ครูนัทปล่อยมือ !

 

 

เหนื่อยใจไม่ยุ่งกับคึกฤทธิ์อีกแล้ว

 

เข็ดเขี้ยวคนพวกเดียวกัน

 

โดยเฉพาะมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

 

 

คึกฤทธิ์ VS ครูนัท

 

 

 

 

อา..ถือว่าเป็นข่าวเศร้าก่อนสิ้นปี เมื่อคนสู้เพื่อคนทั่วประเทศต้อง "พ่ายแพ้" แก่กระบวนการทางศาล ผ่านกฎหมายมาตรา "หมิ่นประมาท" สามารถปิดปากคนได้ แม้จะมีเจตนาดีต่อพระศาสนาเพียงใดก็ตาม สุดท้ายก็จำใจต้อง..ยอมแพ้แก่ข้อกฎหมาย มิได้แพ้แก่คึกฤทธิ์ดอกจะบอกให้ สังคมไทยทุกวันนี้ นักชีววิทยาบอกว่า "ต้องอยู่เป็น" คือต้องรู้จักเอาตัวรอดเป็นยอดดี เป็นศรีธนญชัย อย่าเอาตัวไปเป็นเหยื่อให้แก่ใครโดยไม่จำเป็น (ไม่เชื่อก็เชิญไปถามท่านรองวิษณุ เครืองาม) แม้แต่การพระศาสนาก็ตามเถิด ไม่เกิดประโยชน์อันใด (เถียงเรื่องบ้านเรื่องเมือง กลายเป็นเรื่องคนสองคนทะเลาะกัน ศาลอาญาตัดสิน แต่ศาลสงฆ์เงียบ) พลาดพลั้งก็ตายฟรี ดูแต่พุทธะอิสระซี ประกาศชัดเจนว่า "สบายใจแล้ว พระพุทธศาสนาอยู่ภายใต้การดูแลของราชสำนักแล้ว จึงถือว่าหมดห่วง" นั่นก็อยู่เป็น ขนาดนุ่งขาวห่มขาวขึ้นเทศน์แทนพระ ก็ยังอยู่ได้

 

 

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ที่ครูนัทได้มาในระหว่างการลุกขึ้นมา "สู้" เพื่อพระศาสนา ถึงกับกล้า "ท้าชก" กับคึกฤทธิ์ เจ้าลัทธินั้น มองมุมบวกแล้ว "ไม่มีอะไรจะเสีย" มีแต่ได้กับได้ ได้ทำงานเพื่อพระศาสนา ได้รู้เส้นสนกลในของวงการพระ ได้รู้สันดานกำพืดว่าใครดีใครเลว ใครเขี้ยวใครฟัน และ..ใครคือเสือนอนกินประเทศไทย ตัวจริงเสียงจริง

 

 

ตัวครูนัทนั้น ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ก็เป็นแค่ "นักชก" คนหนึ่ง อย่างเก่งก็ได้ "เข็มขัด" ไปครอง แต่เจ้าของเวทีศาสนาของประเทศไทยนั้น ไม่ต้องทำอะไร เพียงแต่ทำเวที "ให้ว่าง" ปล่อยให้ทั้งเหลือง ทั้งแดง ทั้งดำ ทั้งขาว เข้ามาชกกัน ใครชนะก็แจกรางวัล ค่าต๋งอื่นใดก็เก็บเข้ากระเป๋า สบายๆ

 

 

สรุปได้ว่า ณ บัดนี้ ครูนัท คงได้เห็นสัจธรรมชีวิตของพระพุทธศาสนาในเมืองไทยแล้ว และคงซึ้งใจว่า ทำไมพระยาตากสินไม่อยู่กู้กรุง แต่หนีออกไปอยู่เมืองจันทบุรี แม้ภายหลังจะขับไล่พม่าพ้นแดนไทยไปแล้ว ก็ยังไม่ยอม "ซ่อมกรุง" เพราะซ่อมมันยากกว่าสร้าง สู้สร้างใหม่ง่ายกว่า

 

 

