ห้ามสังฆราช !

 

 

ไพศาล พืชมงคล เห็นผิดแผน ส่งสัญญาณด่วน

 

อย่าเพิ่งให้สังฆราชวินิจฉัย

 

ในกรณีหนังสือร้องเรียนตั้ง จจ.ฉะเชิงเทรา

 

อ้างว่าเป็นแผนยึดอำนาจสังฆราช

 

เหมือนสมัยพระญาณสังวร !

 

 

 

 

 

 

 

 

อา..บบนี้ท่านเรียกว่า "ติดกับดักตัวเอง" ฮ่ะ เพราะว่าเรื่องมันเริ่มมาจาก "ฝ่ายตรงข้าม" กับกรรมการ มส. ซึ่งเขาก็ประชุมกันดีๆ ผ่านมติกันอย่างเงียบๆ แต่มีคนทำให้ไม่เงียบ เล่นกันลามปามถึงสมเด็จพระสังฆราชไปโน่น แบบว่าดึงฟ้าต่ำ พอเห็นท่าว่าจะได้ไม่คุ้มเสีย ก็เลยต้อง..พักรบ เอาไว้ก่อน

 

 

สิ่งที่ไพศาลเห็นว่า "เข้าอีหรอบเดิมกับธัมมชโย" ก็คือ "หลวงเสี่ยจำนงค์" วัดสัมพันธวงศ์ ธรรมยุตนอกคอกเพียงพระหน่อเดียว ในตำแหน่งโฆษกมหาเถร ได้ออกมาการันตี "มติ มส." เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่าการตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ถูกต้องทุกประการ แปลว่า แม้แต่พระสังฆราชก็แก้ไม่ได้ จะแก้ได้ไง ในเมื่อมันถูกต้องแล้ว สมทบด้วย "สมเด็จสนิท" วัดไตรมิตร ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ผู้มีอำนาจโดยตรง ก็ฟันธงชัดเจนว่า มตินี้ไม่มีปัญหา เห็นชัดว่า กรรมการ มส. ที่เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้นทั้งปวงนั้น สมานฉันท์กันดี ไม่มีใครเสียงแตกเลย แต่ถ้าสมเด็จพระสังฆราชไม่เอากับ มส. ก็อาจจะแยกพระองค์ไปเพียงลำพัง เหมือนสมเด็จพระญาณสังวรในอดีต นี่แหละ ไพศาลมองเกมทะลุไปไกล เลยรีบออกมาตะโกนบอกพวกเดียวกันว่า "อย่าเพิ่งขอให้พระสังฆราชทรงวินิจฉัย ไม่งั้นเข้าทางพวกนั้นแน่"

 

 

แต่วันสองวันที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า มีการตั้งเป้าเข้าเจาะมหาเถรสมาคมให้แตกเป็น 2 เสี่ยง โดยใช้วิธีการทุกรูปแบบ ตั้งแต่ให้สมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้กรรมการ มส. โดยแต่งตั้ง "ลาออก" โดยพร้อมเพรียงกัน แล้วทรงพิจารณาแต่งตั้งกรรมการใหม่เข้าไปแทนทั้งชุด ไปจนถึงการใช้ไฟแรง ให้นายกรัฐมนตรี ใช้ ม.44 "สั่งปลด" กรรมการ มส. โดยแต่งตั้งทั้งหมด แล้วเปิดทางให้สมเด็จพระสังฆราช ทรงตั้งกรรมการชุดใหม่เข้าไปแทนเช่นกัน นี่คือแผนรุกฆาตทางฝ่ายต่อต้านกรรมการ มส. สายธรรมกาย

 

 

ส่วนอีกฝ่ายก็มีแผนเด็ดเช่นกัน นั่นคือ รุกไล่ไข่ดาวของรัฐบาล อันได้แก่ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ให้จนตรอก เข้าวัดไม่ได้ เข้าประชุม มส. ก็ไม่ได้ จะมีรายการ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" จากสายธรรมกาย อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ตอนนี้ก็มีมติ มส. ให้พงศ์พรต้องทำรายงานชี้แจงเรื่องเงินทอนวัดและเงินพระปริยัติธรรมแล้ว ไล่พงศ์พรพ้น มส. ได้วันไหน ก็เท่ากับไล่รัฐบาล ไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการของ มส. ในวันนั้น ทางใครก็ทางมัน เป็นยุทธการ "แบ่งแยกแล้วปกครอง" อย่างชัดเจน

 

 

