ร้อนฉ่ามหาเถร !

 

สงฆ์กาฬสินธุ์ฮือต้านมติ มส.

 

ไม่เอาพระครูเล็กเป็นเจ้าคณะจังหวัดจากต่างถิ่น

 

 

รุงรังพันเต พ่ะย่ะค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

อา..เรื่องแขกต่างด้าว ท้าวต่างแดน ของ..อนิลมานชาญสมร ดูจะจิ๊บจ้อยไปเลย เมื่อเจอรายการ "เจ้าคณะต่างถิ่น" ทำนอง..หมาหลง อะไรเทือกนั้น คือพลันที่ข่าว "ปลด" พระเทพสารเมธีเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ แพร่กระจายไป ก็เกิดรายการ "มาโดยมิได้นัดหมาย" คล้ายๆ กับเหตุการณ์วันมาฆบูชา แต่ว่าการมาของคณะธรรมยุตกาฬสินธุ์ครั้งนี้ มิได้ประกาศโอวาทปาติโมกข์ต่างอย่างใด แต่ได้แสดงสังฆมติ "คัดค้าน" มติมหาเถรสมาคมครั้งประวัติศาสตร์ กระทบพระราชอำนาจอย่างจัง

 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวรายงานว่า "สงฆ์กาฬสินธุ์" ทั้งจังหวัด แม้จะมาประชุมโดยมิได้นัดหมาย แต่มีจุดหมายเดียวกัน นั่นคือ คัดค้านการปลด "พระเทพสารเมธี-บัวศรี ชุตินฺธโร" ลงมติเป็นเอกฉันท์โดยไม่ต้องใช้บัตร 2 ใบ ตามการแก้ไขของนักเลือกตั้ง ทั้งนี้ ได้ยื่นโนติ๊สไปยัง "มหาเถรสมาคม" มีคำถามหลักๆ อยู่ 2 ข้อใหญ่ ได้แก่

 

 

 

1. ปลดพระเทพสารเมธีด้วยสาเหตุใด คือผิดอะไร ทำไมถึงปลด เมื่อจะปลดทำไมไม่มีการสอบสวนและแสดงประจักษ์พยานให้แก่คณะสงฆ์ได้รับทราบ แต่กลับทำเป็นเรื่องลึกลับ ซึ่งพระผู้ใหญ่ในระดับนี้จะทำอะไรลับๆ ได้อย่างไร หรือจะใช้สูตรเดียวกับ "วัดราชบพิธ" ที่พอมีปัญหาก็โยนขี้ออกนอกกำแพงวัด ขนาด "เจ้าคุณชั้นราช" ยังหนีไปสึกเสียไกลไม่บอกไม่ลา จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าสึกเพราะอะไร สำนักเลขาพระสังฆราช ใช้วาทะนักการเมืองตอบคำถามว่า ท่านสึกเพราะความกตัญญู ต้องการไปดูแลแม่ นี่เลยสงสัยว่า พระรูปอื่นๆ ไม่มีความกตัญญูต่อมารดาเลยหรือไร ถึงได้ไม่ยอมสึกไปดูแลแม่เหมือนเจ้าคุณประกอบ

 

 

 

2. มหาเถรสมาคม พิจารณาด้วยเหตุผลใด จึงแต่งตั้งให้ "พระครูเล็ก" ซึ่งมีสังกัดในจังหวัดหนองคาย ให้ข้ามห้วยมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งๆ ที่ในจังหวัดกาฬสินธุ์ก็มีพระมหาเถระรองเจ้าคณะจังหวัดอยู่หลายรูป พระเจ้าคณะอำเภออาวุโสก็อีกมากมาย แต่ทำไมไม่พิจารณา

 

 

 

 

 

 

อนิลมาน

 

 

 

ปัญหานี้เหมือนกรณี "แขกต่างด้าว ท้าวต่างแดน" เมื่อมีการตั้ง "อนิลมาน-พระแขกดอย" ซึ่งอ้างว่าเป็นเชื้อสายศากยะเข้ามาดำรงตำแหน่งพระสังฆาธิการในระดับภาค ปกครองภาคเหนือตอนบน ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่า มติมหาเถรสมาคมออกมานานหลายเดือนนั้น อนิลมานได้รับพระบัญชาแต่งตั้งอย่างเป็นทางการแล้วหรือยัง ครั้นได้รับแต่งตั้งแล้ว ได้ลงพื้นที่ปกครองบ้างไหม มีนโยบายอะไรจับต้องได้เป็นตัวเป็นตนบ้าง ในเวลานี้น้ำกำลังท่วมประเทศไทย ทำไมไม่เห็นอนิลมานลงพื้นที่เอาข้าวเอาของไปแจก เหมือนสมัยพระไทยไปช่วยเนปาลตอนแผ่นดินไหวบ้าง หรือว่าวันๆ ก็เอาแต่เลียแข้งสมเด็จจุณฑ์อยู่ในวัดบวร

