ้างว่า "ไม่รู้" ซึ่งดูดี แต่การเปิดกุฏิคุยกับเจ้าคุณสมศักดิ์ "สองต่อสอง" มันมองให้เห็นว่า "เล่นข้ามโต๊ะ" เป็นพฤติกรรมที่นั่งเกียจในสายตาปัญญาชน เท่ากับว่า สมเด็จชิน กางปีกปกป้อง เจ้าคุณสมศักดิ์ และเจ้าคุณสมศักดิ์ก็จะเอา "สมเด็จชิน" ไปสมอ้างหาความชอบธรรม เพื่อต่อสู้หรือต่อรองกับ "สมเด็จธงชัย" อีกต่อหนึ่ง

 

 

จึงเท่ากับว่า เจ้าคุณสมศักดิ์ สามารถดึงเอา "สมเด็จชิน" มาชน "สมเด็จธงชัย" ได้ ถือว่าฝีมือไม่เบา สมแล้วที่อยู่ใกล้ธรรมกายมานาน แต่การที่ "สมเด็จชิน" ยอมให้เจ้าคุณสมศักดิ์เข้าพบจนเป็นข่าวใหญ่ผ่านสื่อไปนั้น ย่อมชี้ให้เห็นว่า เลขาสมเด็จพระสังฆราช ไม่ประสีประสาทางการเมือง ไม่นิ่งเหมือน "พระพรหมบัณฑิต" สะกิดเตือนไว้ ว่าในสภาวะ "ฝุ่นตลบ" นั้น อย่าเพิ่งขยับไปไหน เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นใคร อาจจะเป็นได้ทั้งมิตรและศัตรู ผู้ที่ฉลาดต้องรอดูทิศทางให้กระจ่างจึงค่อยเคลื่อนไหว แต่พูดไม่ทันไร สมเด็จชินก็เปิดประตูกุฏิอ้าซ่าเสียแล้ว ทั้งฝุ่นทั้งควันตลบอบอวน "วัดราชบพิธ" เลยคุณ เล่นแบบนี้ต่อไปเจ้าคุณธงชัยก็ท่องคาถา "ทีใครทีมัน"

 

 

นี่มันใกล้เคียงกับสถานการณ์ "พระโกสัมพี" ทะเลาะกันเรื่อง "ขี้" จนพระพุทธเจ้าเหม็นหน้า เสด็จหนีเข้าป่าไปปาลิไลยกะ อยู่กับช้างป่าวานร เพราะเห็นแต่ละฝ่าย "เก่งๆ" กันทั้งนั้น ฝ่ายหนึ่งอ้าง "ธรรม" อีกฝ่ายอ้าง "วินัย" ไปกันคนละทาง พระป่ากับพระบ้านก็แทบไม่ต่างกัน ขนาดอ้าง "ไม่ยึดติด" แต่เปิดวัดให้ชุมนุมเรียกร้องตำแหน่งคืนกันตรึมๆ ถ้าไม่คืนก็จะยื่น..ฎีกา แบบนี้ถึงมี "พระศาสดา" ก็คงจะ..เอาไม่อยู่ คงจะเสด็จหนีเข้าป่าอีกรอบแน่นอนครับ ท่านพระครู

 

 

  

 

 

ชาวปทุมคาใจ ปลดหลวงพ่อทำไม

แต่ไม่คาใจ หลวงพ่อไปหาสมเด็จชินทำไม

ทำไมไม่ไปวัดไตรมิตร ผิดฝาผิดตัวหรือเปล่า ?

 

 

 

"พระธรรมรัตนาภรณ์" เข้าพบ "สมเด็จพระมหาวีรวงศ์" ถามเหตุผลการถูกปลดจากเจ้าคณะ จ.ปทุมธานี ระบุ มส. ไม่ได้เป็นผู้เสนอเรื่อง

 

เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ถึงกรณีที่ประชุม มส. เมื่อวันที่ 30 ก.ย. มีมติถอดถอน 3 เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ฉะเชิงเทรา และกาฬสินธุ์ (ธ) ทำให้คณะสงฆ์ จ.กาฬสินธุ์-ปทุมธานี ออกมาเคลื่อนไหวไม่ยอมรับมติดังกล่าว ว่า ในวันที่มติออกมาเช่นนี้ พระเถระในที่ประชุมมส. ต่างก็ไม่ทราบเรื่อง และต่างไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม้จะเป็นการประชุมผ่านระบบออนไลน์ แต่พอมีวาระออกมา ได้แต่เพียงรับทราบไปตามระเบียบเท่านั้น เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีเบื้องหลัง แต่คณะสงฆ์กลับไม่มีอำนาจตัดสินใจ ต้องยอมรับมติดังกล่าวตามที่เป็นไป และพระเถระใน มส. ต่างก็ระบุว่าต่อไปจะต้องเกิดปัญหาแน่นอน แล้วก็เกิดปัญหาจริงๆ อย่างที่คณะสงฆ์กาฬสินธุ์และคณะสงฆ์ปทุมธานีออกมาเคลื่อนไหว จนกลายเป็นเหตุบานปลาย สร้างความมัวหมองให้กับคณะสงฆ์ รวมไปถึงกรณีตั้งเจ้าคณะ จ.นครศรีธรรมราช ซ้อนตำแหน่งกัน คงสร้างความสับสนให้กับคณะสงฆ์และชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเจ้าคณะจังหวัดรูปเดิมก็ยังอยู่ในตำแหน่ง ส่วนเจ้าคณะจังหวัดรูปใหม่ที่ได้รับตำแหน่งก็จะวางตัวไม่ถูก ส่วนการเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์แต่ละจังหวัด ถ้าจะทำหนังสือฎีกาทูลเกล้าฯ ถวายก็เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 5 ตุลาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264