เปิดตัว..อาจารย์เล็ก

 

ว่าที่เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์

 

ตามพระราชดำริและตามมติมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

 

 

พระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทฺธิญาโณ)

เจ้าอาวาสวัดป่านาขาม ต.แก้งไก่ อ.สังคม

เจ้าคณะอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย

ชื่อเล็ก แต่ชื่อชั้นมิได้เล็ก เดินเข้าวังได้เหมือนไปตลาด

 

 

 

เวลา ณ บัดนี้ คงไม่มีใครในวงการสงฆ์ โดยเฉพาะแวดวงพระกรรมฐานสายอีสาน จะไม่รู้จักชื่อของ "พระครูเล็ก" หรือว่า พระอาจารย์เล็ก แห่งวัดป่านาขาม อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ผู้ได้รับพระราชดำริให้ "ข้ามห้วย" ไปครองตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์" พาสชั้นขึ้นเทียบขั้น "เจ้าคุณเทพ" ของพระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ถูกปลดฟ้าผ่าในเวลาเดียวกันกับอดีตเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ฉะเชิงเทรา และปทุมธานี ในสายมหานิกาย แต่สายธรรมยุตรู้สึกจะ "ร้อนแรงกว่า" ถึงกับมีม็อบกดดันมหาเถรสมาคม "ให้ทบทวนด่วน" หากไม่เป็นผลสำเร็จก็กะจะยื่น "ฎีกา" ถึงสำนักพระราชวัง กันเลยทีเดียว

 

 

แน่นอนว่า นอกจากจะถูกตั้ง "ข้อครหา" สารพัด ทั้งอายุ-พรรษา วิทยฐานะ และสังกัด ซึ่งไม่ลงตัวอย่างสิ้นเชิงกับตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ถิ่นน้ำดำ" เป็นเสือข้ามห้วยจากหนองคายมาได้ยังไง ใครๆ ก็อยากรู้ ซึ่งความรู้นี้ก็มีการถามไปยัง "มหาเถรสมาคม" ในหลายช่องทาง ทั้งผ่านสื่อ ผ่านการสัมภาษณ์สดของบรรดาพระสงฆ์และศิษยานุศิษย์ของหลวงพ่อบัวศรี รวมทั้งมีการล่ารายชื่อ "ประท้วง" เพื่อจะนำไปยื่นต่อมหาเถรสมาคมในวันพรุ่งนี้อีกด้วย

 

 

แต่ก็เป็นที่น่าฉงนใจว่า ด้วยเหตุผลอันใด หรือด้วยคุณสมบัติใด อาจารย์เล็ก ถึงได้ผ่านการพิจารณาถึง 3 ด่านใหญ่ คือ จากเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย ผ่านมหาเถรสมาคม และผ่านสำนักพระราชวัง ซึ่งมี "พระราชดำริ" โปรดให้พระครูสุทธิญาณโสภณ ซึ่งมีสังกัดในจังหวัดหนองคาย กระโดดข้ามคลองมากินตำแหน่งใหญ่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเล่นเอาพระกาฬสินธุ์แตกฮือกันทั้งจังหวัด มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย ในรอบร้อยปี ใครผ่านด่านเหล่านี้มาได้โดยสะดวก ถือว่ามีอิทธิฤทธิ์ระดับเซียน

 

 

ด้วยปรากฏการณ์นี้ จึงชี้ว่า อาจารย์เล็ก หรือพระครูเล็ก รูปนี้ ไม่ธรรมดา ถ้าจะเล็กก็ต้องระดับ "พริกขี้หนู" ถึงจะเล็ก แต่ก็เผ็ดกว่าพริกหยวก

 

 

ว่าตามประวัติหรือโปรไฟล์แล้ว พระอาจารย์เล็ก เป็นศิษย์ของ "หลวงปู่เหรียญ วรลาโภ" วัดป่าอรัญบรรพต จังหวัดหนองคาย จึงถือว่าเป็นศิษย์สายหลวงปู่มั่น ท่านหนึ่งเช่นกัน แต่ก็ต้องย้ำว่า "ท่านเป็นพระหนองคาย" ร้อยเปอร์เซ็นต์