 

 

 

 

 

 

หลวงเมือง

 

 

 

 

ประชุมสงฆ์กาฬสินธุ์ ยังหยิบยกประเด็น "หลวงตาเมือง" วัดป่ามัชฌิมาวาส ซึ่งถูกสีกาฟ้องร้องมานานหลายปี มีทั้งรูปถ่ายและคลิปวีดีโอเป็นหลักฐาน แต่จนป่านนี้ "คณะธรรมยุตอันบริสุทธิ์" ของสมเด็จจุณฑ์และสมเด็จชิน ยังไม่เห็นทำอะไร ต่างกับกรณีปลดเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างสิ้นเชิง ธรรมยุตกาฬสินธุ์ก็ยังมี 2 มาตรฐาน

 

 

 

 

 

 

 

พระครูเล็ก VS หลวงพ่อบัวศรี

 

 

 

ในการปลด "พระผู้ใหญ่" ระดับเจ้าคณะจังหวัด เช่นหลวงพ่อบัวศรีนั้น ว่าโดยหลักการแล้วต้องดูให้ดี อย่าให้มีปัญหากระทบศรัทธาสานุศิษย์และพุทธศาสนิกชน คือว่าอย่าทำอะไรคาบลูกคาบดอก แต่ต้องทำอย่างโปร่งใส อธิบายต่อสาธารณชนได้ หาไม่แล้วควรใช้วิธี "ขอให้ท่านลาออกเอง" เหมือนกรณีเจ้าคณะจังหวัดเชียงราย เพราะถ้าท่านลาออกเองทุกอย่างมันก็ง่าย แต่ที่มันไม่ง่ายก็เพราะทำงานไม่เป็นไง จริงไหมครับท่านสมเด็จชินสังฆราชน้อย

 

 

เรื่องปลดก็นับว่ามีปัญหาคาบลูกคาบดอกแล้ว มหาเถรสมาคมยังสร้างปัญหา "ข้ามเขต" หรือ "ข้ามถิ่น" โดยการออกมติ "ตั้งพระครูเล็กจากจังหวัดหนองคาย" ข้ามห้วยมากินตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งทับที่หลวงพ่อบัวศรี และข้ามหัวพระสังฆาธิการกาฬสินธุ์ทั้งจังหวัด มันจึงเป็นจุดเดือดให้พระกาฬสินธุ์มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย แถมยังมามากกว่าวันมาฆบูชาเสียด้วย

 

 

การประกาศว่า "พระครูเล็กเป็นคนต่างถิ่น" นั่นเท่ากับว่า คณะสงฆ์กาฬสินธุ์ "ไม่ยอมรับ" พระเล็ก ให้เป็นเจ้าคณะจังหวัด เพราะใช่แค่ว่าจะมาปกครองใครในกาฬสินธุ์ แต่แค่ "วัดที่พักอาศัย" ในกาฬสินธุ์ของพระเล็กนั้น ยังไม่รู้ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้าจะใช้ "วัดป่านาขาม" ตำบลแก้งไก่ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย เป็นสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์รูปใหม่ รับรองว่าไม่มีพระกาฬสินธุ์รูปไหนไปใช้บริการไกลถึงหนองคายแน่นอน ทำนองอนิลมานวันนี้แหละ ใช้วัดบวรนิเวศวิหารเป็นสำนักงานเจ้าคณะภาคเหนือ แต่ไม่มีใครมาหาเลย เขากลัวจะกลายเป็นแขก

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่การประกาศเช่นนั้นของคณะสงฆ์กาฬสินธุ์ มันกินพื้นที่กว้างไกลไปจนถึง..สำนักพระราชวัง เพราะมติมหาเถรสมาคมครั้งนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สมเด็จชิน) เลขาสมเด็จพระสังฆราช ท่านอ้างว่า "เป็นพระราชดำริ" นี่คือประเด็นสำคัญที่จะทำให้การถอดถอนและแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ของคณะธรรมยุตในครั้งนี้ มีผลกระทบถึง "พระบรมเดชานุภาพ" ของพระมหากษัตริย์ อย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

