เหล้าเก่าในขวดใหม่ !

 

มหาเถรตั้งเจ้าคณะภาคชุดเดิม

 

แถมบางรูปเคยถูกศาลตัดสินจำคุก

 

เข้าวังไม่ได้ !

 

 

 

อา..สมค่ากับการรอคอยหรือไม่ ? ใครไม่เคยเห็น "มหาเถรสมาคมชุดดรีมทีมทำงาน" ก็กรุณาดูซะ จะได้รู้ว่า ไอ้ที่รัฐบาลทหารสู้อุตส่าห์ปฏิวัติ ฉีกรัฐธรรมนูญ ฉีกกฎหมายคณะสงฆ์ทิ้ง อ้างโน่นอ้างนี้สารพัด สุดท้ายก็เพื่อให้มี "พระสังฆราชจากธรรมยุต" เพียงตำแหน่งเดียว นอกนั้นไม่มีอะไรใหม่เลย แถมยังหันไปใช้ของเก่าเขาอีกด้วย แบบนี้ก็เลยงงว่าทำไปเพื่ออะไร เพราะสังฆราชก็ทำอะไรไม่ได้ !

 

 

ยกตัวอย่าง..

 

 

 

 

 

 

 

1. เจ้าคณะภาค 1 ของมหาสายชล (พระเทพสุธี) ซึ่งมีอำนาจในการปกครองในท้องที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี และวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ก็อยู่ภายใต้การปกครองของเจ้าคณะภาค 1

 

 

เมื่อเกิดกรณีธรรมกาย (ครั้งที่ 1) ในปี พ.ศ.2542 นั้น ตอนนั้น พระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ.9) วัดยานนาวา เป็นเจ้าคณะภาค 1 และเป็นประธานศาลสงฆ์ในคดีนี้ แต่พระพรหมโมลีไม่ยอมรับฟ้องจากฆราวาส ส่งผลให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) วัดชนะสงคราม เสนอมหาเถรสมาคมให้ปลดพระพรหมโมลีออกจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 และตั้งให้พระเทพสุธี (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ.9) วัดสามพระยา เข้ามารักษาการ แต่ไม่นาน เจ้าคุณเอื้อนก็ขอลาออกจากตำแหน่งประธานศาลสงฆ์ ส่งผลให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม) โยกเจ้าคุณเอื้อนไปเป็นเจ้าคณะภาค 14 แล้วโยกพระธรรมโมลี (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9) วัดพิชัยญาติ จากเจ้าคณะภาค 15 ข้ามมารักษาการเจ้าคณะภาค 1 ก่อนจะตั้งให้เป็นเจ้าคณะภาคอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งได้เป็นเจ้าคณะหน และมรณภาพลงไปเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ยังไม่ได้พระราชทานเพลิงศพ

 

 

เมื่อสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม) มรณภาพไปในวันที่ 11 มีนาคม 2544 นั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์) ได้ขึ้นเป็นเจ้าคณะใหญ่หนกลางแทน และได้ตั้งให้ "พระโสภณปริยัติเวที - สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.9" วัดชนะสงคราม รองเจ้าคณะภาค 1 ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 แทนตนเอง

 

 

แต่เมื่อเกิดกรณีธรรมกายขึ้นใหม่ ในปี 2560 และลากยาวมาจนบัดนี้ ธัมมชโยถูกแจ้งความกว่า 100 คดี และหนีไปไม่มีใครพบ ที่สำคัญก็คือ "ถูกถอดยศลงเป็นเพียงพระธรรมดา" ล่าสุดไปรับตำแหน่ง "ครูบาธัมมชโย" ที่ประเทศพม่า

ถามว่า ปัญหาธรรมกาย หรือปัญหาท่านธัมมชโย เป็นอำนาจหน้าที่ของ "มหาสายชล-เจ้าคณะภาค 1" หรือไม่ ?

