จับตา !

 

 

มหาเถรสมาคมจะเลือกใครมาเป็นเจ้าคณะ กทม.

 

หลังมีข่าวปล่อยว่าเจ้าคุณประกอบจะได้

 

แต่สุดท้ายก็แค่..ข่าวลือ

 

 

 

 

 

 

 

 

สามเณรนาคหลวง ปี พ.ศ.2519

 

 

ซ้าย : สามเณรประยูร มีฤกษ์ ปัจจุบันคือ พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส กรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะภาค 2 อดีตผู้รักษาการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร.

 

 

กลาง : สามเณรประกอบ วงศ์พรนิมิต ปัจจุบันคือ พระพรหมกวี วัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 3 (เปลี่ยนชื่อเป็นพงศ์สันต์)

 

 

ขวา : สามเณรสุชาติ สอดสี วัดปากน้ำภาษีเจริญ ปัจจุบันคือ พระพรหมโมลี แม่กองบาลีสนามหลวง เจ้าคณะภาค 5 กรรมการมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณประกอบ กับ เจ้าคุณประยูร

 

 

 

 

 

อา.. ข่าวมหาเถรสมาคม แต่งตั้ง "เจ้าคณะภาค-รองเจ้าคณะภาค" ทั้งธรรมยุตและมหานิกาย กระจายออกมาเรื่อยๆ จนแทบจะครบทุกตำแหน่งแล้ว แม้แต่ "เจ้าคณะภาค 12" ก็เสร็จเรียบร้อยโรงเรียนวัดโพธิ์ โดยเจ้าคุณสุรพล ซึ่งเป็นเพียง "ชั้นราช" ก็สามารถขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาคอย่างเขินๆ ถือเป็นเจ้าคณะภาค "ส้มหล่น" เพราะเจ้านายเก่า คือเจ้าคุณสุรชัย วัดสระเกศ เกิดสะดุดขาตัวเอง ไม่สามารถกลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมได้ หลุดวงโคจรไปอย่างเฉียดฉิว สุดท้าย เมื่อไม่มีใครในภาค 12 นอกจาก "รอง" เพียงรูปเดียว คือเจ้าคุณสุรพลๆ ก็ลอยลำเข้าวินดังที่เห็น ก็เป็นเรื่องน่าหัวร่อ ราวกับว่าตำแหน่งเจ้าคณะภาคนั้น ต้องให้ผู้มีประสบการณ์เฉพาะทางจึงจะเป็นได้ ตะทีภาคอื่นๆ ก็โยกกันเป็นว่าเล่น เห็นๆ ก็คือ ภาค 3 ของเจ้าคุณประกอบ ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นเจ้าคณะภาค 13 ดูงานอยู่แถวๆ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด แต่ถูกโยกมาทำงานในภาค 3 ครองพื้นที่แถวๆ ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท และอุทัยธานี แบบนี้มหาเถรสมาคมทำได้ค่ะ ไม่ยาก ถ้าอยากทำ แต่ถ้าไม่อยากทำ กูก็ไม่ทำ มีอะไรหรือเปล่า ? ดูอย่าง "อนิลมาน" สิ เกิดไกลถึงหิมาลัยโน่น ยังบินข้ามพม่ามาเป็นเจ้าคณะภาค 6-7 หน้าตาเฉย โง่บรมหรือไม่ล่ะ คณะธรรมยุตไทย

 

 

ข่าวเจ้าคุณประกอบได้รับการแต่งตั้ง "ซ้ำซ้อน" คือได้เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ทั้งๆ ที่เพิ่งจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะภาค 3 ไปหยกๆ ก็เกิดเป็นเสียงครหานินทากระหึ่มเมือง ว่ามหาเถรสมาคมคงจะหมดสิ้นสติปัญญาแล้ว ถึงได้เอาเจ้าคุณประกอบมาเป็นเสียทุกตำแหน่ง ไม่ต่างไปจาก "อนิลมานชาญสมร"

 

 

