เริ่มหลุด !

 

 

อนันต์ ศิษย์เอกธัมมชโย หลุดคดีฟอกเงิน

 

อัยการสั่งไม่ฟ้อง อีกแล้วครับท่าน

 

 

 

 


 

 

 

ประเทศไทย การเมืองไทย ยังไม่ไปไหน

ยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของคนสามคน

 

 

 

อา..คราวก่อนก็อัยการ คราวนี้ก็อัยการ อัยการสมัยทักษิณนั้น "สั่งไม่ฟ้องธัมมชโย" แต่อัยการสมัยประยุทธ์ "สั่งไม่ฟ้องอนันต์ อัศวโภคิน ศิษย์เอกธัมมชโย" ซึ่งต่อไปก็เชื่อว่า จะกลายเป็นเกมโดมิโน "ล้มคดีหลวงพ่อธัมมชโย" จนเกลี้ยงระบบ เพื่อแปลงคะแนนนิยมจากชาวธรรมกายมาไว้ในพรรคบิ๊กตู่ เป็นอีกหนึ่งในกลยุทธ์ "ดูดกลืน" พลพรรคทักษิณ ให้เข้ามาเป็นฐานคะแนนเสียง

 

 

ก็อยากจะรู้ว่า "ท่านพุทธะอิสระ" จะว่าอย่างไร ในเมื่อ "ทักษิณสั่งปล่อยธัมมชโย" ถูกต่อต้านจากพุทธะอิสระ แต่ถ้า "ประยุทธ์" สั่งปล่อยธัมมโยบ้าง พุทธะอิสระคงไม่กล้าต้าน เพราะกลัวถูกคอมมานโดบุกหิ้วปีกจากกุฏิ-จับยัดคุก ห่มผ้าเหลืองไม่ได้มาจนบัดนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

รวมทั้ง "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" ซึ่งได้รับการโหวตให้เป็น "มือปราบพระ" ชนะใจบิ๊กตู่ ตั้งให้เป็นทั้ง ผอ.พศ. และที่ปรึกษารัฐมนตรีด้านพระพุทธศาสนา เป็นกรณีพิเศษ ก็คงจะเข้ากระบวนการ "สมานฉันท์" ยอมรับกับการ "แปลงทรัพย์สินธรรมกายให้เป็นทุนทางการเมืองของพรรคบิ๊กตู่" ในทางการเมืองนั้น "ปล่อยทักษิณไป-ยึดพลพรรคทักษิณเอาไว้เป็นของเรา" จะเดินคู่กับทางการศาสนา "ปล่อยธัมมชโยไป-ยึดพลพรรคธรรมกายเอาไว้เป็นของเรา"

 

 

ตามรูปคดีแล้ว ถ้าหากมีการสั่งไม่ฟ้องไปจริงๆ ก็จะมาถึงประเด็น "ยึดทรัพย์มูลนิธิมหาอุบาสิกาจันทร์" ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงสุดท้าย แต่หากนายอนันต์พ้นมลทินจริง ก็จะเป็นเงื่อนไขไปสู่การ "คืนทรัพย์สิน" คือจะไม่มีการยุบมูลนิธิมหาอุบาสิกาจันทร์ นั่นก็เท่ากับการ "คืนทรัพย์สิน" ให้ท่านธัมมชโย เอาไปสร้างเป็นฐานเพื่อยึดครองประเทศไทยต่อไป

 

 

แต่จะเป็นไรไป พระพุทธศาสนาและประเทศไทย มิใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนล้วนแต่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการทำหน้าที่พลเมืองดี ยิ่งหนึ่งปีมานี้ มีการโอนอำนาจในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ไปให้สำนักพระราชวังรับผิดชอบ ก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เหมือนพุทธะอิสระว่าไว้นั่นแหละ สบายอกสบายใจ คิดมากไปทำไม ไม่มีใครอยู่เกินร้อย สมเด็จช่วงไม่ได้เป็นสังฆราช สมเด็จอัมพรได้เป็นสังฆราช ธัมมชโยถูกแจ้งความจับ พุทธะอิสระถูกคอมมานโดบุกจับคาห้องนอน ฯลฯ มันก็เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ตามเหตุและปัจจัย ไปฉันเพลดีกว่า หิวแล้วโยม !

