ล้างตา !

 

 

เทียบคุณสมบัติระหว่าง

 

เจ้าคุณอมร กับ เจ้าคุณเก๋น

 

ใครเก๋ากว่าใคร ในตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

 

 

 

 

 

 

พระราชปริยัติสุนทร (อมร) : พระราชภาวนาพิธาน (เก๋น)

 

 

 

 

 

บรรทัด ต่อบรรทัด

 

 

 

ชื่อ พระราชปริยัติสุนทร
(เจ้าคุณอมร)
อมรภิรักษ์ ปสนฺโน

พระราชภาวนาพิธาน
(เจ้าคุณเก๋น)
สิริวัฒน์ สิริวฑฺฒโน

เกิด 1 เมษายน 2499 14 เมษายน 2504
บวชพระ 10 กุมภาพันธ์ 2520   1 กรกฎาคม 2532
อายุ 61 56
พรรษา 40 28
การศึกษา น.ธ.เอก ป.ธ.4 ศษ.บ., กศ.ม. น.ธ.เอก พธ.บ. (2552)
ผู้ช่วยเจ้าอาวาส 2531 2545
ตำแหน่งปกครอง 2542 : เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา 2555 : รองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา
สมณศักดิ์ 2546 พระปริยัติกิจวิธาน

2559 พระราชปริยัติสุนทร

2550 พระพิมลภาวนาพิธาน (วิ)

2555 พระราชภาวนาพิธาน (วิ)

 

 

 

 

เมื่อเกิดปัญหาว่าด้วย "คุณสมบัติ" ของผู้ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีการเรียนไปยังสมเด็จพระสังฆราช อ้างว่า พระที่ได้รับการแต่งตั้งนั้น "คุณสมบัติไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง" พร้อมกันนั้น ทางผู้ร้อง ก็ได้ให้สัมภาษณ์ออกสื่อ ว่าต้องการให้พระ "อีกรูปหนึ่ง" ซึ่งก็อ้างว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมกว่า ได้ขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดแทน เพื่อให้คลายสงสัยว่า "ใคร" มีคุณสมบัติอย่างไร เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ในฐานะคนกลาง จึงขอนำเอา "คุณสมบัติ" ของสองเจ้าคุณ วัดโสธรวราราม มาเสนอต่อท่านผู้อ่าน เพื่อประกอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้

 

 

ตามข้อมูลข้างต้นนั้น เบื้องแรกเลย ต้องไปดูกันที่ "อายุ-พรรษา" แบบว่าใครแก่ใครอ่อนกว่ากัน เพราะนั่นจะเป็น "จุดแรก" ที่เริ่มนับ "ความอาวุโส" ในทางพระธรรมวินัย ซึ่งเราจะเห็นว่า เจ้าคุณอมร (พระราชปริยัติสุนทร) นั้น ท่านเกิดก่อนเจ้าคุณเก๋น (พระราชภาวนาพิธาน) ตั้ง 5 ปี และบวชพระก่อนอีกตั้ง 12 ปี เพราะเจ้าคุณเก๋นบวชพระเอาตอนอายุ 28 ปีแล้ว เรื่องอายุพรรษา ถือว่า "เจ้าคุณอมร" กินขาด

 

 

ด้านการศึกษา : ปรากฏว่า เจ้าคุณอมร จบทั้ง นักธรรมเอก บาลีประโยค ป.ธ.4 และปริญญาโท (กศ.ม.) ขณะที่เจ้าคุณเก๋น จบเพียงนักธรรมเอก และ พธ.บ. อันเป็นระดับปริญญาตรีเท่านั้น

 

 

ต่อไปก็เรื่อง "ตำแหน่งภายในวัด" คือตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ซึ่งเป็นการเริ่มนับ "อาวุโส" ในตำแหน่งพระสังฆาธิการของทั้งสองรูป ข้อมูลก็ระบุชัดว่า เจ้าคุณอมร ได้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ในปี 2531 ขณะที่เจ้าคุณเก๋นได้เป็นในปี 2545 เรียกว่าเริ่มรับราชการหลังเจ้าคุณอมรไปนานถึง 14 ปี เลยทีเดียว

