HE'S GONE !

 

เขาไปแล้ว

 

ดีเอสไอสรุปผลตรวจธรรมกาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความจริงแล้วก็มิได้เหนือความคาดหมายอันใด กับภารกิจสุดท้ายของดีเอสไอ ในเช้าวันวาน (10 มี.ค. 60) ที่มีบรรดาพระเถรานุเถระของวัดพระธรรมกาย แต่งองค์ทรงเครื่องเป็นระเบียบเรียบร้อย เปิดหน้ากากที่ปิดมานานเป็นเดือนออก ตั้งแถว ผายมือ เชื้อเชิญเจ้าหน้าที่ ให้เข้าไปสำรวจตรวจตราในวัด "ได้ทุกจุดที่ต้องการ" คนนอกอาจจะมองว่า "เหนือความคาดหมาย" แต่ถ้าพิเคราะห์จากสถานการณ์ตามลำดับแล้ว เห็นได้ชัดว่า "ไม่เหนือความคาดหมาย" เพราะว่า

 

 

 

1. นั่นแสดงว่า มีการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับวัดพระธรรมกาย ผ่านนายหน้า อันได้แก่ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี "เว้นพื้นที่" ไว้บางส่วน เพื่อเป็นจุดหายใจของธัมมชโย มิให้คิดสั้น และทำการบ้าบิ่นอื่นใด ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐบาล ทั้ง "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ก็ประสานเสียง "ขอแค่เข้าไปดูข้างใน เจอไม่เจอก็ไม่ติดใจ" นั่นคือกุญแจและรหัสไขประตูธรรมกายในวันนี้

 

 

2. นั่นแสดงว่า อากาศร้อน รัฐบาลก็ร้อน แถมใกล้สงกรานต์เข้ามาทุกที เป็นวันมหานักษัตรฤกษ์ ประชาชนคนไทยต้องการความสุขกายสบายใจในการเล่นสงกรานต์ จะให้เจ้าหน้าที่มากระจุกกินข้าวห่อต่อไปอีกไม่ได้ ฝ่ายธรรมกายเองก็ผอมแห้งแรงน้อย เพราะถูกอุดมานานเป็นเดือน มาม่าก็ร่อยหรอ งานนี้มีแต่บอบช้ำทุกฝ่าย ดังนั้นจำเป็นต้อง "ถอยคนละก้าว" แต่ถอยอย่างไรไม่ให้ "บิ๊กตู่-ธัมมชโย" เสียหน้า เพราะว่า ต่างคนต่างก็ถือไพ่คนละใบ หน้าใหญ่กันทั้งนั้น จะเรียกว่าเป็น "ศึกศักดิ์ศรี" ก็ว่าได้ ตอบแบบกิ๊กก็อกก็ต้องบอกว่า "อ๋อ ปัญหามันมาจาก ไม่มีใครสักขาวดำ เอาแต่สักสีกันหมด มันเลยไม่ลงตัวไง"

 

 

3. นั่นแสดงว่า เมื่อเปิดประตูวัดให้ตรวจแล้วไม่พบธัมมชโย รัฐบาลน่าจะเครียดและตั้งข้อหาสารพัด กลับกลายเป็นบรรยากาศ "ผ่อนคลาย" สบายอกสบายใจกันทุกฝ่าย โดยเฉพาะดีเอสไอนั้น "จะได้กลับบ้านเสียที" ขอบคุณเจ้านายที่หาทางออกให้พวกเรา

 

 

4. นั่นแสดงว่า เมื่อธัมมชโยไม่โผล่ให้จับ แถมพระเณรในวัดก็หน้าตาสดใส ไม่หมองเศร้าเหมือนคราวแรก ก็เพราะมีการ "เคลียร์" ภารกิจภายใน ผ่องถ่ายอำนาจกันเรียบร้อยแล้ว "สองหลวงพ่อ" จึงตัดสินใจ "ให้เปิดวัด" เพื่อแลกกับคำขอร้องของผู้ใหญ่ ที่ไม่อยากใช้ "ม.44" ในบ่ายวันนี้