แน่นอนว่า กว่าจะไปถึงในรั้วในวังนั้น บัญชีแต่งตั้งโยกย้ายพระสังฆาธิการฉบับนี้ จะต้องผ่านการการพิจารณาหลายระดับ นับตั้งแต่ เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย (สมเด็จพระวันรัต) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้ชงเข้ามหาเถรสมาคมเป็นอันดับแรก ต่อมาก็จะผ่านการพิจารณาของ "มหาเถรสมาคม" อันมีสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธาน ต่อจากนั้น สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช (สมเด็จชิน) จึงจะนำความขึ้นขอรับพระราชทานพระราชดำริ ครั้นมีพระราชดำริประทานลงมาประการใดแล้ว สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จึงจะนำความเข้าแจ้งแก่มหาเถรสมาคม "เพื่อรับทราบและรับรอง" เป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้ว จบแล้ว เพราะผ่านหมดแล้ว ทั้งวัดทั้งวัง ไม่มีอะไรต้องพิจารณาแล้ว ขืนลงยันต์กันทุกขั้นตอนยังไม่ผ่าน มันก็ต้อง "ลงดาบ" กันแล้วล่ะ ว่าทำงานกันยังไง ทำไมถึงได้ผิดพลาดมหาศาล พาลเสียหายถึงในรั้วในวัง ถ้าเป็นสมัยโบราณก็ต้องประหารกันสถานเดียว

 

 

 

 

 

 

 

สมเด็จชิน เลขาสังฆราช - สมเด็จจุณฑ์ เจ้าคณะธรรมยุต

 

สองคีย์แมนธรรมยุตยุคขุนศึกครองเมือง

 

 

 

ดังที่กล่าวเอาไว้แล้วว่า ถ้าคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ประกาศสวนทางมหาเถรสมาคม "ไม่ยอมรับพระครูเล็กเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์" ก็เท่ากับไม่ยอมรับ "พระราชดำริ" ก็จะมีผลให้ต้องแก้ไข เพราะในการปกครองบ้านเมืองนั้น ถ้าชาวบ้านชาวเมืองไม่ยอมรับ ก็จะปกครองไม่ได้ สุดท้ายก็จะกลายเป็นการต่อต้านที่รุนแรง นักปกครองที่ชาญฉลาดก็ต้องรีบแก้ไข ไม่ควรปล่อยให้กลายเป็น..น้ำผึ้งหยดเดียว เสียวเหลือเกิน

 

 

แต่การแก้ไขนั้น ก็ต้องกลับไปตั้งต้นที่ "ต้นทาง" คือสำนักงานเจ้าคณะธรรมยุต ของสมเด็จพระวันรัต (จุณฑ์) วัดบวรนิเวศวิหารบางลำพู ซึ่งเป็นต้นเรื่องต้นคิด "วิปริตๆ" มากมายในคณะสงฆ์ไทย อาทิเช่น ส่งวงศ์ไทย จากวัดบวรไปกินตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานีควบเจ้าอาวาสวัดอุดมสมภรณ์ ซึ่งเคยถูกพระป่าชุมนุมต่อต้านเช่นกัน ต่อมาก็ขุน "อนิลมาน" ชาวเนปาล ให้เป็นใหญ่ในภาคเหนือ ทั้งๆ ที่ก็มิใช่บ้านพ่อบ้านแม่สมเด็จจุณฑ์ซักกะหน่อย แต่ดูเหมือนท่านจะเป็นห่วงเป็นใยเสียเหลือเกิน วันนี้ก็เอาอีกแล้ว ส่งพระเล็ก จากหนองคาย บินข้ามบึงโขงหลง มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ขั้นต่อไปก็คือ มหาเถรสมาคม ซึ่งจะชงผ่าน "สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช" ของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สมเด็จชิน) ทั้งขาขึ้นและขาล่อง เพราะทั้งสมเด็จพระสังฆราชและสำนักพระราชวัง ก็จะมีพระบัญชาผ่านสมเด็จชิน และสมเด็จชินก็จะเป็น "ผู้นำสาร" เป็นคนสุดท้าย ดังปรากฏในมติมหาเถรสมาคมอย่างเป็นทางการ

 

 

คำถามจึงโฟกัสไปที่ 2 คีย์แมนในฝ่ายธรรมยุต คือสมเด็จจุณฑ์กับสมเด็จชิน ว่าทำงานยังไงถึงได้พลาด ปล่อยให้ปัญหาบานปลายเสียหายถึงผู้ใหญ่ คือสมเด็จพระสังฆราชและสำนักพระราชวัง

 

 

และสุดท้ายนั้นก็มีคำถามว่า จะรับผิดชอบอย่างไร ? หาไม่ก็จะเข้าตำรา "ตั้งได้ แต่ปกครองไม่ได้" เลือกเอานะครับ ท่านสมเด็จจุณฑ์-สมเด็จชิน โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว อย่าให้พระเด็กๆ มันสอนสังฆราชเลย

 

 

 

 

 

 

 

พระกาฬสินธุ์คัดค้านคำสั่ง มส.ปลดฟ้าผ่า 'พระเทพสารเมธี' พ้นเจ้าคณะจังหวัด

 

 

