เงียบ เหงา เศร้า !

 

 

บรรยากาศตรวจข้อสอบบาลีสนามหลวง

 

ปีนี้ ที่วัดสามพระยา

 

 

 

 

 

 

 

 

สอบบาลี งานของคณะสงฆ์ หรืองานของใคร ?

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม สำรวจสนามสอบบาลี ประจำปี 2562 พบว่ามีเหตุการณ์ "หลายอย่าง" ผิดปรกติ ไม่เป็นเหมือนเคย และไม่เคยเป็นมาก่อน ในรอบหลายสิบปีของสำนักเรียนคณะสงฆ์ส่วนกลางสามพระยา ซึ่งมีอดีตเจ้าอาวาสนามว่า "อาจารย์เอื้อน"

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ เดินเข้าวัดสามพระยา สำรวจความพร้อมในการเตรียมสถานที่สำหรับตรวจข้อสอบบาลี ระหว่างวันที่ 22-26 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยทางเราได้เข้าไปสำรวจในวันที่ 21 มีนา เวลาบ่าย ก็พบว่า บรรยากาศเงียบเหงา ไม่คึกคักเหมือนสมัยเจ้าคุณเอื้อนเป็นเจ้าอาวาสวัดสามพระยา พบเพียงพระเณร "วัดโมฬีโลกยาราม" ประมาณ 20 รูป ซึ่งมาช่วยจัดสถานที่ ไม่ถึงบ่าย 4 โมง ก็ลากลับ ส่วนพระเณรวัดสามพระยานั้นเก็บตัวกันเงียบเชียบ แทบไม่ปรากฏกายให้เห็นนอกกุฏิเลย

 

 

 

 




 

 

 

 

วัดสามพระยาในสมัยอาจารย์เอื้อนเป็นเจ้าอาวาสนั้น ยิ่งใหญ่ คึกคัก เป็นประดุจศูนย์กลางของคณะสงฆ์ไทยในสายมหานิกาย เพราะนอกจากจะเป็นวัดของเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีอีกหลายตำแหน่ง ตั้งแต่กรรมการมหาเถรสมาคม รองสมเด็จพระราชาคณะ รองแม่กองบาลีสนามหลวง แถมยังเป็นที่ตั้งของสำนักเรียนส่วนกลางคณะสงฆ์ไทย ซึ่งเปิดสอนวิชาการชั้นสูง ระดับเปรียญเอก 7-8-9 เป็นทั้งที่เรียน เป็นสนามสอบ และเป็นศูนย์การประชุมของคณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล การดำรงตำแหน่งเจ้าคณะ กทม. ของเจ้าคุณเอื้อน จึงเป็นทั้งอำนาจ วาสนา และบารมี เป็นที่สุดแห่งที่สุด ประดุจสมัย "พระพิมลธรรม-อาจ" แห่งวัดมหาธาตุ ในยุคกึ่งกลางพุทธกาล ก่อนการล่มสลายในรัฐบาลเผด็จการ "สฤษดิ์ ธนะรัชต์" อันกลายเป็นตำนานในวงการพระพุทธศาสนา ตราบถึงปัจจุบัน

 

 

 

 


 

 

 

 

การเป็นโรงเรียนพระปริยัติธรรม "ชั้นสูง" ของคณะสงฆ์ไทยในวัดสามพระยานั้น ก็เทียบเท่าได้กับ "โรงเรียนนายร้อย จปร." เพราะพระเณรที่เรียนจบจากสถาบันแห่งนี้ ได้รับการยกย่องว่ามีความรู้ความสามารถ "ระดับสูงสุด" ในกระบวนการการศึกษาพระพุทธศาสนา ถึงกับได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯ ให้เข้ารับการประสาทปริญญา เรียกว่า "พิธีทรงตั้งเปรียญ" ในพระบรมมหาราชวัง นับตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งรัชกาลปัจจุบัน

 

 

พระเณรเปรียญเหล่านั้น เมื่อเรียนจบก็ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารกิจการคณะสงฆ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะพระสังฆาธิการ และได้รับการปูนบำเหน็จเป็นยศถาบรรดาศักดิ์ ประหนึ่งแม่ทัพนายกอง ดำรงตำแหน่งตั้งแต่เจ้าอาวาสพระอารามหลวง เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค เจ้าคณะหน ไปจนถึงกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นคณะรัฐมนตรีของคณะสงฆ์ไทย ซึ่งทุกรูปทุกองค์ ล้วนแต่ผ่านการศึกษาจากวัดสามพระยาแห่งนี้ วัดสามพระยาสำคัญฉะนี้

 

 

 

 


 

 

 

 

แล้วถามว่า ใครเป็นเจ้าของวัดสามพระยา ?

