มติพิศวง !

 

 

มติมหาเถรสมาคมครั้งพิเศษ

 

ตั้งชื่อโควิดเป็นบาลี ขัดกับพระราชดำริ

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

มติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 279/2564 เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมหาเถรสมาคมเห็นชอบให้ใช้คำว่า "โควิโท" เป็นชื่อเฉพาะของ "โรคไวรัสโควิด-19" ในการแต่งฉันท์ภาษาบาลีเพื่อให้พระไทยสวดกันทั่วประเทศนั้น นอกจากจะสร้างความแปลกใหม่ให้แก่วงการสงฆ์ไทยเราแล้ว ก็ยังพบว่า มีความลักลั่นระหว่างการใช้ศัพท์ว่า "โควิโต-โควิโท" ซึ่งราชสำนักไทยได้ใช้คำว่า "โควิโต" มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2563

 

 

 

 

 


 

 

 

 

อุปฺปนฺโน โควิโต โรโค สฺยามรฏฺเฐ วินสฺสตุ


 

 

ภาพข้างต้นนี้ ชี้ให้เห็นว่า ทางราชสำนักไทย ได้ใช้คำว่า "โควิโต" เป็นอสาธารณนามของไวรัสโควิด-19 ในคาถา "ภาษาบาลี" มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2563 โดยได้นำไปแต่งเป็นคาถาภาษาบาลี ใช้เป็นเอกสารกำกับ "เจลล้างมือ" เพื่อป้องกันโรคโควิด-19 และได้พระราชทานแก่หน่วยงานราชการและประชาชนทั่วไปมานานนับปีแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

แต่ว่า วันนี้ มหาเถรสมาคม โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้เริ่มต้นในการนิมนต์และเชิญ "ผู้รู้ภาษา" จำนวน 3 ท่าน ให้เป็นกรรมการพิจารณาชื่อของไวรัสโควิด-19 เสียใหม่ สุดท้ายก็ได้ชื่อว่า "โควิโท" และมหาเถรสมาคมก็ได้เห็นชอบอนุมัติให้ใช้ชื่อของไวรัสโควิด-19 ในภาษาบาลีอย่างเป็นทางการว่า "โควิโท"

 

 

 

 

 

 

 

คำถามจึงมีว่า ทำไม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคม จึงไม่อนุโลมให้ใช้คำว่า "โควิโต" เป็นชื่อไวรัสโควิด-19 ตามที่สำนักพระราชวังได้ใช้มาก่อนหน้านั้น ทั้งๆ ที่ในมติมหาเถรสมาคมครั้งนี้ ก็ระบุว่า "เป็นอสาธารณนาม" คือเป็นชื่อเฉพาะ ซึ่งชื่อเฉพาะนั้น ย่อมจะสามารถใช้ได้ทั้ง "โควิโท" และ "โควิโต" เพราะเป็น..ชื่อเฉพาะ

 

 

ก็การจะใช้อะไรในทางราชการบ้านเมืองนั้น แม้จะมีหลักวิชาการอย่างไรก็ตาม ก็ควรต้อง "น้อมรับฟัง" ผู้หลักผู้ใหญ่ ว่าท่านจะมีวินิจฉัยอย่างไร ?

 

 

มีกรณีเกี่ยวกับการใช้คำว่า "พระราชสาส์น-พระราชสาสน์" ปรากฏเป็นบันทึกอยู่ในหนังสือ "ภาษาไทยกับพระพุทธศาสนา" ของ ศ. (พิเศษ) จำนงค์ ทองประเสริฐ ปาฐกถาโดย ศ.ดร.วิษณุ เครืองาม ดังนี้

 

 

 

 





 

 

 

 

ข้างต้นนั้นระบุว่า "ในหลวง ร.9" ทรงมีพระราชวินิจฉัยให้ใช้ศัพท์ว่า "พระราชสาส์น" ซึ่งต่างจากสำนักราชบัณฑิตยสถานที่เห็นชอบให้ใช้ศัพท์ว่า "พระราชสาสน์" แต่เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่องค์พระประมุขของชาติ ทางรัฐบาลไทยจึงน้อมรับพระราชดำริ โดยการใช้ศัพท์ว่า "พระราชสาส์น" ในหน่วยงานราชการ

 

 

 

 

 

 

 

สามเสือยุคโควิด ผิดหรือถูก ?

 

 

เจ้าคุณสุทัศน์ ป.ธ.9

พระอนิลมาน ?

น.อ.ทองย้อย ป.ธ.9

 

 

 

 

และทีนี้ว่า มหาเถรสมาคมก็ดี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็ดี ก็ล้วนแต่เป็นหน่วยงานราชการ เมื่อจะทำการสิ่งใดอันมีผลเกี่ยวพันไปถึงราชสำนัก ดังกรณีที่ราชสำนักได้ใช้คำว่า "โควิโต" มาก่อนเช่นนี้ ทางที่ดีก็ควรนำเอา "พระบรมวินิจฉัย" นั้น มาพิจารณาเป็นหลักการสำคัญ ก่อนจะประกาศเป็นมติออกไปสู่สาธารณชน ถ้าจะให้ดียิ่งกว่านั้นก็ควร "กราบทูลขอรับพระราชดำริ" นี่จะสวยงามตามโบราณประเพณี เพราะจะมีผลกระทบอย่างสำคัญ

 

 

ผลกระทบที่ว่านั้นก็คือว่า เมื่อมหาเถรสมาคมมีมติ "ตามหลัง" มติสำนักพระราชวัง เห็นต่างจากการใช้ศัพท์ว่า "โควิโต" ของสำนักพระราชวัง แต่ให้ใช้ศัพท์ว่า "โควิโท" แทน

นั่นแปลว่า การใช้ศัพท์ของสำนักพระราชวังนั้น "ผิด" จะให้ถูกก็ต้อง "เปลี่ยนใหม่" ไปใช้ "โควิโท" ตามมหาเถรสมาคมแทน โดยเฉพาะก็คือ "เจลพระราชทาน" จะต้องเปลี่ยนชื่อใหม่หรืออย่างไร ในเมื่อมันคนละศัพท์กัน ?

 

 

ถามว่า ทำงานแบบนี้ จะเป็นการจงรักภักดี ได้อย่างไร ?

 

 

 

แน่นอนว่า คำถามนี้ ต้องจี้ไปยัง 2 หน่วยงานหลัก คือ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม

 

 

เพราะถ้ายังยืนยันมติเดิมไม่เปลี่ยน ทางราชสำนักก็คงต้องเปลี่ยนศัพท์ที่ใช้กับเจลพระราชทานเป็น "โควิโท" มิใช่ "โควิโต" อีกต่อไป

 

 

จะผิด จะถูก จะชอบ อย่างไร ก็ต้องให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้พิจารณาแก้ไข หาไม่ก็จะกลายเป็น "กรณีประวัติศาสตร์" ที่มหาเถรสมาคม ไม่ได้ถวายพระเกียรติแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั้น อย่าเห็นว่าไม่สำคัญ มันถึงระดับคอขาดบาดตายเชียว

 

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 5 มิถุนายน 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264