ตลาดการศึกษาพระเณรเดือด !

 

 

มหิดล ดึง พศ.-ปริยัติสามัญ เข้าเป็นภาคี

ผลิตบัณฑิตในโครงการเพชรศาสนา

ผ่านทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี

 

 

 

อา..ยุ่งละซีท่านพระครู ดูไม่จืดเลยเชียวล่ะทีนี้ ปัจจุบันวันนี้ สถิติพระเณรที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสงฆ์ก็ลดน้อยถอยลงอยู่แล้ว จนถึงกับต้องเปิดทางให้ฆราวาสญาติโยมเข้ามาเรียนร่วม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ในการสนองงานคณะสงฆ์ อันรวมทั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ด้วย นอกจากจะไม่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้ ก็ยังซ้ำเติมโดยการดึงพระเณรออกนอกวัดไปเรียนในมหาวิทยาลัยอื่นอีก

 

ความจริงแล้ว มหาวิทยาลัยอื่นๆ เช่น จุฬาฯ มหิดล มช. มข. เป็นต้น ก็เปิดโอกาสให้พระภิกษุสามเณรเข้าเรียนมานานแล้ว รวมทั้งการที่พระเณรนิยมบินไปเรียนนอก ทั้งอินเดีย ศรีลังกา อังกฤษ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ แต่ก็ถือว่าเป็นการส่วนตัว ในทางองค์กรหลัก เช่น สำนักพุทธฯ มิได้มีส่วนสนับสนุน จะสนับสนุนก็เฉพาะสถาบันการศึกษาสงฆ์เท่านั้น

 

แต่ครั้งนี้มีความพิเศษ ตรงที่ว่า สำนักพุทธฯ ไปร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหิดล แถมยังดึงแขนโรงเรียนปริยัติสามัญทั่วประเทศเข้าร่วมด้วย เปลี่ยนเส้นทางการเดินไปสู่ความเป็นบัณฑิตของพระเณรจาก มจร-มมร. เป็น มหิดล แทน และมหิดลจะเข้ามามีบทบาททางการศึกษาในพระพุทธศาสนามากกว่ามหาวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งหนึ่งในนั้น ปัจจุบัน สมเด็จพระสังฆราช ทรงดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยด้วยซี

 

 

ที่ว่ามหิดลจะล้ำหน้ามหาวิทยาลัยสงฆ์นั้น เพราะเหตุผลว่า

 

1. มหาวิทยาลัยมหิดล มีมาตรฐานการศึกษาสูงกว่ามหาวิทยาลัยสงฆ์ ตามสถิติที่เป็นสากล

 

2. โรงเรียนปริยัติสามัญ ปัจจุบันพุ่งขึ้นเป็นแกนหลักในการศึกษาของพระเณร แทนที่บาลีและนักธรรม แบบว่าครองตลาดการศึกษาพระเณรในระดับมัธยม ซึ่งเมื่อผ่านการศึกษาในระดับนี้แล้ว ก็จะต้องมุ่งเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา

 

 

3. ทีนี้ว่า เมื่อโรงเรียนปริยัติสามัญ ไปจับมือกับ ม.มหิดล มุ่งส่งเสริมพระเณรเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ แถมยังมีทุนการศึกษาให้แก่พระเณรที่เรียนเก่ง นอกจากจะส่งเสริมพระเณรไปเรียนในมหาวิทยาลัยอื่นอันมิใช่มหาวิทยาลัยสงฆ์แล้ว ยังคัดพระเณรเกรดดีๆ ส่งนอก ขณะที่เกรดต่ำๆ ก็ส่งเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยสงฆ์ โดยอ้างว่าสนับสนุนการศึกษาพระเณรในทุกด้าน แต่กลับละเลยในการสนับสนุนสถาบันการศึกษาของสงฆ์เอง กรณีนี้ไม่ต่างไปจากโครงการ "ยกวัดไว้ในห้าง" ซึ่งส่งผลให้ผู้คนหันไปห้าง เพื่อฟังธรรมและชอปปิ้ง ฟังดูมันหรู แต่ไม่ทันไรก็มีสถิติใหม่ว่า ไม่มีใครเข้าวัดแล้ว เขาหันไปเข้าห้างกันหมด และมองดูอีกทีก็จะเห็นพระนักเทศน์ที่เด่นๆ ดังๆ หันไปรับจ็อบจากนายห้าง ดึงคนออกจากวัดที่ตนเองอาศัยใบบุญมาตั้งแต่เกิดนั่นเอง ถามว่าใครทำลายศาสนา ถ้ามิใช่คนในผ้าเหลือง

