ปลดฟ้าผ่า 3 เจ้าคณะจังหวัด !

 

เชียงราย ฉะเชิงเทรา และปทุมธานี

 

ที่เหลือกลายเป็นเพียงพระอันดับ

 

 

 

 

 

 

 

อา..นึกว่าหวยมหาเถรสมาคมงวดนี้จะเป็นรางวัลที่หนึ่ง อันได้แก่ ตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ซึ่งเพิ่งจะว่างลงไป และมีน้ำเหนือไหลท่วมเข้ามา นั่นคือ งานทอดผ้าป่าสมทบกองทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระภิกษุสามเณร ซึ่งมหาเถรสมาคม "มีมติ" ให้เจ้าคณะใหญ่ในแต่ละหนไปดำเนินการจัดงานและเก็บรวบรวมเงินเข้ากองทุน ซึ่งถ้าไม่มีเจ้าคณะใหญ่ก็จะทำงานใหญ่ไม่ได้ แต่ถึงอย่างไร ภายในอาทิตย์นี้ก็ต้องมีการแต่งตั้งเจ้าคณะใหญ่จนได้แหละ ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม

 

 

และที่สำนักข่าวต่างๆ พาดหัวตัวโตๆ ว่า "ปลดฟ้าผ่าเจ้าคณะจังหวัด" นั้น ถือได้ว่าเป็นการออกรางวัลใหญ่ "กระจาย" ไปทั่วประเทศ เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของมหาเถรสมาคมที่ต้องบันทึกไปอีกนานเท่านาน

 

 

มติมหาเถรสมาคมในพักหลังมานี้ มีอยู่ 2 ทาง คือขึ้นกับลง

 

 

ทางขึ้น ก็คือ มหาเถรสมาคม ลงมติเห็นชอบก่อน จากนั้นจึงนำความขึ้นกราบบังคมทูล ซึ่งปรากฏว่า "ส่วนใหญ่ไม่ทรงเห็นชอบ" หรือบางทีก็ "ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบเป็นอื่น" มติมหาเถรสมาคมทางขึ้นที่ว่านี้ จึงมักจะไม่มีความแน่นอน ออกมติมาแต่ละครั้ง ผู้คนก็ยังเอาไปแทงหวย บ้างก็พนันกันว่า "ยังไงก็ไม่โปรด" ว่าไปโน่น ดังนั้น ตราบใดไม่เห็นตราตั้ง ก็ต้องรอกันตาตั้ง

 

 

อีกทางก็คือ ทางลง คือมีพระราชดำริ "โปรดเกล้าฯ ลงมา" ยังสมเด็จพระสังฆราช จากนั้นเลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช จึงนำความเข้าแจ้งแก่มหาเถรสมาคม ซึ่งปรากฏผลว่า "มีผลทันตาเห็น" ไม่มีใครกล้าคัดค้าน ซึ่งการทรงมีพระราชดำริ "ลงมา" ยังมหาเถรสมาคมนี้ ส่วนใหญ่ก็จะเป็น "รายบุคคล" ทรงมีพระราชศรัทธาในพระเถรานุเถระรูปนั้นๆ ก็จะทรงโปรดเกล้าฯเป็นรายบุคคลไป

 

 

แต่มติมหาเถรสมาคมครั้งนี้ กลับมีรูปแบบแปลกๆ คือทรงโปรดฯ แต่งตั้งพระสังฆาธิการ ทั้งธรรมยุตและมหานิกาย มากมายถึง 30 รูป แถมยังโปรดให้ "ถอดถอน" ซึ่งก็คือปลด เจ้าคณะจังหวัดใหญ่ๆ ออกจากตำแหน่งอีกถึง 3 จังหวัดด้วยกัน รวมแล้วบัญชีนี้มีรายชื่อพระสังฆาธิการถึง 33 รูป เป็นประวัติศาสตร์ไม่ด้อยกว่าบัญชีเจ้าคณะภาคที่ผ่านมาเลย เป็นหวยก็กระจายรางวัลใหญ่ไปทั่วประเทศ ดังเปรียบเทียบไว้ข้างต้นแล้ว