 

 

 

ก็ตอบได้ว่า อาจารย์เอื้อน หรือพระพรหมดิลก ศิษย์เอกของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.9) อดีตพระสังฆราชในฝ่ายมหานิกาย ซึ่งครองอำนาจมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ พ.ศ.2503 ถึง 2539 ก่อนจะส่งมอบอำนาจประหนึ่งมรดกตกทอดให้แก่ "เจ้าคุณเอื้อน" หรือพระศรีปริยัติบดี (สมณศักดิ์ในสมัยนั้น) และต่อจากนั้น เจ้าคุณเอื้อนก็กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการสงฆ์ ดำรงตำแหน่งและเลื่อนสมณศักดิ์พุ่งพรวดๆ เหมือนสมัย พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก ในวันเติบใหญ่ ทั้งในตำแหน่งเจ้าคณะภาค 14 เจ้าคณะ กทม. กรรมการ มส. และยศระดับ "รองสมเด็จ" เหลืออีกเพียง "ก้าวเดียว" ก็จะกลายเป็นดาวค้างฟ้าในตำแหน่ง "สมเด็จ" แล้ว ถ้าไม่มาสะดุดในคดีเงินทอนวัด ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สร้างขึ้นมา หลังจากไม่สามารถทำอะไร "ธรรมกาย" ได้ ทั้งๆ ที่ใช้ ม.44 ปิดล้อมวัดอยู่นานนับเดือน

 

 

 

 



 

 

แต่แล้วทุกอย่างก็พังครืน เมื่อรัฐบาลเปิดปฏิบัติการ "กวาดลานวัด" ส่งกองกำลังเจ้าหน้าที่กองปราบเข้าทำการ "จุกช่องล้อมวง" ปิดล้อมวัดพระอารามหลวงหลายแห่ง ตั้งแต่หัวค่ำวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ตกรุ่งเช้าจึงเข้าชาร์จ จับกุมตัวไปสึกยัดห้องขัง ขังลืมจนกระทั่งปัจจุบัน ใกล้ครบขวบปี กว่าจะจบคดีก็คงหง่อม เผลอๆ ตายเสียก่อนจะได้ออกจากคุก

 

 

 

 

 

 

 

พระเทพวิสุทธิดิลก (เจ้าคุณละเอียด)

รักษาการเจ้าอาวาสวัดสามพระยา

 

 

 

สรุปว่า ระยะนี้ วัดสามพระยา ยังไม่มีเจ้าอาวาส อาจารย์ละเอียด (พระเทพวิสุทธิดิลก) ได้เป็นเพียง "รักษาการเจ้าอาวาส" ยังไม่มีอำนาจเต็ม แถมอดีตเจ้าอาวาสก็ต้องคดีเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ จึงต้องระมัดระวังในการใช้จ่าย ไม่งั้นก็เกรงจะซ้ำรอยเดิม

 

 

เมื่อเทียบกับสมัยอาจารย์เอื้อนเป็นสมภารวัดสามพระยา ซึ่งมีพร้อมทั้งยศ ทรัพย์ และอำนาจ ส่งผลให้วัดสามพระยากลายเป็นตลาดนัด ทั้งด้านการศึกษา การปกครอง และการเมือง ใครอยากเรียนจบสูงๆ ต้องมาวัดสามพระยา ใครอยากเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การเงินและสมณศักดิ์ ก็ต้องมาวัดสามพระยา เวลามาจะมามือเปล่าก็อย่าหวังว่าจะได้อะไรกลับไป จึงต้องหาอะไรติดไม้ติดมือมาฝากจนกลายเป็นธรรมเนียม ของกินเครื่องใช้แทบว่าจะล้นวัดสามพระยา กินใช้ไม่ทัน พระเณรอ้วนท้วนสมบูรณ์ ต้องเข้าโปรแกรมลดน้ำหนัก ไม่งั้นลำบาก