 

 

5. นั่นแสดงว่า พอเปิดประตูวัดพระธรรมกายได้ไม่กี่นาที รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม มือกฎหมาย ก็ร่ายบทเพลง "ครั้งหนึ่งที่บึงกาฬ" ประกาศว่า "ยังจับพระธัมมชโยสึกกลางอากาศไม่ได้ ไม่งั้นพระไทยทั้งประเทศจะหวาดเสียว" พ่อตกบ่าย หวยก็ออก "เรียงเบอร์" เรียงตามคำพูดของนายวิษณุเป๊ะ เพราะอย่าลืมว่า รัฐบาลต้องทำอะไร "ตามกฎหมาย" เมื่อในวิษณุเป็นมือกฎหมาย ทั้งรัฐบาลและสำนักพุทธ จึงต้อง "เหล่ตา-เงี่ยหู" ทั้งมองทั้งฟังนายวิษณุ ว่าจะชี้นิ้วไปทางไหน จะได้ไม่ติดกับดักทางกฎหมาย

 

 

6. นั่นแสดงว่า ธัมมชโยและทัตตชีโว ยอมตัดใจ ไม่อยากทำลายอาณาจักรที่สร้างเองกับมือ ยอมสละเรือเหมือนกำนันเป๊าะ ปล่อยให้ลูกๆ หลานๆ เข้ามารับช่วงต่อ ถึงไม่รุ่งเรืองเหมือนอดีต แต่ก็ไม่พังทลายในพริบตา ดังกระแสข่าวที่เร่าๆ จะยึดวัดไปทำศูนย์ประชุม

 

 

7. นั่นแสดงว่า มหาเถรสมาคมก็โล่งใจ ยังไม่อยากจะใช้ไม้แข็งกับ "คนกันเอง" หรือ คนเคยเห็นหน้า ยิ่งบรรดากรรมการ มส. ที่ต้องโหวตไล่ธัมมชโยนั้น ก็ล้วนแต่ "เคยไปรับซอง" จากมือของครูไม่ใหญ่มาแล้วทั้งสิ้น หลักฐานพยานยังสดๆ คำพูดสรรเสริญเยินยอที่พรั่งพรูยังดูได้ในยูทู๊ป ทำแบบนั้นมันก็ "ตบหน้า" ตัวเองชัด ว่าใช้ไม่ได้ เป็นผู้ใหญ่ตระบัดสัตย์ วันก่อนบอกว่า "พระเดชพระคุณฯ อุปการคุณแก่พระศาสนาหาได้ยาก หากขาดพระเดชพระคุณแล้ว พระพุทธศาสนาก็จะไม่รุ่งเรือง ฯลฯ" แต่ถ้าวันนี้บอกว่า ธัมมชโยเป็นอันตราย มันก็กลายเป็นว่า มหาเถรสมาคมเองนั่นแหละ จะเสียศูนย์ ดังนั้น จึงต้อง ลากเกมเอายาวๆ ไว้ก่อน ค่อยผ่อนค่อยคลาย ให้ท่านธัมมชโย "หายตัว" ไปซักเดือนสองเดือน จากนั้นจึงค่อยประกาศ "คนหาย" สรุปตามเจ้าคุณเอื้อนว่า "เอาแค่ไล่นะ อย่าถึงกับฆ่าแกงกันเลย"

 

ดังลำดับมาฉะนี้ ชี้ให้เห็นว่า ปฏิบัติการ "แง้มประตูวัดพระธรรมกาย" เมื่อวานนี้ โดยมือของ "คนใน" เป็นการทอดบันไดลงให้แก่ทุกฝ่าย ไล่ตั้งแต่ มหาเถรสมาคม รัฐบาล สำนักพุทธ ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ แม่ค้าคลองสาม และบรรดาสมาชิกของวัดพระธรรมกายทั้งหมด ทั้งภายในและภายนอก แต่งานนี้อย่าเรียกว่า "แฮปปี้เอ็นดิ้ง" เลย เอาแค่ "โล่งใจทุกฝ่าย" ก็เหลือเฟือแล้ว

