ยกฟ้องอดีตพระครูชนแดน !

 

 

ศาลพิพากษาคดีไม่มีมูล-ยกฟ้อง

 

อดีตพระครูครวญ

 

"ขอความเป็นธรรมให้ฉันด้วย"

 

 

 

 

 

 

 

 

อา..สังคมไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ แต่เป็นสังคมแห่งการตื่นตูม-ตื่นข่าว ดังคำกล่าวว่า "ข่าวรายลงฟรี ข่าวดีเสียตังค์" ยิ่งเป็นข่าวพระสงฆ์องค์เณรแล้ว ใครโดนข่าว 2 ส. คือ สตรีกับสตังค์ตี ก็ไม่มีทางรอด รายไหนก็รายนั้น แบบว่าถ้าไม่ตายก็ไม่โต

 

พระร้ายทางสังคมไทยรายล่าสุด สดๆ ร้อนๆ ก็คือ อดีตพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งถูกสื่อ "ยำใหญ่ใส่ความ" ตั้งแต่ตั้งตัวเป็นเจ้าพ่อ-มาเฟียในผ้าเหลือง เพราะมีภาพสนิทกับ "บิ๊กๆ" ในกองทัพ นามกระเดื่อง "ประวิตร วงษ์สุวรรณ" หลังจากนั้น "ข่าวฉาว" ก็รุมกระหน่ำทั้งเรื่องเงินทองและราคีคาวทางเพศ ทิศทางที่จับได้ก็คือ พระครูแทบจะถูก "สังคมไทยจับสึก" ไปก่อนหน้านั้นแล้ว ถึงขนาดว่า พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บัญชาการกองปราบ ต้องยกกำลังไปล้อมจับถึงในวัด หนักกว่าคดีซ่องโจรเสียอีก

 

ครั้น ณ วันนี้ ศาลมีคำพิพากษาว่า ท่านพระครูไม่ผิดโดยประการทั้งปวง ส่วนที่ถูกจำคุกนั้นเรื่องเงินทอน ซึ่งท่านพระครูก็ยอมรับ แต่ขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ เพราะมันคนละคดีกัน

 

ถ้ากวาดสายตาไปรอบๆ ขอบเขตบ้านเมือง ก็จะพบว่า ยังมี "พระผู้ใหญ่" ถูกใส่ความในทำนองนี้ ไม่ว่าจะเป็นอดีตพระพรหมดิลก (เจ้าคุณเอื้อน) วัดสามพระยา อดีตพระพรหมเมธี (เจ้าคุณจำนงค์) วัดสัมพันธวงศ์ และอดีตพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) วัดสระเกศ พอคดีเงินทอนวัดโผล่ คดีสีกาก็ตามมาเหมือนเงาเป็นคู่แฝด สื่อแทบทุกสำนักต่างระดมพล "ใส่สีตีไข่" กันยกใหญ่ บ้างถึงกับอุปโลกน์ตัวละครเป็น "อาเสี่ย" ไปเที่ยวอาบอบนวด เลยเถิดถึงขนาด "ส่งเสีย" กันเป็นลูกเป็นเมียมานมนาน แต่ถึงวันนี้ยังไม่มีเจ้าทุกข์มายืนยันแม้แต่คนเดียว ทั้งๆ ที่ผู้ที่ถูกใส่ความนั้น ถูกเกลียดชังและจับสึกใส่คุกไปเรียบร้อยแล้ว

 

"ขอความเป็นธรรมให้ฉันด้วย" คำกล่าวของพระครูชนแดน เป็นเพียงเสียงสั้นๆ ในช่วงเวลารีบด่วน เหมือนสวนทางกันกลางตลาด ไม่มีโอกาสพูดคุยมากไปกว่านี้ แต่มีความหมายกว้างไกล ชีวิตพระไทยนับแสนๆ นั้น ถ้าโดนทำนองนี้บ้าง ก็คงไม่แคล้วต้องท่องคาถาพระครูชนแดน "ขอความเป็นธรรมให้ฉันบ้าง"

 

 

 

 

 

 

 

"ขอความเป็นธรรมให้ฉันด้วย"

 

 

 

ยกฟ้อง "อดีตพระครูกิตติ" อดีตเจ้าคณะ อ.ชนแดน อนาจารเด็ก

 

MGR online -ศาลยกฟ้อง "อดีตพระครูกิตติ" อดีตเจ้าคณะ อ.ชนแดน อนาจารเด็กหญิง 3 คน เหตุคำเบิกความพยานโจทก์มีพิรุธ ก่อนนำตัวกลับไปคุมขัง ในคดีเงินทอนวัด ที่ศาลจำคุกเป็นเวลา 26 ปี 