 

 

ตำแหน่งก่อนจะได้รับ "พระราชดำริผ่านมหาเถรสมาคม" ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น อาจารย์เล็กเป็นเจ้าอาวาสวัดนาป่าขาม และเจ้าคณะอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย และท่านมีสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ "พระครูสุทธิญาณโสภณ"

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อดูที่ "กิจกรรม" ของวัดนาป่าขาม ก็จะพบว่า มีการนำเอาภาพของครูบาอาจารย์กรรมฐานสายหลวงปู่มั่นมาโพสต์เต็มไปหมด ส่วนของอาจารย์เล็กนั้นมีบ้างประปราย ไม่เว่อร์วังอลังการเหมือน "พระคม" ศิษย์หลวงตาบัว ซึ่งประกาศว่า "อาตมาได้รับอาราธนาจากในหลวงให้เข้าไปถวายพระกรรมฐานในวัง และโปรดให้จำวัดในวังด้วย" แถมโพสต์ภาพ "ยืนถือพัดแอ๊คท่าถ่ายรูปในวัง" ยังกะว่าวังเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ครูบาอาจารย์เห็นถึงกับส่ายหน้า หมดปัญญาจะสั่งสอนกรรมฐานไก่อ่อน เบื้องต้นตรงนี้จึงพอจะประมาณได้ว่า พระเล็กก็น่าจะเป็นพระที่ดีได้รูปหนึ่ง ถ้ายังรักษาวัตรปฏิบัตินี้ไปได้อย่างสม่ำเสมอ

 

 

 

 

 

 

ทีนี้พอมองไปที่ "กิจกรรมนอกวัด" อันได้แก่การสาธารณสงเคราะห์ ในฐานะที่อาจารย์เล็กเป็นเจ้าคณะอำเภอ ย่อมจะต้องช่วยเหลือกิจการบ้านเมืองที่จำเป็นและเหมาะสม ภาพครั้งล่าสุดนั้น ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา อาจารย์เล็กได้มอบเครื่องมือทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลสังคม เป็นมูลค่าถึง 16 ล้าน 8 แสนบาท แม้จะเป็นการช่วยเหลือโรงพยาบาลในเขตปกครองของตนเอง (มิได้ข้ามเขตใคร) แต่จำนวนปัจจัยก็ถือว่าไม่ธรรมดา เทียบกับ "สมเด็จพระวันรัต" เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ซึ่งมีเงินมูลนิธินับหมื่นล้าน รวยที่สุดในประเทศไทย ยังช่วยบรรเทาภัยโควิด-19 แค่ 10 ล้านบาทเอง  บ้างก็ระบุว่า โรงพยาบาลอนาลโยในโรงพยาบาลสังคม ก็เป็นผลงานของพระอาจารย์เล็ก บารมีของอาจารย์เล็กจึงถือว่าไม่ธรรมดา แต่ว่าเรื่องเงินเรื่องทองมันเป็นของอันตรายสำหรับพระทุกสาย ไม่เว้นแม้แต่สายกรรมฐาน

 

 

 

 

 

 

พระเล็กเยี่ยมคารวะหลวงตาเมือง

 

 

ทีนี้มาดูเรื่อง "การบริหารการปกครอง" กันบ้าง เพราะพระอาจารย์เล็กเป็นทั้งเจ้าอาวาสและเจ้าคณะอำเภอ ถือได้ว่าเป็นพระนักปกครอง ซึ่งตรงจุดนี้จะชี้ความตรงฉินหรือกังฉิน ไม่ว่าของใครก็ตาม

 

 

