จ่อยุบมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ !

 

มูลนิธิอันดับหนึ่งของประเทศไทย

 

ในข้อหาฟอกเงิน ผิดวัตถุประสงค์ของมูลนิธิ

 

 

 

 

 

 

อา..วันนี้มีภาษาไทยวันละ 2 คำ มาเสนอท่านธัมมชโยและท่านทัตตชีโว นะจ๊ะ ได้แก่ "ยึด" กับ "ยุบ"

 

ยึดนั้น ยึดทรัพย์สินสมบัติประดามี ไปเป็นของหลวง

 

ส่วน "ยุบ" นั้น คือสั่งยกเลิกสถานะทางกฎหมาย หมายถึงว่า จะทำอะไรในนามของมูลนิธิไม่ได้อีกต่อไป ใช่แต่เท่านั้น ครั้นถูกยุบแล้ว ทรัพย์สินที่ยังคงเหลืออยู่ ก็จะถูกนำไปใช้หนี้สินที่ถูกฉ้อฉลมาเข้ามูลนิธิ ที่เหลือก็จะถูกยึดหลวงเป็นจุดสุดท้าย

 

สำหรับการ "ยุบ" มูลนิธิของธรรมกายนั้น บรรดากูรูหรือเซียนพระสายวัดปากน้ำ ก็คาดการณ์มาตั้งนานแล้วว่า ปัญหาธรรมกาย ถ้าจะใช้คีโมเข้ารักษา แบบว่าจำกัดฤทธิ์เดชไว้ไม่ให้เติบใหญ่ ก็ไม่มีทางเลือกอื่นใด นอกจากการ "สั่งยุบมูลนิธิ" ของธรรมกายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมูลนิธิธรรมกาย มูลนิธิมหาอุบาสิกาจันทร์ ฯลฯ

 

สาเหตุของปัญหานั้นก็มาจากบรรดามูลนิธิเหล่านี้แหละ เป็นแหล่งทำกิจกรรมของวัด เหมือนแยกเงินออกเป็น 2 ส่วน หรือ 2 กระเป๋า แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในนามมูลนิธิ ที่ใช้ในนามของวัดนั้นมีน้อยมาก สัดส่วนแทบจะอยู่ที่ 80/20 เลยทีเดียว เป็นปัญหา "ลับลวงพราง" ให้ประชาชนคนไทยไขว้เขว เข้าใจไปว่า กิจกรรมที่ทำในนามมูลนิธินั้นเป็นกิจกรรมของวัด ซึ่งก็ใช่ แต่ไม่ใช่

 

แม้แต่ตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย" ก็มิได้ยิ่งใหญ่ในสายตาของท่านธัมมชโย จึงยอมสละออกไปก่อนเพื่อน แต่ธัมมชโยเชื่อว่า "มูลนิธิสำคัญกว่า" เพราะสามารถระดมทุนและทำงานได้ โดยไม่ต้องรายงานผ่านมหาเถรสมาคมหรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แถมยังสามารถ จำหน่าย จ่ายโอน ทรัพย์สินได้สะดวกกว่าวัดเป็นไหนๆ แล้วเรื่องอะไรจะสนใจวัด สนใจมูลนิธิไม่ดีกว่าหรือ

 

การที่รัฐบาล "โฟกัส" ปัญหาธรรมกายไปที่ "มูลนิธิ" จึงถือว่า "เข้าใจถูกต้อง" และเดินทางถูกทาง ถ้าหากสั่งยุบมูลนิธิที่ว่านี้ลงไปได้ ก็จะเป็นการ "สลายกำลัง" ของธรรมกายออกไป เหลือแต่เพียง "ตัววัด" ให้พระเณรปัดกวาดกันต่อไป ถือได้ว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ฉลาดและเป็น เมื่อไม่ต้องการเห็นการทำร้ายระหว่างชาวพุทธด้วยกัน แม้จะต่างลัทธิ ซึ่งเป็นเพียงความเชื่อ ก็ต้องดำเนินการ "ควบคุม" ให้อยู่ในความพอดี

 

 

ดูไปแล้ว "ฝีมือ" ของบิ๊กตู่ก็ไม่ธรรมดา ถึงออกอาวุธช้า แต่ก็ชัวร์ ลงดาบแต่ละทีเล่นเอาธัมมชโยสะท้าน ทั้งหนีตาย แถมทรัพย์สินมูลนิธิ "แหว่ง" ไปทีละแถบๆ ละหลายหมื่นล้าน

 

 

 

 



 

 

ดีเอสไอ ชงอัยการสูงสุด เสนอศาลยุบมูลนิธิจันทร์ ขนนกยูง นำทรัพย์เฉลี่ยคืนสหกรณ์คลองจั่น

 

 

ดีเอสไอเตรียมชงอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องศาล ยกเลิกมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เอี่ยวฟอกเงินทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น นำทรัพย์สินเฉลี่ยคืนสมาชิกสหกรณ์ฯ