คณะสงฆ์กาฬสินธุ์มีมติสวนมติมหาเถรสมาคม ที่มีคำสั่งปลดพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) ชี้ไม่เป็นธรรมและไม่มีสาเหตุ แต่ทำให้ศิษยานุศิษย์เสียใจอีกทั้งมีการตั้งพระครูเจ้าคณะอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการสงฆ์ไทย เรียกร้องให้ทบทวนชี้แจงอย่างเป็นธรรม

 

 

จากกรณีมหาเถรสมาคม มีคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ  และถอดถอนเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป  โดยปรากฏทางสื่อโชเชียล เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2564 โดยหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ)

 

 

วันที่ 1 ต.ค.64 ที่วัดโสภณพัฒนาราม (วัดภูปูนในฝัน) บ้านดงบัง ต.มหาไชย อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ พระญาณรักขิต (แผน โสภโณ) รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) เจ้าอาวาสวัดโสภณพัฒนาราม (ภูปูนในฝัน) มีการประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนพระสังฆาธิการ กรณีคำสั่งปลดดังกล่าวฯ โดยมี พระครูสุธีวรสาร, ดร. เจ้าคณะอำเภอหนองกุงศรี (ธ) พระครูโสภณธรรมอุดม เจ้าคณะอำเภอห้วยเม็ก (ธ) พระครูวรจิตตานุรักษ์ เจ้าคณะอำเมืองกาฬสินธุ์  และพระสังฆาธิการระดับตำบล ระดับอำเภอ และสายวัดประชานิยม จาก 18 อำเภอร่วมประชุม

 

 

บรรยากาศการประชุมเป็นไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากคณะสงฆ์ตั้งข้อสงสัยกรณีดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เพราะการปลดพระผู้ใหญ่ควรมีสาเหตุว่ามาจากอะไร ที่ได้กระทบจิตใจบรรดาศิษยานุศิษย์และทำให้ประชาชนเสียใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งการตั้งพระที่อยู่จังหวัดหนองคายมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยขึ้นมาก่อนในแผ่นดินสงฆ์กาฬสินธุ์

 

 

พระญาณรักขิต (แผน โสภโณ) รองเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ (ธ) กล่าวว่า การประชุมพระสังฆาธิการในครั้งนี้ เป็นวาระพิเศษเร่งด่วน หลังมีข่าวจากสื่อโซเชียลว่า มติของมหาเถรสมาคม ออกมา มีคำสั่งแต่งตั้งและถอดถอนพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะจังหวัด (ธ) จำนวน 3 รูป ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ประกอบด้วย จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปทุมธานี และ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อจิตใจพระสังฆาธิการ  ประชาชน ตลอดจนศิษยานุศิษย์รู้สึกเสียใจ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้ระบุเหตุผลหรือสาเหตุ เพียงแต่มีคำสั่งของมหาเถระฯ อีกทั้งการตั้งเจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย เข้ามาเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ น่าจะมีปัญหาเนื่องจากการปกครองที่ผ่านมาจะตั้งก็จะตั้งเฉพาะในจังหวัดกาฬสินธุ์ อีกทั้งระยะทางก็อยู่ห่างไกลจะมีผลกระทบต่อการปกครอง และต้องการทราบข้อเท็จจริงว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

 

ขณะที่ พระครูสุธีวรสาร เจ้าคณะอำเภอหนองกุงศรี (ธ) กล่าวว่า กรณีดังกล่าว ทำให้รู้สึกช็อค เกิดความสงสัย 2 ประการ คือถอดถอนด้วยสาเหตุใด และทำไมเมื่อถอดถอนแล้ว จึงมีการแต่งตั้งพระครูนอกจังหวัดมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์  ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยปรากฏเหตุการณ์ลักษณะนี้ในวงการปกครองสงฆ์ จึงอยากให้ทางมหาเถรสมาคมทบทวนคำสั่ง ว่าเป็นการถอดถอนที่รุนแรงเกินหรือไม่ ทั้งนี้ ที่ประชุมก็จะได้มีมติเพื่อดำเนินการ โดยทำหนังสือคัดค้านคำสั่งดังกล่าว และขอคำตอบที่ชัดเจนต่อไป

 

 

สำหรับบรรยากาศภายในวัดประชานิยม อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีศิษยานุศิษย์ เดินทางเข้าไปให้กำลังใจกับพระเทพสารเมธีเป็นจำนวนมาก หลายคนร้องไห้เสียน้ำตาและต้องการจะทราบข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หลายคนยังตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับวงการสงฆ์ ซึ่งหลายปีก่อนมีการตั้งกรรมการสอบพระโพธิญาณมุนี หรือหลวงพ่อเมือง แห่งวัดป่ามัชฌิมาวาส ตำบลลำพาน อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ กรณีสีกาบี ที่มีการร้องเรียนว่าเสพเมถุน ที่ยังไม่มีความคืบหน้า

 

 

 

 

ข่าว : แนวหน้า : 1 ตุลาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264