 

 

เมื่อมติมหาเถรสมาคมครั้งนี้กระจายออกนอกห้องประชุม บรรดาเซียนพระทั่วประเทศ ก็ตั้งข้อสังเกตว่า มันน่าแปลก ดูเหมือนบางตำแหน่งจะเหมือนหรือซ้ำกับ "มติมหาเถรสมาคมครั้งก่อน" ซึ่งมีการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัด "อันมีชื่อเหมือนกัน" กับโผเจ้าคณะจังหวัดในครั้งนี้ เพียงแต่มีรายการอื่นๆ ผสมเข้ามาด้วย จะเรียกว่าเอามติเก่ามาผสมกับมติใหม่ หรือออกมติใหม่โดยใช้มติเก่าเข้ามาผสม แถมยังผสมแบบข้ามนิกาย อีกต่างหาก

 

 

เช่นข่าวครั้งก่อนนั้นรายงานว่า มหาเถรสมาคม ได้ลงมติให้ "พระธรรมโพธิมงคล-สมควร ปิยสีโล ป.ธ.9" เจ้าอาวาสวัดนิมมานรดี เจ้าคณะภาค 2 ให้ย้ายไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ รวมทั้งตั้งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าอาวาสวัดสร้อยทอง และเจ้าอาวาสวัดพิชัยญาติด้วย

 

 

ก็แสดงว่า พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระดำริ "ไม่เห็นชอบ" ต่อตำแหน่งเหล่านี้ที่มหาเถรสมาคมเห็นชอบ และสมเด็จพระสังฆราชได้นำความขึ้นทูลเกล้าฯขอพระราชทานพระราชดำริ จึงไม่มีรายชื่อพระเหล่านั้นในมติครั้งนี้ นี่จึงเป็นการบ้านให้มหาเถรสมาคมต้องนำมาทบทวนเกี่ยวกับตำแหน่งเจ้าอาวาสพระอารามหลวงดังกล่าว ว่าการนำเสนอเจ้าคณะพระสังฆาธิการ "ผ่านมหาเถรสมาคม" ในแต่ละครั้งนั้น ได้พิจารณากันรอบคอบเพียงใด ก่อนจะนำความขึ้นทูลเกล้าฯ แต่กลับไม่ผ่านดังกล่าว แบบว่าถ้าทำแบบนี้บ่อยๆ ก็จะเหมือนการเอางานไปถวายให้พระมหากษัตริย์ รบกวนเบื้องพระยุคลบาท อย่างไม่ควรจะเป็น

 

 

แต่ถึงกระนั้น มติ มส. ครั้งนี้ กลับมีความฮือฮา เพราะว่ามีการ "สั่งปลดฟ้าผ่า" เจ้าคณะจังหวัดใหญ่ๆ ถึง 2 แห่งซ้อน อันได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา และปทุมธานี ซึ่งทั้งสองจังหวัดนี้มีความสำคัญ "สูงสุด" แตกต่างกัน เหมือนเจดีย์คนละยอด ในคณะสงฆ์ไทยสายมหานิกาย

 

 

 

 

 

 

 

เราไปกันที่เมืองหลวง "เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร" กันก่อน แน่นอนว่า ตำแหน่งนี้มีความสำคัญสูงยิ่ง เป็นรองก็แต่ "สมเด็จพระสังฆราช" เท่านั้น บ้างถึงกับเรียกตำแหน่งนี้ว่า "สังฆราชน้อย" เพราะมีอำนาจบังคับบัญชาวัดวาอาราม "ทั่วเมืองหลวง" แม้แต่วัดเจ้าคณะใหญ่และกรรมการมหาเถรสมาคม ก็ยังต้องขึ้นตรง

 

 

