ฟันธง (ชัย) !

 

 

สมเด็จธงชัยรับดาบจาก มส.

 

ฟันอดีตเจ้าคุณธงชัยขาดจากความเป็นพระ

และอาจจะติดคุกคดีแต่งกายเลียนแบบสงฆ์

ลามเอาผิดเจ้าคุณสุรชัยข้อหาสนับสนุน

 

 

ลุยล้างป่าช้าวัดสระเกศ

 

 

 

 

 

 

 

ศึกวันธงชัย

 

 

ซ้าย : ธงชัย วัดสระเกศ อดีตพระพรหมสิทธิ

ขวา : ธงชัย วัดไตรมิตร เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพนี้ สมัยเจ้าคุณธงชัย (พระพรหมสิทธิ) วัดสระเกศ ยังเป็นเจ้าอาวาส และมีตำแหน่งมากมาย ทั้งกรรมการ มส. เจ้าคณะภาค 10 และประธานสำนักงานพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ขณะที่เจ้าคุณธงชัย วัดไตรมิตร ยังไม่มีอะไรเลย เป็นเพียงรองสมเด็จลอย จึงได้เห็นเจ้าคุณธงชัยวัดไตรมิตร เดินทางไปหาเจ้าคุณธงชัยวัดสระเกศ และย่อมนั่งต่ำกว่าเจ้าคุณธงชัยวัดสระเกศซึ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ

 

 

แต่วันนี้ อำนาจเปลี่ยนแล้ว เจ้าคุณพรหมสิทธิติดคุกติดตะราง ขณะที่ "เจ้าคุณธงชัยไตรมิตร" ได้ดิบได้ดีเป็นทั้งสมเด็จและเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นนัมเบอร์วันของคณะสงฆ์ไทยในสายการปกครอง จึงต้องวินิจฉัยในกรณีอดีตเจ้าคุณธงชัยวัดสระเกศและพระบริวารทำพิธีห่มเหลืองในขณะที่คดียังไม่สิ้นสุด ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า สมเด็จธงชัย "ฟันธง" กลางมหาเถรสมาคมว่า อดีตเจ้าคุณธงชัยวัดสระเกศนั้น ผิดเต็มประตู

 

 

แน่นอนว่า การฟันธงโดยลำพังของสมเด็จธงชัยเช่นนี้ ย่อมจะมีปัญหา เพราะว่ามิได้ผ่านการกลั่นกรองพิจารณาของคณะทำงานด้านกฎหมายคณะสงฆ์ แบบถามปุ๊ปตอบปั๊ป ก็ย่อมจะมีข้อโต้แย้งได้มากมาย แค่เจ้าคณะใหญ่ "ออกความเห็นเอง" ก็ผิดเต็มๆ แล้ว เพราะไม่มีบทบัญญัติใดๆ ใน พรบ.คณะสงฆ์ ที่ให้อำนาจเจ้าคณะใหญ่วินิจฉัยอธิกรณ์ได้โดยลำพัง การออกความเห็นก็เป็นเพียงความเห็น จะถือเป็นคำวินิจฉัยของมหาเถรสมาคมนั้น หาได้ไม่

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของ "สมเด็จธงชัย" ในครั้งนี้ มันกินใจไปถึง "อดีตเจ้าคุณธงชัย-วัดสระเกศ" และพระวัดสระเกศทั้งหมด ทำนองว่า ไม่มีความเมตตากรุณาต่อกันเลย ทั้งๆ ที่วัดสระเกศกับวัดไตรมิตรนั้น มีความสัมพันธ์อันดีในระดับ "วัดพี่วัดน้อง" มานานหลายสิบปี กินข้าวหม้อเดียวกันมาตั้งแต่สมัยหลวงพ่อไสวและสมเด็จเกี่ยว เดี๋ยวนี้เป็นรุ่นลูกรุ่นหลาน แต่ลูกหลานมาทะเลาะกันเอง เหมือนไม่เห็นบิดามารดาอยู่ในสายตา ถือว่าเป็นการตัดญาติขาดมิตร ไม่ต้องเผาผีจี่ศพกันต่อไป เลือดนักเลงนั้น ฆ่าได้ หยามไม่ได้ ในเมื่อไม่มีไมตรีให้กันก็ตัดกันให้ขาดไปเลย เกิดครั้งเดียว ตายก็ครั้งเดียว ในเมื่อไม่มีอะไรจะสูญเสียอีกแล้ว วันนี้ พระวัดสระเกศจึงพร้อมใจกัน "รับชะตากรรม" ถึงจะโหดร้าย แต่สุดท้ายก็..อบอุ่น ทั้งสายเจ้าคุณเสนาะและสายเจ้าคุณธงชัย หันกลับมารักกันเหมือนเก่า เพราะมีศัตรูร่วม คือคนนอกที่จ้องจะมากินตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ นั่นเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