 

 

 

 


 

 

 

 

ครั้นมาถึงปัจจุบัน ขณะที่อาจารย์เอื้อนยังติดคดีอยู่ในคุก ถือว่ามีมลทิน ทำให้ญาติโยมพุทธศาสนิกชนลดถอยศรัทธาเข้าวัดน้อยลง อาจารย์เอียดก็ไม่มีอำนาจวาสนาและบารมีเหมือนอาจารย์เอื้อน เพราะไม่ได้เตรียมตัวจะเป็นเจ้าอาวาสมาก่อน ได้รับตำแหน่งมาอย่างฉุกละหุก ตามมาด้วยข้อห้ามสารพัด จะทำอะไรก็ไม่ถนัด กล้าๆ กลัวๆ แค่ไปเยี่ยมอาจารย์เอื้อนก็เกรงจะมีเจ้าหน้าที่ตามมาส่งถึงกุฏิ ส่งผลให้วัดสามพระยาที่เคยคึกคักกลับโหรงเหรงไปในพริบตา เพราะว่าใครก็ไม่กล้ามาวัดสามพระยา กลัวถูกข้อหา "เป็นพวกอาจารย์เอื้อน" แล้วถามว่า อาจารย์ละเอียดจะทำอะไรดี

 

 

สมัยนี้ ใช่แต่พระวัดสามพระยาเท่านั้นที่ระมัดระวังตัว แต่พระสงฆ์องค์เณรทั่วประเทศก็ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ขนาดระดับกรรมการ มส. ยังถูกสอยทีละสาม แล้วคุณเป็นใครจะไปสู้กับอำนาจรัฐ ดังนั้น อยู่นิ่งๆ เป็นดีที่สุด กระตุกกระติกเป็นอันตราย รอให้ประเทศไทยจะเป็นประชาธิปไตยเสียก่อนค่อยออกมายืดเส้น อาจารย์เอียดซึ่งเป็นหนักแหล่มืออาชีพ ช่วงนี้ทำได้เพียงคลอเสียงเบาๆ กลัวเสียงหลุดออกนอกกำแพง

 

 

 

 


 

 

 

 

แต่เมื่อวัดสามพระยาเป็นสนามสอบและตรวจบาลีมายาวนาน แถมยังตั้งอยู่กลางกรุงเทพฯ มีสถานที่พรักพร้อม ถึงคนหรืออะไรๆ จะไม่พร้อม ก็จำเป็นต้องมาสอบและมาตรวจข้อสอบกันที่วัดสามพระยา ถ้าย้ายไปที่อื่นก็จะยิ่งทำให้วัดเศร้าหมอง อาคารสถานที่ โต๊ะตั่งม้านั่ง นับร้อยนับพัน ที่เคยใช้ในสมัยอาจารย์เอื้อนนั้น ก็จะชำรุดทรุดโทรมไวยิ่งขึ้น งานตรวจข้อสอบบาลีปีนี้จึงเป็นปีที่เงียบเชียบที่สุดในประวัติศาสตร์วัดสามพระยา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 เป็นต้นมา จะว่าตกต่ำที่สุดก็คงว่าได้ สภาพของวัดสามพระยาวันนี้ ก็คงคล้ายกับวัดมหาธาตุ สมัยพระพิมลธรรม (อาจ) เจ้าอาวาส ถูกรัฐบาลทหารจับสึกและคุมขังในปี พ.ศ.2505 แทบว่าไม่ต่างกัน คือไม่มีใครไป

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

บรรยากาศของงานตรวจข้อสอบบาลีสนามหลวงปีนี้ จึงไม่มีชีวิตชีวา ไม่มีใครกล้าพูดเล่นพูดจริง พูดเล่นก็จะหาว่าลบหลู่ ไม่ให้เกียรติแก่เจ้าของสถานที่ซึ่งติดคุกตะราง ถึงกระนั้นลูกศิษย์ลูกหาของท่านก็ยังคงอยู่ล้นวัด พูดจริงก็จะหมิ่นเหม่ต่อตัวบทกฎหมาย พระกรรมการตรวจข้อสอบจึงแทบว่าจะเดินกันตัวลีบเมื่อย่างเข้าสู่วัดสามพระยา ตรวจเสร็จก็รีบแยกย้ายกันกลับวัด ไม่มีใครรอสวดโอ้เอ้วิหารรายเหมือนสมัยอาจารย์เอื้อนอยู่ ว่ากันว่าไล่ก็ยังไม่ยอมกลับ ปานนั้น

