ตามรอยพระกรรมฐาน

 

 

พระปทุมธานีเตรียมเคลื่อนไหวต้านมติ มส.

 

ขอความกระจ่างปลดเจ้าคณะจังหวัด

 

ส่วนทาง "แปดริ้ว" ยังเงียบกริบ

 

 

 

 

 

 

 

ธัมมชโย ผู้ยิ่งใหญ่เหนือคณะสงฆ์ไทย

 

ถูกรัฐบาลทหาร "สั่งสึก" ตั้งแต่ปีมะโว้

 

จนกระทั่งบัดนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าอยู่ไหน

 

ความลับอยู่ที่ใคร ถ้ามิใช่ เจ้าคณะจังหวัดปทุม

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณสมศักดิ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี

 

ผู้รับฝากคดีธัมมชโยไว้นานจนลืม

 

แต่คิดค่าฝากมหาศาลจากทั้งสองฝ่าย

 

ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง

 

 

ได้เลื่อนสมณศักดิ์ "ชั้นธรรม" จากรัฐบาลไทย

 

ได้การสนับสนุน "กิจกรรม" จากธรรมกาย

 

กลายเป็นว่า สมศักดิ์ เล่นการเมืองเสียเอง

 

ดังนั้น วันนี้ มาเพราะการเมือง จึงต้องไปเพราะการเมือง

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณสมศักดิ์ : สมเด็จสมศักดิ์ : เจ้าคุณสายชล

 

3 ผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับคดีธัมมชโย

 

คนกลางไปสวรรค์

 

คนขวา..โดนปลด คนซ้าย..ได้ชั้นธรรม

 

ข้อหาเดียวกัน ยุติธรรมคณะสงฆ์ไทย

 

มหาสายชลถามมหาเถรสมาคมว่า

 

"ผมผิดอะไร แล้วสมศักดิ์ทำถูกอะไร"

 

วันนี้สายชลพอใจแล้ว เพราะสมศักดิ์ก็..ไปไม่รอด

 

 

 

 

ไหมล่ะ และแล้ว "พระดีของบิ๊กตู่" ผู้ที่ "พงศ์พร" เชื่อมั่นในคำมั่นสัญญา "ขอให้หลวงพ่อดูแลเอง.." ยินยอม "ยกวัดพระธรรมกาย" ถวายให้ดูแลมานานถึง 4 ปี แถมเลื่อนสมณศักดิ์ให้ถึง "ชั้นธรรม" วันนี้ได้กลายมาเป็น "หอกข้างแคร่" แหย่รัฐบาลประยุทธให้ทรุดเอียง พงศ์พรต้องถอนใจร้องเพลง..ทำไมถึงทำกับฉันได้ มันไม่มีใครหลอกคุณหรอกพงศ์พร แต่คุณโง่ เอ๊ยโทษ เชื่อคนง่ายเกินไป

 

 

ถามว่า ม็อบพระปทุมธานีที่จะแสดงพลังในวันพรุ่งนี้ เป็นของวัดเขียนเขตหรือของ..วัดใหญ่ คือว่าเป็นม็อบอิสระหรือว่าเป็นม็อบจัดตั้ง หรือใช้ระบบ "ไฮบริดจ์" เป็นการผสมผสานของ 2 วัด วัดหนึ่งคุมอำนาจรัฐ อีกวัดคุมมวลน้ำ เอ๊ย มวลชนมหาศาล ประมาณว่า "สั่งการได้ทั้งจังหวัด" แถมท่อน้ำเลี้ยงอีกไม่อั้น เป็นพันๆ ล้าน พ่อใหญ่เคยผ่านสงครามใหญ่ใช้อภิมหาอาวุธ  "ม.44" ของบิ๊กตู่มาแล้ว ทั้งเหนียวข่ามคงกระพันครบเครื่อง เด็กคลองสามหาของกันให้วุ่น ห้อยเหรียญหลวงพ่อธัมมชโยแล้ว ทหารตำรวจอาสาสมัครเป็นพันๆ หากันทั้งกลางวันกลางคืนก็ไม่เจอ ไม่อัศจรรย์ใจได้อย่างไร

