เงียบฉี่ !

 

 

ไม่มีเสียงตอบจากมหาเถรสมาคม

ไม่มีคำตอบจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรณี "แก๊งค์สุจินต์" สุมหัวด่ามหาเถร

ซึ่งสำนักพุทธฯ มีตำแหน่งเป็นเลขาฯมหาเถร

เก่งก็แต่จับเณรสึก

 

 

 

 



 

 

มหาเถรสมาคม

 

ภายใต้การนำของ..สมเด็จพระสังฆราชอัมพร วัดราชบพิธ
วันนี้ ถูกท้าทายด้วยกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวเองว่าเป็นชาวพุทธพันธ์แท้

ภายใต้การนำของ..สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ซึ่งเป็นผู้หญิง

 

ไม่เคยบวช แต่เรียนพระอภิธรรม

เก่งกล้าถึงกล้าปรามาสมหาเถรสมาคม

ภายใต้การนำของสมเด็จพระสังฆราช

ว่าไม่มีความรู้ในทางพระธรรมวินัย

 

 

 

 

 

 

"เป็นผู้นำสงฆ์ แต่ไม่รู้ธรรมะ มีประโยชน์ไหม"

 

ถ้อยคำบาดใจของ..สุจินต์ บริหารวนเขตต์

 

 

 

 

 

 

 

ซ้าย : สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (สุชิน) วัดราชบพิธ

เลขานุการสมเด็จระสังฆราช

 

ขวา : นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ

เลขาธิการมหาเถรสมาคม

 

 

 

สองตำแหน่งนี้ ถือว่ามีหน้าที่สนองงานสมเด็จพระสังฆราชและมหาเถรสมาคมโดยตรง แต่วันนี้มหาเถรสมาคม "ถูกท้าทาย" โดยกลุ่มบุคคลนอกมหาเถรสมาคม แต่อ้างตัวเองว่าเป็นชาวพุทธ มีความรู้ทางพระพุทธศาสนา "มากกว่า" มหาเถรสมาคม ถึงกับกล้าตราหน้า "มหาเถรสมาคม" ว่าไม่มีความรู้ในทางพระพุทธศาสนา จะจริงหรือไม่อย่างไร มหาเถรสมาคมก็ต้องออกมาแก้ไขให้ชัดเจน ไม่งั้นจะบานปลายให้ "แก๊งค์สุจินต์" ตีกินต่อไปเรื่อยๆ

 

 

 

 

 

 

 

ซ้าย : พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) วัดปากน้ำ

แม่กองบาลีสนามหลวง

 

ขวา : สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธ

แม่กองธรรมสนามหลวง

 

 

 

 

ตำแหน่งหลักในทางการศึกษาของสงฆ์ มีอยู่ 2 แผนก คือนักธรรมกับบาลี โดยนักธรรมนั้น ปัจจุบันมี "สมเด็จพระมหามุนีวงศ์" วัดราชบพิธ เป็นแม่กอง หรือเป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวงแห่งนี้ ซึ่งระยะหลังมานี้ สมเด็จชินท่านก็ทุ่มเทด้านการศึกษานักธรรมให้กว้างไกล ถึงกับมีผู้เข้าสอบธรรมปีหนึ่ง "นับล้านๆ" แต่วันนี้กลับถูก "นางสุจินต์" ปรามาสว่า "มหาเถรสมาคม" ซึ่งสมเด็จชินเป็นเลขาสมเด็จพระสังฆราชอยู่ด้วยนั้น "ไม่มีความรู้ด้านพระธรรมวินัย" อ้าวแล้วที่เรียนนักธรรม-ธรรมศึกษา สอบกันไปเป็นล้านๆ ทุกปีนั้น พวกท่านเรียนอะไร ? ปัญหาธรรมะข้อนี้ "สมเด็จชิน" ต้องตอบให้กระจ่าง ไม่งั้นก็นิมนต์ "ลาออกจากตำแหน่ง" ก่อนโดนโห่ไล่ไม่รอลงอาญานะ จะบอกให้

 

 

อีกตำแหน่งหนึ่งซึ่งถือว่าสำคัญสูงสุด คือ แม่กองบาลีสนามหลวง ปัจจุบันนี้มี "พระพรหมมุนี-สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9" วัดปากน้ำ เป็นแม่กอง ซึ่งเพิ่งจะประกาศ "ผลสอบบาลี ปี 64" ไปหยกๆ มีพระเณรสอบได้ ป.ธ.9 มากมาย ขนานนามว่า "พระเณรสมองเพชร" เป็นที่ปลื้มอกปลื้มใจพุทธศาสนิกชนที่สนับสนุนการศึกษาสงฆ์ ยิ่งปีนี้ "สำนักพระราชวัง" พระราชทานภัตตาหารหวานคาว รวมทั้งดินสอปากกา สร้างกำลังใจให้พระเณรอย่างดีเยี่ยม ยุคทองของภาษาบาลีอาจจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง ร.10 ที่ทรงมีพระราชปณิธาน "สืบสาน-ต่อยอด" จากพระราชดำริของพระราชบิดา ในหลวงภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