ด้านหน้าที่การงาน : เจ้าคุณอมร เป็นเลขานุการเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 (เจ้าคุณเก๋นยังไม่บวชพระ) ตกปี 2531 จึงได้เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ก่อนเจ้าคุณเก๋นบวชตั้ง 1 ปี ถึงปี 2540 เจ้าคุณอมรก็ได้เป็น "เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา" และปี 2541 จึงได้เป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ก่อนจะขึ้นเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทราในปี 2542 และปี 2546 ก็ได้เป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ

 

 

ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เจ้าคุณอมร ได้เป็นครูใหญ่โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดโสธรวราราม จนกระทั่งปัจจุบัน ซึ่งในปี 2536 เจ้าคุณเก๋น เพิ่งเรียนจบ นักธรรมชั้นเอก ในนามสำนักเรียนวัดโสธรวราราม ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของพระอาจารย์ใหญ่ "เจ้าคุณอมร" นั่นเอง จะว่าเจ้าคุณเก๋นเป็นลูกศิษย์เจ้าคุณอมร ก็ว่าได้ไม่ผิด

 

 

ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา เจ้าคุณอมร ได้เข้าไปเป็นแกนนำ ในการขยายห้องเรียน มหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) ในวัดโสธร แบบว่ายกระดับวัดโสธรจากระดับมัธยมสู่อุดมศึกษา จนกระทั่งได้เป็น "ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์พุทธโสธร มจร. จังหวัดฉะเชิงเทรา" อย่างเต็มตัว มาจนกระทั่งปัจจุบัน กล่าวได้ว่า เจ้าคุณอมร เป็นนัมเบอร์วัน ในสายการศึกษาสงฆ์ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา หรือในภาคอีสานด้วยซ้ำไป จึงได้รับโปรดเกล้าฯ เลื่อนสมณศักดิ์เป็น "พระราชปริยัติสุนทร" บ่งความหมาย "ปริยัติสุนทร" ซึ่งแปลว่า "ผู้มีความดีงามด้านพระปริยัติธรรม" ตรงๆ เลย ซึ่งถ้าเทียบคุณสมบัติกับวัดอื่นๆ แล้ว เจ้าคุณอมรควรได้ขึ้นเป็นเจ้าคณะภาค 12 ด้วยซ้ำไป เพราะมีผลงานเอกอุ ดูอย่างพระในรุ่นใกล้เคียงกัน เช่น เจ้าคุณฤทธิ์ วัดตากฟ้า นครสวรรค์ ได้เป็นรองเจ้าคณะภาค 4 สมณศักดิ์ชั้นเทพ เจ้าคุณสุทัศน์ วัดโมลีโลกยาราม ได้เป็นพระเทพปริยัติโมลี ตำแหน่งรองภาค 9 เจ้าคุณอุทัย วัดสร้อยทอง เป็นรองภาค 11 แต่แค่ตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา" เจ้าคุณอมรยังไปไม่ถึง เป็นเรื่องแปลกแต่จริง ดูแต่หลวงตาประยงค์สิ จากหลวงตาแก่ๆ วัดท่าสะอ้าน ข้ามห้วยมากินวัดโสธร ไม่ถึงสิบปี ติดปีกเป็น "ชั้นธรรม" ไปแล้ว ถ้าเจ้าคุณอมรได้เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรในตอนนั้น ก็คงไม่ต่ำกว่าชั้นธรรมเป็นแน่

 

 

แน่นอนว่า "ตอนนั้น" คือในปี 2547 นั้น เจ้าคุณอมร ถือได้ว่ามีอาวุโสเป็น "อันดับที่สอง" รองจากเจ้าคุณสุดใจ (พระราชสิทธิวิมล-พระเทพสิทธิโสภณ) รองเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม และรองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีลำดับพระเถระในวัดโสธร ดังนี้

 

 