เค้าลางแห่งความรุนแรงนั้น เริ่มมาจาก วันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ได้พาดหัวข่าวว่า "จับตาเจ้าคุณธงชัยข้ามห้วยนั่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศในวันอดีตเจ้าอาวาสคืนถิ่น" ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้เพียง 1 วัน อดีตพระพรหมสิทธิ (ธงชัย) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พร้อมด้วยพระที่ต้องคดีเงินทอนวัด ได้ทำพิธีคืนสู่สมณเพศ ท่ามกลางพระสงฆ์วัดสระเกศและพุทธศาสนิกชนคับคั่ง

 

 

หลังจากนั้น ในวันที่ 17 เมษายน นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. และโฆษกคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ วุฒิสภา ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊ค ตำหนิการกระทำของอดีตเจ้าคุณธงชัยวัดสระเกศ โดยระบุว่า พระทั้งหมดต้องอาบัติปาราชิก บวชใหม่ไม่ได้ ที่ทำไปนั้นผิดกฎหมายอาญา

 

 

ทนายวันชัยนั้น เป็นที่รู้กันดีว่า เป็นศิษย์วัดไตรมิตร เพราะเคยบวชเรียนที่นี่จนจบเปรียญ ที่สำคัญก็คือ มีความสนิทสนมกับสมเด็จธงชัยเป็นการส่วนตัว เมื่อคราวมีข่าว "สมเด็จธงชัยลี้ภัยไปปากช่อง" ก็ทนายวันชัยนี่แหละ ที่ออกมาแก้ข่าวให้สมเด็จธงชัย จะว่าทนายวันชัยเป็นโฆษกส่วนตัวของสมเด็จธงชัยก็คงว่าได้

 

 

ในกรณีที่ทนายวันชัยแสดงความเห็นเช่นนั้น แม้จะอ้างว่าเป็นกรรมาธิการศาสนาฯ ของวุฒิสภาก็ตาม แต่มองดูแล้วยังไงก็สลัดภาพ "คนของสมเด็จธงชัยไตรมิตร" ไปไม่พ้น

วงการสงฆ์ตั้งคำถามว่า "แสดงว่าทนายวันชัยได้รับสัญญาณจากสมเด็จธงชัยให้ออกมาพูดหรือเปล่า"

 

 

สาเหตุนั้นก็คงจะมีเพียงสิ่งเดียว คือ ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งยังคงว่างอยู่ เหมือนวัดโพธิ์ และมีข่าวว่า สมเด็จธงชัย จะได้รับแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งดังกล่าว

แน่นอนว่า ถ้าสมเด็จธงชัยจะไปเป็นสมภารวัดสระเกศ ซึ่งเป็นวัดใหญ่ ผลประโยชน์มหาศาล แต่ภายในวัดไม่มีคนของตนเลย แล้วจะบริหารวัดอย่างไร นี่คือปัญหาใหญ่

 

 

แถมอดีตเจ้าอาวาส คือ เจ้าคุณธงชัย พร้อมด้วยอดีตเจ้าคุณอีกมากมาย ก็ยังกลับมาห่มเหลืองอยู่ในวัดอีก ซึ่งอดีตเจ้าคุณธงชัยนั้น แม้จะไม่มีตำแหน่งและยศศักดิ์ใดๆ แต่ก็ยังคงมีบารมีเป็นการส่วนตัวอยู่มาก แบบว่าคับวัดสระเกศเลยเชียว โดยเฉพาะสายนักการเมืองพรรคเพื่อไทยนั้น ท่านธงชัยคุมไว้หมด และทีนี้ว่า ถ้าสองธงชัยมาอยู่ในวัดเดียวกัน ธงชัยใหม่หรือจะสู้ธงชัยเก่า จะไม่เข้าอีหรอบเดียวกับสมัย "ป๋าเหนาะ" เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศดอกหรือ ผลลัพธ์ก็เห็นๆ คือพระเณรทั้งวัดไม่มีใครเอากับป๋าเหนาะ เขาหันไปเข้ากับเจ้าคุณธงชัยกันหมด

 

 

