สับเกียร์ถอย !

 

 

พุทธะอิสระตอบจดหมายเปลวสีเงิน

 

ขอบคุณที่ยังคิดถึงกันอยู่

 

และยินยอมเดินตามคำชี้นำอย่างว่าง่าย

 

 

 

 


 

 

 

มติที่ประชุมสงฆ์วัดอ้อน้อยถูกยกเลิก !

 

 

ฮา..นึกว่าจะฝ่าไฟแดง เพราะเห็นเร่งเครื่องติดเทอร์โบมาตั้งแต่ในวัดอ้อน้อย พอเห็น "ไฟแดง" ก็กะว่าคงจะลุยด่านดงมะดะให้พังกันไปข้าง แต่ครั้นเห็น "มือเปิดไฟแดง" ชื่อ "โรจน์ งามแม้น" หรือ เปลว สีเงิน สหายในผ้าลายของพุทธะอิสระ มติสภาวัดอ้อน้อยก็ "ร่วงผลอย" กลายเป็นกลอยนึ่ง ไม่มีพิษภัยต่อสังคมสงฆ์ไทยอีกต่อไป

 

 

พุทธะอิสระ "เหยียบเบรกตัวโก่ง" ไม่กล้าข้ามทางม้าลายของ "วิษณุ เครืองาม" ทำการ "หักดิบ" มติที่ประชุมวัดอ้อน้อย ซึ่งตนเองเข็นผ่านมาอย่างท่วมท้น "ให้พุทธะอิสระกลับมาครองผ้าเหลืองได้ดังเดิม" เพียงแค่ 3 วัน พุทธะอิสระก็ "ไม่เอา" กับมตินี้อีกต่อไปแล้ว แต่จะเรียกประชุมสงฆ์และญาติโยมให้ "ลงมติใหม่" ให้ตนเองได้กลับมา "บวชใหม่" อีกครั้ง หลังจากคดีความสิ้นสุดลงทุกกระบวนการแล้ว

 

 

การประกาศ "พูดเอง-เออเอง" โดยสมอ้างว่า "รับลูก" มาจาก "เปลว สีเงิน" ในครั้งนี้นั้น ก็เท่ากับ "เขียนด้วยมือ-ลบด้วยเท้า" ที่อ้างๆ ว่า "เคารพมติสงฆ์ มติสงฆ์ลงว่าอย่างไร พุทธะอิสระยินยอมปฏิบัติตามทุกประการ" ก็ไร้ความหมาย หมายความว่า นายสุวิทย์มิได้เคารพมติสงฆ์วัดอ้อน้อยอะไรนั่นหรอก มันแค่เกมปั่นหัวพระเด็กๆ พระแก่ๆ ในวัดเล่น เพราะพระพวกนี้เป็นลูกศิษย์ มีอยู่มีกินได้ก็เพราะ "สุวิทย์" พวกนี้กลัวสุวิทย์ตาย เพราะตัวเองจะอดตาย จึงต้องยอมตามสุวิทย์ทุกอย่าง โดยนัยยะว่า ลำพัง "ผ้าเหลือง" ที่ห่มคลุมกายอยู่นั้น ไม่สามารถจะหากินได้เหมือนพระทั่วไป แต่พระวัดอ้อน้อยยังต้องอาศัย "พุทธะอิสระ" เป็นใบบุญ จึงจะมีอยู่มีกิน ไม่งั้นอดตาย เพราะพุทธะอิสระบอกว่า "ต้องจ่ายค่าอาหารพระเณรในวัดวันละ 4-5 พันบาท"

 

 

พระสงฆ์องค์เณรมากมายหลายสิบรูป ประชุมกันจนมืดค่ำ ลงมติเป็นเอกฉันท์ ให้พุทธะอิสระกลับมาห่มผ้าเหลือง นายสุวิทย์กลับทำลีลาอ้างโน่นอ้างนี่ ไม่ยอมทำตามคณะสงฆ์ กลับกัน แค่พอได้อ่านจดหมายของนายเปลวสีเงิน นายสุวิทย์ก็รีบตอบจดหมาย "ยินยอมพร้อมใจปฏิบัติตามด้วยความขอบคุณ" นั่นก็เท่ากับว่า เปลวสีเงินอยู่สูงกว่าพระสงฆ์วัดอ้อน้อย ถ้าเทียบแล้วก็คงพอๆ กับ "พ่อ" ของพุทธะอิสระเลยเชียว ถึงได้เชื่องเป็นแมวเมื่อเปลวพูด

 

สรุปว่า กำหนดการกลับมาห่มผ้าเหลืองของพุทธะอิสระ 5 ธันวา ถูกยกเลิกแล้ว !

 

ยกเลิกเพราะเปลวสีเงินหรือเพราะตนเองของพุทธะอิสระก็ไม่รู้ล่ะ

 

รู้แต่ว่า ยกเลิกมติที่ประชุมสงฆ์และพุทธศาสนิกชนวัดอ้อน้อย

 

ซึ่งก็ไม่ทราบว่า พุทธะอิสระมีอำนาจอะไรไปยกเลิกมติที่ประชุมสงฆ์ ?

 

 

ถ้าพุทธะอิสระสามารถยกเลิกมติที่ประชุมสงฆ์ได้ ก็แน่กว่าพระพุทธเจ้า !