 

 

เทียบกับกรณีพระพรหมโมลี (วิลาศ ญาณวโร) อดีตเจ้าคณะภาค 1 ที่ถูกสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม) ปรมาจารย์ของมหาสายชล ปลดออกไป จนกระทั่งตำแหน่งมาตกแก่  "มหาสายชล" อยู่จนบัดนี้ โดยไม่มีผลงานอะไรเลย นอกจากจะไม่โดนปลดแล้ว ก็ยังได้รับการปูนบำเหน็จให้ดำรงตำแหน่งต่อไป นั่นก็เท่ากับว่า คณะสงฆ์ไทยสิ้นไม้ไร้ตอก ไร้บุคคลากรที่จะมาทำงานให้แก่บ้านเมืองแล้ว จึงมีแค่คน "หยิบมือเดียว" เท่าที่เห็น เล่นเก้าอี้ดนตรี ไม่หนีไปไหน ปัญหาของประเทศไทย ปัญหาของพระศาสนา จึงย่ำเท้าเวียนวนอยู่กับวังวนเก่าๆ ไม่สิ้นสุด

เพราะเรามีสมเด็จพระสังฆราชผู้บริสุทธิ์แล้ว จะตั้งใครเป็นก็ย่อมจะบริสุทธิ์ไปด้วย ไชโยโห่ฮิ้ว !

 

 

 

 

 

 

 

 

2. เจ้าคณะภาค 13 ของเจ้าคุณประกอบ (พระพรหมกวี) อดีตพระวัดชนะสงคราม ศิษย์สายสมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) อีกแล้วครับท่าน ชื่อวัดชนะ แต่ทำอะไรไม่เคยชนะเลย ไม่ว่าลูกศิษย์หรืออาจารย์

 

 

เจ้าคุณประกอบ ต้องคดีทุบทำลายโบราณสถาน ถูกฟ้องโดยกรมศิลปากร สุดท้าย ศาลสั่งตัดสิน "จำคุก 3 ปี แต่ให้รอลงอาญา 1 ปี" คำสั่งศาลอาญาออกมาในวันที่ 23 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ถึงเวลานี้ก็ยัง "ไม่สิ้นสุดเวลาลงอาญา" เจ้าคุณประกอบจึงถือว่าไม่บริสุทธิ์ เหมือนพุทธะอิสระหรืออดีตเจ้าคุณที่ต้องคดีเงินทอนวัด ไม่สามารถกลับมาห่มผ้าเหลืองได้จนบัดนี้ แม้จะเลยเวลารอลงอาญาแล้วก็ตาม แต่สำหรับเจ้าคุณประกอบแล้ว ไม่ทราบว่าได้รับการยกเว้นด้วยเหตุผลใด ?

 

 

ว่ากันด้วยว่า ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 ระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม ศกนี้ ที่ผ่านมานั้น เจ้าคุณประกอบ รองสมเด็จพระราชาคณะ แรกนั้นมีชื่อได้รับการอาราธนาเข้าร่วมพระราชพิธีในพระบรมมหาราชวังด้วย แต่เพราะถูกศาลอาญาสั่งลงโทษก่อนหน้าเพียง 10 วัน ส่งผลให้ชื่อของพระพรหมกวี "ถูกถอดออก" ไม่ได้เข้าวังครั้งประวัติศาสตร์

 

 

การไม่ได้เข้าวังในพระราชพิธีสำคัญก็ดี การที่ยังไม่สิ้นสุดการรอลงอาญาจากศาลอาญาก็ดี แต่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค ของเจ้าคุณประกอบ จึงถือว่าเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ ในการบริหารการปกครองของคณะสงฆ์ไทย ภายใต้กรรมการมหาเถรสมาคมชุดใหม่ ชุดที่มีสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธ เป็นประธาน

 

 

 

 

 

 

ระยะเวลาอันยาวนาน กว่า 1 ปี ที่ว่างการตั้งเจ้าคณะภาคทั่วประเทศ พระสงฆ์องค์เณรทั่วประเทศก็รอคอยว่ามหาเถรสมาคม จะใช้เวลานานนับปีนั้น คัดสรร เลือกสรร เลือกเฟ้น และวางตัวบุคคลากรให้สอดคล้องเหมาะสมแก่ตำแหน่งได้ดีเพียงใด และแล้ววันนี้ก็เห็นหน้าค่าตาแล้ว พระสงฆ์องค์เณรทั่วประเทศ คงจะนินทากันกระหึ่มเมืองว่า

 

 

"นอกจากจะไม่มีอะไรใหม่แล้ว ยังแย่กว่าเดิม"

 