 

มองมุมคนที่ต้องการให้เด็ดขาดก็อาจจะเป็น "ซูเอี๋ย" รัฐบาลไม่เอาจริง เจ้าหน้าที่ทำงานแบบไม่มีกะจิตกะใจ ฯลฯ ซึ่งก็ว่าได้

 

มองในมุมของคนที่ข้างในวัดพระธรรมกาย ก็อาจจะเป็น "เรามาไกลเกินจะกลับ" แต่จะไม่กลับก็ไม่ได้ เพราะจะถูกลอยแพ ดังนั้น ถึงจะกลับกลางอากาศก็ต้องกลับ กลับแบบมองหน้า "มหาสมชาย" ซึ่งพยายาม "ยิ้ม" แต่ไม่ "แย้ม" ก็เกินพอ

 

ในมุมมองของชาวพุทธส่วนใหญ่ ที่ทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ แต่ว่าอยู่กับพระพุทธศาสนา "แบบไทยๆ" มานาน ก็สงสารทั้งรัฐบาลและวัดพระธรรมกาย คนดูส่วนใหญ่ก็ทั้งเบื่อและรำคาญ จะเอาไงก็เอาไป แต่อย่างไรก็อย่าให้ถึงกับเลือดตกยางออกก็แล้วกัน คนไทยด้วยกัน พระเณรและญาติโยมในวัดก็ลูกหลานคนกันเองทั้งนั้น ท่องกันมาเป็นร้อยเที่ยวพันเที่ยว "แตกต่าง ไม่แตกแยก" ก็อยากจะทำให้ได้ดังพูด คนดูส่วนใหญ่อยากให้ "หยวนๆ" แต่ก็ไม่ติดขัดอะไร ถ้ารัฐบาลจะเล่นงานธัมมชโย "ส่วนตัว" เพียงแต่ไม่อยากให้พระเณรนับพันและญาติโยมที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่เหล่านั้นท่านเดือดร้อนด้วย ก็เท่านั้น ดังนั้น เมื่อวัดเปิด เจ้าหน้าที่เข้าได้ ถึงค้นแล้วไม่เจอ ก็ถือว่า..โล่งใจ เพราะขืนเจอ สถานการณ์ก็อาจจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น แบบว่า ยอมตายเพื่อพ่อ จะก่อตัวขึ้นอีก

 

เตรียมฉาก เตรียมคน เตรียมใจ และ พอใจทุกฝ่าย ไว้พร้อมกันฉันนี้แล้ว จึงมีคำสั่งที่มองไม่เห็นให้ "สอง ส." คือ สมบุญกับสมชาย แต่งกายอย่างสุภาพ รัดประคดอกเรียบร้อย เกี่ยวก้อยกันเดินมาที่หน้าประตู ซึ่งเจ้าคุณสมศักดิ์ เจ้าคณะจังหวัด พร้อมด้วยดีเอสไอ รออยู่พร้อมหน้าพร้อมตาที่ด้านนอก (ในสภาพเตรียมตัวมาเรียบร้อยเช่นกัน เพราะดูคำตอบเดียวกันมาทั้งคืน แค่มองหน้าก็รู้ใจ) จากนั้น สมบุญ-สมชาย จึงประสานเสียง นับ 3-2-1 แล้วจึงเซฮัลโหล สวัสดีคร๊าบ กู๊ดมอร์นิ่ง (ฮาวอายู) แอมไฟน์ แต๊งส์กิ้ว  แอนด์ ยู๊ !

 

 

 

WELCOME ALL OF YOU TO DMC !

 

 

 

ควันหลง ! มีเสียงสนทนาแถวๆ ไทเป ถามว่า "หลงพ่อ ลื้อมาถึงที่นี่ได้อย่างไร" เสียงตอบเป็นสำเนียงจีนว่า "มอ ฉี่ ฉี่  ชิตัง เม"

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 10 มีนาคม 2560

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264