ิ๊กแป๊ะหลบนักข่าว !

 

บินเงียบกลับจากเยอรมัน

 

ไร้เงาเจ้าคุณจำนงค์บน 14 ที่นั่งการบินไทย

 

 

 

 

 

 

 

ฮ่ะๆ เตะเข้าประตูตัวเองหรือเปล่า แป๊ะ ?

บินไปรับเจ้าคุณจำนงค์ ไฉนกลับมามือเปล่า

เห็นเขาว่าจองตั๋วยกโซน ยกโซนหรือยกเลิก

 

(คนล้มอย่าข้าม พี่ วันพระไม่ได้มีวันเดียว)

 

 

 

 

 

ธัมมชโย - ทัตตชีโว

 

สองสหายผู้ให้บทเรียนยิ่งใหญ่แก่บิ๊กแป๊ะและบิ๊กตู่ จับที่เมืองไทยไม่ได้ จับที่เมืองนอกก็ไม่ได้ จับไม่ได้เลย ไม่ว่าที่ไหนในโลกใบนี้ ตายไปแล้วก็อาจจะห้ามสวรรค์ห้ามนิพพาน เพราะสวรรค์ชั้นดุสิตบุรี รวมทั้งอายตนิพพานนั้น ถูกธรรมกายยึดครองไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

ลืมห้อยหลวงพ่อโกย จะได้ไล่ทันเจ้าคุณจำนงค์ เสียดาย

 

 

อา..ธรรมดาล่ะฮ่ะ ถ้าได้ตัวเจ้าคุณจำนงค์กลับมา แบบว่า "หิ้วปีก" เหมือนพุทธะอิสระ งานนี้ก็ต้อง "ตั้งโต๊ะแถลงข่าว" โชว์ผลงานให้เอิกเกริก แต่เมื่อพลาด ทุกอย่างก็เกม ให้ลูกน้องรับหน้าแทน เป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปว่าบิ๊กแป๊ะแกเลย

อย่างไรก็ดี งานนี้ ต้องถือว่าเป็นชัยชนะอย่างยิ่งใหญ่ต่อคณะรัฐบาลไทยของ ฯพณฯ ธัมมชโย ที่สามารถ "ล้างอาย" ได้สำเร็จ คุ้มครองโลก คุ้มครองคนในสังกัด ระดมกำลังส่งร่มชูชีพเข้ากู้ชีพ "คุณจำนงค์" ได้แบบว่าเส้นยาแดงผ่าแปด แถมมีทีม "บิ๊กแป๊ะ" แกะรอยตามล่ามาติดๆ ยิ่งกว่าหนังตามล่าท้านรกอะไรประมาณนั้น

 

 

เทียบฟอร์มแล้ว ถ้าเล่นในบ้านแล้ว ธัมมชโยอาจจะแพ้แก่ คสช. แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสนามใหญ่ระดับโลกแล้ว ต่อให้ขนไปทั้ง "บิ๊กตู่-บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กป้อม" ทั้ง ครม. ทั้งกระทรวงต่างประเทศ ก็สู้ทีม "ธรรมกาย" ไม่ได้ เห็นได้ชัดเลยว่า การทำงานของข้าราชการไทยในต่างประเทศนั้น ยังห่างชั้นพระธรรมทูตไทยอยู่หลายขุม ไม่ใช่คุย แต่ถามสิว่า ถ้ามิใช่พระธรรมทูตไทย (สายธรรมกาย) ช่วยเหลือแล้ว บัดนี้ อดีตเจ้าคุณจำนงค์มิเป็นหมูในอวยให้บิ๊กแป๊ะแทะโชว์โก้ไปแล้วหรือ ?