 

 

 

 

 

 

 

สิ่งสำคัญที่พบเห็นก็คือ ตลอดงานตรวจข้อสอบบาลีปีนี้ ไม่มีพระมหาเถระระดับสมเด็จพระราชาคณะไปร่วมงานเลย ไม่ว่าฝ่ายธรรมยุตหรือมหานิกาย ผอ.สำนักพุทธฯ ก็ไม่ไป ส่งไปเพียงเจ้าหน้าที่ระดับล่าง ปล่อยงานอันสำคัญที่สุดของพระพุทธศาสนา ให้เป็นภาระหน้าที่ของพระระดับรองสมเด็จฯลงมาว่ากันเอง ก็เอวัง !

 

 

เอวัง เพราะว่า ถ้าผู้นำทั้งในมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษาภาษาบาลี อันเป็นกุญแจไขพระไตรปิฎก นั่นก็เท่ากับปล่อยให้รากฐานของพระพุทธศาสนาคลอนแคลน อาจจะผุพังและล้มครืนได้ในอีกไม่นาน ขนาดทุกวันนี้มีมหาเปรียญอยู่เต็มเมือง ก็ยังมีคนอุตริสอนผิดพระไตรปิฎกบาลีอยู่มากมาย ถ้าไม่มีบาลี พระพุทธศาสนาก็คงสูญสลายไปโดยง่าย ไม่ต้องทำลายก็ตายสิ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ว่าไปแล้ว สื่อต่างๆ ยังให้ความสำคัญกับผลการสอบบาลีปีนี้มากกว่ากรรมการ มส. และ ผอ.สำนักพุทธฯ เสียอีก เพราะเสนอข่าวผลการสอบอย่างทั่วหน้า หลายสื่อถึงกับใช้ศัพท์กับสามเณรที่สอบได้ ป.ธ.9 ว่า "สามเณรสมองเพชร" นั่นเพราะเชื่อว่า ผู้ที่สอบผ่านบาลีชั้นสูงสุด คือ ป.ธ.9 เป็นคนสมองดีเป็นเลิศ ระดับเพชรเม็ดงาม

 

 

แต่ถามว่า บรรดาพระผู้ใหญ่ และผู้ใหญ่ในสำนักพุทธ หายไปไหน ทำไมไม่มาช่วยกันเจียระไนเพชรประดับวงการพระศาสนา มัวไปงมหาก้อนอิฐก้อนดินอยู่ที่ไหน ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จริงอยู่ จะอ้างว่า ก็ตั้งแม่กองบาลีให้มีอำนาจในการทำงานเต็มแล้วนี่ แต่ถามว่า ในฐานะผู้นำขององค์กร งานสำคัญระดับชาติ ซึ่งปีหนึ่งมีเพียงครั้ง ทำไมไม่ให้ความสนใจ ขนาดเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน สมัยก่อนถึงกับเสด็จทอดพระเนตรการสอบและพระราชทานรางวัลทันทีด้วยซ้ำ ถึงปัจจุบันก็ยังเสด็จตั้งเปรียญในพระบรมมหาราชวังเป็นประจำทุกปี แบบอย่างอันดีเหล่านี้ทำไมไม่เห็นพระผู้ใหญ่และข้าราชการผู้ใหญ่นำมาใช้ หรือว่ามองไม่เห็นความสำคัญ

 

 

เพราะถ้าไม่ให้ความสำคัญกับการศึกษา ก็ถือว่าล้มเหลว การดำรงตำแหน่งระดับสูงในองค์กรสงฆ์และหน่วยงานศาสนา ก็ถือว่าล้มเหลวเช่นเดียวกัน

 

 

มันเหมือนกับว่า เวลานี้ วงการศาสนาของเราไร้ผู้นำเสียแล้ว มีก็เหมือนไม่มี

 

 

 

 

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 1 เมษายน 2562

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264