บังเอิญว่า มีมติ มส. เรื่องตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราออกมาพอดี ก็เลยเป็นชนวนชั้นดี ให้ฝ่าย "ไพศาล-พุทธะอิสระ-พงศ์พร" นำไปต่อกลอนถึงวัดราชบพิธ กะจะปลิดชีพกรรมการ มส. ฝ่ายธรรมกาย ให้ตายทั้งรัง แต่ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งรับเป็นแผง การจะดันพระสังฆราชให้ชนกรรมการ มส. ก็เลยต้องชะงัก เพราะมันจะได้ไม่คุ้มเสียดังกล่าว เรื่องตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา จึงมิใช่เป้าหมายใหญ่ แต่เป็นเพียงเหยื่อชิ้นเล็กๆ ที่วางไว้ล่อให้ใครติดกับ ถ้าเป้าหมายรู้ทันไม่ยอมตะครุบเหยื่อ ก็ต้องเปลี่ยนแผน เปลี่ยนเหยื่อไปเรื่อยๆ

 

 

ดังนั้น นอกจากเรื่องตรวจบัญชีวัดแล้ว วันนี้ ฝ่ายผู้มีอำนาจทางบ้านเมือง ก็ยังรุกเข้าไปถึงขั้นที่ว่า ต้องทำการ "ล้างบาง" กรรมการ มส. สายธรรมกาย ให้หมดไปจากพุทธมณฑล ส่วนว่าใครเป็นกรรมการ มส. สายธรรมกายบ้าง เขาเขียนชื่อใส่บัญชีธนาคารไว้หมดแล้วล่ะ รอคิดดอกเบี้ยทีเดียว รับรองว่าเกลี้ยงทั้งบัญชี ยิ่งกว่ายึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์

 

 

ที่สังเกตเห็นได้จากบทความของ "ไพศาล" ล่าสุด ก็คือ มีความพยายาม นำเอา "สมเด็จพระสังฆราช" ลงมาชนกับกรรมการมหาเถรสมาคม เพื่อหวังจะสร้างกระแสให้รัฐบาลจัดการ ใช้ ม.44 สั่งปลดกรรมการ มส. โดยแต่งตั้งทั้งชุด แต่ครั้นเห็นว่าไม่เป็นไปตามแผน ก็เลยตะโกนบอกกันลั่นทุ่งว่า "อย่าเพิ่งให้สังฆราชวินิจฉัย" ทำราวกับว่า สังฆราชเป็นคนใช้ของตัวเอง อยากจะร้องเรียนเมื่อไหร่ เรื่องอะไรก็ได้ อยากให้วินิจฉัยก็เร่งให้วินิจฉัย ไม่อยากให้วินิจฉัยก็บอกให้ไม่ต้องวินิจฉัย เห็นไส้เห็นพุงกันในวันนี้เอง ว่าใครกันที่..ดึงฟ้าต่ำ !

 

 

ว่าโดยภาพรวมของสถานการณ์วันนี้ก็คือ น่าจะมีการประนีประนอมทั้งสองฝ่าย คือ ฝ่ายนอก มส. ก็คงปล่อยให้มติ มส. แต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรามีผลไปก่อน เพราะยังไงก็ต้องเอาพงศ์พรไว้ก่อน ไม่งั้นโดนพระไล่พ้นพุทธมณฑลแน่ ถึงตอนนั้นจะเอาใครไปตรวจบัญชีวัด ส่วนฝ่ายกรรมการ มส. ก็คงจะยอมอ่อน ไม่รุกราน "พงศ์พร" เหมือนที่ขู่เอาไว้ เพราะเล่นพงศ์พรก็เท่ากับเล่นบิ๊กตู่ซึ่งมี ม.44 อยู่ในมือ สามารถโละกรรมการ มส.ได้ มันก็ไม่คุ้ม สุดท้าย เกมจึงต้องออกที่..คุมเชิง กันต่อไป

 

 

 

 

 

ไอ้เสือถอย..!

 

ไพศาล พืชมงคล
กุนซือ
ของฝ่ายตรงข้ามกับธรรมกาย

 

 

 

 

 


เมื่อครั้งสมเด็จพระญาณสังวรฯ

 

 

มีการกบฏต่อพระบัญชาที่ให้สึกธัมมชโย ที่มีพระวินิจฉัยว่าเป็นปาราชิก ทรงมีพระลิขิตให้จัดการเรื่องนี้ถึง 3 ฉบับ


พวกนั้นอ้างว่า

 

1. ไม่ใช่พระบัญชาไม่มีผลตามกฎหมายแต่เป็นแค่พระลิขิต

 

2. เป็นพระลิขิตปลอม (ตอนนี้ทรงมีพระลิขิตออกมาถึง 3 ฉบับ)

 

3. ให้เจ้าคณะตำบลไปสอบธัมมชโยก่อน

 

(หลังจากนั้น สมเด็จพระสังฆราช จึงมีพระลิขิต เป็นฉบับที่ 4 ว่า ต่อไปนี้จะไม่ทรงเข้าประชุม และไม่ทรงเสวนาด้วยตลอดพระชนม์ชีพ)