 

 

สรุปว่า ปฏิบัติการ "ฟ้าสางล้างดงขมิ้น" ที่ "บิ๊กตู่-บิ๊กแป๊ะ" ประสานงาน ส่งกำลังเข้าล้อมและจับกุม เริ่มตั้งแต่หัวค่ำ วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 ถึงตอนเช้า จึงเข้าชาร์จ สามารถจับกุมได้เพียง 2 รูป คือ เจ้าคุณเอื้อน วัดสามพระยา กับพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย ที่เหลือเป็นเพียงไม้ประดับ

 

 

ส่วนเจ้าคุณธงชัยนั้น ตำรวจเข้าตรวจวัดสระเกศถึง 2 รอบ ก็ยังไม่พบตัว ทั้งๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในวัด เช็คกล้องวงจรปิดทั่วกรุงเทพฯ แล้ว ไม่มีเบาะแสว่าไปทางไหน ถ้าไม่แสดงฤทิ์หายตัวไป ก็แสดงว่าหาไม่เจอ แต่สุดท้ายเจ้าคุณธงชัยใจอ่อน เห็นพระเด็กๆ และญาติโยมถูกจับตัวไปขังเป็นประกันไว้มากมาย จะหนีเอาตัวรอดคนเดียวมันน่าอายใจ จึงตัดสินใจ "เดินหน้าเข้าคุก" แบบนี้สิ นักเลงภูเขาทองตัวจริง ไม่ต้องให้บุกทุบประตูหิ้วปีกออกมาเหมือนพุทธะอิสระ

 

 

ช่วงที่เจ้าคุณธงชัยยังไม่มอบตัวนั้น บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา คำรามปานฟ้าผ่า สั่งตำรวจ "ทั่วประเทศไทย" ให้ระดมกันกดดันและจับกุมเจ้าคุณจำนงค์-ธงชัย มาให้ได้ ไม่ว่าจับเป็นหรือจับตาย ถือว่าขยายเขตปฏิบัติการครอบคลุมประเทศไทย จากเป้าหมายหลักเพียง 4 แห่ง คือ วัดสระเกศ วัดสามพระยา วัดสัมพันธวงศ์ และวัดอ้อน้อย ใช้ตำรวจไม่เกิน 400 นาย ขยายผลเป็นใช้กำลังพล "ทั้งประเทศ" ไล่จับพระเพียง 2 รูป ตลกสิ้นดี

 

 

บิ๊กแป๊ะ ส่อท่าน็อตหลวม เมื่อจู่ๆ ก็ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ "รุกล้ำ" ข้ามแดนลาว ไล่ตะครุบลูกชายคนสนิทเจ้าคุณจำนงค์ แต่โดนซ้อนแผน โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจลาวเข้าล้อมไว้ทั้งชุด ต้องเจรจาขอปล่อยตัวผู้ถูกจับกุมและกลับมาแบบว่า "มือเปล่า" เป็นยกแรก

 

 

จากนั้น ปฏิบัติการฟ้าสาง ก็ขยายเวลาเป็น "อินเตอร์เนชั่นแนล" ไม่จำกัดโซนและวันเวลา เมื่อรู้ว่าเจ้าคุณจำนงค์หนีมุ่งหน้าไปทางเขมร เป้าหมายอยู่ที่ "เวียตนาม" เป็นจุดใหญ่ ก่อนจะบินไปที่ไหนซักแห่งในโลก ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นทวีปยุโรป เพราะที่นั่นสิทธิมนุษยชนแรงมาก กระทรวงการต่างประเทศสั่งยกเลิกพาสปอร์ตเจ้าคุณจำนงค์โดยฉับพลัน เพื่อสกัดไม่ให้ขึ้นเครื่อง แต่ก็ยังช้าเกินไป รู้ข่าวอีกทีเจ้าคุณจำนงค์อยู่ที่ "แฟรงค์เฟิร์ต" เรียบร้อยแล้ว ไวปานเหาะ

 

 

