ตอบแล้วค่ะ !

 

 

สำนักพุทธฯ ตอบว่า

 

เจ้าคุณบุญเทียมไปร่วมงานสำนักพุทธ

 

"เป็นเรื่องส่วนตัว"

 

ทำได้ ไม่เสียหาย !

 

 

 

า..นี่แหละหนา โบราณว่า ฝนไม่ตกไม่รู้เรือนหลังใดรั่ว ต้องรอให้เกิดคำถาม คำตอบจึงจะตามมา ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึง "ภูมิปัญญา" ของเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในยุคที่มี "พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" เป็นผู้อำนวยการใหญ่ ว่าได้ใช้หลักการทาง "ศีลธรรม-จริยธรรม" เข้ามาบริหารสำนักงานทางศาสนา "ใหญ่ที่สุด" แห่งนี้หรือไม่ และมี "สติปัญญา" เพียงพอต่อการบริหารองค์กรทางศีลธรรมใหญ่ที่สุดแห่งนี้หรือไม่

 

 

 

ขอยกตัวอย่าง

 

 

 

 

 

 

 

1. "เจ๊นอม" ประนอม คงพิกุล ซึ่งมีชื่อตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเงินทอนวัด ทั้งล็อต 1 และล็อต 2 พร้อมๆ กับ "นายพนม ศรศิลป์" ซึ่งถูก ม.44 ย้ายไปนั่งตบยุงที่สำนักนายกฯ ตั้งแต่มะโว้ เพื่อเปิดทางให้ "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" ได้เหาะมายึดเก้าอี้ ผอ.พศ. ของนายพนม แต่สำหรับนางประนอม กลับไม่ปรากฏว่าจะมีการดำเนินการใดๆ ทั้งๆ ที่ หลังจากรับตำแหน่งแล้ว นายพงศ์พร ก็ทำการ "โยกย้าย" ข้าราชการในสำนักพุทธฯ ไปหลายชุด แต่นางประนอม "หลุดทุกที" จึงมีคำครหาว่า สาเหตุอันใดจึงไม่สั่งย้ายนางประนอมออกไป

 

 

ในครั้งนั้น นายพงศ์พร ได้อ้อมแอ้มตอบคำถามว่า "ที่ไม่ย้ายนางประนอมออกไปนั้น ก็เพราะไม่มีตำแหน่งว่าง นางประนอมเป็นซี 9" ลิ้นพันคอได้ไม่กี่เพลา บิ๊กตู่-นายกรัฐมนตรี ก็สั่งย้ายนางประนอมไปสังกัด ก.พ. ไหนว่าไม่มีตำแหน่งว่างไง ?

และเมื่อมีการบุกจับผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดเมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา ปรากฏว่า นางประนอม คงพิกุล ได้หลบหนีการจับกุม โดยพบว่าเดินทางออกนอกประเทศไทยไปตั้งนานและยังไม่กลับบ้าน น่าสงสัยว่า ใคร ? มีส่วนช่วยให้นางหนี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2. นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ มีภาพในคณะแสวงบุญ "อินเดีย-เนปาล" โดยระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งๆ ที่จริงแล้วเป็นเพียง "เมียนายพงศ์พร" ผอ.พศ. เท่านั้น จึงถูกคำถามว่า ใช้อิทธิพลของ "สามี" เบิกเงินหลวงไปทำบุญที่อินเดียหรือเปล่า

 

 

ตอนนั้น (3 พ.ค.2561) นายพงศ์พร ก็ให้ "สิปป์บวร" ออกมาแก้ต่างว่า นางกนิษฐา ภรรยา ผอ.พศ. ไปอินเดีย ร่วมคณะ พศ. ก็ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการทุกขั้นตอน ไม่มีอะไรผิดปกติ และใครที่กล่าวหาก็อาจจะถูกฟ้องร้องได้ งามไส้ไหมล่ะ คนดีเข้าใช้วิธีไขข้อกังขาต่อสาธารณชนเยี่ยงนี้นะหรือ

 

 

เทียบกับกรณี "สามพระพรหม" ที่ถูกพงศ์พรฟ้องร้องไปนั้น มีความเห็นของพงศ์พร "ติดสำนวน" ให้แก่ตำรวจไปด้วยว่า

 

 

"การกระทำของผู้ต้องหาที่ 1-3 นอกจากกระทำผิดทางอาญาแล้ว ยังเข้าข่ายอาบัติปาราชิก ตามพระธรรมวินัย ไม่สมควรครองสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรอง และดำรงตำแหน่งกรรมการ มส."

