มติ มส. ถูกต้อง !

 

 

กรรมการ มส. ธรรมยุต-มหานิกาย ประสานเสียง

 

ทุกอย่างโปร่งใส ไม่ต้องทบทวน !

 

 

 

 

 

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตร

 

เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กับเผือกร้อน..วัดโสธรวราราม

 

"เดี๋ยวอาตมาจะไปกราบทูลพระสังฆราชเอง"

 

 

 

 

 

 

พระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) วัดสระเกศ

 

เจ้าคณะภาค 10 แต่คุมภาค 12 โดยพฤตินัย

กับขุมทรัพย์มหาศาล..วัดโสธรวราราม

 

 

วัดสระเกศภูเขาทองก็รวยอู้ฟู่ ได้หลวงพ่อโสธรมาครองอีก ก็ยิ่งรวยล้นฟ้า รวยมากเกินไปเลยกลายเป็นเป้าโจมตี หรือนี่จะเป็น..ทุกขลาภ ได้ลาบแล้วไม่มีข้าวเหนียว ก็อาจจะมีปัญหา อาหารไม่ถูกปาก ฮา..!

 

 

 

 

 

พระเทพรัตนมุนี (เจ้าคุณสุรชัย) วัดสระเกศ

 

เจ้าคณะภาค 12 แต่ไม่มีอำนาจ เพราะอำนาจเจริญนั้นอยู่ในภาค 10

 

 

 

 

 

 

พระธรรมมังคลาจารย์ (หลวงตาประยงค์) เจ้าอาวาสวัดโสธร

 

ไม่เกี่ยวกับเจ้าคณะจังหวัด แต่ออกหน้าร้องเรียนแทนเจ้าคุณเก๋น เด็กปั้น ซึ่งหมายใจจะให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรสืบต่อจากตน แต่ถ้าตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดหลุด เจ้าอาวาสวัดโสธรก็ต้องหลุด หลุดเป็นพวง ดังนั้น งานนี้จึงต้องลงทุน..ขวางทั้งตัว กลัวคนอื่นเอาไปกิน !

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณสมศักดิ์ (อมรภิรักษ์) VS เจ้าคุณเก๋น

 

สองผู้ช่วยวัดโสธร กำลังเป็นม้าแข่งชิงเมืองแปดริ้ว

ใครจะเข้าป้าย ใครจะจอดป้าย วันที่ 31 กรกฎาคม ศกนี้ หวยออก

 

 

 

 

 

เจ้าคุณสุรชัย ถวายอำนาจแก่ เจ้าคุณธงชัย เจ้าอาวาสวัดสระเกศ

 

 

 

 

 

อา..สงครามตัวแทนกำลังโรมรันกันมะรุมมะตุ้ม เพราะเจ้าของ "อำนาจตัวจริง" ในเขตภาค 12 นั้น เก็บตัวเงียบ ที่ว่านี้ได้แก่ พระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) ในฐานะเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นเจ้านายของเจ้าคุณสุรชัย (พระเทพรัตนมุนี) เจ้าคณะภาค 12 ก่อนจะเสนอชื่อใครไปเป็นอะไร เจ้าคุณสุรชัยก็ต้อง "นำเข้าเครื่องกรอง" ผ่านมือเจ้าอาวาสวัดสระเกศเสียก่อน ไม่งั้นจะอยู่ไม่ได้

 

 

เจ้าคุณธงชัย จึงถือว่าเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดระดับชี้เป็นชี้ตาย ในกระบวนการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราในวันนี้ เจ้าคุณสุรชัยนั้นเป็นเพียง "เด็กส่งหนังสือ" ก็ทำนองเดียวกับ "มหาสายชล" เจ้าคณะภาค 1 นั่นเอง ขนาดจะมอบตราตั้งเจ้าคณะเขตก็ยังไม่กล้า ต้องวิ่งไปวัดสามพระยา "กราบเท้า" เจ้าคุณเอื้อน ขอให้เมตตามามอบแทน ฉันใดก็ฉันนั้น กระบวนการ "เอาเด็กในคาถาเข้ามารักษาอำนาจแทน" ในวงการสงฆ์นั้น เขาใช้กันมานาน นานจนเป็นประเพณี

 

 

แต่วันนี้ เค๊กมันชิ้นใหญ่ ระดับ "วัดรวยที่สุดในประเทศไทย" มิใช่ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งมีแค่แม่น้ำบางปะกง แต่สำคัญมันอยู่ที่ "วัดหลวงพ่อโสธร" ซึ่งรวยหมื่นล้าน ใครได้ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดไปครอง ก็เตรียมคั่วตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรเป็นอันดับต่อไป แบบว่า กินแดงแล้วก็กินดำ ตามสูตรกินรวบของบิลเลียด