1. พระราชมงคลวุฒาจารย์ (สุธีร์ สุนฺทโร) อายุ 87 พรรษา 66 ตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม

 

2. พระราชสิทธิวิมล (สุดใจ กนฺตจารี) อายุ 73 พรรษา 48 ตำแหน่ง รองเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม

 

3. พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน) อายุ 50 พรรษา 29 ตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม

 

 

 

 

 

 

 

 

แต่แล้วปลายปี 47 ก็เกิดวิกฤติการณ์ขึ้นในวัดโสธร เมื่อ พระราชมงคลวุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธร ต้องมรสุมอย่างแรง เรื่องสร้างเขื่อนหน้าวัด พระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) วัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 12 กรรมการ มส. ถือโอกาสลงมาคุมสถานการณ์ จากนั้นจึงชงเรื่องให้ มส. "ปลดเจ้าอาวาสวัดโสธร" โดยอ้างว่า พระราชมงคลวุฒาจารย์ อายุมาก ทำงานไม่ไหว ส่งผลให้พระราชมงคลวุฒาจารย์ล้มป่วย และถึงแก่มรณภาพลง ณ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ.2551 แต่การเมืองเรื่องอำนาจในวัดโสธรก็ยังคงดำเนินต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

ในขณะเดียวกันก็มีกระแสข่าวว่า "มีการแซะเก้าอี้เจ้าอาวาสวัดโสธร โดยคนภายในวัด" ซึ่งสายตาทุกคู่จ้องไปที่ "เจ้าคุณสุดใจ-พระราชสิทธิวิมล" ในฐานะรองเจ้าอาวาส หากหลวงพ่อพระราชมงคลวุฒาจารย์มีอันเป็นไป เจ้าคุณสุดใจก็ต้องได้เป็นเจ้าอาวาส แต่เมื่อต้องคำครหาเช่นนั้น ถึงเจ้าอาวาสจะโดนปลดออกไป เจ้าคุณสุดใจก็ไม่กล้าเป็น ส่งผลให้ "เจ้าคุณเสนาะ" เจ้าคณะภาค 12 ต้องลงมารักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรเอง โดยเจ้าคุณสุดใจก็คงจะหวังใจอยู่ลึกๆ ว่า ถ้าสามารถเคลียร์ข้อครหาได้ ตัวเองก็คงจะได้ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรอย่างไร้ข้อครหา แต่ปรากฏว่าวาสนาไม่ถึง เพราะถึงวันที่ 8 กันยายน พ.ศ.2549 เจ้าคุณสุดใจก็ได้ถึงแก่มรณภาพกะทันหัน ส่งผลให้แคนดิเดทในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรตกอยู่แก่ "เจ้าคุณอมร" ในทันที

 

 

แต่เจ้าคุณเสนาะก็ยังคงรักษาการเรื่อยมา โดยไม่มีวี่แววว่าจะหาเจ้าอาวาสองค์ใหม่มาดำรงตำแหน่งอย่างเต็มตัว จนกระทั่งในปี 2552 เจ้าคุณเสนาะรักษาการวัดโสธรครบ 5 ปี ไม่มีสิทธิ์เป็นต่อไปอีก เพราะระเบียบกำหนดไว้แค่ 5 ปีเท่านั้น นั้นจึงเป็นการ "เปิดศึกยกใหม่" ในวัดโสธร เพราะเจ้าคุณเสนาะไม่ยอมปล่อยวาง

 

 