 

 

นั่นเป็นเหตุให้ทั้งสามพระพรหม ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ "ขอหมายจับ-ยกกำลังปิดล้อมวัดตั้งแต่หัวค่ำ-ปฏิบัติการจู่โจมจับตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่ทันได้ออกบิณฑบาต" และ "คัดค้านให้ประกันตัว กลัวหลบหนี" ส่งผลให้ต้องถูกจับสึกและติดคุกอยู่จนบัดนี้ นี่คือผลงานบันลือโลกของ..พงศ์พร

 

 

 

 

 

 

 

มาครั้งนี้ "สิปป์บวร" พ่องามงอนของพงศ์พร ก็ออกมาแก้ตัวอีกว่า "การดำเนินคดีกับเจ้าคุณบุญเทียมนั้น เป็นเรื่องของตำรวจ ส่วนการไปร่วมงานกับสำนักพุทธฯนั้น เป็นเรื่องส่วนตัว" แปลว่า ?

 

 

อ๋อก็แปลว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ และไม่เกี่ยว ทั้งสองกรณี ทั้งๆ ที่..

 

 

1. กรณีคดีเงินทอนวัด สิปป์บวรอ้างว่า เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่เกี่ยวกับสำนักพุทธฯ แกก็คงลืมไปนั่นแหละว่า สำนักพุทธฯ เป็นเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหาย จึงไปแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีกับเจ้าคุณบุญเทียม

 

 

2. กรณีร่วมงานปฏิบัติธรรม สิปป์บวรอ้างอีกว่า "เป็นเรื่องส่วนตัวของเจ้าคุณบุญเทียม" ทั้งๆ ที่งานนี้จัดที่พุทธมณฑล ไม่ใช่งานวัดเกิดวันตายของใคร จะได้อ้างเป็นการส่วนตัว แต่เป็นงานหลวง และจัดในที่ของหลวงคือพุทธมณฑล ไม่ได้จัดภายในกุฏิเจ้าคุณบุญเทียมหรือห้องนอนของนายพงศ์พร แถมเจ้าคุณบุญเทียมก็ยังไปในฐานะ "พระราชาคณะชั้นราช" และเป็นตัวแทนของ "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์-เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" พอไปแล้วก็ได้ทำหน้าที่ "เลขานุการ" ของงาน ยืนอ่านรายรายให้ทั้งประธาน-รองประธาน และผู้ที่เข้าร่วมงานได้รับทราบ ถามว่า เป็นเรื่องส่วนตัวอย่างนั้นหรือ ?

 

 

หรือมองอีกมุมหนึ่งก็เห็นเป็นว่า สำนักพุทธฯ เอางานของหลวงไปร่วมงานกับเจ้าคุณบุญเทียมเป็นการส่วนตัว เหมาะสมหรือไม่ประการใดก็ต้องให้ "บิ๊กตู่" ช่วยวินิจฉัย เพราะเป็นผู้คัดเลือก "พงศ์พร" มากับมือ

 

จำเริญๆ เถิด พ่อคุณเอ๊ย !

 

 

 

 

 

 

 

 

คู่หูคู่ฮาแห่งพุทธมณฑล

สิปป์บวร แก้วงาม : พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์

 

 

แจงปมร้อนเจ้าคุณบุญเทียม ! พศ. ชี้ ร่วมงานถือเป็นเรื่องส่วนตัว คดีความผิดถูกปล่อยไปตาม กม.

 

6 ส.ค.61 จากกรณีเว็บไซต์ alittlebuddha.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์วัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ได้เผยแพร่ภาพจากเฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์พุทธมณฑล และหมายเรียกพระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ) หรือ บุญเทียม ญานินโท เลขาฯ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะหนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร ในคดีเงินทอนวัด ล็อต 2 โดยเป็นภาพขณะที่พระราชรัตนมุนี ปรากฏตัวในงานปฏิบัติธรรมพระสงฆ์ ในงานสัปดาห์ส่งเสริมเผยแผ่พระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2561 ณ อาคารปฏิบัติธรรม โพธิญาณมหาวิชชาลัย พุทธมณฑล ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม เมื่อวันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมานั้น

 

 

ล่าสุด นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) ในฐานะรองโฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า กรณีตำรวจออกหมายเรียกพระราชรัตนมุนี เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของพระราชรัตนมุนี ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการต่อไป

 

 

ี่มา : แนวหน้า : 6 สิงหาคม 2561

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264