ตำแหน่งนี้ทีแรกก็ไม่เร้าใจเท่าไหร่ แต่ที่เกิดสะปาร์กอย่างแรง ก็เพราะ "สมเด็จธงชัย" เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ท่านทำการ "เล่นแร่แปรธาตุ" ตามสูตรเลสเตอร์ นำเอาเจ้าคณะ กทม. ไปมัดติดกับ "เจ้าอาวาสวัดสระเกศ" แล้วบรรจงใส่กล่องให้ท่านเจ้าคุณบุญชิต (พระธรรมวชิรมุนี) ไปแบบที่เรียกว่า "2 IN 1" แต่กลับปรากฏว่า เจ้าคุณบุญชิตแกะกล่องเลือกเอาเฉพาะ "เจ้าคณะ กทม." ส่วนเจ้าอาวาสวัดสระเกศนั้น "ไม่ขอรับ" ส่งผลให้สมเด็จธงชัยต้องหน้าแตก เสียรังวัด แต่จะไม่ให้ก็ไม่ได้อีก เพราะเจ้าคุณบุญชิตเป็นพระที่ในหลวงทรงโปรดปราน ได้รับการอาราธนาเข้าไปถวายพระกรรมฐานถึงในรั้วในวัง

 

 

การมีชื่อเจ้าคุณบุญชิต "ติดโผ" ครั้งล่าสุดนี้ แถมยังจัดลงในลำดับที่ 6 ทั้งๆ ที่เป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดในโผ จึงดูเหมือนว่าจะเป็นการ "ลดความสำคัญลง" อย่างจงใจ เพราะมีอย่างหรือ ตำแหน่งใหญ่อยู่ล่าง ตำแหน่งเล็กอยู่บน คนดูยังงงๆ ว่า มหาเถรสมาคมท่านจัดลำดับความสำคัญกันอย่างไร ขืนจัดกันแบบนี้ ต่อไปก็อาจจะมีมติ "ตั้งสมเด็จ" อยู่ท้ายบัญชีพระครูก็เป็นได้ ในเมื่อลำดับไม่สำคัญอีกต่อไปในสายตาของมหาเถรสมาคม

 

 

เรื่องตำแหน่งเจ้าคณะ กทม. ของท่านเจ้าคุณบุญชิต จึงไม่มีใครติดใจอีกต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

พระรัตนมุนี (ปุณณมี วิสารโท)

 

เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย หลุดตำแหน่งสายฟ้าแล่บ

 

 

 

 

เราไปดูตำแหน่งที่เป็น "ไฮไลต์" ในโผเจ้าคณะจังหวัดครั้งนี้ก็ดีกว่า

 

 

รายแรกก็คือ เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ความจริงแล้ว รายการนี้มีข่าว "วงใน" มานานนับเดือนแล้ว ตั้งแต่เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ (พระวิสุทธิวงศาจารย์-วิเชียร) วัดปากน้ำ ยังไม่มรณภาพ มีการเจรจา "หาทางลง" ให้แก่เจ้าคุณปุณณมี ปัญหานั้น ว่ากันว่าเหมือนวัดสระเกศสมัยเจ้าคุณเสนาะครองวัด ไม่สามารถชี้แจงบัญชีพระราชทานเพลิงศพ "หลวงพ่อพระธรรมราชานุวัตร-สุทัศน์ สุทสฺสโน" ได้อย่างโปร่งใส ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในสมัยปัจจุบัน ผู้ใหญ่จึงเห็นสมควรให้ "พ้นจากตำแหน่ง" เรื่องวัดพระแก้วเชียงราย จึงถือว่าเป็นผลงานสุดท้ายของ "พระวิสุทธิวงศาจารย์" ก่อนจะมรณภาพ ตำแหน่งนี้จึงไม่มีอะไรในกอไผ่ เพราะเคลียร์ใจกันทุกฝ่ายแล้วทั้งคนขึ้นคนลง คนเหนือคุยง่าย แต๊ๆ นา แต่อย่าไปเชื่อ "มหาวอ" เน่อ มันวอก