ดังกล่าวแล้วว่า เมื่อสิ้นเจ้าคุณสุดใจไปนั้น เจ้าคุณสมศักดิ์ (เปลี่ยนชื่อเป็นอมรภิรักษ์) ถูกจัดอยู่ใน "อันดับหนึ่ง" ซึ่งจะต้องได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ตามครรลองคลองธรรม แต่กลับปรากฏว่า เจ้าคุณเสนาะกับเจ้าคุณประยนต์ (พระธรรมปริยัติมุนี) เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราในสมัยนั้น ได้ไปนิมนต์ "เจ้าคุณประยงค์-พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์" จากวัดท่าสะอ้าน ตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอบางปะกง อายุ 84 ปี ให้ข้ามห้วยมาเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร ถึงตอนนี้แหละ ที่เจ้าคุณอมร พร้อมด้วยพระเณรส่วนใหญ่ในวัดโสธร ไม่ยินยอมให้เจ้าคุณเสนาะยึดวัดโสธร จึงตั้งป้อมค้าน โดยการนำพระภิกษุสามเณรไปประท้วงถึงห้องประชุม มส. ที่พุทธมณฑล เลยโดนเจ้าคุณเสนาะ "ชง มส." สั่งปลดระนาว เป็นกรณีประวัติศาสตร์ เพราะพระผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ถูกคำสั่งมหาเถรสมาคม "ปลด" พร้อมกันถึง 7 รูป แต่กลับปรากฏว่า บรรดาผู้ช่วยทั้ง 7 ไม่มีใครท้อ ต่างก้มหน้ารับคำสั่ง มส. กอดคอกับรับกรรมต่อไป โดยไม่มีใครหักหลังใคร ทุกคนยอมตายด้วยกัน !

 

 

ในช่วงที่เจ้าคุณเสนาะเข้ามารักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามนั้น เริ่มเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นหลายอย่าง ที่เห็นเด่นชัดก็คือ มีการนำเอา "กล้วยไม้" เข้ามาวางจำหน่ายภายในวัด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ซื้อไปบูชาหลวงพ่อโสธร โดยก่อนหน้านั้นทางวัดนิยมใช้ "ดอกบัว" และเป็นที่รู้กันดีว่า กล้วยไม้เจ้าใหม่นั้น มาจากสวนซึ่งเป็นเครือญาติของเจ้าคุณเสนาะ รักษาการเจ้าอาวาสนั่นเอง ถึงต่อมา หลวงตาประยงค์จะเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสแล้ว ก็ไม่เห็นพูดอะไร ปล่อยให้เสนาะกินไปเท่าไหร่ ทีนี้ เมื่อเจ้าอาวาสไม่พูด พระเณรอื่นๆ รูปไหนใครจะกล้า

(เจ้าคุณเสนาะ เป็นบุคคลที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์-เกี่ยว วัดสระเกศ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในสมัยนั้น ไว้วางใจที่สุด และเป็นทายาทในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศสืบต่อจากสมเด็จเกี่ยวด้วย โดยทั้งนี้ สู้กับเจ้าคุณเสนาะก็คือสู้กับสมเด็จเกี่ยว หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ดีๆ นี่เอง เห็นได้ชัดจากกรณี "ปลด 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร" ซึ่งสาธุชนได้เห็น ถึงจะสงสารน้ำตาไหล แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะเกรงอำนาจสูงสุดของทางสงฆ์)

 

 

สรุปว่า หลวงตาประยงค์ เมื่อได้เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร เพราะเจ้าคุณเสนาะ ก็ตอบแทนบุญคุณด้วยการเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ปล่อยให้กล้วยไม้เข้ามาแทนที่ดอกบัว

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณเก๋น ติดตามเจ้าคุณเสนาะ ไปช่วยงานที่วัดสระเกศ

 

 

 

