ครูนัทชัดเจน !

 

ยอมรับกระบวนกฎหมาย

 

แต่ไม่ยอมรับนับถือคึกฤทธิ์ และลัทธิพุทธวจน

 

สอนสาวกวัดนาป่าพงอย่าเข้าใจผิด

 

 

 

 

 

"ถ้าต้องการให้ดิฉันเคารพ ศรัทธา มีเพียงวิธีการเดียว คือ ออกมาถกข้อธรรมที่ดิฉันเชื่อว่าท่านบิดเบือนให้กระจ่างแจ้งเท่านั้น ซึ่งดิฉันจะยอมรับ ศรัทธา กราบไหว้ด้วยความเคารพ พร้อมจะก้มหัวให้จากใจ วิธีการอื่นไม่เอา"

 

 

สัจวาจาจาก ครูนัท ณัฐนันท์ สุดประเสริฐ

 

 

 

 

 

 

อา..นี่ไง ผลของการใช้กฎหมาย ไม่ใช้พระธรรมวินัย ถึงจะชนะคดีความตามตัวบทกฎหมาย แต่ไม่ชนะใจคน คึกฤทธิ์คิดไม่ลึก คิดว่าถ้าสามารถใช้กฎหมาย "กดหัว" คนที่ต่อต้านตนเองได้ ก็จะชนะใจเขา หรือพูดง่ายๆ ว่า คิดว่าถ้าข่มขืนผู้หญิงได้ ก็จะได้ผู้หญิงคนนั้นมาเป็นเมียทั้งกายและใจ ก็เลยใช้กำลังเพียงข้างเดียว

 

 

กลับกัน ครูนัทเสียอีก ที่ยืดอกยอมรับกติกามารยาท ทั้งด้านกฎหมายและพระธรรมวินัย ด้านกฎหมาย เมื่อศาลยืนยันจะตัดสินด้วยเหตุผลทางโลกแต่เพียงด้านเดียว ก็โอเค ว่ากันไปตามกระบวนการ แต่ในด้านศาสนานั้น เป็นเรื่องของจิตใจที่มีตัวศรัทธาและปัญญาเป็นองค์ประกอบ แม้ว่าจะยอมความในทางกฎหมาย แต่มิได้ยินยอมพร้อมใจจะยอมรับ "คึกฤทธิ์" ในทางพระธรรมวินัย แม้แต่มือก็คงไม่ยกไหว้ ไม่ว่าจะใส่ผ้าเหลืองเหมือนพระทั่วไปก็ตาม แต่คึกฤทธิ์คงคิดเหมือนศาสดาสัญชัย ซึ่งถามพระสารีบุตรว่า "ในโลกใบนี้ คนโง่กับคนฉลาด อย่างไหนมากกว่ากัน" เมื่อได้รับคำตอบว่า "คนโง่ย่อมจะมากกว่าคนฉลาดเป็นธรรมดา" ก็ประกาศว่า "ถ้างั้น พวกที่ฉลาดก็จงไปหาพระสมณโคดมเถิด พวกโง่ๆ ที่เหลือขอให้มาหาข้าพเจ้า" เพราะมุ่งปริมาณมากกว่าคุณภาพ

 

 

ครูนัทเป็นนักกฎหมาย ยืดอกยอมรับกฎหมาย ก็ถือว่ารู้ทั้งกฎหมายและใช้กฎหมายเป็น และเมื่อหันมาศึกษาพระธรรมวินัย ก็ยกระดับจิตใจให้สูงขึ้นไปเหนือกฎหมาย ในระดับที่เรียกว่า "โลกไม่ช้ำ ธรรมไม่เสีย" ถือได้ว่าไม่ธรรมดา แสดงออกมาพร้อมๆ กันได้ในระดับนี้ ต้องยอมรับว่า ผู้หญิงคนนี้มีภูมิปัญญาทั้งด้านศาสนาและกฎหมาย อย่างน่าชื่นชม สมกับเป็นครูบาอาจารย์ แต่ก็คงไม่ยกย่องกันมากไปกว่านี้ ประเดี๋ยวคนจะหาว่าพวกเดียวกัน

 

กลับกัน คึกฤทธิ์เสียอีก ที่พลาด ดันไปใช้กฎหมายต้อนคนให้เดินตามก้นตนเอง ไม่ยอมใช้อนุสาสนีปาฏิหาริย์เหมือนพระศาสดา นอกจากจะไม่สัมฤทธิ์ผลแล้ว ยังจะเป็นผลร้ายในระยะยาว เพราะเห็นแต่ปัญญาชนเดินออก นอกนั้นยังถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์สากลไปแล้ว ว่าผู้ที่อวดโอ้นำเอา "พุทธวจนบริสุทธิ์" มาเผยแพร่นั้น เมื่อเกิดปัญหากับตัวเองขึ้นมา กลับเลือกใช้ "กฎหมาย" มิได้ใช้พระธรรมวินัยแต่อย่างใด หลอกใครน่ะหลอกได้ แต่หลอกปัญญาชนไม่ได้หรอก จะบอกให้

 

 

 

 

 

 

หลายวันนี้ มีผู้ใช้เฟสบุ๊คแอดเพื่อนเข้ามามากมาย ส่วนมากเป็นศิษย์วัดนาป่าพง ขอความกรุณายกเลิกคำขอนะคะ ดิฉันไม่รับเพื่อนจากวัดนาป่าพง เพราะมิเช่นนั้น ท่านจะเข้ามาทะเลาะวิวาทกับดิฉันและเพื่อนดิฉันอีก เนื่องจากแนวทางการศึกษา การปฏิบัติตนและความเข้าใจทางปริยัติของเราไม่ตรงกัน เมื่อดิฉันโพสต์เผยแผ่พระธรรมตามความรู้ของดิฉัน ท่านก็จะนำความรู้ที่ท่านได้รับมาจากทางวัด มาทุ่มเถียงให้เกิดปัญหาอีก ไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิม ไหนๆ ก็จะจบแล้ว เพราะเหตุแห่งปัญหาที่เกิดขึ้น ก็เนื่องจากพวกท่าน เข้ามาเป็นเพื่อนดิฉันแล้วมากเถียงจนทะเลาะวิวาทกัน บานปลายจนทุกวันนี้