 

4. ขอเลื่อนสมณศักดิ์ให้ธัมมชโยทั้งที่เป็นปาราชิก อ้างว่าทำตามขั้นตอน แล้วไม่เข้าไปรับพระราชทาน แต่เอาไปมอบให้ธัมมชโยถึงที่ พร้อมกับข่าวมอบพระพุทธรูปทองคำ 1 ตันตอบแทน

 

5. เกือบทั้งก๊วนร่วมงานรับเงินจากธัมมชโย รับรองว่าธัมมชโยสอนถูก จนถึงวันนี้ชัดเจนว่า เป็นการลวงโลกขายสวรรค์ฉิบหายกันทั้งเมือง คนเฒ่าคนแก่ข้าราชการบำนาญถูกโกงทั้งเมืองจนมีคดีเกือบพันเรื่องฉิบหายกันหลายหมื่นล้าน

 

6. สมคบกับพวกหัวดำหัวโด่ ยึดอำนาจสมเด็จพระสังฆราช ในขณะที่พระองค์กำลังประทานรางวัลแก่เด็กนักเรียน ในโบสถ์วัดบวร

 

7. โกหกใส่ร้ายว่า สมเด็จพระสังฆราชประชวรหนัก ทรงงานไม่ได้ ทั้งที่ทรงแข็งแรงทรงงานได้ (ทรงประชวรภายหลัง) ดังเช่น พล.อ.ชวลิต ขอพระกรุณาช่วยตรวจสอบหนังสือวิมุตตะมิติ เพื่อพิมพ์ถวายเป็นพระราชกุศล ครั้งทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี หนังสือนี้ยาวมาก เป็นเรื่องหนักมาก ขนาดสมเด็จพระมหาวีรวงศ์วัดชนะ ตอนนั้นท่านบอกว่า "หนังสือหนักมากต้องสมเด็จญาณจึงตรวจได้" สมเด็จพระสังฆราชทรงใช้เวลาตรวจถึง 60 วัน ก็ทรงอนุโมทนาและทรงประทานพระวรธรรมคติ หนังสือนี้ผมเป็นผู้เขียน ผมจึงยืนยันได้ว่าทรงแข็งแรงทรงงานได้ เรียกว่าปล้นพระอำนาจกันกลางแดด

 

8. ครั้นสมเด็จพระญาณสังวรฯสิ้นพระชนม์ ก็วางแผนลักหลับกลางดึก จากนั้นก็ลงมติตั้งสังฆราชกันเฉย และว่าจบแล้วอ้างว่านายกเป็นแค่ไปรษณีย์ ต้องลงนามกราบบังคมทูลแต่งตั้งอย่างเดียว

 

9. คราวนั้นผมสวนทางโซเชี่ยลนี่แหละว่า นายกไม่ใช่ไปรษณีย์ และเตือนอย่าเอามติผิดกฎหมายไปทูลเกล้า เรื่องจึงชะงักจนแผนร้ายพังพินาศวายวอด

ทำได้ถึงขนาดนี้ กับแค่ตั้งเจ้าคณะจังหวัดก็สบายบรื๋อ มันไม่ใช่แค่เรื่องตั้งเจ้าคณะจังหวัด ซึ่งผมไม่สนเรื่องแย่งอำนาจระดับนี้ แต่นี่มันเป็นเรื่องแผนร้ายแผนเดิม  แผนก๊วนเดิมใช้ข้างมากยึดอำนาจสมเด็จพระสังฆราช ซ้ำรอยเดิมที่เริ่มอีกแล้ว

 

คราวนี้เป็นตายประชาชนไม่ยอมเด็ดขาด ผิดชอบชั่วดีเห็นกันอยู่ชัดๆ อย่าบังคับใจประชาชนให้ทำเรื่องที่ไม่อยากทำเลย


อย่าปล่อยให้พวกเหล่านี้ปล้นพระอำนาจสมเด็จพระสังฆราชซ้ำอีกเลย

สังฆมณฑล เศร้าหมองมานานกว่า 12 ปีแล้ว ก็แค่รัฐมนตรีกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้กรรมการมหาเถรที่ตั้งกันเองออกจากตำแหน่ง เพื่อให้สมเด็จพระสังฆราชทรงตั้งกรรมการที่เหมาะสมถูกต้อง เป็นกรรมการแทน แล้วรัฐมนตรีลงนามสนองพระบัญชา การบริหารจัดการมหาเถรสมาคม ก็จะเป็นที่ตั้งของความเชื่อถือศรัทธาสืบไป

 


นำพาประเทศชาติศาสนากันบ้างสิครับ

 

 

 

 

ไพศาล พืชมงคล

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊ค ไพศาล พืชมงคล : 29 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264