100 เปอร์เซ็นต์ !

 

 

แบงค์อิสลามเป็นของรัฐ

 

หลังออกกฎหมายให้รัฐถือหุ้นได้เกินครึ่ง

ล่าสุด ครม. สั่งคลังทุ่มอีก 18,000 ล้าน

แต่ยังไม่รู้ว่าเพิ่มทุนหรือเพิ่มการขาดทุน

 

 

 

 

อา..ถือว่ามาเหนือเมฆเลยทีเดียว กับกลยุทธ์ "ขาดทุน เพื่อผลักให้รัฐต้องเข้ามาอุ้ม" อุ้มไปอุ้มมา ปรากฏว่า ไอแบงค์ หรือธนาคารอิสลาม กลายเป็น "รัฐวิสาหกิจ ชนิดพิเศษ" เพราะมาจากการ "เข้าไปถือหุ้น" โดยผู้ถือหุ้นเดิม "ทิ้งหุ้น" ให้แก่รัฐหมด จนหุ้นในมือของรัฐนั้นมีอัตราที่ 99.7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็คือ 100 เปอร์เซ็นต์ นั่นแหละ อีก 00.3 เปอร์เซ็นต์นั้น น่าจะเป็น "ค่าป้ายอิสลาม" ที่ยังเปลี่ยนไม่ได้ สรุปว่า ต่อนี้ไป ไอแบงค์ตกเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาล จึงไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะล้มหรือไม่ เพราะใช้เงินรัฐบริหาร ไอแบงค์ล้มก็เท่ากับรัฐบาลล้ม

 

 

ที่น่าแปลกใจก็คือว่า รัฐดูเหมือนมั่นอกมั่นใจในกิจการของไอแบงค์ นอกจากจะเข้าไปถือหุ้นเพิ่มจนเต็มร้อยแล้ว ก็ยังสั่งเพิ่มทุนอีกสองหมื่นล้าน ยิ่งกว่าเปิดแบงค์ใหม่ ทั้งๆ ที่ก็มีแบงค์ในความดูแลของรัฐตั้งหลายแห่ง เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) เป็นต้น ถ้ารัฐบาลมีเงินเหลือเฟือ ก็น่าจะไปเพิ่มทุนในธนาคารเหล่านี้มากกว่า แต่เหตุไฉนจึงตัดสินใจ "ทุ่มไป" ในไอแบงค์ ซึ่งมีประวัติ "ขาดทุน" ตั้งแต่เริ่มต้น

 

 

ถ้ารัฐ "กล้าทุ่ม" เป็นหมื่นๆ ล้าน เพื่อรักษาสถานภาพของธนาคารอิสลามไว้ไม่ให้ล้ม ก็ต้องถามด้วยว่า แล้วตะที "บีแบงค์" หรือธนาคารพุทธ ซึ่งชงไว้ตั้งแต่ปีมะโว้ เห็นว่าจะใช้เงินเริ่มตั้งแค่ 5,000 ล้าน เหตุไฉนรัฐบาลไทยให้ไม่ได้ !

 

 

วันนั้น ธนาคารพุทธ ขอแค่ 5 พันล้าน รัฐบอก "ไม่มีตังค์" แต่สำหรับธนาคารอิสลาม ขาดทุนมหาศาลถึง 5 หมื่นล้าน รัฐรีบอุ้ม แถมสั่งเพิ่มทุนอีกเกือบ 2 หมื่นล้าน ถามว่า รัฐบาลนี้ใช้ตรรกะอะไรในการบริหาร หรือจะเป็นดังคำกล่าวว่า "ลูกเมียน้อยย่อมได้ดีกว่าลูกเมียหลวง"

 

 

 

 

 

 

รัฐอัดอีก 1.6 หมื่นล้าน เร่งหาคนร่วมทุน ฟื้นอิสลามแบงก์

 

มรดกหนี้เสียต้องเคลียร์ ! ครม.อนุมัติใส่เงินเพิ่มทุนธนาคารอิสลามฯ หรือไอแบงก์ อีก 1.6 หมื่นล้าน รวม 1.8 หมื่นล้าน พร้อมสั่งเร่งหาพันธมิตรปรับปรุงการบริหาร เผย ณ ​สิ้นเดือน มี.ค. มีกำไร 724 ล้าน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. วันนี้ (4 ก.ย.) มีมติอนุมัตินำเงิน 16,100 ล้านบาท ของกองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ไปเพิ่มทุนของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ไอแบงก์ จากก่อนหน้านี้ใช้งบประมาณ

เพิ่มทุนไปแล้ว 2,000 ล้านบาท รวมเป็นการเพิ่มทุน 18,100 ล้านบาท ตามแผนการฟื้นฟูกิจการไอแบงก์

ขณะเดียวกันให้เร่งเจรจาหาพันธมิตรให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อให้พันธมิตรร่วมลงทุน และร่วมปรับปรุงการบริหารจัดการภายในของไอแบงก์

หลังจากกระทรวงการคลังเพิ่มทุน ทำให้คลังมีสัดส่วนการถือหุ้นในไอแบงก์ 99.7% และในอนาคตเมื่อหาพันธมิตรร่วมทุนได้ คลังก็จะลดสัดส่วนการถือหุ้นลง

ทั้งนี้ฐานะการเงินของไอแบงก์ที่รายงานต่อคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ณ วันที่ 31 มีนาคม 2561 มีเงินรับฝากประมาณ 78,510 ล้านบาท สินทรัพย์​รวม 71,293 ล้านบาท มีหนี้สิน (รวมเงินรับฝาก) 90,187 ล้านบาท มีรายได้จากการดำเนินงาน 798 ล้านบาท มีหนี้สูญ หนี้สงสัยจะสูญ 352 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 724 ล้านบาท

ตลอดช่วงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ไอแบงก์ต้องเข้าแผนฟื้นฟูกิจการของ คนร. หลังจากมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงถึงประมาณ 50,000 ล้านบาทมานาน เพราะนอกจากปล่อยกู้ตามนโยบายรัฐแล้ว ยังปล่อยกู้ให้โครงการที่มีนักการเมืองบางกลุ่มเกี่ยวข้อง โดยปี 2560 ได้โอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพนี้ให้กับบริษัทบริหารสินทรัพย์ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยแล้ว

 

 

 

ี่มา : ไทยรัฐ : 5 กันยายน 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264