เมื่อมีกระแสต่อต้าน "พระอาจารย์เล็ก" ไม่ให้ข้ามห้วยจากหนองคายไปดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็มี "นิรนาม" ส่งข้อความมายัง "อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม" ว่า ขอช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับพระอาจารย์เล็กกับหลวงพ่อบัวศรีที ว่าใครดีกว่ากัน โดยมีการชี้เบาะแสมาด้วย ดังนี้

 

 

 

 

 

 

หลวงตาเมือง-อาจารย์จันมี

สองผู้มีบารมีแห่งหนองคายและกาฬสินธุ์

 

 

 

 

กรณี "หลวงเมือง" หรือพระโพธิญาณมุนี วัดป่ามัชฌิมาวาส จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งถูกสีกาฟ้องร้องเป็นอธิกรณ์ทางสงฆ์ว่ามีอะไรกัน และมีคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน ซึ่งประธานการสอบสวนคือ พระเทพสารเมธี (หลวงพ่อบัวศรี) ก็มีมติว่า บริสุทธิ์ ขัดแย้งกับพยานหลักฐานต่างๆ อย่างสิ้นเชิง

 

 

แต่เมื่อไปดูในโปรไฟล์ของพระอาจารย์เล็กแล้ว ก็พบว่า พระอาจารย์เล็ก ก็ยอมรับนับถือ "หลวงเมือง" เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ถึงกับเดินทางไปคารวะ จะว่าพระเล็กเป็นผู้เที่ยงธรรมเหมือนนำเสนอก็ไม่ใช่ พฤติกรรมของ "พระเล็ก" ก็คงไม่ต่างจากหลวงพ่อบัวศรี ถึงพระเล็กจะมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็เชื่อว่า คดีพระเมือง คงไม่ต่างไปจากคำวินิจฉัยของหลวงพ่อบัวศรีเช่นกัน

 

 

แต่ที่น่าสนใจก็คือว่า มีการปูดตัวละครตัวใหม่ในจังหวัดหนองคายออกมา นั่นคือระบุว่า พระอาจารย์จันมี อนาลโย วัดป่าแก้งใหม่ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มีพฤติกรรมอันตราย ทั้งเรื่องชู้สาวและเงินๆ ทองๆ มีการอ้าง "พระอาจารย์อินทร์ถวาย" สายหลวงตาบัว เข้ามาเป็นพยานรับรู้ด้วย โดยเปรียบเทียบว่า พระอาจารย์เล็กบริสุทธิ์กว่าพระอาจารย์จันมี และมีความเมตตาเสียสละมากกว่า (บริจาคเยอะมาก)

 

 

ที่สำคัญก็คือ เมื่อมีการสอบสวนพระอาจารย์จันมี พระอาจารย์เล็กในฐานะเจ้าคณะอำเภอก็เด็ดขาด สั่งประหารชีวิตพระอาจารย์จันมีทันที สั่งให้ลาสิกขาแบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม

 

 

แต่ครั้นรายงานผลไปยังเบื้องบนตามลำดับการปกครอง ก็ปรากฏว่า สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต สั่งให้ยุติเรื่อง โดยอ้างว่า เมื่อพระผู้ใหญ่ตัดสินแล้ว ก็ขอให้ยุติคดีความ เกรงจะเกิดความวุ่นวายถ้าทำเอิกเกริกไป

 

 

แต่ว่า พระเล็ก เห็นว่าไม่ถูกต้อง พระผู้ใหญ่จะใช้ตรรกะ "กลัววุ่นวาย" มากลบความชั่วร้ายในพระศาสนาไม่ได้ และเมื่อพึ่งพระไม่ได้ สายข่าวก็ระบุว่า "พระเล็กถึงกับนำเรื่องเข้าวัง ฟ้องร้องต่อเจ้า"

 

 

ซึ่งตรงนี้น่าจะเป็นการบ่งชี้ว่า "สาเหตุที่พระเล็กได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯ มีพระราชดำริให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ก็เพราะผลงานการเข้าวังดังกล่าว"