ก็หมายถึงว่า อย่าเสียเวลากับคึกฤทธิ์ หรือลัทธิบ้าบออะไรต่อไปอีกเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง เขาจะทำหรือไม่ก็แล้วแต่เขา เราพูดเพียงครั้งเดียวก็พอ เหมือนหลวงพ่อประยุทธ์นั่นแหละ ครั้งเดียวก็จบ บอกแล้ว แนะแล้ว ชี้ทางสว่างแล้ว จะทำหรือไม่ก็ตามใจ ฉันไม่มีปืนในมือ จึงไม่สามารถจี้หัวศาลอาญาให้พิพากษาตามฉันได้ ระบบยุติธรรมของไทยนั้นอยู่ภายใต้กระบอกปืน

 

 

ครูนัทยังมีดีอีกมากมาย ความรู้ก็เหลือเฟือ ออกจะเหนือกว่าคึกฤทธิ์ด้วยซ้ำไป  ถ้าไม่เอาผ้าเหลืองผ้าลายมาวัดกัน เพราะเรียนทั้งบาลีและกฎหมาย หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทำงานพระศาสนาในรูปแบบอื่น สบายอกสบายใจ ไม่ต้องเสียเวลากับ..มหาเถรสมาคม !

 

 

 

 

 

 

ไม่มีงบประมาณให้ทหาร ก็อย่าคิดการใหญ่

 

 

 

กลุ่มต้าน "พระคึกฤทธิ์" แพ้คดี ยอมประกาศขอขมาโทษ

 

กลุ่มต้านพระคึกฤทธิ์ปิดเพจเฟสบุ๊ค "เปิดธรรมที่ถูกนักบวชคึกฤทธิ์บิดเบือน" พร้อมถอนเรื่องร้องเรียนทั้งหมด ศาลนัดถอนฟ้อง ‪7 ม.ค.63

 

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดธัญบุรี ได้นัดไกล่เกลี่ยคดีหมายเลขดำที่1719/2562 ในข้อหาฐานความผิดหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ระหว่าง พระอธิการคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล โดยนายนฤเบศวร์ ทองแดง ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ กับนางณัฐนันท์ สุดประเสริฐ จำเลย โดยคู่ความทั้งสองฝ่ายสามารถเจรจาตกลงกันได้ และจำเลยได้มีการประกาศขอขมาโทษและจัดทำบันทึกข้อตกลง จึงเห็นควรให้จำหน่ายคดีชั่วคราว และให้เลื่อนไปนัดพร้อม หรือนัดถอนฟ้องในวันที่ 7 ม.ค. 2563 เวลา 09.00น.


สำหรับบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ระบุว่า 

 

1. จำเลยตกลงยินยอมประกาศขอขมาโทษพระอธิการคึกฤทธิ์

 

2. จำเลยตกลงยินยอมนำข้อความประกาศขอขมาโทษ ไปเผยแพร่ในเพจเฟสบุ๊ค ชื่อ "ดร.ณัฐนันท์ สุดประเสริฐ" ของจำเลย เป็นเวลา15 ครั้งๆละ 1 วัน รวม 15 วัน  และขอรับรองว่ากลุ่มเฟสบุ๊ค ชื่อ "เปิดธรรมที่ถูกนักบวชคึกฤทธิ์บิดเบือน" หรือ "เปิดธรรมฯ" ได้มีการปิดเพจเฟสบุ๊คไปเรียบร้อยแล้ว และจำเลยจะทำการลบข้อความหมิ่นประมาท หรือที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทย์ทั้งหมด แล้วจำเลยจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเพจเฟสบุ๊คดังกล่าว และไม่ยุ่งเกี่ยวหรือโพสต์กล่าวหาให้ร้ายโจทก์หรือวัดนาป่าพงอีกต่อไป 

 

3. ตามที่จำเลยเคยไปร้องเรียนต่อหน่วยงานราชการต่างๆ รวมทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าคณะตำบลลำลูกกา จ.ปทุมธานี เรื่องกระทำผิดพระวินัย และเรื่องอื่นๆนั้น การร้องเรียนดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจผิด จำเลยตกลงยินยอมทำหนังสือถอนข้อร้องเรียนทั้งหมด 

 

4. จำเลยตกลงยินยอมปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงนี้อย่างเคร่งครัด หากจำเลยกระทำผิดข้อตกลงข้อหนึ่งข้อใด ให้ถือว่าจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญา และยินยอมให้โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ศาลดำเนินคดีและมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยต่อไป หากจำเลยปฏิบัติตามข้อตกลงครบถ้วน โจทก์ตกลงยินยอมยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีนี้ต่อศาลต่อไป เพื่อเป็นการยุติคดีนี้ต่อกัน