แต่พอสิปป์บวรออกมาปฏิเสธข่าว พระเถรเณรชีก็โล่งใจกันไป ทั้งนี้ เพราะมีข่าวว่า เจ้าคุณประกอบ หลังจากได้เป็นเจ้าคณะภาค 3 สดๆ ร้อนๆ ก็ร้อนวิชา ประกาศนโยบายซ้ายจัด ถึงขนาดสั่งว่า "สอนให้ชาวบ้านรักษาศีลห้าที่กายวาจา ไม่ต้องมาขอศีลที่วัด" ถือเป็นนโยบายทำลายสายสัมพันธ์ระหว่างพระสงฆ์กับพุทธศาสนิกชน เพราะถ้าคนไม่มาวัด ไม่รับศีล พระสงฆ์ก็ไม่มีบทบาทในฐานะ "ครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทศีลธรรม" ซึ่งเป็นของคู่กัน ก่อนฟังธรรม หรือทำบุญอื่นใด ก็ต้องสมาทานศีล การจะเอาแต่สาระ โดยละลืมบริบทของสังคมพุทธดังเจ้าคุณประกอบทะลึ่งประกาศออกมานั้น ทำลายเกียรติภูมิ "เณรนาคหลวง" เสียป่นปี้ นี่แหละคือคนที่มหาเถรสมาคมใช้เวลานานถึง 3 ปี เพื่อจะให้มาเป็นเจ้าคณะภาค 3 ยิ่งถ้าได้เป็นสังฆราช พระพุทธศาสนาของไทยก็คงจะไปอยู่ในยูทูปหมด พระสงฆ์จะว่างกันทั้งประเทศ เพราะอะไรๆ ไม่ว่าศีลหรือธรรม ก็อยู่ในยูทูปแล้ว เจ้าคุณประกอบก็น่าจะหันใส่กางเกงแทน เพราะมีผ้าเหลืองไว้ก็ไร้ประโยชน์ เพราะแค่คิดก็ผิดแล้ว

 

 

ถือว่าพระพุทธศาสนาของไทยยังเคราะห์ดี ที่ไม่มีเจ้าคุณประกอบเป็นเจ้าคณะ กทม. ไม่งั้นจะประท้วงไปทั่วโลกเลย เอาให้ตายกันไปข้าง ไล่ไปพร้อมๆ กันเลย ทั้งประกอบทั้งอนิลมาน

 

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ "ปฏิเสธ" การขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ กทม. ของเจ้าคุณประกอบไปแบบไร้เยื่อใยแล้ว (เพราะปิดประตูใส่ด้วยเงื่อนไข-ต้องลาออกจากเจ้าคณะภาค 3 เสียก่อน ทั้งๆ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้ง อีแบบนี้ก็มีหวังโดนด่าทั้งคนตั้งและคนได้รับแต่งตั้ง) ดังนั้น เจ้าคุณประกอบจึงหมดสิทธิ์ไปอย่างถาวร

 

 

แต่เมื่อผ่านเจ้าคุณประกอบไป ก็ถามว่า ใคร ? จะมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร อันเป็นตำแหน่ง "รองสังฆราช" หรือนายกน้อย เมื่อเทียบกับตำแหน่งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร

 

 

ก่อนหน้านี้ มีพระหนุ่มไฟแรงอยู่ 2 รูป ได้แก่ เจ้าคุณวีรชัย วัดหงส์ และเจ้าคุณสุทัศน์ วัดโมลี แต่ทั้งสองก็เข้ารับตำแหน่งเจ้าคณะภาคไปหมดแล้ว เหมือนเจ้าคุณประกอบ ดังนั้น ทั้งเจ้าคุณประกอบ วีรชัย และสุทัศน์ จึงหมดสิทธิ์เป็นเจ้าคณะ กทม. ไปโดยปริยาย