จบคือจบค่ะ ไม่คบ ไม่ทะเลาะด้วย ดิฉันคุยกับทนายทางวัดเข้าใจกันดีแล้ว ดิฉันไม่ได้ศรัทธาวัดท่าน ไม่ได้เคารพพระในวัดท่าน มันคือเรื่องส่วนตัวของดิฉัน บังคับกันไม่ได้

ถ้าต้องการให้ดิฉันเคารพ ศรัทธา มีเพียงวิธีการเดียว คือ ออกมาถกข้อธรรมที่ดิฉันเชื่อว่าท่านบิดเบือนให้กระจ่างแจ้งเท่านั้น ซึ่งดิฉันจะยอมรับ ศรัทธา กราบไหว้ด้วยความเคารพ พร้อมจะก้มหัวให้จากใจ วิธีการอื่นไม่เอา

ทั้งหมดพูดกันต่อหน้าศาล แต่ท่านไม่เอาการถกธรรม ท่านเลือกเอากฎหมาย ท่านเป็นผู้ฟ้องร้อง สิทธิเลือกย่อมเป็นของท่าน ดิฉันรับได้ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ รับผิดทุกประการตามกฎหมาย

การที่ดิฉันขออภัย หรือประกาศความผิดของตนที่ได้กระทำผิดต่อธรรม หรือผิดต่อกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าดิฉันต้องเคารพหรือศรัทธานะคะ

ตรงนี้ต้องเข้าใจและยอมรับ และดิฉันได้พูดไปชัดทุกถ้อยกระทงความแล้วในศาล ข้อตกลงมีเพียงสองข้อ คือ ดิฉันประกาศขอขมา และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางวัดและพระวัดนี้อีก ดังนั้น ขอความกรุณาอย่าก่อเหตุปัจจัยค่ะ ดิฉันรับปากแล้ว คำไหนคือคำนั้น นั่นหมายความว่า พวกท่านควรจะยอมรับข้อตกลงนี้ด้วย ไม่ใช่มาปั่นป่วนวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น แสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจของพวกท่านเอง หัวเขาจบกันหมดแล้ว หางก็ควรเก็บเข้าที่เช่นกัน ท่านอยากจะด่าว่า ผรุสวาจาใดๆ ไปในที่ของพวกท่านค่ะ ด่ากรอกหูพวกท่านกันเอง ด่ากันเอง ฟังกันเอง ท่านมีความสุข ดิฉันยินดีด้วย แต่อย่ามาวุ่นวายที่เฟสบุ๊คส่วนตัวของดิฉัน ดิฉันต้องการจบเวรกรรมแต่เพียงนี้ค่ะ

ข้อความที่ส่งมา ดิฉันไม่อ่าน ไม่ตอบ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ดิฉันมีกิจที่ควรทำมากกว่ามานั่งรับฟังคำด่าของพวกท่าน ที่ผ่านมาดิฉันเสียเวลาไปเยอะแล้ว ขอทำวันนี้ให้ดีเพื่อนาทีสุดท้ายของชีวิต ขอเชิญพวกท่านทำกิจคือการด่าของพวกท่านต่อไปตามสบาย หากท่านมีความสุข ดิฉันยินดีด้วย ดิฉันไม่ตอบโต้และอภัยให้พวกท่านทุกประการ

ป่วยการที่ท่านจะติดตามอ่านเรื่องราวที่ดิฉันโพสต์ เพราะท่านจะทุกข์ใจและทนไม่ได้ที่จะเห็นดิฉันกราบพระพุทธรูป บูชาเทวา เผยแพร่คำสอนของพระสาวกร่วมกับคำสอนของพระศาสดา ฯลฯ ท่านจะมาเป็นเพื่อนดิฉันเพื่ออะไรคะ เพื่อนำสิ่งที่ดิฉันโพสต์ไปสร้างอกุศลคือความไม่พอใจในใจตัวเองหรือคะ

หรือแม้แต่ความปรารถนาดีจะมาแปะพระสูตรก็ไม่ต้องนะคะ ดิฉันสามารถหาอ่านเองได้ เพราะพระสูตรของท่านก็ลอกมาจากพระไตรปิฎกปกติ ไม่ใช่ของแปลกใหม่แต่อย่างใด

ขอความกรุณาทางวัด ช่วยประชาสัมพันธ์ให้เหล่าศิษย์และผู้ศรัทธาวัดทราบตามนี้ด้วยนะคะ ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ

ขอความกรุณาเพื่อนๆ งดคอมเม้นท์เรืองนี้นะคะ นัทแค่ต้องการประกาศแจ้งคนที่แอดมา และแจ้งทางวัดให้ไปช่วยจัดการเท่านั้นค่ะ

 

แก้ไขเพิ่มเติม

 

เมื่อครู่ เวลา 07.44 น. นัทโทรแจ้งทนายความของวัดแล้วนะคะ ว่าจะให้ทำยังไง ทนายจะไปจัดการให้ หรือให้นัทยื่นคำร้องให้ศาลเรียกโจทก์มาชี้แจงข้อตกลงอีกครั้งหนึ่ง ทนายรับว่าจะไปแจ้งให้โจทก์ทราบค่ะ

 

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊ค ณัฐนันท์ สุดประเสริฐ : 28 ธันวาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264