และถ้าสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่า ในช่วงที่เจ้าคุณเสนาะเข้ามารักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรนั้น (พ.ศ.47-52) ต่อเนื่องมาจนถึงหลวงตาประยงค์เข้ามาดำรงตำแหน่ง ในปี 53 เรื่อยมาจนถึงปี 57 วัดโสธรมีดาวดวงใหม่เกิดขึ้น นั่นคือ พระครูเก๋น ได้เข้าไปถวายตัวรับใช้ใกล้ชิดเจ้าคุณเสนาะ โดยเฉพาะด้านนวกรรมการก่อสร้าง เป็นที่โปรดปรานของเจ้าคุณเสนาะ ได้เสนอให้พระครูเก๋นเป็นเจ้าคุณพระพิมลภาวนาพิธาน ในปี 2550 ตกปี 2555 ก็เลื่อนขึ้นเป็นชั้นราช ที่พระราชภาวนาพิธาน ควบตำแหน่ง "รองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา" อีกเก้าอี้หนึ่ง ซึ่งถ้าหากไม่มีอะไรพลิกผัน หมายความว่า ถ้าเจ้าคุณเสนาะยังมีอำนาจอยู่ถึงวันนี้ ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราก็แน่แช่แป้งว่าต้องเป็นของ "เจ้าคุณเก๋น" หนึ่งเดียวคนนี้ โปรดสังเกตด้วยว่า เวลาขึ้นดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดนั้น เจ้าคุณเก๋นก็มิได้ผ่านตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอมาก่อน จู่ๆ ก็พรวดขึ้นเป็นรองจังหวัดเลย

 

 

เรื่องสายสัมพันธ์ เมื่อหลวงตาประยงค์คนของเจ้าคุณเสนาะ ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธร และเจ้าคุณเก๋นก็เป็นคนโปรดของเจ้าคุณเสนาะ ทั้งสองจึงถือว่าสังกัดค่ายเดียวกัน เจ้าคุณเก๋นก็หนุนหลวงตาประยงค์ๆ ก็หนุนเจ้าคุณเก๋น เป็นปี่เป็นขลุ่ย ขณะที่เจ้าคุณอมรนั้นก็เป็น "คู่แข่ง" กับหลวงตาประยงค์ แถมยังนำเอาพระเณรออกมาคัดค้านผ่าน มส. มาก่อน มันคนละขั้วเห็นๆ

 

 

 

 

 

 

อีกด้านหนึ่งของแม่น้ำบางปะกง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรทั้ง 7 รูป นำโดยพระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) ที่ถูกคำสั่งพักงานนั้น ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานไปเรื่อยๆ ไม่เคยออกมาเรียกร้องอะไรอีก คงรอให้ผลกรรมตามทันใครบางคนเอง โดยเฉพาะเจ้าคุณอมรนั้น ได้ทุ่มเทให้แก่การศึกษา จนกระทั่งสำนักเรียนวัดโสธรทำสถิติสอบได้เป็น อันดับที่ 1 ของประเทศไทย ในปี พ.ศ.2553 ชนะแม้กระทั่ง "วัดพระธรรมกาย" อันยิ่งใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในประเทศ !

 

 

และแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง วันที่ฟ้าเปิด ภาษาอีสานเรียกว่า กบคายเดือน หรือราหูคายจันทร์

 

 

วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2556 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มรณภาพ เจ้าคุณเสนาะ-พระพรหมสุธี เจ้าคณะภาค 12 ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศแทน

 

 

กลางเดือนสิงหาคม พ.ศ.2557 เจ้าคุณเสนาะ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ สั่งยึดอำนาจการดูแลภูเขาทองของเจ้าคุณธงชัย (พระพรหมสิทธิ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 10 เลยเกิดมหกรรม "แฉสิ้นไส้" เจ้าคุณเสนาะ ไล่ตั้งแต่ภูเขาทองไปยันแม่น้ำบางปะกง อันตรายที่สุดก็คือ โกงเงินงานศพสมเด็จเกี่ยว ที่วัดสระเกศขอรัฐบาลมา 67 ล้านบาท แต่กลับมีรายการจ่ายที่ซ้ำซ้อน เข้าข่ายทุจริตเงินหลวง เป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความได้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง) ได้เข้าตรวจสอบ ก่อนจะส่งเรื่องให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ถ้าศาลรับฟ้อง เจ้าคุณเสนาะก็ต้องโดนจับสึก ผ้าเหลืองหลุด

 

 

เรื่องราวทั้งคาวและหวานของเจ้าคุณเสนาะมะรุมมะตุ้มอยู่นานหลายเดือน ตกวันที่ 14 มกราคม 2558มเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้ออกคำสั่ง "ปลด" เจ้าคุณเสนาะ ออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม หลังจากนั้น ตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดสระเกศ-เจ้าคณะภาค 12 - ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตสายต่างประเทศ" ก็หลุดเป็นยวง