บัดนี้ บิ๊กตู่ ไม่มีอำนาจเด็ดขาดเหมือนเดิมแล้ว จากรัฏฐาธิปัตย์กลายเป็น "นักเลือกตั้ง" เดินยกมือไหว้ชาวบ้านร้านตลาดงกๆ ก็จึงถึงเวลาที่ "พวกเราเหล่าธรรมกาย" จะเอาคืนบ้างจะได้รู้ว่า วันพระมิได้มีวันเดียว บอกแล้วไงว่า หลงพ่อไม่เล่นการเมือง แต่การเมืองอย่าเล่นพ่อ ไม่งั้นจะไม่เหลืออะไรให้เล่น เข้าใจตรงกันนะจ๊ะ

 

 

ใช่แต่เท่านั้น แนวรบในรัฐสภานั้น "ท่านมหานิยม เวชกามา" แห่งพรรคเพื่อไทย ของใครเอ่ย ? ก็เกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมบ้านบิ๊กตู่ ยื่นกระทู้ถามเรื่องพระเรื่องเจ้าอย่างต่อเนื่อง มองแล้วเหมือน "แท๊กทีมกันเล่น" ยังไงก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า ทุกปัญหากำลังถาโถมเข้าสู่ส่วนกลาง คือรัฐบาลบิ๊กตู่ ถ้าดูแบบนักการเมืองแล้ว ก็ไม่แคล้ว "แม้วอยู่เบื้องหลัง" จนได้สิครับท่าน

 

 

นั่นหมายถึงว่า พรุ่งนี้ ปัญหาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กำลังถูกทั้งนักการศาสนาและนักการเมือง ลากเข้าสู่แดนประหาร ถ้าบริหารสถานการณ์ไม่ดี ก็มีสิทธิ์บานปลาย ขนาดให้เลขาสังฆราช "อ้างอิง" พระบรมราชโองการ ก็ยังมีผู้ไม่เชื่อ แถมตั้งคำถามว่า "แอบอ้างพระบรมราชโองการ" อีกต่างหาก ตอบคำถามกันตาลาย

 

 

 

 

 

 

 

ประยุทธ์ VS ทักษิณ

 

สองผู้ยิ่งใหญ่ในทางการเมืองรวมทั้งการศาสนาของไทย

เผด็จการทหาร VS เผด็จการรัฐสภา

สร้างดาวคนละดวง หรือ ลงนรกคนละขุม

 

 

 

ในทางการเมืองนั้น "ทักษิณ" ถูกบีบ ให้ออกนอกประเทศ (ตามด้วยยิ่งลักษณ์) เหมือนราหูที่ถูกตัดหัว-หางขาดจากกัน แต่เพราะได้ดื่มน้ำอมฤทธิ์ก่อนแล้วจึงฆ่าไม่ตาย กลายเป็นอมตะ สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ "ประยุทธ์" อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เดี๋ยวโผล่ไอจี เดี๋ยวมีประชุม Club House บิ๊กตู่ต้องคอยเช็คตลอดว่าแม้วจะออกช่องไหน ไม่ดูก็ไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าแม้วพูดอะไร แฟนคลับแม้วยังติดตามน้อยกว่าบิ๊กตู่

 

 

ทักษิณถูกประยุทธ์ "ยัดข้อหาโกงอำนาจ" ผ่านระบบเผด็จการรัฐสภา สั่งศาลให้ตัดสินประหารชีวิตทางการเมือง แถมห้ามเข้าไทยไปชั่วชีวิต แรกนั้นก็ลงอาญา 2 ปี แต่วันนี้ก็เลย 10 ปีแล้ว แม้วยังไม่มีโอกาสกลับไทย และอาจจะไม่ได้กลับตลอดกาล เพราะตกอยู่ในฐานะ "จำเลยทางการเมือง" ของประยุทธ์ไปแล้ว

 

 