ถ้าสามรูปเหล่านี้ไม่มีโอกาสแล้ว มองไปในกรุงเทพมหานครเวลานี้ ก็ยังไม่เห็นใครจะมีบารมีที่จะปกครองเมืองหลวงของประเทศไทยได้ เว้นไว้ก็แต่ "ศาสตราจารย์ ดร.พระพรหมบัณฑิต" หรือท่านเจ้าคุณประยูร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. และอดีตผู้รักษาการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ปัจจุบันท่านยังเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมและอุปนายกสภามหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. ถือว่ายังมีอิทธิพลอย่างสูง เพราะสร้างผลงานไว้เยอะมาก เมื่อเทียบกับกรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน

 

 

การที่ท่านเจ้าคุณประยูร "พลาด" จากตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง มองในมุมบวกก็ต้องมองว่า เป็นพระมหากรุณาธิคุณ จะทรงโปรดวางนโยบายคณะสงฆ์เสียใหม่ จึงทรงโปรดให้พระมหาเถรที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ พระพรหมบัณฑิตจึงมิได้ผิดอะไร

 

 

แต่สำหรับตำแหน่ง "เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร" ก็ถือว่าไม่ธรรมดา เพราะต้องปกครองดูแลพระสงฆ์เมืองหลวงทั้งปวง ดูได้จาก อดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน) วัดสามพระยา ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 14 และมีโอกาสเป็นเจ้าคณะภาค 1 แต่สุดท้ายก็กลับเลือกเป็น "เจ้าคณะ กทม." แทน เพราะเห็นว่าตำแหน่งนี้ ดี-เด่น กว่าเจ้าคณะภาคทุกภาค

 

 

 

ถ้าหากท่านเจ้าคุณพระพรหมบัณฑิต ได้รับเลือกจากมหาเถรสมาคม ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อ แม้ว่าจะเล็กกว่าเจ้าคณะใหญ่หนกลางไปนิดก็ตาม แต่การดำรงตำแหน่งในประเทศไทยเรานั้น จะมองแค่ "ตำแหน่ง" เพียงอย่างเดียวคงจะไม่ได้ เพราะสังคมไทยเป็นสังคมแห่งการเคารพ "ตัวบุคคล" ถ้าบุคคลนั้นมีบุญบารมีส่วนตัวสูง ถึงตำแหน่งไม่สูง ก็ย่อมจะทำให้ตำแหน่งนั้นสำคัญคือสูงไปด้วย แต่ถ้าตัวบุคคลด้อยบุญบารมี ถึงมีตำแหน่งสูงส่ง ก็จะทำให้ตำแหน่งนั้นต่ำต้อยด้อยค่า ดูได้จากกรณี "เจ้าคณะภาค 1" ซึ่งมหาสายชลโหนมานานนับ 10 ปีดูสิ สมัยนั้น ใครๆ ก็ไป..วัดสามพระยา แม้แต่มหาสายชลก็ยังต้องพึงบารมีเจ้าคุณเอื้อน ซึ่งเป็นเพียงเจ้าคณะ กทม. ดังนั้น จงอย่าดูแคลนตำแหน่งนี้ เล่นให้ดีก็มีสิทธิ์ดังกว่าเจ้าคณะใหญ่หนกลางด้วยซ้ำไป ได้ท่านเจ้าคุณประยูรมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร นอกจากจะเป็นการหาตำแหน่งให้ท่านเจ้าคุณประยูรได้รางวัลปลอบใจบ้างแล้ว ก็ยังช่วยเสริมให้ "อดีตสามเณรนาคหลวงปี 19 ทั้ง ประกอบ ประยูร และสุชาติ" ได้มีตำแหน่งช่วยงานคณะสงฆ์ครบทุกรูปทุกองค์ ก็จะไม่เสียต้นทุนของคณะสงฆ์ไทย ซึ่งปั้นเปรียญบัณฑิตในปี 2519 มาพร้อมกันถึง 3 รูป ดังกล่าว เปล่าเชียร์ แต่เห็นว่าน่าจะเป็นไปในรูปแบบนี้เท่านั้นเอง

 

 

 

 

 

 

 

พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ ป.ธ.8)

 

วัดสุวรรณาราม รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

 

