ประกาศใช้ พรบ.พระปริยัติธรรมใหม่

 

ให้มีงบประมาณรัฐอุดหนุนอย่างพอเพียง

 

และให้มีคณะกรรมการบริหารโดยมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

 

 

ราชกิจจานุเบกษาประกาศใช้ พรบ.คณะสงฆ์ฉบับใหม่

เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน 2562 เป็นต้นไป

 

 

 

 

อา..ก็คงต้องบอกว่า "สมกับการรอคอย" ของบรรดาผู้บริหารการศึกษาของคณะสงฆ์ คงเหนื่อยยากกับการหาเงินมาบริหารด้านนี้อย่างสุดๆ เพราะคนไทยเรานั้นบอกบุญได้แค่ "สร้างโบสถ์ วิหาร การเปรียญ" เป็นหลัก ส่วนด้านการศึกษานั้นไม่ใคร่จะสนใจเท่าใดนัก เพราะเชื่อว่าพระสงฆ์บวชมาปฏิบัติเพื่อหลุดพ้น จะร่ำเรียนไปทำไมให้มากความ ยิ่งพระรูปไหนออกเหรียญเยอะก็กลายเป็นพระอริยะในสายตาของประชาชนไปทันที ชาวพุทธนิยมทำบุญกับพระปฏิบัติ ส่วนพระปริยัตินั้นอดอยากปากแห้ง เหมือนฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล งานการศึกษาของคณะสงฆ์ซึ่งลำพังจะเดินเองก็แย่อยู่แล้ว แถมยังมีคู่แข่งเป็นการศึกษาจากด้านอื่นๆ เข้ามาแย่งและแข่งขันกันอีก มันก็เลยทรุดกับทรุด แค่จะทรงยังไม่อยู่เลย ยิ่งเมื่อรัฐบาลเข้มงวดเรื่องการใช้เงินวัด ก็ยิ่งหาเงินยาก ดังนั้น ไหนๆ ก็ไหนๆ โอนภาระค่าใช้จ่ายบริหารการศึกษาไปให้แก่รัฐบาลและงบประมาณของรัฐดีกว่า ต่อไปนี้ขาดเหลือสิ่งใดก็แจ้งไปให้คณะกรรมการการศึกษา เพื่อขอต่อรัฐต่อไป หัวใจของ พรบ.พระปริยัติธรรมฉบับใหม่นี้มันอยู่ตรงนี้ ซึ่งเมื่อดูแล้วก็คล้ายๆ กับ พรบ.มหาวิทยาลัยสงฆ์ (มจร-มมร) สมัยก่อนนั่นแหละ ได้ทั้งศักดิ์สิทธิ์และงบประมาณมาบริหาร ใครได้เป็นอธิการบดี มจร-มมร ก็สบายตัว เพราะมีเงินใช้สบายมือ

 

 

ส่วนว่า มาตราอื่นใดใน พรบ.ฉบับนี้ อ่านไปแล้วก็ดูงั้นๆ แหละ ไม่มีอะไรในกอไผ่ เขาเขียนไว้สวยหรูว่า "เพื่อให้การศึกษาพระปริยัติธรรม เป็นไปตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ที่ปรากฏในพระไตรปิฎก โบราณราชประเพณี และสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ" แค่นี้ก็ตีความกันวุ่นวายแล้วว่า จะเอา 3 หลักการเหล่านี้มาผสมกันได้อย่างไร สุดท้ายก็คงจะเข้าอีหรอบเดิม นั่นคือ ก็สอนแบบที่ๆ เคยทำกันมา ตามโบราณราชประเพณี อาจจะเพิ่มเติมได้บ้าง โดยอ้างว่า "เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ"

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณประยูรจ่อนั่งเก้าอี้ใหญ่

 

"ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม"

 

 

 

 

 

 

พระพรหมบัณฑิต

 

(ประยูร ธมฺมจิตฺโต ศ.ดร. ป.ธ.9 พธ.บ.)

อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร.

กรรมการมหาเถรสมาคม รก.เจ้าคณะภาค 2

เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส

 

 

 

หัวใจสำคัญในพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น อยู่ที่มาตรา 8 ที่ระบุว่า "ให้มีคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน และคณะกรรมการทั้งโดยตำแหน่งและแต่งตั้ง"

 

 

พอล้วงเข้าไปในส่วนลึกของมาตราเหล่านี้แล้ว ก็จะพบว่า ทั้งแม่กองบาลี แม่กองธรรม ประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา อธิการบดี มจร. อธิการบดี มมร. ล้วนแต่ถูกแต่งตั้งให้เป็นกรรมการ..โดยตำแหน่ง หวยก็เลยไปออกที่..พระพรหมบัณฑิต หรือท่านเจ้าคุณประยูร อดีตอธิการบดี มจร. ซึ่งเพิ่งจะเออลี่รีไทร์ คือเกษียนอายุราชการออกไปก่อนกำหนด ทั้งๆ ที่ยังสามารถอยู่ต่อได้อีกยาว

 

 

ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นวิสัยทัศน์อันยาวไกลหรือไม่อย่างไร ทำให้การตัดสินใจ "ยุติบทบาทในตำแหน่งอธิการบดี มจร. ยกเก้าอี้ให้เจ้าคุณสมจินต์ไปเมื่อปีกลาย" ของท่านเจ้าคุณประยูร กลับส่งผลให้ได้ตำแหน่งใหญ่กว่า เพราะถ้าได้ตำแหน่งประธานคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม ก็จะคุมทั้ง นักธรรม-บาลี และปริยัติสามัญ หนำซ้ำยังได้อธิการบดี มจร-มมร และประธานกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา มาเป็นกรรมการชุดใหม่นี้ด้วย ความหมายก็คือ ทุกรูปทุกองค์จะต้องมาเป็นลูกน้องเจ้าคุณประยูร ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ นี่คือเจ้าพ่อองค์ใหม่ในวงการสงฆ์ไทย

 

 

ว่าโดยชื่อชั้นแล้ว ท่านเจ้าคุณประยูรนั้น ก็ต้องถือว่าเป็นสุดยอดนักการศึกษาและนักบริหารการศึกษา แบบว่าครบเครื่อง ได้ทั้งบู๊ทั้งบุ๋น แถมยังมีบริวารเป็นกองทัพ เครือข่ายหรือคอนเน็กชั่นกว้างไกลทั้งในและต่างประเทศ ถือว่าเป็นพระสงฆ์ไทยอินเตอร์ที่เพอร์เฟคสุดๆ เพียงหนึ่งเดียวในยุคปัจจุบัน

 

คุณวุฒิการศึกษานั้น จบ ป.ธ.9 ขณะเป็นสามเณร คว้าปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเดลี เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

 

 

ตำแหน่งในทางบริหารการศึกษาก็ผ่านมาหมด ทั้งอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย คณบดี รองอธิการบดี และอธิการบดี ไม่มีอะไรในประเทศไทยเจ้าคุณประยูรไม่เคยเป็น ยกเว้นตำแหน่งสังฆราช ปัจจุบันเป็นทั้ง เจ้าอาวาสพระอารามหลวง เจ้าคณะภาค และกรรมการมหาเถรสมาคม

 

 

และจังหวะก็สวยสุด เมื่อตัดใจลุกจากตำแหน่งอธิการบดี มจร. เมื่อเดือนกรกฎาคม ปีกลาย (2561) ผ่านไปได้ไม่ถึงปี กลับกลายเป็นว่า การตกงาน หรือการว่างงาน กลายเป็นโอกาสทองของท่านเจ้าคุณประยูร เพราะเมื่อไม่ได้เป็นอธิการบดี มจร. ก็ไม่ต้องเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ซึ่งก็เข้าในคุณสมบัติที่ต้องการในตำแหน่ง "ประธานคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม" ตาม พรบ.ใหม่ ที่เพิ่งประกาศใช้ในวันนี้

 

 

เพราะมองไปในบรรดากรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปทุกองค์ในวันนี้ ก็ไม่เห็นมีใครมีคุณสมบัติ ทั้งวัยวุฒิและคุณวุฒิ เหมาะสมเท่ากับพระพรหมบัณฑิตอีกแล้ว ส่วนพระนักบริหารการศึกษาทั่วประเทศไทยในวันนี้ ก็ล้วนแต่เคยเป็น "ผู้ใต้บังคับบัญชา" ของท่านเจ้าคุณประยูรทั้งสิ้น แล้วถามว่า จะมีอะไรไม่เหมาะสม หรือเหมาะสมไปกว่านี้ เจ้าคุณประยูรนั่งนิ่งสบายๆ เก้าอี้ใหญก็วิ่งมาหา ไม่ต้องวิ่งเต้นเส้นสายให้เหนื่อย เพราะใครก็เป็นสู้ท่านไม่ได้ใน พ.ศ. นี้ แต่ถ้าขาดท่านไปในคณะกรรมการชุดนี้สิ ไม่รู้ว่าจะไปทิศทางไหน ฉลากใหญ่ระดับ "ซูเปอร์ล็อตโต้" จึงออกที่วัดประยูรเหมือนถูกล็อกเลข

 

 

พรบ.พระปริยัติธรรม ฉบับใหม่นี้ จะต้องเริ่มตรงจุดนี้ คือ หาประธานให้ได้ก่อน จะโดยกรรมการโดยตำแหน่งมาประชุมปรึกษาหารือกันแล้วรายงานให้มหาเถรสมาคม "สรรหา" ตัวประธาน หรือมหาเถรสมาคมดำเนินการเอง และสมเด็จพระสังฆราชทรงแต่งตั้ง เมื่อได้ประธานแล้ว งานการบริหารการศึกษา ทั้งนักธรรม บาลี และปริยัติสามัญ จึงจะเริ่มต้น "นับหนึ่ง" ตามกฎหมายใหม่

 

 

มองไปทั่วกรุงเทพมหานครแล้ว ท้องฟ้าเหนือวัดประยูรวงศ์นั้น สดใสและสวยงามเหลือเกิน คนเรานั้น บทบุญจะพา วาสนาจะส่ง อะไรก็หยุดไม่อยู่

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 16 เมษายน 2562

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264