ส่วนประยุทธ์ก็ถูกทักษิณ "ยัดข้อหาโกงอำนาจ" ผ่านระบบเผด็จการทหาร แรกนั้นก็ "ขอเวลาอีกไม่นาน จะรีบคืนความสุข" แต่ถึงวันนี้ ร่วมๆ จะ 8 ปีแล้ว คนไทยมีแต่ความทุกข์ ประยุทธ์ลงจากหลังเสือไม่ได้ ต้องเดินหน้าเล่นการเมืองเพื่อต่อท่ออำนาจต่อไปให้ครบ 20 จึงมีฐานะ "จำเลย" ทางการเมืองของทักษิณ ต้องติดคุกการเมืองไปชั่วชีวิต

 

 

 

 


 

 

 

 

ทักษิณนั้น ทั้งเคยไปใช้ "วัดพระธรรมกาย" เป็นสถานที่จัดงาน และหลังจากนั้นก็เข้าวัดพระธรรมกายในฐานะ "อัครสาวก" ของท่านธัมมชโย รวมทั้งยิ่งลักษณ์ก็เข้าวัดเดียวกับพี่ชายด้วย ส่วนประยุทธ์นั้นเข้าวัดบวรนิเวศวิหาร ไม่เข้าวัดพระธรรมกายและไม่เคยไป ไม่ว่าจะเป็นธรรมกายหรือปากน้ำ จะเรียกว่าศิษย์คนละสายก็คงว่าได้ สมัยโบราณนั้น ศิษย์คนละสาย เมื่อมาเจอกันก็ต้อง "ลองของดี" มีตะกรุดหรือผ้าประเจียดคาดหัว เป็นได้ตะลุมบอนกัน เหมือนยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์ ยกพวกตีกันจนท่าเตียน

 

 

 

 

 

 

 

นิยม เวชกามา ดาราหน้าใหม่ในวงการศาสนา

 

 

 

ดร.มหานิยม เวชกามา นั้น เป็นเปรียญลาพรตแล้วลงเล่นการเมือง เหมือน "ดุสิต โสภิตชา" แต่ว่าไม่รุ่ง จนกระทั่งเกิดคดี "เงินทอนวัด" ก็เลยเข้าทางมหานิยม เพราะต้องยอมรับว่า เรื่องวัดเรื่องวา เรื่องพระเรื่องเจ้า ใครจะพูดเข้าใจได้ดีกว่าบรรดา..มหาเปรียญ

 

 

ตั้งแต่คดีเงินทอนวัด มาจนถึงกรณี "ปลดฟ้าผ่า 3 เจ้าคณะจังหวัดใหญ่" เป็นเหมือนเกมสะสมแต้มที่ไร้คู่แข่งของมหานิยม ยิ่งนำเรื่องพระเรื่องเจ้าไปตั้งกระทู้ถาม "บิ๊กตู่" ถึงในสภา มหานิยมก็ยิ่งดูดี เพราะบิ๊กตู่หนีทุกครั้ง ใช้มวยแทนตลอด พรุ่งนี้ นักข่าวก็จะตามถามมหานิยม เหมือนดาราประจำรัฐสภา แต่ถ้าทราบว่า "มหานิยมสังกัดพรรคอะไร" ก็คงจะเข้าใจว่า "มหานิยมเป็นคนของใคร" ไปด้วย เข้าใจตรงกันนะ ว่าทุกอย่างมีเหตุมีปัจจัย ไม่มีแม้วก็ไม่มีบิ๊กตู่

 

 

 

 

 

ดร.อุทิส ศิริวรรณ ประกาศ "อาจ" ลงการเมือง

 

 

 

 

จู่ๆ เดือนก่อน "ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ" อดีตเณรนาคหลวง ป.ธ.9 แห่งสำนักวัดเลียบราษฎร์บูรณะ ได้ประกาศผ่านสื่อว่า "ผมอาจจะลงเล่นการเมือง" เรียกเสียงฮือฮาได้มหาศาลจากแวดวงดงขมิ้น ที่ยังไม่เคยเห็น "อดีตเปรียญลาพรต มหา 9 ประโยค" แถมด้วยดีกรี "ด๊อกเตอร์" จากสหรัฐอเมริกา จะลงเล่นการเมือง เคยเห็นเคยมีก็เพียง ป.4-5-6-7 สูงกว่านั้นไปไม่มีใครกล้า เพราะถ้าไม่ประสบความสำเร็จก็อาจจะเป็น "ตราบาป" ไปจนตาย ส่วนใหญ่แล้ว คนที่มีต้นทุนสูงจะไม่นิยมเล่นการเมืองภาคสนาม แต่จะรอจังหวะ "ราชรถมาเกย" ดังนั้น การลงของ ดร.อุทิส จึงถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในวงการศาสนาและการเมืองไทย

 

 

อย่างไรก็ตาม การเล่นการเมืองไทยนั้น ตัวชี้ขาดมิได้วัดกันที่ "ดีกรี" แต่จะวัดกันที่ "ปัจจัย" ซึ่งสมัยนี้นิยมเรียกว่า "กล้วย" ใครมีกล้วยแจกก็ได้คะแนนมาก ใครขาดกล้วยก็ขาดคะแนนนิยม สุดท้ายก็จะ..สอบตก ไปไม่ถึงดวงดาว เสียงประกาศอาสภิวาจาของ "มหาอุทิส" ถึงจะดังคับกำแพงวัด (เพราะพระชอบมวยวัด) แต่สำหรับแวดวงนักการเมืองแล้ว แทบไม่มีใครสนใจ เพราะมองไม่เห็นว่ามหาอุทิศจะเอาเงินที่ไหนมาเล่นการเมือง การเมืองไทยต้องซื้อเสียง ซื้อใจก็จะได้..แค่ใจ

 

 

ถามว่า ถ้ามหาอุทิสตัดสินใจเล่นการเมือง จะลงสมัครพรรคไหน ?

 

 

ที่ต้องตัดออกไปก่อนเพื่อนก็น่าจะเป็น "พลังประชารัฐ" เพราะคงจะเข้าวัดสระเกศและสามพระยายากถ้าสังกัดพรรคนี้ แบบว่ามองหน้าครูบาอาจารย์สหธรรมิกไม่ติด ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อยก็ไม่น่าสนใจ เหลือพรรคสุดท้ายที่คิดว่า "น่าไปที่สุด" ก็คือ..พท.

 

 

ถามว่า ทำไมต้องเป็น..พท. = เพื่อไทย

 

 

คำตอบก็คงเป็นเพราะ "พปชร" นั่นแหละ ปัจจุบันมันการเมืองระบบพรรคคู่ ไม่มีพรรคกลาง มีแต่พรรคบริวารและพรรคอะไหล่ ดังนั้น ถ้าไม่ลง "พปชร." ก็ต้อง "พท." เท่านั้น จึงจะเป็นการเล่นการเมืองที่มีอนาคต ขืนลงพรรคเล็กพรรคน้อย ก็จะกลายเป็นสัมภเวสีทางการเมือง ย้ายไปย้ายมาให้เสียประวัติ นานไปคนก็ลืม

 

 

 

 

 

 

 

 

คำถามสำคัญอีกข้อก็คือ ดร.อุทิส จะลงสมัคร ส.ส.ในเขตไหน จังหวัดอะไร ? ซึ่งข้อนี้ก็ต้องชี้ไปที่ "เคหสถาน" ของอาจารย์อุทิส ซึ่งปัจุบันนั้น ท่านมีบ้านพักอยู่ในเขตจังหวัด "ปทุมธานี" แต่จะเขตไหนก็อย่าไปรู้เลยนะ เอาแค่ "ปทุม" ก็พอ

 

 

จิ๊กซอว์ตัวนี้ จะชี้ไปยัง "ฐานเสียง" ของ ดร.อุทิส ซึ่งปัจจุบันยังมีเพียง "ความคิด" แต่กำลังทรัพย์และกำลังคนนั้น ยังไม่มี

 

 