 

 

ในปลายเดือนสิงหาคม 2557 เริ่มมีเสียง "ทวงความชอบธรรม" คืนให้แก่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ที่ถูกเจ้าคุณเสนาะสั่งพักงานอย่างไม่มีกำหนด

 

 

30 ต.ค. 57 มหาเถรสมาคม ได้พิจารณาอธิกรณ์ของผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ทั้ง 7 รูป ประกอบด้วย

 

 

1. พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์)

2. พระครูโสภณสรกิจ (วิรัตน์)

3. พระครูภาวนากิจพิลาส (บุญยิ่ง)

4. พระครูปริยัติปัญญาธร (ปรีดี)

5. พระครูศรีปริยัติวิมล (เอื้อ)

6. พระมหาปรีชา เตชวัณโณ

7. พระครูสุตภาวนาพิธาน (สันติภัทร)

 

 

โดยพระพรหมเวที (สนิท) วัดไตรมิตร เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้แจ้งแก่มหาเถรสมาคมว่า "บรรดาผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรทั้งเจ็ดรูป ที่ถูกพักงานมานานกว่า 3 ปีนั้น ถึงจะถูกสั่งพักงาน แต่ก็ยังคงสนองงานคณะสงฆ์ด้วยดีเสมอมา โดยเฉพาะทางด้านการศึกษา จึงเห็นว่าสมควรแก่โทษานุโทษ เพราะโทษที่กระทำไปนั้น เป็นความผิดไม่ร้ายแรง จึงเพียงแค่ตำหนิเท่านั้น" โดยทั้งนี้ มส. นอกจากจะนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรทั้ง 7 รูปแล้ว ก็ยังให้คืนเงินนิตยภัตย้อนหลังตั้งแต่เริ่มอีกด้วย

 

 

12 สิงหาคม 2559 วันแม่แห่งชาติ มหาเถรสมาคม ได้พิจารณา "ปูนบำเหน็จ" ให้แก่ พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์ ปสนฺโน ป.ธ.4 นธ.เอก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นที่ พระราชปริยัติสุนทร

 

 

20 กรกฎาคม 2560 มหาเถรสมาคม ได้พิจารณาเห็นชอบตามที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เสนอให้ "พระราชปริยัติสุนทร-อมรภิรักษ์ ปสนฺโน" วัดโสธรวราราม เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

 

ทีนี้ ถ้าเทียบ "คุณสมบัติ" และ "ผลงาน" ระหว่าง เจ้าคุณอมรภิรักษ์ กับ เจ้าคุณเก๋น แล้ว ย่อมจะเห็นได้ว่า เจ้าคุณอมรภิรักษ์กินขาด อาวุโสทั้งเรื่องอายุ พรรษา วิทยฐานะ ประสบการณ์ รวมทั้งผลงาน ไม่ว่าจะภายในและภายนอกวัด การที่เจ้าอาวาสวัดโสธรออกมาคัดค้านไม่ให้เจ้าคุณอมรขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดนั้น ถ้าไม่ใช่เพื่อให้เจ้าคุณเก๋นคนของตัวเองได้เป็นแล้ว ถามว่าเพื่ออะไร หลวงตาประยงค์พยายาม "ข้าม" คุณสมบัติของเจ้าคุณอมรไป เพราะเห็นว่าได้เปรียบเจ้าคุณเก๋นอย่างที่เรียกว่าทิ้งห่าง จึงหันไปอ้าง "มติ มส." ที่สั่งพักงานเจ้าคุณอมรแทน ทั้งๆ ที่ มส. ก็ย่อมจะรู้ดีกว่าหลวงตาประยงค์ด้วยซ้ำไป เพราะเป็นผู้สั่งพักงานและสั่งให้พ้นมลทินแก่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 แถมยังเลื่อนสมณศักดิ์ให้แก่เจ้าคุณอมรเมื่อปี 59 ที่ผ่านมาอีกด้วย