 

 

 


 

มหาเถรฯ ตั้งเจ้าคณะภาค 26 รูป

 

มหาเถรสมาคม แต่งตั้งเจ้าคณะภาคทั่วประเทศ มหานิกาย 18 รูป ธรรมยุต 8 รูป

 

วันนี้ (28 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 28/2562 เมื่อวันที่ 20 พ.ย. มีมติแต่งตั้งเจ้าคณะภาค ในส่วนของมหานิกาย จำนวน 18 รูป คือ

 

พระเทพสุธี (สายชล ฐานวุฑโฒ) วัดชนะสงคราม เป็นเจ้าคณะภาค 1

พระเทพวิสุทธิโสภณ (เฉลา เตชวันโต) วัดราชคฤห์ เป็นเจ้าคณะภาค 2

พระธรรมปริยัติโมลี (อาทร อินทปัญโญ) วัดบพิตรพิมุข เป็นเจ้าคณะภาค 3

พระวิสุทธาธิบดี (เชิด จิตตคุตโต) วัดสุทัศนเทพวราราม เป็นเจ้าคณะภาค 4

พระพรหมโมลี (สุชาติ ธัมมรตโน) วัดปากน้ำ เป็นเจ้าคณะภาค 5

พระเทพเวที (พล อาภากโร) เป็นเจ้าคณะภาค 6

พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ฐาณวีโร) วัดปทุมคงคา เป็นเจ้าคณะภาค 7

พระธรรมคุณาภรณ์ (เก็ง อาสโภ) วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นเจ้าคณะภาค 8

พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท) วัดอรุณราชวราราม เป็นเจ้าคณะภาค 9

พระเทพวิสุทธิโมลี (พรหมา สปฺปญฺโญ) วัดจักรวรรดิราชาวาส เป็นเจ้าคณะภาค 10

พระธรรมเจดีย์ (สมคิด เขมจารี) วัดทองนพคุณ  เป็นเจ้าคณะภาค 11

พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) วัดสระเกศฯ เป็นเจ้าคณะภาค 12

พระพรหมกวี (พงศ์สันต์ ธัมมเสฏโญ) วัดกัลยาณมิตร เป็นเจ้าคณะภาค 13

พระธรรมโพธิมงคล (สมควร ปิยสีโล) วัดนิมมานรดี เป็นเจ้าคณะภาค 14

พระพรหมเวที (สุเทพ ผุสสธัมโม) วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม เป็นเจ้าคณะภาค 15

พระธรรมวิมลโมลี (พงศ์สรร อสิญาโณ) วัดไตรธรรมาราม จ.สุราษฎร์ธานี เป็น เจ้าคณะภาค 16

พระเทพกิตติเวที (ฉ่ำ ปุญฺญชโย) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เป็นเจ้าคณะภาค 17

พระเทพสิทธิมุนี (บุญสิน อุตตมชาโต) วัดดุสิดาราม เป็นเจ้าคณะภาค 18

 


คณะสงฆ์คณะธรรมยุต จำนวน 8 รูป คือ

 

สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส เป็นเจ้าคณะภาค 1-2-3 และ 12-13

 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เจ้าคณะภาค 4-5-6-7

พระเทพสารเมธี (บัวศรี ชุตินธโร) วัดประชานิยม จ.กาฬสินธุ์ เป็น เจ้าคณะภาค 8

พระเทพดิลก (วัชรพันธ์ นันทิโย) วัดปทุมวนาราม เป็นเจ้าคณะภาค 9

พระธรรมธัชมุนี (อมร ญาโณทโย) วัดปทุมวนาราม เป็น เจ้าคณะภาค 10

พระพรหมวิสุทธาจารย์ (มนตรี คณิสสโร) วัดเครือวัลย์ เป็นเจ้าคณะภาค 11

พระเทพเจติยาจารย์ (ยุทธศักดิ์ กิตติยุตโต) วัดโสมนัสวิหาร เป็นเจ้าคณะภาค 14-15

พระธรรมกิตติเมธี (เกษม สญฺญโต) วัดราชาธิวาสวิหาร เป็นเจ้าคณะภาค 16-17-18

 

 

 

ที่มา : ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย/เดลินิวส์

28 พฤศจิกายน 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264