ลุ้นระทึก เจ้าคณะหน-เจ้าคณะภาค

 

ในหลวงทรงเห็นชอบแล้ว

 

รอพระสังฆราชลงพระบัญชา

 

ไม่เกินสัปดาห์หน้าก็น่าจะ...จบ

 

 

อา..โบราณถือว่า การตีปลาหน้าไซมักจะไม่ค่อยสวย จะให้สวยก็ต้องตีในไซ แต่ในปัจจุบันนั้น การตีปลาในไซทำได้ยาก เพราะติดตัวบทกฎหมายมากมาย ก็เลยต้องขอ..ตีปลาหน้าไซ ไว้ล่วงหน้า เกี่ยวกับการแต่งตั้งกรรมการ มส. ครั้งที่ผ่านมา ก่อนจะมาถึงรายการตั้ง "เจ้าคณะภาค-เจ้าคณะหน" ในวันพรุ่งนี้

 

ตามบัญชีแต่งตั้งกรรมการมหาเถรสมาคมครั้งล่าสุดที่เรียกว่า "โดยพระบรมราชโองการ" นั้น ภาพรวมก็จะเห็นได้ว่า กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปที่ได้รับแต่งตั้ง ล้วนแต่เป็นพระที่มีวัดอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น แม้แต่ปริมณฑล เช่น นครปฐม ก็มิได้หลุดลอดออกไปแม้แต่ตำแหน่งเดียว นั่นแสดงให้เป็นว่า โผกรรมการ มส. ครั้งที่ผ่านมา ยังคงยึดอยู่กับธรรมเนียมโบราณ หรือข้ออ้างเก่าๆ ที่เราท่านเคยได้ฟังกันมาว่า "การแต่งตั้งพระต่างจังหวัดเป็นกรรมการ มส. นั้น จะยุ่งยาก เพราะมาประชุมในกรุงเทพฯ ได้ยาก เพราะอยู่ห่างไกล" ก็เลยใช้เหตุผลนี้มาตั้งแต่ปีมะโว้ จนถึงยุค "บินเช้าไป-เย็นกลับ" ระหว่างเชียงราย-กรุงเทพ-เชียงราย หรือ หาดใหญ่-กรุงเทพ-หาดใหญ่ เป็นต้น ความคิดโบร่ำโบราณก็ยังไม่พัฒนา เพราะว่า ปัจจุบัน มหาเถรสมาคมก็มิได้ประชุมในกรุงเทพฯ มาตั้งนานหลายปีแล้ว แต่ไปประชุมที่พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม แทน ถ้าเอาเหตุผลเรื่องการเดินทางเป็นหลัก ก็ต้องตั้งพระในนครปฐมเป็นกรรมการ มส. ให้มากที่สุด สรุปได้ว่า กรรมการ มส. "กระจุก" อยู่แต่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น พูดง่ายๆ ว่า พระต่างจังหวัด แม้จะมีความรู้ความสามารถเพียงใด ก็ไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในทางคณะสงฆ์ได้ เพราะไม่มีสังกัดอยู่ในกรุงเทพฯ เพียงเหตุผลเดียว

 

แต่ก็แปลกอีก ในการพระราชทานสมณศักดิ์ครั้งล่าสุดนั้น ปรากฏว่า พระป่าหลายรูปในต่างจังหวัด ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ด้วย ก็แสดงว่า ในหลวงยังทรงมีพระราชศรัทธาในพระต่างจังหวัด ซึ่งย่อมจะต้องทรงเชื่อว่า พระต่างจังหวัดเหล่านั้น ท่านคงจะมีความรู้ในทางพระศาสนาอย่างดี และปฏิบัติดีด้วย จึงได้รับสมณศักดิ์ดังกล่าว แต่ในบัญชีกรรมการ มส. แล้ว กลับตาลปัตร ผิดฝาผิดตัวไปสิ้น นี้ประการแรก

 

ทีนี้ก็จะมาถึง "โควต้าเจ้าคณะหน-เจ้าคณะภาค" ที่สำนักนักพุทธแพลมว่า จะคลอดออกมาในไม่ช้านี้ ถ้าเป็นไปดังคำที่เล่ากันในวงการสงฆ์มานานนับปีที่ว่า "จะแต่งตั้งให้พระสงฆ์ที่ดำรงตำแหน่งภาค จะต้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตภาคนั้นๆ" นั้นก็แสดงว่า จะมีเจ้าคณะภาคมากมายหลายรูป ต้องหลุดจากตำแหน่ง เพราะส่วนใหญ่เจ้าคณะภาคจะกระจุกอยู่ในกรุงเทพฯ เหมือนๆ กรรมการมหาเถรสมาคม นั่นแหละ

 

แต่นั้นยังไม่สำคัญเท่ากับว่า กรรมการ มส. ส่วนใหญ่ จะดำรงตำแหน่งซ้ำซ้อนกันหลายตำแหน่ง ส่งผลให้ตำแหน่งส่วนใหญ่ในวงการสงฆ์ "กระจุก" อยู่แต่ในวัดหรือในกลุ่มของเจ้าคณะหนทั้งสิ้น

 

บัดนี้ เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายคณะสงฆ์ โอนอำนาจในการพิจารณาแต่งตั้งเจ้าคณะภาค-เจ้าคณะหน ไปไว้ที่สำนักพระราชวังแล้ว ก็คิดว่า น่าจะมุ่งแก้ไขในปัญหาการกระจายอำนาจในวงการสงฆ์ที่ว่านี้เป็นหลัก เพราะหากมิตั้งหลักในการพิจารณาแต่งตั้งแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะตอบโจทย์ต่อปัญหาพระศาสนาอย่างไร

 

การปฏิวัติยึดอำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน ของคณะ คสช. ในปี พ.ศ.2557 ก็ดี การแก้ไข พรบ.คณะสงฆ์ ในปี พ.ศ.2561 ก็ดี จะมีผลดีต่อพระพุทธศาสนาหรือไม่ ก็เหลือผลงานสุดท้ายที่จะโชว์แล้ว นั่นคือ โผเจ้าคณะภาค-เจ้าคณะหน ที่จะคลอดออกมาในไม่ช้านี้ จะร้องยี้หรือร้องเย้ ก็ต้องรอดู !

 

 

 

 

เผยทรงมีพระราชดำริตั้งเจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาคแล้ว

นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะรองโฆษก พศ. กล่าวว่า ในการประชุมมหาเถรสมาคม  เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อคฺคชิโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการ มส. เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้แจ้งต่อที่ประชุม มส. ว่า การแต่งตั้งเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ และเจ้าคณะภาคนั้น ซึ่งตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 ระบุว่า การแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าคณะใหญ่และเจ้าคณะภาค หากมีพระราชดำริเป็นประการใด ให้ดำเนินการไปตามพระราชดำรินั้น ซึ่งขณะนี้ทรงมีพระราชดำริเห็นชอบแล้ว และอยู่ในระหว่างนำรายชื่อกราบทูลรายงานเสนอสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) เพื่อออกเป็นพระบัญชาแต่งตั้งต่อไป

 

 

ที่มา : ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย : 22 พฤศจิกายน 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264