วันนี้ (29 พ.ย.) เวลา 10.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผอ.กองคดีการเงินการธนาคารและการฟอกเงิน และนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ รองอธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้า คดีพิเศษที่ 24/2560 กรณีการกล่าวโทษมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) และกรรมการ ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ดีเอสไอดำเนินคดีอาญาต่อนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กับพวก ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนหลอกลวงให้นำเงินมาฝากที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด โดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง และเมื่อประชาชนหลงเชื่อและได้นำเงินมาฝากแล้วได้มีการกระทำการทุจริตในสหกรณ์ มีการนำเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ไปโดยไม่ชอบ ความเสียหาย 20,000 กว่าล้านบาท สมาชิกเสียหายประมาณ 50,000 คน สามารถติดตามทรัพย์คืนสหกรณ์ฯ ไปแล้วทั้งเงินสด 1,500 ล้านบาท และ รายการทรัพย์ 299 รายการ มูลค่า 3,800 ล้านบาท ตามคำสั่งทางศาลแพ่ง โดยดีเอสไอได้ดำเนินคดีฟอกเงินต่อเนื่องอีกหลายคดี รวมถึงคดีวัดพระธรรมกายที่ได้สรุปสำนวนส่งสำนักงานอัยการคดีพิเศษและอัยการคดีพิเศษได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาไปแล้วนั้น

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวอีกว่า การดำเนินคดีเกี่ยวกับการฟอกเงินได้สอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2560 กรณี นายธรรมนูญ อัตโชติ กับพวก ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีฟอกเงินกับ มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกา จันทร์ขนนกยูง ในพระอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) และกรรมการมูลนิธิฯ ที่ได้รับเงินจำนวน 125 ล้านบาท จาก นายศุภชัย โดยทางการสอบสวนมีข้อมูลเพียงพอแจ้งข้อกล่าวหาต่อนางวรรณา จิรกิติ ประธานกรรมการมูลนิธิฯ และ น.ส.อารีพันธุ์ ตรีอนุสรณ์ กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (3), 5, 9 และ 60

 

 

ทั้งนี้ นางวรรณา ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้าชี้แจงต่อสู้ข้อกล่าวหาและยื่นพยานหลักฐานต่อคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแล้ว ซึ่งการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้สรุปสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นทางคดี เพื่อจะได้ส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมตัวผู้ถูกกล่าวหาไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ดีเอสไอยังตรวจพบเส้นทางการเงิน นายศุภชัยได้สั่งจ่ายเช็คในนามสหกรณ์ฯ คลองจั่นอีก 11 ฉบับ เข้าบัญชีพระธัมมชโยโดยตรงกว่า 530 ล้านบาท และสั่งจ่ายเช็คเข้าบัญชีวัดพระธรรมกายอีก 700 ล้านบาท เพื่อนำไปสร้างอาคารลูกโลกและวิหารคต รวมเงินทั้งสิ้นเกือบ 1,500 ล้านบาท ซึ่งทาง ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินชั่วคราวทั้งเงินสดและอาคาร 2 หลังแล้ว

นอกจากนี้ ในส่วนการติดตามตัวพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการติดตามทั้งในและนอกประเทศซึ่งมีเบาะแสเข้ามาตลอด สำหรับกิจการในวัดพระธรรมกายให้ 4 ฝ่าย ทั้ง จังหวัดปทุมธานี เจ้าคณะจังหวัด สำนักพุทธศาสนา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยกันดูแล อย่างไรก็ตาม คดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ คลองจั่น ขณะนี้มีทั้งหมด 23 คดี เสร็จสิ้นแล้ว 12 คดี หากพบเส้นทางการเงินเพิ่มจะขยายผลสอบเพิ่มคดีต่อไป"

นายขจรศักดิ์กล่าวว่า วัดพระธรรมกายรวมถึงวัดสาขาในต่างจังหวัด มีเฉพาะที่ดินที่เป็นของวัดเท่านั้น โดยวัดพระธรรมกายที่ จ.ปทุมธานี มีที่ดิน 196 ไร่ ส่วนที่เหลือทั้งหมดถือครองในชื่อมูลนิธิฯ ทั้งสิ้น ดังนั้น เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า มูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ฯ กระทำความผิดในคดีฟอกเงิน เนื่องจากหลักฐานในทางอาญาพบว่าเงินในสหกรณ์เข้ามาในมูลนิธิฯ และขยายออกไป อัยการสำนักสอบสวนฯ จึงเสนอให้ดีเอสไอส่งคำร้องถึงอัยการสูงสุดขอให้ดำเนินการในทางแพ่ง โดยร้องต่อศาลให้มีคำสั่งยกเลิกมูลนิธิฯ และให้ทรัพย์สินของมูลนิธิตกเป็นของแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมาย ป.แพ่ง มาตรา 134 เนื่องจากเงินที่ออกจากสหกรณ์ฯ ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเช็ค 27 ใบ แต่ยังออกมาในรูปแบบเงินสดและทรัพย์สินอื่นอีกจำนวนมาก เพื่อกวาดล้างคดีที่เกี่ยวข้องกับสหกรณ์ฯ ให้จบในคราวเดียว เนื่องจากวัดพระธรรมการยังมีมูลนิธิที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกันอีกหลายแห่ง ทั้งนี้ การสอบสวนทุกคดี
ทำอย่างต่อเนื่อง และมีความเคลื่อนไหว แต่จากหลักฐานที่ปรากฏ เป็นผลให้ต้องขยายผลการสอบสวนไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้อง อีกจำนวนมาก

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 30 พฤศจิกายน 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264