บิ๊กแป๊ะเช็คข่าวชัวร์ๆ มั่นใจว่าต้องได้ตัวกลับมาขังรวมกับอดีตเจ้ากู เพราะทางการเยอรมันถามกลับมายังทางการไทย เรื่องพาสปอร์ตสีน้ำเงินของเจ้าคุณจำนงค์ ครั้นทราบว่าถูกยกเลิกแล้ว ก็ไม่ยอมให้เข้าประเทศ สั่งกักบริเวณไว้ จนกว่าจะได้เวลา "ส่งกลับ" ประเทศต้นทาง ซึ่งการกักตัวนั้นจะใช้เวลาสูงสุดเพียง 7 วัน ขืนกักไว้นานก็เปลืองข้าวน้ำ นั่นคือตัวเร่งให้ "บิ๊กแป๊ะ" ตัดสินใจ "บินด่วน" ไปเยอรมนี เพื่อที่จะ "หิ้วปีก" เจ้าคุณจำนงค์กลับไทย ปิดจ็อบ ปิดท้ายรายการ "ฟ้าสางล้างดงขมิ้น" โดย..การบินไทย เห็นภาพไหม ว่ามันยิ่งใหญ่อลังการ บิ๊กแป๊ะ-ผู้บัญชาการตำรวจไทย จะได้รับการบันทึกไว้ว่าเป็น "ตำรวจโลก" หรือ "ตำรวจสากล" ในวันที่ 7 มิถุนายน ศกนี้

 

 

นี่คือ ความฝันอันสูงสุด ของใครเอ่ย เห็นแสงทองผ่องอำไพ ในวันบินไปเยอรมนี มีการกระชับความมั่นใจถึงขนาด "สั่งจองที่นั่งการบินไทยทั้งโซนถึง 14 ที่นั่ง กะจะสอบสวนให้เสร็จก่อนเครื่องแตะรันเวย์สุวรรณภูมิด้วยซ้ำ"

 

 

แต่ตำรวจไทยที่เก่งกาจ รู้ทุกเรื่องในเมืองไทย ก็กลับกลายเป็น "อ่อนหัด" ไปในพริบตา เมื่อมีมือที่มองไม่เห็น ยื่นเรื่อง "ขอลี้ภัย" ให้อดีตเจ้าคุณจำนงค์ ทำนองสลับไพ่ จากพาสปอร์ตไทยที่ไร้แต้ม กลายเป็น "คำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และกำหนดไต่สวน 2 เดือน แถมขอยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 1 ปี" ไพ่ใบนี้ ถูกเกทับจากมือของใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเล่นเอา ผบ.ตร. ของไทย ต้องยกเลิกการบินไทยเที่ยว "ยกโซน" แต่แอบบินกลับมาอย่างเงียบๆ หนีหน้านักข่าว ไม่ยอมให้สัมภาษณ์

 

 

เจ้าคุณจำนงค์นั้น หนีตายจากไทย ไปรอดตายที่เยอรมนี แต่บิ๊กแป๊ะ แจ้งเกิดจากไทย แต่ไปตายที่เยอรมนี มีความแตกต่างกันดังนี้แหละ ในปฏิบัติการ..ฟ้าสางล้างดงขมิ้น ก็ไม่รู้นะว่า ล้างดงขมิ้นคราวนี้ ดงสีกากีจะโดนล้างด้วยหรือเปล่า เพราะเห็นว่า ครม.บิ๊กตู่ ก็ซวยด้วย

 

 

 

 

 

 

 

From Hero to Zero !

 

 

 

 

 

 

 

From Zero to Hero !

 

I  SURVIVED !

 

พระรอดรุ่นใหม่ ปลุกเสกในเยอรมนี

 

 

 

 

 

 

จักรทิพย์วืด ! จับ พระพรหมเมธียื่นลี้ภัยคุ้มครอง 2 เดือน เยอรมันเมินคำร้อง ผบ.ตร.

