2564 อนิลมาน ครองเมือง !

 

เรื่องจริงไม่อิงนิยายในสังคมสงฆ์ไทย

 

อะไรๆ ก็..อนิลมาน

 

 

 

 

 

 

 

อนิลมาน ผู้อ้างว่า มีเชื้อชาติศากยะ

สูตรสำเร็จ ตอบโจทย์ได้ทุกคำถาม ในสังคมสงฆ์ไทย

 

 

 

 

 

ต้องเรียกว่า ณ บัดนี้ ในสมองของกรรมการมหาเถรสมาคม จะมีแต่คำว่า "อนิลมาน" เต็มไปหมด เรียกเป็นภาษาแม่ค้าว่า "ขี้แขกขึ้นสมอง" มองไม่เห็นว่าพระเณรไทยตั้ง 300,000 กว่ารูปนั้น จะมีใครมีความรู้ความสามารถในการทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองบ้าง แต่เห็น "อนิลมาน" เป็นหนุมานชาญสมร ระดับทหารเอกของพระราม จะสามารถโอบอุ้มพระพุทธศาสนาของไทยในยุคนี้ไปสู่ความศิวิไลซ์ระดับ "ยูโทเปีย" กับเขาได้ เผลอๆ จะสามารถนำพาประเทศไปกลับไปสู่ "ยุคพุทธกาล" เพราะอนิลมานมีเชื้อสายของพระพุทธเจ้า ได้เชื้อสายพระพุทธเจ้ามาเลี้ยงดู ก็เหมือนมีพระพุทธเจ้ามาให้กราบไหว้บูชา (แต่ต้องจ่ายค่าศากยะแพงที่สุดในโลก ทั้งยศ ทรัพย์ อำนาจ ประเคนอนิลมานหมด) เผลอๆ มหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะเชื่อด้วยว่า "ขี้ของอนิลมานหอม" เหมือนของพระพุทธเจ้า จึงเอามาดมโชว์ชาวบ้านอย่างที่เรียกว่า หน้าระรื่น

 

 

 

 

เรามาดู "ไทม์ไลน์" กันนะ ว่าอนิลมาน "ขึ้นหม้อ" ขนาดไหน ในสังคมไทยในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

 

 

24 กันยายน 2556 : ได้เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่..พระศากยวงศ์วิสุทธิ์ ในงาน 100 ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช (เป็นกรณีพิเศษ)

 

 

30 กันยายน 2556 : ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร พระอารามหลวงอันดับหนึ่งของประเทศไทย

 

 

17 พฤศจิกายน 2558 : อนิลมานได้รับการประกาศให้เปลี่ยนสัญชาติเป็นคนไทย ไม่เป็นศากยวงศ์อันบริสุทธิ์อีกต่อไปแล้ว

 

 

17 กรกฎาคม 2563 : ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็น พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต (เป็นกรณีพิเศษ)

 

 

9 เมษายน 2564 : ตั้งอนิลมานเป็นเจ้าคณะภาค 6-7 คุมจังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน

 

 

31 พฤษภาคม 2564 : ตั้งอนิลมานเป็นกรรมการแต่งฉันท์ของมหาเถรสมาคม ว่าด้วยโรคโควิด-19

 

 

ถ้าเริ่มเทียบบทบาทของอนิลมานกับพระในวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งอนิลมานสังกัดอยู่ ก็จะพบว่า "พระในวัดบวรนิเวศวิหารด้อยกว่าอนิลมาน" ไม่มีใครมีความรู้ความสามารถที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติพระศาสนาได้ จึงได้เห็นแต่ชื่อของ "อนิลมานๆ" ติดทุกโผเต็มไปหมด พระวัดนี้เลี้ยงเปลืองข้าวสุกจริงๆ น่าจะไล่สึกไปให้หมดวัด เหลือเพียงอนิลมานคนเดียวก็พอแล้ว พวกนั้นมีไว้ก็ไร้ประโยชน์ เป็นพวกกาฝากสังคม

 

 

ครั้นขยับไปเปรียบเทียบกับ "คณะธรรมยุต" ทั้งประเทศ ก็จะพบอีกว่า "พระในคณะธรรมยุตทั้งสิ้นทั้งปวง ไม่มีใครมีความรู้ความสามารถทัดเทียมอนิลมานเลย" เห็นได้จาก การแต่งตั้งให้ "พระเทพวชิรเมธี-สมคิด จินฺตามโย" วัดราชบพิธ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ มมร. ของคณะธรรมยุต ให้มาเป็น "ลูกน้อง" ของอนิลมาน ในตำแหน่ง "รองเจ้าคณะภาค 6-7"

 

 

เอาแต่สองวัดนี้ก็คงพอ เพราะวัดบวรนิเวศวิหารนั้น เป็นวัดหลักของธรรมยุต ปัจจุบันเจ้าอาวาส คือสมเด็จพระวันรัต ท่านก็ดำรงตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตด้วย ส่วนวัดราชบพิธนั้น เป็นวัดของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ถ้าลงถึงขนาดว่า พระวัดสังฆราชกระจอกกว่าอนิลมาน ก็จบเห่แล้วประเทศไทย จะบริหารประเทศชาติศาสนาได้อย่างไร ถ้าได้ผู้นำโง่ จริงไหม ?

