ยุคทองของวัดราชบพิธ !

 

 

ตั้งเลขาส่วนพระองค์สมเด็จพระสังฆราช

เป็นอธิการบดี มหามกุฎราชวิทยาลัย

 

 

 

 

 

 

 

พระราชปฏิภาณโกศล

 

(สมคิด จินฺตามโย น.ธ.เอก ป.ธ.5 Ph.D)

รองอธิการบดี มมร. ฝ่ายกิจการสภามหาวิทยาลัย

 

 

เข้ารับบัญชาสมเด็จพระสังฆราช "แต่งตั้ง" ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัย มหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร) องค์ที่ 6 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา

 

 


 

 

 

 

 

สามผู้มีบารมีในวัดราชบพิธ

 

 

อา..็ต้องยอมรับว่า ณ ปัจจุบันวันนี้ มีผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ หรือมีบุญญาธิการมาก อวตารมาบังเกิดร่วมกัน ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม อย่างล้นหลาม นับตั้งแต่ "เจ้าอาวาส" คือ อดีตสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น "สมเด็จพระสังฆราช" พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ขณะเดียวกัน "เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช" คือ พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน น.ธ.เอก ประโยค 1-2) นอกจากจะเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมแล้ว ก็ยังดำรงตำแหน่ง "แม่กองธรรมสนามหลวง" คุมการศึกษาของคณะสงฆ์ไทยในส่วนนักธรรม-ธรรมศึกษา ทั่วประเทศ อีกต่างหากด้วย นั่นก็ถือว่าวัดราชบพิธมีอำนาจล้นฟ้าในทางคณะสงฆ์แล้ว

 

 

แต่วาสนาของวัดราชบพิธยังมิได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น ครั้น ณ วันนี้ ก็มีข่าวว่า เลขานุการส่วนพระองค์ หรือพระอุปัฏฐาก ของสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธ คือ พระราชปฏิภาณโกศล ได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งสำคัญของคณะสงฆ์ไทยในด้านการศึกษา นั่นคือ อธิการบดี มหาวิทยาลัย มหามกุฎราชวิทยาลัย อีกต่างหากด้วย

 

 

เลยกลายเป็นว่า อำนาจทางการปกครองสูงสุดในคณะสงฆ์ คือตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช อยู่ที่วัดราชบพิธ

 

 

อำนาจในทางการศึกษาอันกว้างใหญ่ที่สุดในคณะสงฆ์ คือ แม่กองธรรมสนามหลวง อยู่ที่วัดราชบพิธ

 

 

อำนาจในการศึกษาด้านอุดมศึกษา หนึ่งในสอง ของคณะสงฆ์ไทย อันได้แก่ ตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัย มหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร) ก็อยู่ที่วัดราชบพิธ

 

 

ถ้านับรวมอำนาจในการปกครองและการศึกษาสูงสุดในคณะสงฆ์ไทยแล้ว ก็จะพบว่า มีด้วยกันจำนวน 6 ตำแหน่ง ได้แก่

 

 

1. ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช

2. ตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย

3. ตำแหน่งแม่กองบาลีสนามหลวง

4. ตำแหน่งแม่กองธรรมสนามหลวง

5. ตำแหน่งประธานโรงเรียนพระปริยัติสามัญ

6. ตำแหน่งอธิการบดี มหาวิทยาลัย มหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร)

 

 

 

ทั้ง 6 ตำแหน่งเหล่านี้ กระจุกอยู่ที่ "วัดราชบพิธ" เพียงแห่งเดียวถึง 3 ตำแหน่งด้วยกัน แบบว่าวัดราชบพิธวัดเดียว กินโควต้าไป "ครึ่งประเทศ" นับเป็นเหตุการณ์มหัศจรรย์ในรอบร้อยปีทีเดียว

 

 

วันก่อนก็เคยวิจารณ์ว่า "วัดปากน้ำกินรวบอำนาจทางการศึกษา" เพราะได้ทั้งแม่กองบาลีและอธิการบดี มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) แถมยังมีกรรมการมหาเถรสมาคมอีกตั้ง 3 รูป ในวัดเดียว บางรูปยังควบตำแหน่ง "เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ" อีกด้วย จะว่าวัดปากน้ำมีบุญมากก็คงไม่ผิด

 

 

ครั้น ณ วันนี้ วัดราชบพิธ ก็คงจะมีบุญมากกว่าวัดปากน้ำ จึงได้ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชไปครองก่อน ก่อนจะรวบเอาตำแหน่งอื่นๆ ไปถึงครึ่งประเทศดังที่เห็น

 

 

 

 

 

 

 