 

 

 

 

 

 

 

พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน)

 

เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา หลุดตำแหน่งสายฟ้าแล่บ

 

ไปไม่ถึงดวงดาวในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธร

 

 

 

ฮือฮา มายังไง กับรายการ "ปลดเจ้าคณะจังหวัดแปดริ้วฉะเชิงเทรา" ของเจ้าคุณอมร ซึ่งก่อนหน้านี้ กว่าจะได้ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดมา ก็แทบว่าหืดขึ้นคอ เพราะอดีตเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสวัดโสธร แท็กทีมกันคัดค้านผ่านสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเมื่อสมเด็จพระสังฆราชทรงรับรองมติมหาเถรสมาคมแล้ว เจ้าคุณอมรก็เหมือนฟ้าหลังฝน ช่วงชีวิตจากนี้ไปคงจะไม่มีอุปสรรคอะไรอีกแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ครั้นวันที่ 23 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ปรากฏว่า พระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์ ปิยวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ได้ถึงแก่มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคชรา ใครๆ ก็เชื่อกันว่า น่าจะเป็นโอกาสทองของเจ้าคุณอมร ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา จะได้เข้ามาครองวัดโสธรอีกตำแหน่งหนึ่ง

 

 

แต่กลับปรากฏว่า มีการแต่งตั้ง "พระเทพรัตนมุนี-สุรชัย" วัดสระเกศ ในฐานะรักษาการเจ้าคณะภาค 12 ในตอนนั้น ให้มารักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร นั่นดูเหมือนว่าเส้นทางการขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสของเจ้าคุณอมรจะไม่สดใสเสียแล้ว

 

 

ต่อมา ในวันที่ 17 มิถุนายน ศกนี้ มีการแต่งตั้ง "พระราชเวที-สุรพล ชิตญาโณ ป.ธ.9" วัดพระเชตุพน รองเจ้าคณะภาค 12 ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค แทนเจ้าคุณสุรชัย ส่งผลให้เจ้าคุณสุรชัย "ไม่มีตำแหน่งใดๆ" ไม่ว่าจะเป็นเจ้าคณะภาค 12 และเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งมีข่าวเขย่าขวัญอยู่เรื่อยมาว่า มหาเถรสมาคมได้แต่งตั้งพระจากนอกวัดเข้ามาเป็นแทน ล่าสุดก็เจ้าคุณสมควรวัดนิมมานรดี แต่ยังไม่มีพระราชดำริเห็นชอบ จึงสงสัยว่าจะไม่ใช่ตัวจริงอีกรูปหนึ่งแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

เพราะภาพนี้หรือไม่ ที่ทำให้เจ้าคุณอมรไปไม่ถึงดวงดาว

 

 

 

เซียนพระชี้ว่า "น่าแปลก" คือเมื่อเจ้าคุณสุรพล ได้เป็นเจ้าคณะภาค 12 ผ่านมานานถึง 2 เดือนกว่าแล้ว แต่กลับไม่มีการตั้ง "รักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร" แทนเจ้าคุณสุรชัย ถือว่าวิปริตผิดประเพณี เพราะเมื่อเจ้าคุณสุรชัยไม่มีตำแหน่งปกครองระดับภาคแล้ว จะเอาอะไรไปบังคับบัญชาวัดโสธร หมายถึงว่า อย่างน้อย เจ้าคุณสุรพล ควรจะมารักษาการแทนเจ้าคุณสุรชัย ไม่ใช่ปล่อยไปดังที่เห็น

 

 

 

 

 

 

 

ภาพนี้ก็ยืนยันชัดเจนว่า เจ้าคุณอมรเป็นพวกใคร

จึงอยู่ในเครือข่ายที่ต้องกำจัดออกไปให้พ้นเส้นทางแห่งอำนาจ

 

 

 