ซึ่งการชี้มูลเช่นนี้ยังมีข้อวินิจฉัยต่อไปอีกหลายข้อ ดังต่อไปนี้

 

 

1. เดิมทีนั้น มีข่าวเพียงว่า พระอาจารย์เล็ก ได้รับพระมหากรุณาธิคุณฯ โปรดให้ไปดำรงตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์" แต่สายข่าวกลับนำเรื่อง "อธิกรณ์ของพระอาจารย์จันมี" ซึ่งอยู่เขตปกครองของพระเล็กมาเป็นประเด็นใหม่เพิ่มเติม ทำให้รู้ว่า ในเขตการปกครองของพระเล็กเองก็มีปัญหา ไม่ต่างจากเขตการปกครองของหลวงพ่อบัวศรีเลย แต่วิธีการบริหารสถานการณ์ของพระเล็กกับหลวงพ่อบัวศรีนั้นต่างกัน โดยหลวงพ่อบัวศรีนั้นถือเอาความสงบเรียบร้อยของหมู่คณะเป็นประมาณ (เพราะหลวงตาเมืองเป็นข่าวเน่าขนาดนี้ คงไม่มีโอกาสเติบโตทางสมณศักดิ์อีกต่อไปแล้ว ปล่อยให้อยู่ไปจนตายในผ้าเหลืองเถิด) แต่พระเล็กกลับเห็นว่าต้องเด็ดขาด ขนาดสมเด็จพระวันรัตห้ามปรามไว้ก็ยังไม่ฟัง ดึงดันนำเรื่องไปฟ้องถึงในรั้วในวัง

 

 

2. การนำเรื่อง "อธิกรณ์ในเขตหนองคาย" ไปถวายให้พระเจ้าอยู่หัวทรงทราบ และพระเล็กได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดฯให้ดำรงตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์" ก็นับว่าเป็นเรื่องน่าพิศวง เพราะเป็นคนละเขตกัน คือถึงแม้ว่าพระเล็กจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณจริงๆ ก็ตาม ก็ย่อมจะมีคำถามว่า ในเมื่อพระเล็กทูลถวายรายงานเรื่องอธิกรณ์ของพระอาจารย์จันมีในเขตอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ภายใต้การปกครองของพระเล็กและเจ้าคณะจังหวัดหนองคาย แต่เหตุไฉนจึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณ "โปรดให้ย้าย" ไปครองตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์แทน คือพระเล็กน่าจะได้รับตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย" แทน เพื่อชำระสะสางอธิกรณ์ของพระอาจารย์จันมี และผู้ที่ควรถูกปลดก็น่าจะเป็น "เจ้าคณะจังหวัดหนองคาย" แต่ไหงกลายเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์

 

 

3. จึงมีประเด็นตามมาว่า ถ้าหากว่าพระเล็กได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วคดีความของ "พระอาจารย์จันมี" จะได้รับการชำระสะสางสมกับที่พระเล็กนำความขึ้นกราบบังคมทูลหรือไม่ หรือจะปล่อยไว้เหมือนในกรณีหลวงตาเมือง หรือบางที พระเล็กอาจจะถูก "วางตัว" ให้ไปสะสางคดีหลวงตาเมืองในจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้เด็ดขาดเหมือนคดีพระอาจารย์จันมี ดูทีว่า "พระเล็ก" จะเก่งกาจเหมือนตอนอยู่หนองคายหรือไม่ เพราะรู้เห็นกันอยู่ว่า พระเล็กเคารพนับถือ "หลวงตาเมือง" เป็นพ่อแม่ครูบาอาจารย์ ถ้าสามารถสึกหลวงตาเมืองได้ ก็น่าเชื่อว่าพระเล็กเป็นคนตงฉินจริง ผลงานเท่านั้นที่จะพิสูจน์

 

 

