จับตา !

 

 

ใครจะมาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศคณะสงฆ์รูปใหม่

 

แทนเจ้าคุณธงชัยวัดสระเกศ

 

 

30 พฤษภาคมนี้ มีคำตอบ

 

 

 

 

 

 

 

 

พระพรหมวชิรญาณ (ประสฤษดิ์ เขมงฺกโร)

วัดยานนาวา กรรมการมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต)

วัดประยุรวงศาวาส กรรมการมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องพิจารณาก็คือ ตำแหน่งต่างๆ ที่ว่างลง โดยเฉพาะ "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตสายต่างประเทศ" ซึ่งมีภารกิจมากมาย โดยเฉพาะการพิจารณาเพื่ออนุมัติการเดินทางไปต่างประเทศ จะต้องผ่านสำนักงานแห่งนี้ ที่สำคัญก็คือ งานประชุมใหญ่สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ประจำปี พ.ศ.2561 ซึ่งกำหนดเอาไว้ในวันที่ 21-24 มิถุนายน ศกนี้ ที่วัดอตัมมยตาราม นครซีแอ๊ตเติ้ล สหรัฐอเมริกา ถือว่าเป็นงานประชุมพระธรรมทูต "นอกประเทศไทย-ใหญ่ที่สุด" และแต่เดิมนั้นวางตัวไว้ที่ "พระพรหมสิทธิ-ประธานสำนักงานฯ" จะเดินทางมาเป็นประธาน แต่เมื่อถูกปลดจาก มส. ก็ถูกปลดจากตำแหน่งประธานสำนักงานพระธรรมทูตไปด้วย

 

 

แต่โบราณว่า "ภารกิจรีบเร่งมี 5 ประการ ได้แก่ อภิเษกกษัตริย์ กำจัดศัตรู เรียนรู้วิชา แสวงหาทรัพย์ ระงับป่วยไข้" ซึ่งข้อแรกนั้นเป็นเรื่องของ "อำนาจ" ที่จะว่างเว้นไว้ไม่ได้ บ้านใดเมืองใดไม่มีผู้มีอำนาจดูแล ก็ไร้ขื่อแป ง่ายต่อการจลาจล ดังนั้น จึงต้องตั้งผู้ปกครองทันที ไม่มีการว่างไว้ เพราะนั่นคือการเลี้ยงไข้ให้แก่ประเทศชาติ

 

 

 

เมื่อสามกรรมการ มส. ถูกบัญชาสมเด็จพระสังฆราช "ปลด" จากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา ถ้าถึงวันที่ 30 เดือนนี้ ซึ่งจะมีการประชุม มส. ก็เป็นเวลา 7 วันเต็มๆ ที่ตำแหน่งต่างๆ ว่างเว้นลง สมควรต้องตั้งคนเข้ามาทำงานแทน ซึ่งก็แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่

 

 

 

1. กรรมการ มส. ซึ่งถ้าว่ากันตามระเบียบแล้ว ต้องเป็นพระที่มีสมณศักดิ์ "ชั้นธรรม" ขึ้นไป แต่ตำแหน่งเหล่านี้สามารถ "ว่างได้" เพราะสถานการณ์ขณะนี้ จะใช้วิธี "ชี้นิ้ว" เอาเหมือนสมัย "สมเด็จเกี่ยว-สมเด็จช่วง" นั่งหัวโต๊ะ มส. นั้น ไม่ได้อีกแล้ว เพราะถ้าชี้เอาแล้วโดนโห่ ก็คงจบเห่ก่อนจะเริ่มต้นทำงานด้วยซ้ำ ดังนั้น เชื่อว่าตำแหน่งกรรมการ มส. คงจะทยอยตั้งอย่างช้าๆ ให้ได้พร้าเล่มงาม เพราะสังคมจับตาดูอยู่

 

 

2. ตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานครและเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ของพระพรหมดิลก หรือเจ้าคุณเอื้อน ซึ่งถูกจับสึกทันที สองตำแหน่งนี้มีความสำคัญมาก ยังไม่ปรากฏว่าทางคณะสงฆ์จะตั้งใครเข้าไปรักษาการหรือเป็นแทน เจ้าคณะ กทม. นั้นมี "รองเจ้าคณะ" อยู่ หากไม่รังเกียจว่าเป็นคนของเจ้าคุณเอื้อน วางไว้เพื่อสืบทอดอำนาจ ก็อาจจะเลื่อนรองขึ้นเป็นแทน แต่ก็ไม่แน่ เพราะเจ้าคุณเอื้อนก็ข้ามห้วยข้ามหัวเขาเข้ามาเป็นจากภาค 14 เช่นกัน ดังนั้น ถ้าวันพรุ่งนี้ จะมีการส่งมือดีจากภาคอื่นเข้ามาเป็นบ้าง ก็ถือว่าไม่แปลก ส่วนภายในวัดสามพระยาก็ยังมี "เจ้าคุณละเอียด-พระเทพวิสุทธิดิลก" เป็น ป.ธ.9 เช่นกัน แถมแหล่เก่ง ก็น่าจะได้เป็นแทนรักษาการแทน และขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในโอกาสต่อไป

 

 

3. ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 ของเจ้าคุณธงชัย เจ้าคณะภาค 4-7 ของเจ้าคุณจำนงค์ ทั้งสองตำแหน่งนี้ เมื่อยังไม่มีการ "ถอดยศ" หรือสั่งปลดอย่างเป็นทางการ ก็ถือว่ายังไม่ว่าง ทั้งสองท่านยังครองตำแหน่งอยู่ รวมทั้ง "เจ้าอาวาสวัดสระเกศ" และ "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์" ของเจ้าคุณจำนงค์ด้วย ดังนั้น ในวันที่ 30 พ.ค. นี้ คงจะได้เห็นมติมหาเถรสมาคมที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งบางทีอาจจะมีการ "ปลด" และ "ตั้ง" ในคราวเดียวกัน อย่างน้อย วัดสระเกศต้องมีรักษาการเจ้าอาวาส

 

 

4. ตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ต้องออกไปงานนอกบ้าน มีความเกี่ยวพันกับพระธรรมทูตทั่วโลก ตำแหน่งนี้จะว่างไว้นานนั้นไม่ได้ ต้องรีบตั้งทันที แต่จะเอาใครนั้น ก็มีข้อบังคับกำกับอยู่อีกว่า "ต้องเป็นกรรมการ มส." เท่านั้น

 

 

 

ทีนี้ เมื่อสำรวจดูกรรมการ มส. ในสายมหานิกาย ที่เป็น มส. อยู่ในเวลานี้ ก็มีเพียง 8 ท่าน ได้แก่

 

 

 

1. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ

2. สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชัยญาติ

3. สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร

4. สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดญาณเวศกวัน

5. พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา

6. พระวิสุทธิวงศาจารย์ วัดปากน้ำ

7. พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ

8. พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส

 

 

 

โฟกัสไปที่ "สาม มส. สายวัดปากน้ำ" ก่อน สมเด็จช่วงนั้น ชราภาพมากแล้ว เคยขึ้นไปถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จึงถือว่าสูงแล้ว ไม่ลงมาต่ำกว่านี้ และมีอายุเกิน 90 ปี ไปนอกไม่ไหว ดังนั้น จึงตัดออกไป

 

 

 

 

 


 

 

 

เจ้าคุณวิเชียร (พระวิสุทธิวงศาจารย์) วัดปากน้ำ

กรรมการ มส. เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ

เป็นประธานงานธรรมกายแทนสมเด็จช่วง

 

 

 

 

 



 

 

 

เจ้าคุณทองดี (พระมหาโพธิวงศาจารย์) วัดราชโอรส

 

 

