ดิ้นไม่หลุด !

 

 

เจ้าคุณเอื้อนโดนคุกอีก 8 เดือน รอลงอาญา

 

ข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด

 

 

ผิดจนได้ !

 

 

 

อา..ถ้าพูดแบบภาษาทหารก็ต้องบอกว่า "สงครามมิทันจบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร" หลังจากฝ่ายเจ้าคุณเอื้อนได้รับการ "ยกฟ้อง" จากศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกาปิดคดีไปเมื่อวันก่อน ก็นึกว่าจะพ้นอันตรายแล้ว ที่ไหนได้ วันนี้ ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาอีกคดีหนึ่ง แถมยังไม่เชื่อคำอุทธรณ์ของพระพรหมดิลก จึงสั่งลงโทษตามที่ศาลชั้นต้นได้ลงทัณฑ์เอาไว้ เลยกลายเป็นว่า ศาลอุทธรณ์ย้อนแย้งในตัวเอง คดีหนึ่งเชื่อว่าเจ้าคุณเอื้อนบริสุทธิ์ แต่อีกคดีหนึ่ง (เรื่องเงินเหมือนกัน) กลับบอกว่า ไม่เชื่อว่าเจ้าคุณเอื้อนบริสุทธิ์ ฟังแล้วงงในมาตรฐานศาลอุทธรณ์ไหมล่ะครับ ท่านพระครู

 

 

หมายความว่า มาตรว่าเจ้าคุณเอื้อนจะพ้นผิดในคดีฟอกเงินไปแล้วก็ตาม ก็ยังมีคดี "สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด" ตามมาอีก แล้วสุดท้ายก็ไปไม่รอด เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษา "ลงโทษซ้ำ" ดังกล่าวข้างต้น

 

 

และหมายถึงว่า จะเห็นได้ว่า ทางฝ่ายรัฐบาลและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สมัย พ.ต.ท.พงษ์พร พราหมณ์เสน่ห์ เป็นผู้อำนวยการ ได้วางหมากในการกำจัด "พระพรหมดิลก" เอาไว้หลายชั้น ทั้งคดีแพ่งและอาญา แบบว่าโดนสกัดหลายด่าน รอดได้ก็ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ วันนี้ก็เห็นได้แล้วว่า ยังไงเสียก็ไม่มีทางสู้ผู้ที่มีกฎหมายและอาวุธในมือไปได้ กรรมการมหาเถรสมาคมและพระสังฆาธิการรูปใด ยังกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้ใครเป็นใหญ่เป็นโตในวงการสงฆ์ โดยการอิงอาศัยอำนาจรัฐ ก็ดูเจ้าคุณเอื้อนเป็นตัวอย่าง ถ้าเขาไม่เอาเสียอย่าง สู้อย่างไรก็ไม่มีทางชนะ

 

 

นาทีนี้ หักลบกลบหนี้แล้ว จึงยังไม่สามารถจะวินิจฉัยได้ว่าเจ้าคุณเอื้อนบริสุทธิ์อย่างไร้มลทิน เพราะมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ครั้งนี้เป็นชนักติดหลังอยู่ สงสัยต้องสู้กันถึงฎีกา และถ้าศาลฎีกาพิพากษาว่า "ผิด" งานนี้ก็คงต้องร้องศาลสงฆ์ ว่าผิดตามคดีสนับสนุนเจ้าพนักงานให้กระทำผิดนั้น เข้าข่ายอาบัติปาราชิกไหม ?

 

 

แต่เชื่อไหมว่า ถ้าศาลฎีกาพิพากษาว่าผิด มหาเถรสมาคมก็คงจะวินิจฉัยไปตามศาลฎีกานั่นแหละ เพราะเวลานี้ พงศ์พรยังคุมพุทธมณฑลอยู่เต็มตัว ณรงค์นั้นก็ลูกน้องที่เอาขึ้นมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถเท่านั้น ดูคราวก่อน ณรงค์ยังเอาคำพูดของพงศ์พรเข้าไปอ่านให้มหาเถรสมาคมฟัง หลังจากนั้นก็เอามตินั้น แจ้งไปยังเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศไทย ห้ามมิให้ช่วยเหลือเจ้าคุณเอื้อนให้ห่มผ้าเหลือง นี่คือเรื่องจริงของสังคมสงฆ์ไทยในวันนี้ วันที่มหาเถรสมาคมหมดอำนาจโดยสิ้นเชิงแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์

มือฟ้องพระระดับพระกาฬจากดีเอสไอ

 

 

 

 

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคุก 8 เดือน ปรับ 8 พัน รอลงอาญา 1 ปี พระพรหมดิลก คดีทุจริตงบ พศ.