แต่เกมการเมืองในวัดโสธรมาปูดในมติมหาเถรสมาคมวันนี้ เมื่อมีรายการ "ปลดเจ้าคุณอมรจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา" พร้อมกับแต่งตั้งให้ "พระราชภาวนาพิธาน-สิริวัฒน์" จากวัดโสธร อันเป็นวัดเดียวกันกับเจ้าคุณอมร ให้ดำรงตำแหน่งแทน ภาษานักมวยเรียกว่า "ข้ามรุ่น" แถมยังข้ามตอนเพิ่งล้มด้วย เผลอๆ จะออกแรงช่วยล้มเจ้าคุณอมรด้วยก็ไม่รู้ เพราะดูไปแล้ว คู่นี้เขาศรศิลป์ไม่กินกันมานานนม

 

 

ซึ่งเมื่อเกิดการพิพาทในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราครั้งก่อน เจ้าคุณอมรก็มีคู่แข่งคือเจ้าคุณเก๋น (สิริวัฒน์) นี่แหละ และวันนี้ เจ้าคุณเก๋น ก็ล้มเจ้าคุณอมรเข้าวินจนได้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แน่นอนว่า ถ้าได้ครองตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดแล้ว เป้าหมายต่อไปก็หาอยู่อื่นไกล ยังไงเสียเจ้าอาวาสวัดโสธรก็คงต้องตกเป็นของท่านเก๋น ตามสูตรกินรวบของคณะสงฆ์ไทย

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณอมร VS เจ้าคุณเก๋น

 

 

 

ที่เซียนพระงงก็คือว่า ท่านอมรไปทำอะไรยังไง ถึงได้ถูกผู้ใหญ่ "เอาตาย" ปลดกันฟ้าผ่า แต่ถ้าเป็นการ "แลกตำแหน่ง" เช่นว่า ให้ท่านเก๋นเป็นเจ้าคณะจังหวัด ส่วนท่านอมรจะครองวัดโสธร แบบนี้ก็ไม่รู้ซีว่าคุยกันแบบไหน แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

 

 

แต่ถึงอย่างไร เกมอำนาจและเงินตราในวัดโสธรก็ยังคงเดินหน้าต่อไป ตราบใดที่วัดแห่งนี้ยังมีผลประโยชน์มหาศาล ถ้าผลประโยชน์ลงตัวก็พออยู่กันได้ แต่ถ้าวันไหนไม่ลงตัว ก็ต่างคนต่างไป ไม่ต่างไปจากกรณี "ศึกศิษย์หลวงพ่อโสธร" ในวันนี้

 

 

 

 

 

 

 

และสุดท้าย เราไปกันที่ "รางวัลใหญ่" ระดับ "เดิมพันบ้านเมือง" ในคณะสงฆ์ไทย เพราะในรอบ 20 ปีมานี้ คงไม่มีใครรู้จัก "ฯพณฯ ธัมมชโย" คนโตแห่งคลองสาม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่า "ไม่มีใครทำอะไรธัมมชโยได้" ไม่ว่าจะใช้ ม.44 ปิดล้อมนานนับเดือน ไม่ว่าจะถอดสมณศักดิ์ ไม่ว่าจะตามจับไปจนสุดขอบฟ้า ทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้เห็น ว่าท่านธัมมชโยอยู่ที่ไหน ? เผลอๆ บิ๊กตู่ ตายเสียก่อนนะ จะบอกให้

 

 

 

 

 

 

พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินฺธโร)

เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี หลุดตำแหน่งแบบปริศนา

 

 

 

 