 

 

การศึกษาภาษาบาลีนั้น ถือได้ว่าเป็นการศึกษาถึง "รากเหง้า" ของพระพุทธศาสนา เพราะพระไตรปิฎกอันเป็นแหล่งบันทึกพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนานั้น ดั้งเดิมที่สุดท่านบันทึกเป็น "ภาษาบาลี" ซึ่งแปลว่า ภาษาที่รักษาไว้ซึ่งพระพุทธวจนะ บรรดาพระมหาเปรียญที่เรียนบาลีผ่าน ป.ธ.3 ขึ้นไป จึงถือว่ามีความรู้ความเข้าใจในพระไตรปิฎก อันเป็นแหล่งรวมพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนา ได้อย่างแตกฉานที่สุด คนไทยตั้งแต่สมัยโบราณก็เชื่อกันว่า "มหาเปรียญคือผู้รู้พระธรรมวินัยแตกฉานที่สุด" แต่วันนี้ ภาษาบาลี กลับถูกนางสุจินต์และพวก ตราหน้าว่า "ไม่รู้พระธรรมวินัย" ไม่ออกมาตอบโต้ก็รับรองว่า "เสียเหลี่ยมนักเลงสุพรรณหมด" นะครับ ท่านสุชาติ เผลอๆ จะต้อง "คืนพัดยศ" แก่สำนักพระราชวังด้วยล่ะ

 

 

ทั้งสมเด็จสุชินและรองสมเด็จสุชาติ ก็มีตำแหน่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม คือร่วมรัฐบาลคณะสงฆ์ของสมเด็จพระสังฆราชอัมพร อยู่ด้วย ถือว่ามีอำนาจหน้าที่ด้านการศึกษาโดยตรง จะบิดพลิ้วไม่ออกมาแสดงความเห็นในกรณีนี้นั้นหาได้ไม่ ไม่งั้นพวกท่าน ก็ไม่ควรอยู่ในตำแหน่งอีกต่อไป โดนพระเณรทั้งประเทศโห่ไล่แน่

 

 

 

 

 

 

 

ซ้าย : พระเทพวัชรบัณฑิต (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) วัดปากน้ำ

อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร.

 

ขวา : พระราชปฎิภาณโกศล (สมคิด จินฺตามโย) วัดราชบพิธ

อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ มมร.

 

 

 

 

น้ำลาย "นางสุจินต์" ยังกระเด็นไกลไปถึง "สองมหาวิทยาลัยสงฆ์" คือ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหามกุฎราชวิทยาลัย ซึ่งแห่งแรกนั้นเป็นของมหานิกาย ปัจจุบันมี "พระเทพวัชรบัณฑิต : ศ.ดร.สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ ป.ธ.9" วัดปากน้ำ เป็นอธิการบดี ทั้งนี้ เจ้าคุณสมจินต์เพิ่งจะได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดฯ เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็น "ชั้นเทพ" เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นกรณีพิเศษ ย่อมจะการันตีถึงความรู้ความสามารถในทางพระธรรมวินัย คงไม่แพ้แก่สตรีที่ชื่อ "สุจินต์"

 

 

วันนี้ ถือว่านาทีสำคัญมาถึงแล้ว พระเทพวัชรบัณฑิต ซึ่งแปลว่า นักปราชญ์ระดับเพชรขั้นเทพ จะเป็นขั้นเทพเป็นเพชรเม็ดงามจริงหรือไม่ สมค่าสมราคากับการที่พระเจ้าอยู่หัว "ทรงมีพระราชศรัทธายกย่อง" จริงหรือไม่ เราก็จะได้เห็นกัน รอดูลีลา "มหาสมจินต์" แห่งสำนักวัดปากน้ำก็แล้วกัน ว่าจะสมราคาคุยไหม ไม่งั้นคงต้อง "กลับบุรีรัมย์" บ้านเก่า

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนมหามกุฎราชวิทยาลัยนั้น ปัจจุบันมี "พระราชปฎิภาณโกศล : ผศ.ดร.สมคิด จินฺตามโย ป.ธ.5" วัดราชบพิธ ศิษย์ก้นกุฏิของสมเด็จพระสังฆราช เป็นอธิการบดี

 

 

มหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) นั้น เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ ของคณะธรรมยุต ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ตั้งขึ้นมา "เพื่อการศึกษาระดับสูงของคณะธรรมยุต" แต่วันนี้ คณะธรรมยุตกลับถูกปรามาส โดยทีมงานนางสุจินต์ ก็ต้องนิมนต์ "หัวหน้าฝ่ายการศึกษาของคณะธรรมยุต" ซึ่งก็คือ อธิการบดี มมร. นามว่า "ดร.พระมหาสมคิด" ออกมาตอบโต้ แบบว่า "ไว้ลาย" หน่อย อย่าปล่อยให้นางสุจินต์ตีกินแบบว่า "ตีหัวเข้าบ้าน" มันจะอับอายไปถึง "วงศ์ธรรมยุต" ของสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์ปฐมผู้ก่อตั้งธรรมยุติกนิกาย และเป็นปฐมเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศอีกด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าบุคคลที่เอ่ยนามมาเหล่านี้ ไม่มีใครออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีนี้ ก็ถือว่า หมดสิ้น หมดท่าจริงๆ มหาเถรสมาคมของพระสังฆราชอัมพร กลายเป็น "ลูกไล่" ให้นางสุจินต์ "สุมหัวด่า" ว่าไม่มีความรู้ทางพระธรรมวินัย นั่นหมายถึงว่า ถ้าใครเชื่อนางสุจินต์ ก็จะนับถือนางเป็น "สังฆราช" แห่งพระพุทธศาสนา "นิกายผ้าลาย" ไปอีกด้วย

 

 

และเมื่อนั้น นางสุจินต์ ก็จะนุ่งผ้าถุงผ้าลายกรีดกรายมากระทบสบงพระสงฆ์ ในเมื่อวันนี้ นางแต่งองค์ทรงเครื่องยังกะดารา ยังกล้า "ตราหน้า" มหาเถรสมาคม ของสมเด็จพระสังฆราชอัมพร ว่าอ่อนด้อยในพระธรรมวินัย แล้วต่อไปจะเหลืออะไร จริงไหมครับท่านพระครู

 

 

ขอย้ำด้วยว่า ในบรรดาพระที่มีอำนาจหน้าที่ในด้านการบริหารกิจการคณะสงฆ์ยุคปัจจุบันนั้น "วัดราชบพิธ" ถือครองตำแหน่งไว้มากที่สุด นับตั้งแต่

 

 

สมเด็จพระสังฆราช (อัมพรมหาเถร) เจ้าอาวาสวัดราชบพิธ ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช องค์พระประมุขของคณะสงฆ์ไทย และเป็นประธานมหาเถรสมาคม

 

 

สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ ดำรงตำแหน่งมากมาย อาทิเช่น

 

 

1. เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเทียบได้กับ "เลขาธิการมหาเถรสมาคมฝ่ายบรรพชิต" อีกตำแหน่งหนึ่ง เพราะงานในด้านมหาเถรสมาคม สมเด็จพระสังฆราชจะทรงมีพระบัญชาผ่านสมเด็จชิน

 

2. แม่กองธรรมสนามหลวง ซึ่งบริหารการศึกษาในด้าน "ธรรมะ" ของคณะสงฆ์ไทยทั่วประเทศ

 

 

 

พระราชปฎิภาณโกศล (สมคิด จินฺตามโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัย มหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร) อันถือว่าเป็นระดับอุดมศึกษาของคณะสงฆ์ไทยอีกด้วย

 

 

ก็เรียกว่า ตำแหน่งสำคัญๆ ของคณะสงฆ์ไทย ทั้งด้านการบริหารการปกครองและการศึกษา ล้วนแต่กระจุกอยู่ใน "วัดราชบพิธ" เกินครึ่ง ของวัดต่างๆ ร่วมๆ 40,000 วัด และบรรดาพระสงฆ์สามเณรกว่า 300,000 รูป

 

 

วัดราชบพิธ จึงเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของประเทศไทยในปัจจุบัน เป็นทำเนียบรัฐบาลของคณะสงฆ์ เพราะองค์สมเด็จพระสังฆราช สถิต อยู่ที่นั่น

 

 

ดังนั้น คำปรามาสของนางสุจินต์และพวก จึงถือว่ากระทบวัดราชบพิธโดยตรง พระสงฆ์วัดราชบพิธ ในฐานะ "หัวหน้าคณะสงฆ์ไทย" จึงต้องออกมาแสดงความเป็นผู้นำให้ชัดเจน

 

 

ต้องปกป้องพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ไทย อย่าให้ถูกแก๊งค์นางสุจินต์ กล่าวร้ายแต่ฝ่ายเดียว

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 6 เมษายน 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264