4. การสั่งย้าย "พระเล็ก" ให้ข้ามเขตหนองคายไปเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ จึงมองได้ว่า พระผู้ใหญ่กำลังให้บทเรียนแก่พระเล็ก ว่าลองไปกำราบหลวงตาเมืองดูให้รู้หมู่รู้จ่า แถมให้ไปตัวเปล่าเล่าเปลือย เพราะพระเล็กไม่มีวัดสังกัดในจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วตกลงจะให้พระเล็กไปอยู่วัดไหน ใช้วัดอะไรเป็นสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ งานหินชัดๆ พูดตามหลักภาษาไทยว่า..ดัดสันดาน อยากดังคนเดียวก็ไปซี

 

 

5. ในเอกสารข้างต้นนั้น ยังกระทบกระทั่งไปถึง "พระญาณรักขิต" หรือหลวงพ่อแผน โสภโณ แห่งวัดวีระวงศาวาส รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ว่าหลวงพ่อแผนก็มีแผนจะขึ้นครองตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์" เช่นกัน จึงเมื่อมีข่าวว่า มหาเถรสมาคม ได้ลงมติให้ "พระเล็ก" มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ถือว่าเสียแผน หลวงพ่อแผนจึงวางแผนใหม่ ปลุกระดมพระสงฆ์ทั่วจังหวัดกาฬสินธุ์ ให้มาต่อต้านพระเล็ก ด้วยข้อหา "ข้าต่างด้าว ท้าวต่างแดน"

 

 

การปูดเบื้องหลังเช่นนี้ ถึงจะมีมูลความจริงอยู่บ้าง แต่ก็นับว่า "สายพระเล็ก" ไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ปูพรมทิ้งระเบิดในทุกพื้นที่ แกว่งเท้าหาเสี้ยนไปทั่ว ไม่ว่าจะเป็นหนองคายหรือกาฬสินธุ์ ทำให้เห็นได้ว่า พระสายวัดป่าเวลานี้นั้น จมปลักอยู่ในอำนาจเงินตราจนหน้ามืด สามารถเข่นฆ่ากันได้ ไม่มีพี่ไม่มีน้อง ไม่มีครูบาอาจารย์ และมิได้อิงอาศัยพระธรรมวินัยแต่อย่างใดทั้งสิ้น ทุกคนสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อลาภยศและเงินตรา ถ้าพระภิกษุวชิรญาณได้มาเห็นเช่นนี้ ก็คงจะเสียพระทัยว่า "อาตมาไม่น่าตั้งธรรมยุตขึ้นมาเลย"

 

 

และความจริงแล้ว เรื่องนี้ ไม่บังควรเอา "พระเจ้าอยู่หัว" ซึ่งเป็นสถานบันอันสูงสุดของชาติ เข้ามาเกี่ยวข้อง ให้กระทบกระเทือนพระบรมเดชานุภาพโดยไม่จำเป็น เพราะตราบใดที่ยังไม่รู้จริงในกระบวนการต่างๆ ของพระสงฆ์สายกรรมฐานสองกลุ่ม ที่แก่งแย่งอำนาจและมวลชนในพื้นที่ ไม่ว่าใครก็ตาม ขืนเข้าไปยุ่งเกี่ยวก็เปลืองเนื้อเปลืองตัว เข้าตำรา เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กระดูกแขวนคอ

 

 

เชื่อไหมว่า ไม่ว่าหลวงพ่อบัวศรีที่อุ้มหลวงเมือง และพระเล็กที่เล่นบท "หนุมานเผาเมือง" อาจจะไม่มีใครได้ครองอำนาจราชศักดิ์อีกต่อไป งานนี้สำนักงานสมเด็จพระสังฆราช ส่งมือพระกาฬลงไป "ล้างบาง" เหี้ยนเตียนทั้งสองเมืองแน่ เพราะลำพังการแอบอ้างว่า "สามารถนำเรื่องราวเข้าไปฟ้องร้องถึงในวังได้" ก็อันตรายแล้ว สำหรับพระเล็ก

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 3 ตุลาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264