 

 

2 มี.ค.64 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีทุจริตการจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนวนหมายเลขดำ อท.254/2561 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพนม ศรศิลป์ อายุ 61 ปี อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.), นายบุญเลิศ โสภา อายุ 54 ปี อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง, นายแก้ว ชิดตะขบ อายุ 54 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา, นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อายุ 51 ปี อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ กองพุทธศาสนศึกษา และพระพรหมดิลก หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี อายุ 75 ปี อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา/กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.)/เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-5

 

ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ, ทำ, จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ร่วมกันเบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่น โดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารฯ ทำการรับรองหลักฐานเป็นเท็จ, เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิดดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 162 ประกอบมาตรา 83, 86

 

กรณีกล่าวหาทุจริตการจัดสรรงบในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาประจำปีงบประมาณ 2557 วงเงิน 5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 26 พ.ย. 2546 - 15 ส.ค. 2557 โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2561

 

คดีนี้ ศาลชั้นต้น อ่านคำพิพากษา เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2563 พิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลยที่ได้ทำการไต่สวนแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1-4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ส่วน อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 มีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำผิด มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุก 1 ปี และปรับ 12,000 บาท โดยจำเลยที่ 1, 3, 4, 5 ให้การเป็นประโยชน์ในชั้นพิจารณาคดีอยู่บ้างเห็นควรลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 1, 3, 4 คนละ 12 เดือน สำหรับจำเลยที่ 5 คงจำคุก 8 เดือน และปรับ 8,000 บาท

 

โดยในส่วนของอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา จำเลยที่ 5 นั้น ศาลเห็นว่า เคยประกอบคุณงามความดีในด้านพุทธศาสนา จบการศึกษาระดับปริญญาเอก จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ทะนุบํารุงการศึกษาด้านพระพุทธศาสนา อีกทั้งไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกนั้นจึงให้รอการลงโทษ (รอลงอาญา) ไว้มีกำหนด 1 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกไว้เป็นเวลา 9 เดือน 

 

สำหรับวันนี้ พระพรหมดิลก หรือนายเอื้อน กลิ่นสาลี จำเลยที่ 5 เดินทางมาศาล เนื่องจากยื่นอุทธรณ์คดี ส่วนจำเลยอื่นไม่ยื่นอุทธรณ์ โดยมีคณะสงฆ์และฆราวาสผู้ติดตามเดินทางมาร่วมฟังคำพิพากษาให้กำลังใจ

 

อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือแล้ว เห็นว่าประเด็นที่จำเลยที่ 5 ยื่นอุทธรณ์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น จึงมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คงจำคุก 8 เดือน ปรับ 8,000 บาท รอลงอาญาไว้มีกำหนด 1 ปี

 

ต่อมา นายอรรณพ บุญสว่าง ทนายความของพระพรหมดิลก เปิดเผยว่า พระพรหมดิลกอุทธรณ์ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการสนับสนุนการกระทำผิด แต่ศาลอุทธรณ์​เห็นว่า จำเลยเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ สามารถใช้อำนาจในการตรวจสอบงบประมาณต่างๆ ได้ ศาลจึงไม่เชื่อว่า จำเลยที่ 5 ไม่ทราบหรือไม่มีการตรวจสอบให้รอบคอบได้ จึงพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น เบื้องต้น ทีมทนายความปรึกษากันแล้ว จะยื่นเรื่องขอสู้คดีในชั้นศาลฎีกาต่อไป

 

นายอรรณพ ระบุด้วยว่า พระพรหมดิลกมีคดีเกี่ยวกับเงินทอนวัดอีก 2 คดี โดยคดีที่ถูกกล่าวหาว่าฟอกเงิน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายกฟ้องไปเมื่อเดือน ก.ย. 2563 และศาลฯ ออกเอกสารรับรองสิ้นสุดคดีความไปเมื่อเดือน ก.พ. 2564 ส่วนอีกคดีเป็นการฟ้องในศาลแพ่ง เบื้องต้นขณะนี้ทนายได้ยื่นคำร้องถึงศาล เนื่องจากคดีอาญาฟอกเงินได้ถึงที่สุดแล้ว ในชั้นอุทธรณ์ของศาลแพ่งยังไม่มีคำสั่งใดๆ ลงมา

 

 

 

ข่าว : ไทยโพสต์ : 2 มีนาคม 2564

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264