และถ้าใครอยู่ปทุมธานีก็จะรู้ดีว่า "ที่นี่ถิ่นใคร" มีใครในจังหวัดนี้ไม่รู้จัก "วัดใหญ่" และ "พ่อใหญ่" ใช่แค่ "คลองสาม" เท่านั้น แต่ทุกคลองทุกเขต อำนาจของพ่อใหญ่ครอบคลุมไปทั่วทุกผืนน้ำ ขนาด "เจ้าคณะจังหวัด" ก็ยังต้องใช้บริการ "วัดใหญ่"

 

 

ช่วงนี้เริ่มจะมีข่าว "บิ๊กตู่ลงพื้นที่" ปี่กลองการเมืองเริ่มจะดังเซ็งแซ่ มีแม้กระทั่งข่าวการตั้งพรรคใหม่ เพื่อรองรับกับการเลือกตั้งครั้งใหม่ นักการเมืองหน้าใหม่อย่าง ดร.อุทิส คงจะนอนไม่หลับ กระสับกระส่ายพอๆ กับวันที่คิดจะลาสิกขา

 

 

แล้วจู่ๆ ก็เหมือนมีฟุตบอลหล่นใส่ตีน เมื่อมีข่าว "มส.ลงมติ ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด รวมทั้งปทุมธานี" มีหรือครับจะรีรอ เพราะนี่คือการเปิดฟลอร์ให้นักการเมืองหน้าใหม่ นามว่า ..อุทิส ศิริวรรณ ได้เปิดตัวเปิดใจ เปิดประตูก้าวเข้าสู่..รัฐสภาในตำแหน่ง ส.ส.

 

 

อุทิส ศิริวรรณ กระโดดขึ้นเวที "ชกลมโชว์" ทันที ประกาศออกไมค์ถามเจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรณีปลดเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี "ว่านี่คือ การแอบอ้างเบื้องสูง ใช่หรือไม่" แต่ยังยกการ์ดสูงขึ้นบังหน้าด้วยว่า "ถ้าในหลวงทรงมีพระราชดำริจริง ผมก็จบคำถาม"

ดร.อุทิส ยิงคำถามไปยัง "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" วัดไตรมิตร กรุงเทพมหานคร แต่สายตากลับมองไปที่ "วัดใหญ่" และ "วัดเขียนเขต" ของเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ว่ามีความรู้สึกอย่างไร ออกหมัดแบบนี้เข้าตากรรมการไหม ?

 

 

ถ้าถูกใจก็กดไลค์ กดแชร์ บอกผ่าน "กัลยาณมิตร" ด้วยนะครับ ว่าเลือกตั้งครั้งหน้า อย่าลืมหนุ่มน้อยหน้ามลคนซื่อที่ชื่อ..สย.สญ. เป็นหนุ่มบ้านนอกคอกนาเสี่ยงโชคชะตามากับเสียงเพลง ฯลฯ

 

 

ต้องยอมรับว่า ดร.อุทิส มองเกมขาด จะเล่นการเมืองมันเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมี "ฐานเสียง" ยิ่งฐานเสียงที่ไม่ต้อง "ใช้เงิน" แล้ว ในประเทศนี้มีไม่กี่เขตหรอก โดยเฉพาะเขตปทุมธานี แค่พ่อใหญ่กระซิบว่า "เอาคนนี้" ก็จบแล้วครับนาย ไม่ต้องคุยกับใครอีกในโลก

 

 

แต่อย่าลืมนะครับว่า คนระดับพ่อใหญ่ก็มิใช่จะไว้ใจใครง่ายๆ ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็เจอทุกรูปแบบ ทั้งเสือสิงห์กระทิงแรด พวกหน้าไหว้หลังหลอกก็เยอะ คิดจะเล่นกับพ่อใหญ่ก็ต้องจริงใจระดับตายแทนกันได้ แล้วจะได้ทุกอย่างที่ปรารถนา ถามว่า ดร.อุทิส พร้อมถึงขั้นนั้นหรือไม่ ถ้าพร้อมแล้วก็ต้อง "ทำให้ดู" ด้วยนะ พวกดีแต่พูดพ่อใหญ่ก็ไม่อาว..