 

วันนี้ (27 มิ.ย.) ที่ห้องพิจารณา 713 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.434/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องอดีตพระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 55 ปี อดีตเจ้าคณะ อ.ชนแดน และอดีตเจ้าอาวาสวัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เป็นจำเลยในความผิด ฐานกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี

 

บรรยายฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 2548 - 30 เม.ย. 2548 จำเลยได้กระทำอนาจารแก่ ด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 อายุ 13 ปีเศษ ด้วยการนอนกอดและจูบแก้มผู้เสียหายที่ 1 ในห้องนอนของจำเลยที่กุฏิวัดลาดแค ต่อหน้า ด.ญ.บี ซึ่งอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ , เมื่อระหว่างวันที่ 1 พ.ค. 2548-31 พ.ค.2548 จำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงซี ผู้เสียหายที่ 2 อายุ 12 ปีเศษ โดยใช้มือล้วงเข้าไปในเสื้อของผู้เสียหายที่ 2 และลูบไล้บริเวณหน้าท้อง หน้าอก และอวัยวะเพศ ภาย ในห้องนอนของจำเลยที่กุฏิวัดลาดแค ต่อหน้า ด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1ซึ่งอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ ,เมื่อระหว่างวันที่ 1 ก.พ.2549-27 ก.พ. 2549 จำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิง ด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 โดยใช้มือลูบไล้ไปตามลำตัว กอด และจูบผู้เสียหายที่ 1 ในห้องนอนของจำเลยที่กุฏิวัดลาดแค, เมื่อระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 2549-30 เม.ย. 2549 จำเลยได้กระทำอนาจารแก่ ด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 โดยใช้มือโอบกอด ลูบคลำตามลำตัวของผู้เสียหายที่ 1บนรถตู้ขณะเดินทางจากวัดลาดแค ไปถึง ต.มะเร็ต อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี และเดินทางกลับวัดลาดแค ต่อเนื่องกัน ต่อหน้า ด.ญ.บี และ นายแก้ว เขียวงาม ซึ่งอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุ และจำเลยได้ใช้มือโอบกอด ลูบคลำ นอนก่ายตัวของผู้เสียหายที่ 1 ในห้องพักของรีสอร์ทไม่ทราบชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.มะเร็ต, และเมื่อระหว่างวันที่ 1 เม.ย. 2549 30 เม.ย.2549 จำเลยได้กระทำอนาจาร ด.ญ.ดี ผู้เสียหายที่ 3 อายุ 14 ปีเศษ โดยจำเลยดึงมือผู้เสียหายที่ 3 เข้าไปโอบกอด ในห้องพักของรีสอร์ทไม่ทราบชื่อ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.มะเร็ต ต่อหน้าด.ญ.เอ ผู้เสียหายที่ 1 ซึ่งอยู่ด้วยในที่เกิดเหตุด้วย ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278

 

ในวันนี้ จำเลยซึ่งต้องคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อท.38/2561 ของศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง และถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ถูกเบิกตัวมาฟังคำพิพากษา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว คำเบิกความของพยานโจทก์ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงทั้งสามปาก รวมถึงพยานโจทก์ซึ่งเป็นลูกศิษย์วัดมีลักษณะขัดแย้งกันเองและมีพิรุธ อีกทั้งเหตุการณ์ผ่านมานานกว่า 10 ปี เพิ่งมีการเปิดเผยและแจ้งความดำเนินคดีกับจำเลย พยานหลักฐานโจทก์จึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังฟังคำพิพากษา อดีตพระครูกิตติพัชรคุณ ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวกลับไปคุมขังต่อที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เนื่องจากถูกศาลอาญาคดีทุจริตฯ พิพากษาจำคุก 26 ปี ในคดีทุจริตเงินทอนวัด เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา

 

ขณะที่ อดีตพระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ขอความเป็นธรรมให้ฉันด้วย คดีนี้ศาลตัดสินว่าฉันไม่ผิด ที่เป็นข่าวไปทำให้เสียหายมาก ซึ่งฉันโดนกลั่นแกล้งเพราะไปขัดแย้งกับนักการเมืองท้องถิ่น อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ส่วนคดีเงินทอนวัดที่ศาลจำคุกเป็นเวลา 26 ปี นั้นเมื่อศาลตัดสินว่าผิดก็ยอมรับ

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 28 มิถุนายน 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264