นี่ไงที่เป็นเหตุผลว่า ทำไมทนายวันชัยถึงกับต้องออกโรงแรง ถึงกับฟันธงว่า อดีตเจ้าคุณธงชัยปาราชิก ขาดจากความเป็นพระไปแล้ว ไม่มีสิทธิ์ครองผ้าเหลืองอีก แบบนี้มันไล่กันพ้นวัดสระเกศนี่นา จะมาอยู่มากินก็น่าจะมาดีๆ แต่นี่มาขับไล่ไสส่ง มันก็คงนับญาติไม่ได้ ทั้งๆ ที่ก็คนกันเองทั้งนั้น

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณสุรชัย รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายสมเด็จธงชัยวัดไตรมิตร ก็คงจะประเมินสถานการณ์ไว้ก่อนแล้วว่า การที่อดีตพระพรหมสิทธิ (ธงชัย) กลับมาครองผ้าเหลืองใหม่ โดยมีเจ้าคุณสุรชัยเป็นเจ้าพิธีที่กลางโบสถ์นั้น มองยังไงมันก็คือเกมกีดกันตนเอง (สมเด็จธงชัย) ไม่ให้ข้ามห้วยมาเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

 

 

คือสุรชัยนั้น แรกๆ ก็คงหวังจะเป็นเจ้าอาวาสอยู่ในใจ แต่นานไป กระแส "เสือข้ามห้วย" กลับมาแรง ลำพังตนเองคงจะต้านกระแสไม่ไหว สุดท้ายจึงหันไป "เชิญอดีตเจ้าคุณธงชัยและคณะ" ให้กลับมาสู่ผ้าเหลือง เพื่อจะได้อาศัยบารมีส่วนตัวของท่านธงชัยเป็นยันต์ "กันธงชัย" ไม่ให้มาจากวัดไตรมิตร เพราะเชื่อว่าต้องระดับอดีตเจ้าคุณธงชัยเท่านั้น ถึงจะกันสมเด็จธงชัยอยู่

 

 

 

 

 

 

 

ใช่แต่เท่านั้น เมื่อได้ฟังเสียงคำรามจากทางทนายวันชัย ฝ่ายวัดสระเกศก็ขออาศัยบารมีของ "อาจารย์ปู่จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต" ซึ่งเป็นอดีตพระเจ้าคุณรุ่นเดียวกับสมเด็จเกี่ยวผู้เป็นอาจารย์และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ให้ช่วยเขียนจดหมายกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช โดยหวังว่าชื่อชั้นของอาจารย์จำนงค์ ซึ่งเคยสอนหนังสือทั้งใน มจร. และ มมร. มาก่อน คงจะทำให้สมเด็จพระสังฆราชทรงฟังบ้าง ท่านอาจารย์จำนงค์ก็เมตตา เพราะเห็นว่าเป็นพระลูกพระหลาน จะตกระกำลำบาก จึงต้องยื่นมือเข้ามาช่วย ทั้งๆ ที่มิได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไร ทำไปเพราะเห็นแก่วัดสระเกศ ไม่ทำก็อาจจะถูก "วิญญาณสมเด็จเกี่ยว" ตำหนิเอาได้ ว่าไม่ดูแลลูกหลาน พันธสัญญามันยาวนานดังนี้แหละ ศึกชิงภูเขาทองนั้นมองข้ามภพข้ามชาติกันเลยทีเดียว

 

 

งานนี้ ทีมวัดสระเกศ ระดมพลมาทุกรุ่นทุกเหล่า ตั้งแต่ผ้าเหลืองผ้าลาย และราชบัณฑิต รวมพลังสามัคคีป้องกันวัดสระเกศมิให้ใครมาครอง ไม่ว่าจะมาจากที่ไหน แม้แต่วัดไตรมิตรก็ไม่ยินดีต้อนรับ เปิดหน้าเล่นกันเต็มโต๊ะเต็มสำหรับขนาดนี้ มีหรือทาง "ธงชัยไตรมิตร" จะไม่สะดุดรักเข้าอย่างแรง

 

 

 

 

 

 

 

 

นั่นจึงเป็นเหตุว่า ทำไม เพียงแค่ได้รับการมอบอำนาจจากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขาสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จธงชัยผู้ยิ่งใหญ่ในหนกลาง จึงกล้าฟันธงทันทีว่า "อดีตเจ้าคุณธงชัยวัดสระเกศและคณะผิดเต็มประตู" ไม่ดูดำดูดีกันเลย

 

 

 

 

 

 

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร

พระผู้ใหญ่ของสมเด็จธงชัย

 

 

 

 

หมากขั้นต่อไปก็คือ เมื่อคุยกับสมเด็จธงชัยไม่รู้เรื่อง ก็ต้องคุยกับ "ผู้ใหญ่" ซึ่งก็คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตร เจ้านายสายตรงของสมเด็จธงชัยนั่นเอง