 

 

แต่ทีนี้ว่า ถ้าจะใช้สูตรเก่า สูตรเดียวกับเจ้าคณะภาค 12 คือเลื่อนรองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนแล้ว ขึ้นไปตามลำดับอาวุโส ก็ยังมี "ท่านเจ้าคุณสุชาติ หรือพระเทพสุวรรณเมธี" ดีกรี ป.ธ.8 ผ่านงานผ่านการทั้งต่างประเทศและในประเทศมาอย่างโชกโชน เรียกว่าเป็นกำลังหลักในกรุงเทพมหานครเลยทีเดียว เจ้าคุณสุชาติได้ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น เป็นคนทำงานได้หลากหลาย เข้าเจ้าเข้านายก็เก่ง เลี้ยงลูกน้องก็ได้ดี กับสมณศักดิ์ชั้น "เทพ" นั้น ถือว่าโอเค ไม่ขี้เหร่สำหรับตำแหน่ง "เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร"

 

 

ถ้าเทียบกับ "เจ้าคุณสายชล" ได้เป็นเจ้าคณะภาค 1 ขณะเป็นเพียงชั้นสามัญ และเจ้าคุณสุรพลได้เป็น "ภาค 12" ขณะเป็นเพียงชั้นราช เจ้าคุณสุชาติก็เหมาะสำหรับตำแหน่ง "เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร" อย่างที่เรียกว่า กินขาด

 

 

ดังนั้น หวยงวดนี้ ถ้าไม่ใช้ระบบออนไลน์ไปวัดประยูร ก็ต้องหันไปใช้ระบบเก่า เข้าระบบเดิม หวยล็อกก็จะออกที่.. วัดสุวรรณ

 

 

 

 

 

 

 

 

สิปป์บวร แก้วงาม โฆษกสำนักพุทธฯ

 

 

 

 

 

มหาเถรสมาคมยังไม่แต่งตั้ง "พระพรหมกวี" เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

 

 

นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ มีกระแสข่าวและการเผยแพร่ข่าวว่า มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติเมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่งตั้ง พระพรหมกวี (พงศ์สันต์ หรือ ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ) เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร และเจ้าคณะภาค 3 ฝ่ายมหานิกาย เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร (เจ้าคณะ กทม.) แทนพระธรรมสุธี (นรินทร์ นรินฺโท ป.ธ.3) เจ้าอาวาสวัดหัวลำโพง และรักษาการเจ้าคณะ กทม. แล้วนั้น ขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง มส.ยังไม่มีการแต่งตั้งพระพรหมกวี เป็นเจ้าคณะ กทม. แต่อย่างใด

 

 

ทั้งนี้ การประชุม มส. เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการแต่งตั้งเจ้าคณะ กทม. จริง เนื่องจากที่ผ่านมามี มส. มีการแต่งตั้งเจ้าคณะปกครองระดับสูง อาทิ เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาคแล้วตามลำดับ จึงได้มีการพิจารณาตำแหน่งทางการปกครองในลำดับถัดมา คือ เจ้าคณะ กทม. ซึ่งได้มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกันตามปกติ ว่าผู้ที่จะมาเป็นเจ้าคณะ กทม. ควรจะมีการเข้มแข็ง แต่ไม่มีการหยิบยกรายชื่อใดรายชื่อหนึ่งขึ้นมา ซึ่งไม่ทราบว่า ทำไมจึงมีกระแสข่าวออกมาว่ามีการแต่งตั้งพระพรหมกวี ซึ่งเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค 3 เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา และเข้ารับพระบัญชาจากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (สมเด็จธงชัย) เจ้าคณะใหญ่เมื่อวันที่ 14 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงมีรายชื่อปรากฏออกมา ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

 

โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม หากจะมีการแต่งตั้ง พระพรหมกวี เป็นเจ้าคณะ กทม. ก็สามารถทำได้ แต่ต้องลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 3 ก่อน

 

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ : 17 มิถุนายน 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264