 

 

4. แน่นอนว่า พระเณรที่เข้าเรียนในระดับมัธยมและอุดม ส่วนใหญ่มุ่งจะศึกษาเพื่อนำไปประกอบอาชีพ หลังจบและลาสิกขาแล้ว ปัจจุบันคณะสงฆ์ยังแก้ปัญหานี้ไม่ตก เพราะไม่สามารถห้ามพระสึกได้ ทำได้ก็แต่เพียงพยายามสร้างค่านิยมให้สนับสนุนงานวัด แต่เมื่อสำนักพุทธฯ หันไปหนุนพระเณรให้ออกไปเรียนนอกวัด ก็ประหลาดใจมากว่าสร้างสรรค์หรือทำลาย

 

 

5. แน่นอนว่า ข้อสังเกตนี้อาจจะเป็นการตีตนไปก่อนไข้ ก็ต้องใช้เวลาซัก 4-5 ปี เพื่อรอดูผลกระทบจากโครงการนี้ต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

บิ๊ก ส. !

 

ซ้าย : สมจินต์-พระราชปริยัติกวี อธิการบดี มจร.

ขวา : สมคิด-พระราชปฏิภาณโกศล อธิการบดี มมร.

 

 

 

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีพันธกิจอย่างไร กลุ่มโรงเรียนประยัติสามัญมีหน้าที่หลักในกลุ่มไหน ก็ต้องกลับไปทบทวนบทบาทของตนเองอย่างถ่องแท้ ประเดี๋ยวจะกลายเป็น "ตัวอยู่ในวัด แต่ใจออกไปนอกวัด" อย่าอ้างว่าต้องให้อิสระเสรีในการศึกษา และต้องมีการแข่งขัน เพื่อพัฒนาศักยภาพพระเณรให้สูงเทียมเท่ากับสถาบันอื่นๆ ถ้าอย่างนั้นมันจะไปยากอะไร ก็ยุบสำนักพุทธฯและโรงเรียนปริยัติสามัญทิ้ง โอนพระเณรให้ไปเรียนโรงเรียนมัธยมกับเด็กทั่วไป รับรองว่าทัดเทียมแน่

 

 

เมื่อได้อ่านข่าวนี้ เจ้าคุณสมจินต์ อธิการบดี มจร. กับ เจ้าคุณสมคิด อธิการบดี มมร. ก็ต้องรีบหันหน้ามาปรึกษากัน เพื่อรับมือกับนโยบายของโรงเรียนปริยัติสามัญ ที่หันไปหนุน ม.มหิดลอย่างออกหน้า ว่าจะหาทางแก้เกมอย่างไร เพื่อมิให้มหาวิทยาลัยสงฆ์ตกเป็นไก่รองบ่อน โอ้เอ้และอืดอาดนั้น รับรองว่าพลาดวาสนา แบบว่าถ้าขนาด "สองสม" ยังเอาไม่อยู่ ก็ไม่รู้จะไปทางไหนแล้วครับ ท่านพระครู !

 

 

 

 

 

 

โครงการเพชรศาสนาให้ทุนการศึกษาพระเณร

 

 

นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย. พศ.ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการกับวิทยาลัยศาสนศึกษา ม.มหิดล จัดทำโครงการเพชรศาสนา เพื่อเปิดโอกาสให้พระภิกษุหรือสามเณรที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีได้เข้ามาศึกษาต่อด้านศาสนา ในรูปแบบการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยจะคัดเลือกพระภิกษุหรือสามเณรที่ได้รับทุนเฉลิมราชกุมารีในระดับมัธยมศึกษา ให้เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศาสนศึกษา วิทยาลัยศาสนศึกษา

 

 

นายณรงค์กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้พระภิกษุหรือสามเณรได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น และจะร่วมกันประชาสัมพันธ์โครงการไปยัง ร.ร.พระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาทั่วประเทศ เพื่อให้พระภิกษุหรือสามเณรที่ได้รับทุนได้เข้าศึกษาในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศาสนศึกษา ซึ่งทางวิทยาลัยศาสนศึกษา จะสนับสนุนด้านสถานที่พัก ภัตตาหาร และอำนวยความสะดวกสำหรับพระภิกษุและสามเณรที่ได้รับทุนให้ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเป็นต้นไป

 

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ : 01 ตุลาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264