 

 

สายข่าวระบุว่า วันที่ 20 เมษายน สมเด็จสนิทท่านมิได้เข้าประชุม มส. สมเด็จธงชัยเลยได้โอกาสวันแมนโชว์ดังกล่าว ถ้าหากสมเด็จสนิทอยู่ในที่ประชุมด้วย สมเด็จธงชัยก็คงจะไม่กล้าฟันธงลงเช่นนั้น

 

 

ดังนั้น ทางทีมวัดสระเกศก็ต้องแก้เกม โดยการเจรจาผ่านผู้ใหญ่ในวัดไตรมิตร ให้สะกิดสมเด็จธงชัย ว่าไม่สวยเลยที่จะมาครองวัดสระเกศในท่าทีแบบนี้ ทั้งๆ ที่อยู่วัดไตรมิตร แต่กลับไม่มีท่าทีเป็นมิตรเลย ถ้าไม่เป็นมิตรแล้วถามว่าเป็นอะไร กับพฤติกรรมที่แสดงออกมาทั้งจาก "ธงชัย" และ "วันชัย"

 

 

 

 

 

 

 

ไหวไหมเนี่ยหมอ ?

 

 

ถามด้วยว่า ถ้าจะมาครองวัดสระเกศในลักษณะนี้ สมเด็จธงชัยคิดหรือว่าจะครองวัดได้โดยราบรื่น ไม่ดูอดีตเจ้าคุณเสนาะหรือไร กลางคืนแทบไม่กล้าโผล่หน้าออกนอกกุฏิ เพราะในวัดสระเกศนั้น คนของอดีตพระพรหมสิทธิทั้งนั้น เขาเลี้ยงกันมาแต่อ้อนแต่ออก คิดจะไปครองวัดสระเกศอันยิ่งใหญ่ สมเด็จธงชัยคงต้องขนบริวารไปเป็นร้อย แถมด้วยทหารคุ้มกันอีกครึ่งร้อย รวมทั้งพ่อครัวแม่ครัวทำอาหารถวายด้วย ขืนเดินออกไปรับบาตรปากซอยเข้ามาฉัน ก็อาจจะได้นอนรถด่วนไปโรงพยาบาลโดยง่าย เป็นพระผู้ใหญ่สมัยนี้กิน เอ๊ย ฉันอะไรง่ายๆ ได้ซะที่ไหน ตายไม่รู้ตัวเชียว

 

 

โดยรูปการณ์ดังกล่าวมานี้ ชี้ว่า ไม่ง่าย สำหรับสมเด็จธงชัยวัดไตรมิตร ที่คิดจะไปครองวัดสระเกศ มันอันตรายเห็นๆ

 

 

แน่นอนว่า สมเด็จธงชัยก็คงจะอ่านเกมออกแล้ว เห็นว่าถ้าอดีตพระพรหมสิทธิยังคงอยู่ในวัด ก็คงจะเป็นหนามตำเท้าเดินเหินไม่สะดวก เหมือนรถเสียศูนย์ วิ่งนานไปจะพาลลงข้างทางเอาดื้อๆ ดังนั้น จึงต้องดำเนินการ "ขุดรากถอนโคน" หนามในวันสระเกศให้ราบเสียก่อน คือทั้งอดีตพระพรหมสิทธิและบริวารที่ต้องคดี รวมทั้งพระเทพรัตนมุนี (สุรชัย) ต้องไม่มีอิทธิพลใดๆ ในวัดสระเกศอีก แต่จะด้วยวิธีใดนั้น สงครามยังเพิ่งเริ่มต้น ยังมิทันจบ จึงไม่สามารถนับศพทหารได้

 

 

 

 

 

 

 

เลือดเข้าตา !

 

 

 

สำหรับ "อดีตเจ้าคุณธงชัย-พระพรหมสิทธิ" วัดสระเกศนั้น ต้องเรียกว่า เลือดเข้าตา หาทางออกไม่เจอ ถูกทั้งรัฐบาลทหารและกรรมการมหาเถรสมาคม "ต้อนเข้ามุมอับ" สู้ก็ตายไม่สู้ก็ตาย เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ ศึกนี้ใหญ่หลวงนัก ผลลัพธ์มิอาจคาดเดา

รู้แต่เพียงว่า ถ้าเคลียร์กันผ่านสมเด็จพระพุฒาจารย์ไม่ได้ สงครามใหญ่เกิดแน่ เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ฉันใด สองธงชัยก็อยู่วัดเดียวกันไม่ได้ ฉันนั้น

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 21 เมษายน 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264