แต่อย่างไรก็ตาม การขึ้นดำรงตำแหน่งอธิการบดี มมร. ของพระราชปฏิภาณโกศล หรือเจ้าคุณสมคิดนั้น จะว่าผิดตัวเสียทีเดียวก็คงมิใช่ เพราะท่านก็ดำรงตำแหน่ง "รองอธิการบดี มมร." มาก่อนหน้านั้น แต่ว่าโดยทั่วไปแล้ว รองอธิการบดี ฝ่ายวิชาการ ถือว่ามีบทบาทสูงสุด และมักจะได้รับการสรรหาให้ขึ้นดำรงตำแหน่งอธิการบดี เมื่ออธิการบดีคนเก่าหมดวาระไป ในที่นี้ก็น่าจะได้แก่ "พระเมธาวินัยรส" ซึ่งดำรงตำแหน่งรองฝ่ายวิชาการอยู่ก่อนหน้านี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่ทั้งนี้ก็เชื่อด้วยว่า สาเหตุที่พระเมธาวินัยรส ไม่ได้รับการสรรหาให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มมร. ในครั้งนี้นั้น น่าจะมาจากพฤติกรรมส่วนตัวที่เคยออกนอกรั้วมหาวิทยาลัยไปเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ที่พุทธมณฑล ร่วมกับเจ้าคุณประสาร ผ่านศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ของเจ้าคุณเกษม วัดราชาธิวาส อันเป็นบทบาท "ประเจิดประเจ้อ" ที่คณะธรรมยุตยึดถือว่า "ผิดแบบแผนขนบธรรมเนียมของธรรมยุต" ขืนให้ขึ้นเป็นอธิการบดี คงจะมีปัญหา ก็เลยกลายเป็นว่า กรรมเก่าตามมาทัน

 

 

ตำแหน่ง "อธิการบดี" เลยตกใส่เจ้าคุณสมคิดอย่างไม่คิดจะเป็น นี่แหละหนาโบราณว่า นอนหลับอยู่ดีๆ ก็มีราชรถมาเกย

 

 

 

 

 

 

 

ประชุมสมัชชาการเผยแผ่พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ครั้งที่ 4 วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 งานสุดท้ายในตำแหน่งอธิการบดีของพระเทพบัณฑิต (ธรณิศ ชาคโร)

 

 

 

 

ส่วนเจ้าคุณธรณิศ (พระเทพบัณฑิต) อธิการบดี องค์เก่านั้น ไม่ทราบว่าสาเหตุใดจึงไม่ได้รับการสรรหาอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ก็เคยมีการตีความไว้ก่อนหน้านี้ว่า "อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ ไม่ต้องเกษียนเมื่ออายุ 60 ปี" คือสามารถเป็นไปได้เรื่อยๆ จนเหนื่อยเอง ทั้งๆ ที่ก็เป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ แต่ก็บอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยอิสระ ก็ว่ากันไป แต่เหตุไฉนเจ้าคุณธรณิศจึงไม่ได้รับการต่ออายุอีก หรืออยากเป็นเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เหมือนเจ้าคุณประยูร ?

 

 

อีกด้านหนึ่งนั้น เจ้าคุณสมคิด อายุเพียง 49 ปี นอกจากจะเป็นเพียงพระราชาคณะชั้นราชแล้ว ก็ยังเพิ่งเรียนจบด๊อกเตอร์ได้เพียง 2 ปี มานี่เอง แบบว่าทำงานด้วย เรียนด้วย หรือเรียนอัพเกรด ดังนั้น การขึ้นดำรงตำแหน่งอธิการบดี มมร. ในครั้งนี้ ก็เชื่อว่า "ด้วยพระบารมีขององค์สมเด็จพระสังฆราช" คืออย่างน้อย ก็ต้องอาศัยพระบารมีของสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะ "นายกสภามหาวิทยาลัย มมร." ในการกำกับการบริหารกิจการมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่งั้นเชื่อเถิดว่า "เอาไม่อยู่" แน่ๆ ไม่เชื่อก็ลองถาม "พระเทพปริยัติวิมล" หรือเจ้าคุณแสวง อดีตอธิการบดี "รุ่นพี่" ดูสิ ว่าเวทีนี้โหดเพียงใด กรรมการนับร้อยยังเอาไม่อยู่ !

 

 

ที่สำคัญก็คือ เมื่อทั้งตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดี ตกเป็นของวัดราชบพิธหมด แล้วถามว่า วัดบวรนิเวศวิหาร อยู่ที่ไหน ? อยู่ที่ไหนครับ ท่านสมเด็จพระวันรัต ?

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 20 กรกฎาคม 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264