ถามว่า ธัมมชโย เกี่ยวอะไรกับโผเจ้าคณะจังหวัดล่าสุด ก็ตอบว่า มันสะดุดใจ เพราะตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดสามโคก-ปทุมธานี" นั้น มีผลต่อวัดพระธรรมกายและท่านธัมมชโยโดยตรง เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาสายตรง ซึ่งนั่นก็คือ พระธรรมรัตนภรณ์ หรือที่เซียนพระเรียกว่า "สมศักดิ์น้อย" เมื่อเทียบกับ "สมศักดิ์ใหญ่" อดีตสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชัยญาติ อดีตเจ้าคณะหนกลาง เจ้านายเก่าของเจ้าคุณสมศักดิ์เขาล่ะ ท่านสมศักดิ์น้อย พลอยฟ้าพลอยฝน "ถูกถอดถอน" ในอันดับที่สอง รองลงมาจากท่านอมรภิรักษ์ แต่ต้องจัดเป็นอันดับสุดท้าย "สำคัญสุด" เพราะวัดพระธรรมกายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แถวๆ ปทุมธานีก็เรียกว่า "วัดใหญ่" กันทั้งนั้น ดังนั้น เมื่อวัดมันใหญ่ จะให้เล็กได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณสมศักดิ์ : พงศ์พร

 

 

 

 

พันธะทางใจครั้งสุดท้าย ภายหลังการเคลียร์พื้นที่วัดพระธรรมกาย และยกเลิก ม.44 ในเดือนเมษายน พ.ศ.2560 หรือ 4 ปีที่ผ่านมา ก็คือว่า "ขอให้หลวงพ่อดูแลเอง" เพียงเท่านั้น พงศ์พรก็ยินยอม "ถอยทัพกลับ" นอกจากจับธัมมชโยไม่ได้แล้ว ก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ไหน มาจนบัดนี้ วันที่รัฐบาลประยุทธ์แทบจะจมน้ำตาย ทั้งน้ำลายและน้ำท่วม แน่นอนว่า   ถ้าประยุทธ์เป็นอะไรไป พงศ์พรก็คงไม่รอด เพราะโจทก์เยอะเหลือเกิน

 

 

แต่ถึงแม้จะไม่พบธัมมชโย พงศ์พรก็ยังพบเห็นว่า ผู้ที่ยังอยู่ แถมอยู่อย่างสบายด้วยนั้น ก็คือ พระธรรมรัตนาภรณ์ หรือเจ้าคุณสมศักดิ์ เจ้าของวาทกรรมดังกล่าวนั่นเอง หรือนี่จะเป็นเกมตีสองหน้า เอาความชอบทั้งสองด้าน ทั้งจากรัฐบาล (สำนักพระราชวัง) และจากวัดพระธรรมกาย ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ดองปัญหาไว้ให้รัฐบาลไทยแก้ต่อไปไม่สิ้นสุด ปัญหาธรรมกาย กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ฝังรากลึกแน่น และพร้อมจะกลับมาครองเมือง รอเพียง..ลมประชาธิปไตยเบ่งบาน เสมอภาค สันติภาพ และภราดรภาพ ชิตัง เม

 

 

 

 

 

 

แต่ก็ต้องถามด้วยว่า ทำไมเพิ่งจะมา "ลงดาบ" เอาในวันนี้ วันที่เจ้าคุณสมศักดิ์นั่งกินนอนกินในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี มานานถึง 5 ปีแล้ว แถมวันนี้ ไปสั่งปลดด้วยข้อหาอะไรก็ไม่แจ้ง พระสังฆาธิการระดับสูง จะปูนบำเหน็จยังต้องมีความดีความชอบ แต่ปลดครั้งนี้กลับไม่มีความผิด เป็นความผิดปกติของการปกครองคณะสงฆ์ไทยในรอบ 200 ปี เลยทีเดียว

 

 

ปัญหาของเจ้าคุณสมศักดิ์ จึงมีเพียง 2 ข้อ คือ ธรรมกาย กับ ธัมมชโย เท่านั้น นอกนั้นไม่มีปัญหาอะไรเลย ดังนั้น ดูให้ดีเถิด ในบรรดาพระสังฆาธิการตั้ง 33 รูป ในบัญชีนี้ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ถือว่ามีความสำคัญสูงสุด กว่าใครๆ ต้องไว้อาลัยกันเป็นรายการสุดท้ายเลยทีเดียว

 

 