 

 

 

"อนิลมานเป็นเชื้อสายศากยะ ผ่านทางท่านพระอานนท์"

 

 

 

 

คนไทยถูกพระวัดบวรเป่าหูให้เชื่อเป็นตุเป็นตะว่า "นี่คือสายเลือดอันบริสุทธิ์ของพระพุทธเจ้า" ได้อนิลมานมาอยู่เมืองไทยก็เหมือนได้ตัวแทนพระพุทธเจ้ามาไว้ใกล้ตัว คนไทยใจใหญ่อยู่แล้ว ดูแต่สมัย ร.4 ยังมีความคิดจะขอซื้อ "พระเขี้ยวแก้ว" มาไว้ที่เมืองไทย หลังสุดก็สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ยังเป็นประธาน "บูรณะยอดพระมหาเจดีย์พุทธคยาด้วยทองคำ" มูลค่าหลายร้อยล้าน เพราะอยากได้บุญกับพระพุทธเจ้าล้ำหน้ากว่าชาวพุทธชาติอื่นๆ ในโลก ในขณะที่คนไทยยังจนระดับโลก แต่เพื่อสวรรค์นิพพานเสียอย่าง คนไทยสู้ตาย ฉิบหายไม่ว่า ขอเอาหน้าไว้ก่อน สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระสังฆราชดำริสร้างโบสถ์ด้วยดิน ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัว ร.9 แต่สมเด็จจุณฑ์ กลับเป็นประธานบูรณะยอดฉัตรพระเจดีย์พุทธคยาด้วยทองคำ นำไทยไปนิพพาน แสดงว่าพระวัดบวรนิเวศวิหารมีสองมาตรฐาน แบบว่าตอแหลเก่งสุดยอด

 

 

วันนี้ คณะธรรมยุต หมดมุก หมดสินค้า หมดราคา และหมดปัญญา จึงหันไปคว้า "แขกเนปาล" มาเป็นดาราหน้าจอ ให้ตำแหน่งและการงานกระจอกๆ แก่เชื้อสายศากยะ เหมือนหลอกชาวไทยไปวันๆ จะนับเป็นมหกรรมลวงโลกก็คงว่าได้ เพราะไม่มีประเทศใดในโลกจะงมงายเหมือนประเทศไทย ที่เชื่อว่า ถ้ามีเชื้อสายศากยะไว้ในประเทศ จะทำให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองกว่าใคร ไม่หัดดูประเทศเนปาลบ้านเกิดเมืองนอนของอนิลมานบ้าง ปัจจุบันยังคงมีเชื้อสายศากยะอยู่เต็มเมือง แต่สุดท้ายกลายเป็น "สิ้นราชวงศ์" แถมส่วนใหญ่ไปเข้ากับ "ลัทธิเหมา" เป็นคอมมิวนิสต์ไปหมด

 

 

ถามว่า ศากยวงศ์ของอนิลมาน ช่วยอะไรเนปาลบ้าง ? ประชากรชาวพุทธเพิ่มขึ้นไหม สถาบันพระมหากษัตริย์มั่นคงหรือไม่ และทำไมอนิลมานหนีมาเมืองไทย ไม่กลับไปเนปาล ?

ถ้าช่วยเนปาลไม่ได้ จะช่วยไทยได้อย่างนั้นหรือ ?

 

 

มหาเถรสมาคม กำลังหลงงมงายในกโลบาย "ไม่สร้างคนในชาติของตนให้เก่งให้ดี" แต่กลับใช้วิธี "ซื้อตัวนักเตะ" จากต่างถิ่น ซึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยอามิสสินจ้าง เชื่อหรือว่าจะสามารถพัฒนาประเทศชาติได้อย่างมั่นคง ?

 

 

พระธรรมโกศาจารย์ หรือหลวงพ่อปัญญานันทะ อดีตพระมหาเถระนักปราชญ์แห่งวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า "เมืองไทยเรามีพระระดับสมเด็จโง่ๆ อยู่หลายรูป ความโง่ไม่ได้อยู่ที่พระเล็กพระน้อยเท่านั้น พระผู้ใหญ่ก็โง่ได้เหมือนกัน ฯลฯ"

 

 

วันนี้ ถ้าเราเอาคำกล่าวของหลวงพ่อปัญญานันทะ มาเปรียบเทียบกับการบริหารกิจการคณะสงฆ์ไทยในสมัยปัจจุบัน ก็อาจจะเห็นพ้องกับหลวงพ่อปัญญานันทะได้อย่างเต็มร้อยเลยว่า

 

 

 

"เมืองไทยมีพระระดับสมเด็จโง่ๆ อยู่มากมาย"

 

 

ไม่โง่ก็คงไม่ตั้งแขกมาเป็นเจ้าเป็นนายหรอก จะบอกให้

 

 

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 5 มิถุนายน 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264