 

 

 

 

 

 

 

จริงหรือ ? อัยการสั่งไม่ฟ้อง คดีฟอกเงิน อนันต์ อัศวโภคิน ซื้อที่ดินศุภชัย ขายต่อ 492 ล.

 

 

"...ภายหลังจากบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้รับเงินลงทุนของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวกแล้ว บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดิน โฉนดเลขที่ 31344 ให้กับนายอนันต์ อัศวโภคิน ที่ดินเนื้อที่ 46-3-56.2 ไร่ ราคาไร่ละ 2,000,000 บาท เป็นเงิน 93,781,000 บาท จากนั้น ได้ปรากฎว่ามีการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาถวายที่ดินของนายศุภชัย ให้กับพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) เป็นการส่วนตัว โดยมีนายอนันต์ อัศวโภคิน ลงลายมือชื่อ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแทนพระเทพญาณมหามุนี และมีพยานลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าว เว้นแต่นายศุภชัย ไม่ได้ลงลายมือชื่อ..."

 

 

กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันที 

 

 

 

หลังมีกระแสข่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้  สำนักงานอัยการสูงสูด (อสส.) ได้ส่งสำนวนการไต่สวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินจากการขายที่ดินต่อให้กับ นายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง กลับคืนมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)แล้ว

 

พร้อมสรุปความเห็นว่า  เห็นสมควรสั่งไม่ฟ้องในคดีนี้  หลังจากที่ใช้ระยะเวลาตรวจสอบสำนวนการไต่สวนคดีมายาวนานพอสมควร 

 

เบื้องต้น ยังไม่มีการยืนยันข้อมูลออกมาจากทาง สำนักงานอัยการสูงสูด (อสส.) ออกมาเป็นทางการ ว่า มีเหตุผลอะไร ถึงไม่สั่งฟ้องคดีนี้ 

 

รวมไปถึงท่าทีของ พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า จะเห็นแย้ง และส่งสำนวนไต่สวนกลับไปให้ สำนักงานอัยการสูงสูด (อสส.) เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องคดีอีกครั้งหรือไม่ ?

 

 

อย่างไรก็ดี เกี่ยวกับคดีนี้ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org เคยตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกมานำเสนอให้สาธารณชนได้รับกันไปแล้ว

 

ปรากฎตามรายละเอียดตามคำสั่งอายัดทรัพย์สิน ของ  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่เกี่ยวกับการกระทําความผิดราย นายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก (คดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น) ในส่วนของที่ดิน ที่โอนขายที่ดินให้กับ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ (พี่ชายบญธรรม คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) และนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังซึ่งเป็นผลจากการตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สินของ นายศุภชัย ที่มีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการยักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และนำเงินไปลงทุนซื้อที่ดินจำนวน 3 แปลง โฉนดที่ดินเลขที่ 31343 ,31344 และ 31345 ตั้งอยู่ตำบลคลองสอง (คลอง 2 ตก) อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เนื้อที่รวม 312 ไร่ 1 งาน 17.6 ตารางวา และหุ้นของบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด โดยวิธีการสั่งจ่ายเช็คจำนวน 11 ฉบับ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 321,400,000 บาท

 

โดยในส่วนคดีของ นายอนันต์ อัศวโภคิน นั้น   ปปง. ระบุในคำสั่งอายัดทรัพย์ว่า ภายหลังจากบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้รับเงินลงทุนของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวกแล้ว บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด ได้ทำสัญญาซื้อขายที่ดิน โฉนดเลขที่ 31344 ให้กับนายอนันต์ อัศวโภคิน ที่ดินเนื้อที่ 46-3-56.2 ไร่ ราคาไร่ละ 2,000,000 บาท เป็นเงิน 93,781,000 บาท

 

จากนั้น ได้ปรากฎว่ามีการจัดทำหนังสือแสดงเจตนาถวายที่ดินของนายศุภชัย ให้กับพระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) เป็นการส่วนตัว

 

 

โดยมีนายอนันต์ อัศวโภคิน ลงลายมือชื่อ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินแทนพระเทพญาณมหามุนี และมีพยานลงลายมือชื่อในหนังสือดังกล่าว เว้นแต่นายศุภชัย ไม่ได้ลงลายมือชื่อ