 

 

ถ้าจะอ้างว่า เจ้าคุณอมร ไม่เคยเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดมาก่อน จึงไม่เหมาะสมขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัด และเพราะมีเจ้าคุณเก๋นเป็นรองจังหวัดอยู่ก่อนแล้ว ดังนี้

แบบนี้ก็ต้องย้อนไปดูประวัติของเจ้าคุณเก๋นบ้าง ว่าตอนที่เจ้าคุณเสนาะหนุนให้ขึ้นเป็นรองจังหวัดนั้น ท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนหรือเปล่า เช่น เคยเป็นเจ้าคณะอำเภอมาก่อนหรือไม่ ก่อนจะข้ามหัวเจ้าคณะอำเภอทั่วจังหวัดขึ้นเป็นรอง แล้วอ้าง "อาวุโส" ตอนเริ่มเป็นรองจังหวัดนี่เอง  (ทำให้ได้เปรียบเจ้าคุณอมร) กล้าพูดได้ว่า เจ้าคุณเก๋นได้เป็นรองจังหวัด ก็เพราะอ้างว่า "ผู้ใหญ่เห็นชอบ" เหมือนกันแหละ มีใครเคยสอบได้เป็นเจ้าคณะจังหวัดบ้างล่ะ ?

 

 

และดูความจริงได้เลยว่า เจ้าคุณอมร เป็นเจ้าคณะอำเภอตั้งแต่ปี 42 แต่เจ้าคุณเก๋นไม่เคยเป็นอำเภอเลย พอถึงปี 55 จู่ๆ เจ้าคุณเก๋นก็กระโดดขึ้นเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเลย ข้ามอาวุโสเจ้าคุณอมร ซึ่งเป็นเจ้าคณะอำเภอมาก่อนตั้ง 13 ปี นี่คือความจริง ซึ่งเป็นสิ่งไม่ตาย ถ้าจะตั้งข้อหาว่า เจ้าคุณอมรข้ามเจ้าคุณเก๋น ก็เห็นจะต้องบอกว่า ก็เจ้าคุณเก๋นนั่นแหละตัวดี ข้ามหัวเจ้าคุณอมรเขาก่อน ตอนที่ตัวเองข้ามเขาก็เงียบ แต่พอถูกเขาข้ามมั่งก็โวยวาย แบบนี้นะหรือจะมาเป็นเจ้าคณะจังหวัด

 

 

พิจารณาตามน้ำตามเนื้อแล้ว คุณสมบัติของสองเจ้าคุณในจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในปัจจุบัน ท่านผู้อ่านผู้มีวิจารณญาณและมีใจเป็นธรรม ก็คงพอมองออกว่า พระรูปใด เหมาะสมสำหรับตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ?

 

 

บทส่งท้าย : ในเกมแห่งอำนาจนั้น มีได้ย่อมมีเสีย มีแพ้ย่อมมีชนะ ในเวลาที่เจ้าคุณเสนาะได้เป็นใหญ่ บรรดาพรรคพวกของเจ้าคุณเสนาะอยากได้อะไรก็ได้ แต่เวลานี้ไม่มีเสนาะแล้ว บรรดาผู้ที่เคยได้ก็ต้องทำใจ เหมือนกลุ่ม 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรเคยทำใจมาแล้ว การสู้นั้นก็ต้องมีกติกามารยาท และมีสปิริต ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองได้ และยินดีในสิ่งที่คนอื่นได้ จึงจะได้ชื่อว่ามีคุณธรรมน้ำใจอยู่บ้าง เจ้าคุณเก๋นเอง ก็อบรมวิปัสสนาผ่านมาแล้วมิใช่หรือ สมณศักดิ์ที่ได้ก็มี "วิ" ต่อท้ายด้วยทุกชั้น การันตีว่ามีความรู้ทางด้านกรรมฐานระดับครูบาอาจารย์ แต่แค่โลกธรรม 8 เหตุไฉนท่านยังไม่แจ้ง ?

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 29 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264