วันนี้ เจ้าคุณสมศักดิ์ อายุอานามย่าง 71 ปี ยังมีเวลาอยู่ในตำแหน่งอีกตั้ง 9 ปี เพราะพระสังฆาธิการไทยเกษียนในวัย 80 ปี กลับต้องตกเก้าอี้ด้วยพระบรมราชโองการในวันนี้ คงไม่มีโอกาสแก้ตัวอีกแล้ว

 

 

้าว..มหาสายชลได้เพื่อนใหม่แล้ว ไชโย

 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ผ่านระบบออนไลน์ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ กรรมการมหาเถรสมาคม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้แจ้งที่ประชุม มส. เพื่อโปรดทราบว่า สำนักพระราชวัง ได้มีหนังสือ ลงวันที่ 15 ก.ย.2564 กราบทูล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ความว่า ตามที่สมเด็จพระสังฆราชขอพระราชทานถวายพระพร กราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอพระราชทานพระราชดำริ ในการแต่งตั้งพระสังฆาธิการ จำนวน 30 รูป ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริ ดังนี้

1. แต่งตั้งพระสังฆาธิการ จำนวน 30 รูป ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ประกอบด้วย

1. พระวินัยโมลี (คำปอน สุทฺธิญาโณ) วัดวชิราลงกรณวราราม จ.นครราชสีมา ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ จ.นครราชสีมา (ธรรมยุต)

2. พระครูเมตตาภิรม (วิรัตน์ อตฺถธมฺโม) วัดมงคลนิมิตร จ.ภูเก็ต ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ภูเก็ต

3. พระครูวิบูลธรรมานุศาสน์ (สมบัติ เตชปญฺโญ) วัดวิเวการาม จ.จันทบุรี ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจ.จันทบุรี (ธรรมยุต)

4. พระราชศาสนาภิบาล (ดิเรก วชิรปญฺโถ) วัดพญาภู​ จ.น่าน ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.น่าน

5. พระราชชัยสิทธิสุนทร (ฉวี มหทฺธโน) วัดไพรีพินาศ จ.ชัยภูมิ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ชัยภูมิ

6. พระธรรมวชิรมุนี วิ. (บุญชิต ณาณสํวโร) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

7. พระประสิทธิศีลคุณ (เวช ปภากโร)​ วัดโคกพลู จ.ตาก ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ตาก

8. พระโสภณคุณาธาร (สุธี ปสนฺโน) วัดทองดีประชาราม จ.นราธิวาส​ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.นราธิวาส

9. พระปริยัติสารสุธี (อเนก มนุญฺโญ) วัดนิเวศธรรมประวัติ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.พระนครศรีอยุธยา (ธรรมยุต)

10. พระปัญญาวิสุทธิโมลี (วันชัย เขมวิชโย) วัดพระนางจามเทวี จ.ลพบุรี ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ลพบุรี (ธรรมยุต)

11. พระสิงหคณาจารย์ (ทวี สุวณฺณปาโล) วัดกระทุ่มปี่ จ.สิงห์บุรี ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.สิงห์บุรี (ธรรมยุต)

12. พระครูวิจิตรธรรมคุณ (ประจวบ สุทฺธจิตฺโต) วัดแสงธรรมสุทธาราม จ.นครสวรรค์ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.นครสวรรค์ (ธรรมยุต)

13. พระครูโสภณวัชรคุณ (สมใจ ธมฺมสาโร) วัดเพชรวรารามม​ จ.เพชรบูรณ์ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.เพชรบูรณ์ (ธรรมยุต)

14. พระครูปัญญาสัตติคุณ (ณรงค์ศักดิ์ ฐิตวํโส) วัดไพรสณท์รัตนาราม จ.กำแพงเพชร ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.กำแพงเพชร-พิจิตร (ธรรมยุต)​

15. พระครูวิสุทธิศีลคุณ (ชายแดน สีลสุทฺโธ) วัดสามัคคีบุญญาราม จ.ลำปาง ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ จ.ลำปาง-แพร่ (ธรรมยุต)