 

ผบ.ตร.พร้อมคณะกลับถึงไทยแล้ว หลังจากไปรับตัว "อดีตพระพรหมเมธี" ที่เยอรมนี แต่เนื่องจากอดีตพระพรหมเมธียื่นขอลี้ภัยไว้ ทำให้ได้รับการคุ้มครองชั่วคราว 2 เดือน จึงยังไม่ได้ตัวกลับมาดำเนินคดี เหลือ ผบช.สตม.ประสานงานเยอรมนีเพื่อนำอดีตพระพรหมเมธีกลับ


วันนี้ (6 มิ.ย. 2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางกลับจากประเทศเยอรมนี ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลาประมาณ 12.35 น. โดยเที่ยวบิน TG 923 พร้อมด้วย พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บังคับการปราบปราม และ พ.ต.อ.กกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ไม่มีพระจำนงค์ เอี่ยมอินทรา หรืออดีตพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร ผู้ต้องหาคดีทุจริตเงินทอนวัดกลับมาด้วย


ทั้งนี้ จากจับตาของสื่อมวลชนที่ไปปักหลักรอจำนวนมากที่ประตู 5 ชั้น 2 ฝั่งผู้โดยสารขาเข้า ปรากฏว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์เดินออกมาทางประตู 10 ฝั่งผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ในเวลา 12.50 น. เพื่อเลี่ยงสื่อมวลชน สอดคล้องกับข้อมูลที่สอบถามผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวที่เดินทางจากสนามบินแฟรงก์เฟิร์ต ยืนยันว่าพบผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติโดยสารมาในเที่ยวบินดังกล่าว แต่ไม่พบว่ามีอดีตพระพรหมเมธีร่วมเดินทางมาด้วย


มีรายงานว่าพล.ต.อ.จักรทิพย์ มอบหมาย พล.ต.อ.สุทธิพล วงศ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และทีมงานส่วนหนึ่ง รอที่ประเทศเยอรมนี เพื่อประสานงานต่อไป

 

ส่วนสาเหตุที่การประสานขอรับตัวผู้ต้องหาจากทางการเยอรมนีครั้งนี้ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากอดีตพระพรหมเมธี ได้ชิงยื่นเรื่องขอลี้ภัยกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเยอรมนี โดยอ้างประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์พิเศษกฎหมายไม่ได้มาจากประชาชน ทำให้ไม่มั่นใจกับกระบวนการยุติธรรม และตามกระบวนการอดีตพระพรหมเมธี จะได้รับการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาคำร้องขอลี้ภัย ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ขณะที่คณะของพล.ต.อ.จักรทิพย์พยายามเจรจากับฝ่ายเยอรมนีโดยขอความร่วมมือให้พิจารณาคำร้องฯ ภายใน 3 วัน แต่สุดท้ายต้องผิดหวังไม่ได้ตัวอดีตพระพรหมเมธีกลับมา


สำหรับขั้นตอนการเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเรื่องของการขอลี้ภัย ทางการเยอรมนีจะต้องพิจารณาองค์ประกอบหลายๆ ด้าน ประกอบด้วย 1. การขอลี้ภัยทางการเมือง 2. การขอลี้ภัยในประเภทฐานะผู้ลี้ภัย 3. การขอรับความคุ้มครองเพียงบางส่วน 4. การขอคุ้มครองเพื่อไม่ให้ถูกส่งไปยังประเทศต้นทาง


ทั้งนี้กรณีของอดีตพระพรหมเมธีคาดว่ายื่นคำขอลี้ภัยโดยให้เหตุผลว่า ถูกกลั่นแกล้งดำเนินคดี ถูกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม ด้วยเหตุผลทางการเมือง ศาสนา เชื้อชาติ ละเมิดพื้นฐานความเป็นมนุษย์ ซึ่งหากการขอลี้ภัยถูกปฏิเสธ อดีตพระพรหมเมธี ยังมีสิทธิยื่นคำขออุทธรณ์ต่อไปได้อีก ดังนั้นเมื่อทางการเยอรมนีตัดสินใจนำตัวอดีตพระพรหมเมธีเข้าสู่กระบวนการศาลแล้ว การดำเนินการตามขั้นตอนกว่าจะเสร็จสิ้น อาจต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 1 ปี


ขณะที่การขอความร่วมมือ เรื่องส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน จากข้อมูลของกองการต่างประเทศ พบว่าไทยกับเยอรมนี ไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกัน มีเพียงสนธิสัญญาโอนตัวนักโทษ ที่มีมาตั้งแต่ปี 2536 เท่านั้น

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 7 มิถุนายน 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264