 

 

คราวต่อไป นึกอยากจะเรียกประชุมอีก ก็สั่งได้อีก เพราะพระวัดอ้อน้อยนั้นเป็นสมุนของพุทธะอิสระ มิใช่สาวกของพระพุทธเจ้า จึงยินยอมให้พุทธะอิสระใช้ให้ทำอะไรก็ได้ ลงมติคณะสงฆ์ ประกาศยกเลิกไม่ทำตามเอง ก็ทำให้เห็น พวกนี้ก็ยังหงอ ไม่กล้าวิจารณ์เจ้านาย เพราะกลัวโดนไล่ออกจากวัดอ้อน้อย และกลัวอดตาย

 

โถ อุตส่าห์นั่งจนตูดด้านเป็นลิง นั่งประชุมกันจนมืดจนค่ำ เพื่อให้ไอ้บ้านี่เอามติไปโยนทิ้งข้างถนน เหมือนกระดาษเช็ดก้น

 

สุดท้าย ไอ้อุดมกงอุดมการณ์ทั้งอ้างไว้สวยหรูนั้น มันก็ติดอยู่แค่ "เรื่องปาก-เรื่องท้อง" นี่เอง สรุปลงตรงอริยสัจ 4 ที่ว่า กิน ขี้ ฉี่ นอน ไม่พ้นวังวนเหล่านี้เลย

 

 

 

 

 

 

 

โลกก็ไม่ให้ช้ำ ธรรมก็ต้องไม่เสีย

หรือ

โลกก็ช้ำ ธรรมก็เสีย

 

 

 

 

ขอบคุณในน้ำใจของคุณโรจน์ งามแม้น

(นามปากกา เปลวสีเงิน)


ที่ยังระลึกถึงกันอยู่


30
ตุลาคม 2562

 

จากข้อเขียนของ คุณโรจน์ งามแม้น ในวันที่ 30 ตุลาคม 2562 เวลา 00.01 น. กรณีพุทธะอิสระ "คืนผ้าเหลือง" ใครสนใจในรายละเอียดไปหาอ่านเองได้นะจ๊ะ

ข้อเขียนท้ายบทความ คุณเปลวสีเงิน ได้ฝากความปรารถนาดี ชี้แนะมาว่า


"
หลวงปู่พ้นโทษคุกก็จริง แต่ทางคดีถือว่าได้ทำผิด ทั้งรับสารภาพ ในทางสงฆ์ บอกว่าหลวงปู่ยังดำรงภิกษุภาวะ ผมก็สาธุ แต่ทางโลก ผมเกรงจะเกิดครหา เพื่อตัดบ่วงมารที่จะตามราวีภายหลัง 5 ธันวา หลวงปู่กล่าวคำขอบวชใหม่ จะสบายใจทั้งสงฆ์-ทั้งชาวบ้าน นี่คือความเห็นผม"

 

ขอบคุณในน้ำใจที่ยังห่วงใยกันเสมอ


ข้อชี้แนะของกัลยาณมิตรที่ดีอย่างลุงเปลว มีหรือพุทธะอิสระจักเมินเฉย

 

เรื่องนี้คิดอยู่ในใจไว้เหมือนกันว่า การกลับมาห่มผ้าเหลืองของพุทธะอิสระในครั้งนี้ จักต้องไม่สร้างประเด็น ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในทางโลก และทางธรรม

พุทธะอิสระ จึงได้แจ้งในที่ประชุมสงฆ์ที่ผ่านมาว่า


หากพุทธะอิสระจักกลับมาห่มผ้าเหลืองใหม่อีกครั้งครานี้นั้น กฎหมายในอาณาจักรก็ต้องถือปฎิบัติ พระธรรมวินัยก็ต้องรักษา


เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
โลกก็ไม่ให้ช้ำ ธรรมก็ต้องไม่เสีย


ยิ่งมาได้เห็นน้ำจิต น้ำใจของกัลยาณมิตรอย่าง ลุงเปลว ที่สู้อุตส่าห์เขียนบทความมาชี้แนะมาด้วยความห่วงใย


พุทธะอิสระยิ่งต้องมิอาจทำให้ความปรารถนาดีของท่านทั้งหลายต้องพลันมลาย เพราะความเห็นแก่ตัว

เพื่อให้ทุกคนสบายใจอย่างที่ลุงเปลวว่า
พุทธะอิสระ จักกลับไปขอบรรพชา อุปสมบทใหม่อีกครั้ง แต่ก็ต่อเมื่อคดีกบฏจบลงแล้ว หวังว่าทุกท่านที่ห่วงใย คงสบายใจขึ้นบ้าง

ส่วนเรื่องความปรารถนาของโยมแม่ที่ป่วยนอนติดเตียง ต้องการจักเห็นพุทธะอิสระกลับไปนุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ก่อนที่ท่านจักตาย ก็คงต้องพยายามประคับประคอง ยืดอายุขัยของท่าน มิให้แม่ต้องเป็นอะไรไปเสียก่อนที่คดีกบฏจะยุติลง เพื่อเราจักได้กลับไปห่มผ้าเหลืองให้ท่านได้เห็นก่อนตาย

ส่วนเรื่องความรู้สึก ความปรารถนาดีของญาติโยม คงจักพอเข้าใจได้ พวกเขาเฝ้ารอให้เรากลับไปห่มผ้าเหลืองมาเป็นปี หากจักขอให้รอไปอีกซักปี ครึ่งปี พวกเขาคงจักรอได้ ขอบคุณทุกท่านที่หวังดี



พุทธะอิสระ

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คพุทธะอิสระ : 31 ตุลาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264