 

 

แต่ว่าวันนี้โชคดีหลายต่อ เพราะนอกจาก "พ่อใหญ่" จะไม่อยู่แล้ว การจะเข้าหาพ่อใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องไป "วัดใหญ่" แต่ไปแค่ "วัดเขียนเขต" ก็ไม่ต่างกัน เพราะวัดเขียนเขตวันนี้เหมือนเป็น "ร่างทรง" ของพ่อใหญ่ เป็นแม่ไก่ที่ถูกทาง "รัฐบาลบิ๊กตู่" กะจะทลายป้อมปราการในฤดูกาลหน้า จึงออกคำสั่ง "ฟ้าผ่า" ปลดเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี กลางพรรษา

 

 

กระแสไฟที่ผ่าลงกลางวัดเขียนเขตนั้น ลามเข้าไปถึงในวัดพระธรรมกาย เหมือนไฟลามทุ่ง ช่วงชุลมุน มีแต่คนวิ่งหนีเพราะกลัว แต่ ดร.อุทิส ศิริวรรณ กลับกินดีปลีสวมหัวใจสิงห์ ออกหน้า "ท้าชน" เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ซึ่งยังอยู่ในผ้าเหลือง แต่ใช้อำนาจ "กำราบพ่อใหญ่" ผ่านวัดเขียนเขต ซึ่งเป็นเขต "เลือกตั้ง" ของ ดร.อุทิส พอดิบพอดี หรือนี่คือฟ้าลิขิต

 

 

ฟันธงตรงนี้ ดร.อุทิส มาถูกทางแล้ว ท่านมหานิยม จะได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์คนใหม่ มาร่วมชายคาเดียวกัน อีกไม่นานเกินรอ

 

 

ถามข้อสุดท้ายว่า แล้วทางพ่อใหญ่คิดอย่างไร ในกรณีที่ ดร.อุทิส จะขอเสียงจากกัลยาณมิตร ?

 

 

พูดแทนใจพ่อใหญ่ได้เลยว่า น่ารักสิลูก คุณสมบัติแบบ ดร.อุทิสนั้น พ่อใหญ่หามานาน มีด๊อกเตอร์-มหาล้นวัด แต่ไม่มีใครได้เรื่องเลยซักคน ดังนั้น ถ้าได้ ดร.อุทิสมา ก็เท่ากับว่าถูกหวย ถ้า ดร.อุทิสตัดสินใจมา พ่อใหญ่ก็เต็มใจ พร้อมให้กำลังใจ..ไม่อั้น

 

 

 

 

 

 

คณะสงฆ์ปทุมธานี "ฮื่ม" เตรียมเคลื่อนไหวเรียกร้องความเป็นธรรม ขณะที่สงฆ์ธรรมยุตกาฬสินธุ์ "บุกกรุงจันทร์นี้"

 

วันที่ 2 ต.ค.64  ณ วัดเขียนเขต ต.บึงยี่โถ อ. ธัญบุรี  จ. ปทุมธานี มีพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบลและเจ้าอาวาสหลายสิบรูป รวมตัวกันไปถวายกำลังใจกับ "พระธรรมรัตนาภรณ์"  อดีตเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีที่ถูกมหาเถรสมาคมสั่งปลดฟ้าผ่าโดยไม่ทราบสาเหตุ จนสร้างความไม่พอใจให้กับคณะสงฆ์ในจังหวัดและศิษยานุศิษย์เป็นอันมาก เนื่องจากพระธรรมรัตนาภรณ์ เป็นพระมหาเถระที่ทุ่มเทงานให้กับกิจการคณะสงฆ์เป็นอย่างมาก ที่ประชุมจึงเตรียมเคลื่อนไหวเพื่อแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์พระพุทธศาสนา

 

"แหล่งข่าว" ผู้เข้าร่วมประชุมรูปหนึ่ง เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว "thebuddh" ว่า ที่ประชุมได้มีการแสดงความห่วงใยและตั้งข้อสงสัยหลายประเด็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  สุดท้ายได้มติร่วมกันว่าจะเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับพระธรรมรัตนาภรณ์ พร้อมล่ารายชื่อคัดค้านมติของมหาเถรสมาคมในครั้งนี้ และจะเดินหน้าสู่กระบวนการเรียกร้องความเป็นธรรมให้เจ้าคณะจังหวัด โดยจะยื่นเรียกร้องความเป็นธรรมอย่างน้อย 3 หน่วยงานคือ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด, คณะกรรมาธิการศาสนา สภาผู้แทนราษฎร และผู้ตรวจการแผ่นดิน