16. พระครูประโชติธรรมคุณ (พวน ชุตินฺธโร) วัดเนินแสงทอง จ.บึงกาฬ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.บึงกาฬ (ธรรมยุต)

17. พระประชาธรรมนาถ (ไพรัตน์ ปญฺญาธโร) วัดสมานรัตนาราม จ.ฉะเชิงเทรา ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ฉะเชิงเทรา (ธรรมยุต)

18. พระโสภณคณาภรณ์ (ไชยวัฒน์ ชยวฑฺฒโน) วัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี ผู้รักษาการแทนดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจ.ชลบุรี (ธรรมยุต)

19. พระครูปลัดสุวัทฒนพรหมจริยคุณ (ไพสาร วรสาโร) วัดสิริวัฒนาราม จ.นครปฐม ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.นครปฐม-สุพรรณบุรี (ธรรมยุต)

20. พระครูวินิจสมณการ (บุญเสริม อินฺทโชโต) วัดสหธรรมิการาม จ.เพชรบุรี ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.เพชรบุรี (ธรรมยุต)

21. พระครูสิริธรรมาภิรัต (ธรรมรัต อริยธมฺโม) วัดพระมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.นครศรีธรรมราช (ธรรมยุต)

22. พระครูบุญสารโสภิต (บุญเพียง ปุญฺญกโร) วัดมะปริงวารีราม จ.ปัตตานี ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ​ จ.ปัตตานี-ยะลา-นราธิวาส (ธรรมยุต)

23. พระครูพินิจสมณการ (จวง จนฺทลาโภ) วัดควนนอก จ.ปัตตานี ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ จ.ปัตตานี

24. พระราชรัตนวิสุทธิ์ (ชำนาญ เขมนนฺโท) วัดกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจ.ประจวบคีรีขันธ์

25. พระครูวิบูลเจติยานุรักษ์ (ประไพ ปุญฺญกาโม) วัดดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.สุพรรณบุรี

26. พระราชวชิรเมธี (วีระ วรปญฺโญ) วัดพระบรมธาตุ​ จ.กำแพงเพชร ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.กำแพงเพชร

27. พระพุทธิญาณมุนี (ประเสริฐ ปญฺญาวชิโร) วัดพระธาตุผาเงา จ.เชียงราย ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.เชียงราย

28. พระสิริคณาจารย์ (รั่น อาริโย) วัดประดู่พัฒนาราม จ.นครศรีธรรมราช ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.นครศรีธรรมราช

29. พระราชสิริวัฒน์ (เพชร สุวิชาโน) วัดสว่างสุวรรณ​ จ.นครพนม ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.นครพนม

30. พระครูศรีมงคลปริยัติกิจ (สิทธานต์ สิทฺธิวโร) วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม จ.ศรีสะเกษ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ศรีสะเกษ

 

 

 

2. ถอดถอนพระสังมาธิการ จำนวน 3 รูป ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ดังนี้

 

1. ถอดถอน พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน) ออกจากตำแหน่ง เจ้าคณะจ.ฉะเชิงเทรา

2. ถอดถอน พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ โชตินฺธโร) ออกจากตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ปทุมธานี

3. ถอดถอน พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินฺธโร) ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะ​ จ.กาฬสินธุ์ (ธรรมยุต)

 

 

 

และแต่งตั้งพระสังฆาธิการ จำนวน 3 รูป ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด ดังนี้

 

1. แต่งตั้ง พระราชภาวนาพิธาน (ศิริวัฒน์ สิริวฑฺฒโน) ให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ฉะเชิงเทรา

2. แต่งตั้ง พระราชสุทธิธรรมาจารย์ (สำอาง ตานทินฺโน) ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.ปทุมธานี

3. แต่งตั้ง พระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทฺธิญาโณ) ให้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะ​ จ.กาฬสินธุ์ (ธรรมยุต)

 

 

 

 

ข่าว : เดลินิวส์ : 30 กันยายน 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264