เป็นอุปัชฌาย์ให้วัดพระธรรมกายมาทุกสมัย โดยไม่เคยหวั่นเกรงว่าเกิดอะไรกับตน เคยโดนดองสมณศักดิ์นานถึง 20 ปี แต่พอสมเด็จช่วงได้เป็นปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าคุณทองดีก็ได้รับการเลื่อนเป็นรองสมเด็จฯ แบบว่า สมเด็จพระญาณสังวรปลด แต่สมเด็จช่วงตั้ง ทีใครก็ทีมัน อำนาจอยู่ในมือซะอย่าง ทำอย่างไรก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณทองดี ตั้งมหาสมชาย วัดพระธรรมกาย เป็นพระครูปลัด ถานานุกรม เตรียมชงเป็นเจ้าคุณ แต่โดน คสช. ทนายอาณาจักรธรรมกายเสียก่อน แผนกาเหว่าฝากไข่วัดราชโอรสเลยพับไว้จนบัดนี้

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณทองดี : เจ้าคุณสุชาติ : เจ้าคุณวิเชียร

 

 

 

เจ้าคุณวิเชียร (วิสุทธิวงศาจารย์) ก็ค่อนข้างชรา แต่ปัญหาธรรมกายก็ยังคงแรง เพราะหลังจากสมเด็จช่วงงดไปงานวัดพระธรรมกาย ก็เห็นเจ้าคุณวิเชียรนี่แหละ ที่เดินหน้าหนุนอย่างเต็มๆ เคียงบ่าเคียงไหล่กับ "เจ้าคุณทองดี ราชบัณฑิต" วัดราชโอรส งานนี้ยังมีลุ้นจะโดน "โละ" ด้วยหรือไม่อีกซ้ำไป ดังนั้น จึงไม่มีโอกาสทำงานในตำแหน่งนี้

 

 

เจ้าคุณสุชาติ (พรหมโมลี) แม่กองบาลี ก็ไม่มีประสบการณ์ทำงานต่างประเทศ แบบว่าไปต่างประเทศแทบนับครั้งได้ แถมยังอยู่ในเครือข่ายวัดพี่วัดน้องกับธรรมกาย สถานะจึงคล้ายๆ เจ้าคุณวิเชียร งานนี้ก็คิดว่า คงขอตัว ไม่แข่งขันกับใคร ขอเพียงไม่หลุดจากตำแหน่งเดิมก็บุญโขแล้ว

ก็หมดสายวัดปากน้ำ

 

 

 

สมเด็จอีก 3 รูป ได้แก่

 

สมเด็จสมศักดิ์-พระพุทธชินวงศ์ วัดพิชัยญาติ ก็ป่วยไปนอกไม่ได้ ต้องฟอกไตอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

 

 

สมเด็จสนิท-พระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร ก็ไม่เอางานต่างประเทศ ไปไกลสุดก็แถวๆ มาเลเซีย งานนี้จึงไม่มีความเหมาะสม

 

 

สมเด็จประยุทธ์-พระพุทธโฆษาจารย์ วัดญาณเวศกวัน ถึงจะมีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทั้งในและต่างประเทศอย่างเอกอุ ระดับเพชรน้ำหนึ่ง แต่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย ตั้งแต่ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จ ก็ลาประชุม มส. มาตลอด จึงถือว่า "ถอนตัว" จากทุกตำแหน่ง

 

 

 

 

 

 

พระพรหมวชิรญาณ : พระพรหมบัณฑิต

 

 

 

เหลือรองสมเด็จฯ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและยังคงทำงานได้เพียง 2 รูป ได้แก่

 

 

 

1. พระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา ประสบการณ์ต่างประเทศนั้นโชกโชน เคยเป็นผู้ก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และดำรงตำแหน่งประธานสมัชชาสงฆ์ไทยหลายสมัย ก่อนจะกลับไทยและได้เป็นกรรมการ มส. สุขภาพก็ยังถือว่า "โอเค" สำหรับวัย 80 ต้นๆ เป็นอีกไม่กี่ปีก็ไปไม่ไหวแล้ว

 

 

2. พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส อธิการบดี มจร. ก็ถือว่าไม่ธรรมดา มีทั้งความรู้ ทั้งประสบการณ์ ทั้งบริวารว่านเครือ คือบรรดาพระธรรมทูตทั่วโลกนั้น ส่วนใหญ่จะจบจากมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. มีเลือดสีชมพูอยู่ทั่วโลก การอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ก็ต้องให้ มจร. เป็นผู้ดำเนินการ อายุอานามก็แค่ 60 ต้นๆ ถือว่าหนุ่มแน่นสำหรับวงการสงฆ์ เดี๋ยวนี้มีตำแหน่งไหนว่าง ชื่อของเจ้าคุณประยูรก็จะโผล่เป็นแคนดิเดทด้วยทุกที ถือว่าอยู่ในขาขึ้น

 

 

ทั้งเจ้าคุณประสฤษดิ์และเจ้าคุณประยูร มีประสบการณ์ทำงานต่างประเทศอย่างยาวนาน รู้และชำนาญ เหมือนโชเฟอร์อูเบอร์ พร้อมสำหรับจับพวงมาลัยได้ทันที ไม่ต้องมีการทดลองงาน ได้รับแต่งตั้งวันนี้ก็พร้อมขึ้นนั่งหัวโต๊ะประชุมใหญ่ในต่างประเทศได้ทันที จึงถือว่า "น่าจับตา" ทั้งสองรูป สุดแท้แต่ว่าจะเจรจากันอย่างไร เพราะในเวลานี้ไม่อยู่ในช่วงแห่งการแข่งขัน หากแต่อยู่ในช่วงของการ "ประนีประนอม" เพื่อไม่ให้ มส. บอบช้ำไปมากกว่านี้

 

 

เจ้าคุณประยูรนั้น ถึงจะมีดีกรีเอกอุและพรั่งพร้อมเพียงใดในเวลานี้ แต่มีความอาวุโสน้อยกว่าเจ้าคุณประสฤษดิ์ ในระดับ "ศิษย์กับอาจารย์" เพราะมีประวัติว่า ครั้งหนึ่ง เจ้าคุณประยูร ได้เคยรับนิมนต์จากพระพรหมวชิรญาณ ให้ไปเป็นพระธรรมทูตที่ วัดธัมมาราม นครชิคาโก้ ของพระพรหมวชิรญาณ ก่อนกลับมาทำงานที่ มจร. จนไต่เต้าขึ้นเป็นอธิการบดี คือไปสังกัดเป็นพระลูกวัดของเจ้าคุณประสฤษดิ์นั่นเอง ดังนั้น จึงเกรงใจเจ้าคุณประสฤษดิ์มาก ไม่กล้าล้ำหน้าอดีตเจ้านาย เพราะเชื่อว่า อีกไม่นาน ตำแหน่งต่างๆ ก็ว่าง ไม่ต้องแซงหน้า แต่ว่าใช้วิชา "ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม" ดีกว่า เพราะเวลานี้ตำแหน่งต่างๆ ก็เต็มวัดประยูรแล้ว เหลือเพียงประธานพระธรรมทูตสายต่างประเทศกับสมเด็จพระราชาคณะเท่านั้น ที่เจ้าคุณประยูรยังไปไม่ถึง นอกนั้น..มีเป็นกรุ

 

 

เห็นไหมว่า นอกจากเรื่องคุณสมบัติแล้ว ทางคณะสงฆ์ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง ในการวางตัวบุคคลากรในตำแหน่งต่างๆ เพื่อให้เป็นธรรมเนียมที่ดีงาม เป็นทิฏฐานุคติ คือเป็นแบบอย่าง เป็นตัวอย่าง ให้พระเณรรุ่นหลังได้ประพฤติตามด้วยความเคารพศรัทธา จะปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ก็ต้องเริ่มจากจุดนี้แหละ Put the right man on the right jop เพราะถ้า put ผิด นั่นไม่ใช่ "จ๊อบ" แต่เป็น..จบ และ..จบเห่

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 27 พฤษภาคม 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264