 

"ประเด็นหลักการถอดถอนทั้งหลวงพ่อจังหวัดและพระท่านที่ถูกถอดถอน ไม่ได้ยึดติดตำแหน่ง แต่จะทำอะไรต้องยึดหลักการ ระเบียบจริยาพระสังฆาธิการเขามี  ถอดถอนโดยไม่มีเหตุผล ไม่มีการชี้มูลความผิด  ตอนนี้ทุกรูปที่เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ทั่วประเทศมีโอกาสโดนได้หมด แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร หากไม่ยึดหลักเกณฑ์และกฎหมาย"

 

ในขณะที่ นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย  เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว "thebuddh" ว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา พระป่าสายธรรมยุต เกือบ 200 รูป ได้นัดหมายมาประชุมที่วัดโสภณพัฒนาราม อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ โดยมี พระญาณรักขิต รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ในฐานะเจ้าอาวาสวัดกล่าวเป็นประธานตามที่นำเสนอไปแล้ว ว่า คณะสงฆ์ธรรมยุตจังหวัดกาฬสินธุ์ มีมติไม่รับ มติ มหาเถรสมาคม  โดยจะลงชื่อเป็นบัญชีหางว่าวทำเป็นหนังสือยื่นต่อ สมเด็จมหาววีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ให้ทบทวนมติดังกล่าว โดยท่านเจ้าคุณพระญาณรักขิต นำพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง ไปยื่นที่วัดราชบพิธฯ กรุงเทพมหานคร ในวันจันทร์นี้

 

"ตนขอฝากถึงกรรมการมหาเถรสมาคม ได้ทบทวน เรื่องดังกล่าว การปลดพระสังฆาธิการ ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ที่มีคนเครารพนับถือทั้งจังหวัด จะต้องมีเหตุผล ไม่ใช่ไปฟังคำสั่งของฆราวาส ผู้มีอำนาจบางคน แล้วไปอ้างพระราชดำริ  จึงเห็นว่าเป็นการเสี่ยงเกินไปของจิตใจของพุทธศาสนิกชน  เป็นการทำลายจิตใจชาวพุทธ และจะถึงเข้าข่ายทำสังฆเภท ในหมู่สงฆ์"   

 

นายนิยม เวชกามา ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า  เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่ ที่มหาเถรสมาคมแต่งตั้งมีสมณศักดิ์เป็นพระครู เป็นพระสังฆาธิการเจ้าคณะอำเภอ จากจังหวัดหนองคาย อาวุโส ก็น้อยกว่ารองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปปัจจุบันด้วยซ้ำไป การปกครองสงฆ์ ฝ่ายธรรมยุต ท่านถือเรื่องอายุพรรษามาก

 

"ตนได้สอบถามไปยังรองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ฝ่ายธรรมยุต รูปปัจจุบัน ท่านแจ้งว่า ไม่ได้นัดพระภิกษุสงฆ์มาชุมนุม  แต่พระเหล่านั้นไม่มีที่พึ่ง จึงมาหาตน และตนก็ทำตามมติสงฆ์ธรรมยุตกาฬสินธุ์ หากยื่นหนังสือไปแล้ว  มส. ไม่ทบทวน พระภิกษุสงฆ์ ทั้งจังหวัด ก็จะลาออกจากทุกตำแหน่ง จะขออยู่เป็นพระทั่วไป ถือศีลและวินัย สงฆ์ 227  ข้อต่อไป ให้สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม ดำเนินการปกครองกันเองต่อไป พระภิกษุสงฆ์เราจะอยู่ปฏิบัติธรรมต่อไปตามปกติ.."

 

 

 

ที่มา : TheBuddh : 2 ตุลาคม 2564

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264