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2558 นายอนันต์ ได้ขายที่ดินแปลงดังกล่าวให้แก่บริษัทไทย แอ็กโกร เอ็กซเชนจ์ จำกัด ในราคา 492,350,250 บาท และได้รับเงินที่เหลือจากการขายที่ดิน จำนวน 468,731,250 บาท นำไปชำระหนี้ให้บริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 จำกัด และหนี้อื่นบางส่วน โดยนำเงินส่วนใหญ่จำนวน 303,000,000 บาท ไปบริจาคให้มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เพื่อนำไปก่อสร้างอาคาร บุญรักษา

 

นี่ยังไม่นับรวม ถึงข้อมูลเบื้องลึกการขายที่ดินจำนวน 8 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 57 ไร่ ในตำบลคลอง 3 อำเภอคลองหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดพระธรรมกาย ของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร  ให้กับ นางสาว อลิสา อัศวโภคิน ที่สำนักข่าวอิศรา ตรวจสอบพบเพิ่มเติมในภายหลังด้วย 

 

โดยมีรายละเอียดว่า ในช่วงต้นเดือน มิ.ย.56 หลังจากที่ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ถูกคณะกรรมการสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เข้าแจ้งความดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ในข้อหายักยอกทรัพย์และฉ้อโกง กรณีที่มีการนำเงินของสหกรณ์ไปลงทุนหุ้น ที่ดิน รวมทั้งนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของสหกรณ์ฯ เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2556

 

 

นายศุภชัย ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายที่ดินจำนวน 8 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 57 ไร่ ในตำบลคลอง 3 อำเภอคลองหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดพระธรรมกาย ให้กับ นางสาวอลิสา อัศวโภคิน  ลูกสาวนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของไทย โดยหนังสือสัญญาฉบับดังกล่าว ลงวันที่ 7 มิ.ย.56

 

จากการตรวจสอบหนังสือสัญญาขายที่ดิน ดังกล่าว มีการระบุเลขที่โฉนดที่ดิน จำนวน 8 แปลง ที่มีการตกลงซื้อขายกัน คือ 101460 ,101461 , 101462 , 152624 ,4519 ,101455  , 101456 และ 152626 โดยปรากฎชื่อนายวสินธุ์ เหมือนเกียรติ ทำหน้าที่เป็นตัวแทน ทั้งฝ่าย นายศุภชัย "ผู้ขาย" กับ นางสาวอลิสา  "ผู้ซื้อ"

 

โดยตกลงราคาซื้อขายกันเป็นเงิน 298 ล้านบาท ระบุว่าผู้ซื้อได้ชำระเงินค่าที่ดินให้ผู้ขายเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยที่ดินทั้งหมด ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ไม่มีการเช่า ไม่ค้างชำระภาษีบำรุงท้องที่

 

 

ขณะที่ นายศุภชัย "ผู้ขาย" ได้ที่ดินเหล่านี้มาโดยการซื้อเมื่อ พ.ศ.2552

 

โดย พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา5 กำหนดว่า ผู้ใด

 

(1) โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน หรือ

 

(2) กระทำด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่งที่ตั้งการจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด

 

 

ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

 

 

ปัจจุบันยังไม่มีการยืนยันข้อมูลเป็นทางการว่า การขายที่ดินจำนวน 8 แปลง ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดพระธรรมกาย ของ นายศุภชัย ศรีศุภอักษร  ให้กับ นางสาว อลิสา อัศวโภคิน ดังกล่าว มีการสอบสวนทางคดีเกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงินเพิ่มเติมด้วยหรือไม่ 

 

ทั้งหมดนี่ เป็นข้อเท็จจริง ที่ยังคงต้องรอหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ออกมาชี้แจงเพื่อทำความกระจ่างชัดเจนให้สังคมได้รับทราบกันต่อไป

 

เช่นเดียวกับข้อมูลของ พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธัมมชโย) ที่ปัจจุบันหลบหนีการจับกุมตัวไปอยู่ที่ไหน ก็ยังไม่มีใครล่วงรู้ด้วยเช่นกัน ?

 

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา : 31 ตุลาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264