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องมากจาก นางณัฐนันท์ ได้มีการเผยแพร่ข้อมูล ข้อความ โจมตีพระอธิการคึกฤทธิ์ ผ่านทางเพจเฟสบุ๊ค ชื่อ "เปิดธรรมที่ถูกนักบวชคึกฤทธิ์บิดเบือน" มาตั้งแต่ปี 2557 ทำให้กลุ่มลูกศิษย์พระอธิการคึกฤทธิ์ ได้รับมอบอำนาจจากพระอธิการคึกฤทธิ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งในชั้นต้น และชั้นอุทธรณ์นั้น นางณัฐนันท์ แพ้คดี และในขณะนี้กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในชั้นฎีกา 

สำหรับพระอธิการคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล หรือพระอาจารย์คึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี เป็นพระที่มีชื่อเสียงโด่งดังจากการนำคำสอนตามพระธรรมวินัย มาทำให้เข้าใจง่าย โดยใช้คำว่า "พุทธวจน" ซึ่งทางพระอธิการคึกฤทธิ์ระบุว่า เป็นคำสอนที่มาจากพระพุทธเจ้าโดยตรง ไม่ผ่านการดัดแปลงใดๆ จนทำให้มีลูกศิษย์มากมาย รวมทั้งคนดังในวงการบันเทิง

ทั้งนี้ คำประกาศขอขมาโทษของนางณัฐนันท์ ระบุว่า ตามที่ข้าพเจ้าได้โพสต์และแชร์โพสต์ข้อความและรูปภาพให้ร้าย หมิ่นประมาท พระอธิการคึกฤทธิ์ ในเฟสบุ๊ค ชื่อ "เปิดธรรมที่ถูกนักบวชคึกฤทธิ์บิดเบือน" และในเฟสบุ๊คของข้าพเจ้าชื่อ "ดร.ณัฐนันท์ สุดประเสริฐ" นั้น ทำให้พระอธิการคึกฤทธิ์ ได้รับความเสียหาย และได้เป็นโจทก์ฟ้องดำเนินคดีข้าพเจ้าเป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดธัญบุรี ตามคดีหมายเลขดำที่1719/2562 ในข้อหาฐานความผิดหมิ่นประมาทและหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณานั้น

 

บัดนี้ ข้าพเจ้ารู้สึกผิดและสำนึกผิดมาโดยตลอดว่า การกระทำของข้าพเจ้า ทำให้พระอธิการคึกฤทธิ์ ได้รับความเสียหายต่อความเป็นพระภิกษุอย่างมาก ข้าพเจ้าจึงขอสัญญาว่า นับแต่นี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเฟสบุ๊คชื่อ "เปิดธรรมฯ" และขอรับรองว่ากลุ่มดังกล่าวได้ปิดไปแล้ว และข้าพเจ้าจะไม่โพสต์ถึงแชร์ข้อความ หรือพูดกล่าวในเรื่องใดๆ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายกับพระอธิการคึกฤทธิ์ และวัดนาป่าพงอีกต่อไป

 

ดังนั้น เพื่อบรรเทาความเสียหายที่พระอธิการคึกฤทธิ์ ได้รับ ข้าพเจ้าจึงขอขมาโทษพระอธิการคึกฤทธิ์ มา ณ โอกาสนี้ และข้าพเจ้าตกลงยินยอมนำข้อความนี้โพสต์ในเฟสบุ๊คของข้าพเจ้า เป็นเวลา 15 ครั้ง 15 วัน และข้าพเจ้าจะลบโพสต์หรือข้อความที่ข้าพเจ้าก่อให้เกิดความเสียหายแก่พระอธิการคึกฤทธิ์ออกทั้งหมด แล้วจะยินยอมให้โจทก์หรือตัวแทนนำข้อความนี้ไปลงในเว็บไซต์พุทธวจนส่วนกลาง วัดนาป่าพง มูลนิธิพุทธโฆษณ์ได้ และยินยอมโจทก์หรือตัวแทนนำคำประกาศขอขมาต่อโจทก์ฉบับนี้ ไปประกาศเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ ภายใน 15 วัน นับแต่วันทำบันทึกข้อตกลงกัน

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 22 ธันวาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264