 

 

 

ปัญหามันมาถึง 2 ประเด็นหลัก ก็คือว่า

 

 

1. พระธรรมมังคลาจารย์ (ประยงค์ ปิยวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดโสธร เป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียนสมเด็จพระสังฆราช อ้างว่า มติมหาเถรสมาคม วันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรม เพราะตั้งให้พระราชปริยัติสุนทร (เจ้าคุณอมรภิรักษ์ ชื่อเดิม สมศักดิ์) เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ขึ้นเป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ข้ามหัวเจ้าคุณเก๋น (พระราชภาวนาพิธาน) ซึ่งดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดอยู่ก่อนแล้ว แต่ก่อนจะเข้าสู่เนื้อหาของหนังสือร้องเรียนนั้น ถามว่า หลวงตาประยงค์ มีความเกี่ยวข้องอะไรกับตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะตัวเองมิได้เป็นตัวเก็ง หรือผู้สูญเสียผลประโยชน์ในเรื่องดังกล่าว กล่าวทาง "เจ้าคุณเก๋น" ซึ่งเป็นผู้เสียหายโดยตรง กลับไม่ยอมออกหน้า แบบว่าใช้ตัวแทน

 

 

2. หลวงตาประยงค์ เมื่อจะเล่นเกมตีรวน "มติ มส." ที่เคยตั้งตัวเองเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรท่ามกลางการประท้วงของพระเณรวัดโสธร "เกินครึ่งวัด" มาแล้ว ถ้าทำตามขั้นตอน ก็ต้องยื่นหนังสือที่ "เจ้าคณะภาค 12" ที่วัดสระเกศ หรือไม่ก็ที่ "เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก" ที่วัดไตรมิตร แต่หลวงตาก็ไม่ธรรมดา แบบว่าเป็นมวยลีลาแพรวพราว ช่วงชกก็ยาว วิ่งไปยื่นหนังสือที่วัดราชบพิธ ร้องเรียนสมเด็จพระสังฆราช ให้ทรงใช้อำนาจอันสูงกว่ากรรมการ มส. มาวีโต้มติ มส. ครั้งดังกล่าว เล่นเอาอีกฝ่ายโกรธแทบตาย แต่ก็..พูดไม่ออก

 

 

ทีนี้ว่า ถ้ากรรมการ มส. ที่เคยลงมติไปนั้น ยินยอมทบทวนและกลับมติเสียใหม่ ตามที่มีผู้ร้องเรียน เรื่องก็คงสงบโดยไว แต่มันไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะถ้าไม่เอาเจ้าคุณอมรฯ ก็ต้องเป็นเจ้าคุณเก๋น ซึ่งเป็นเด็กสายเจ้าคุณเสนาะ ถามว่าใครจะยอม ใครยอมก็ทั้งโง่ทั้งบ้า อย่ามาเล่นการเมืองให้เสียประวัติเลย แต่ถ้ากรรมการ มส. ที่มีอำนาจในฝ่ายมหานิกาย ยังคงยืนกระต่ายขาเดียว จะเอาเจ้าคุณอมรเป็นเจ้าคณะจังหวัด สมเด็จพระสังฆราชก็ทำอะไรไม่ได้ คล้ายกับกรณีธรรมกาย แต่มันจะบานปลายไปถึงว่า สมเด็จพระสังฆราช จะทรงน้อยพระทัย ไม่เข้าประชุม มส. อีก เหมือนสมเด็จพระญาณสังวรในอดีต พอทรงไม่เข้าประชุม มส. นานเข้า มส. ที่เหลือก็จะอุปโลกน์ "ตั้งกันเอง" ขึ้นเป็นประธานการประชุม แล้วทีนี้ก็จะผ่านมติ มส. ออกมาอย่างชอบธรรม เพราะใน พรบ.คณะสงฆ์ ก็ระบุว่า ถ้าสมเด็จพระสังฆราช ไม่เสด็จเข้าประชุม และมิได้บัญชากรรมการ มส. รูปใด เป็นประธานแทน ให้สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เป็นประธานการประชุม มส. แทน ถือว่าโดยชอบธรรม

 

 

กล่าวทาง "เจ้าคุณธงชัย" เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้านายของเจ้าคุณสุรชัย เจ้าคณะภาค 12 ซึ่งเป็นผู้ "ชี้ขาด" ในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราและเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ปรากฏว่า ข่าวดังกระหึ่มมา 2-3 วันแล้ว เจ้าคุณธงชัย ยังเก็บตัวเงียบ ไม่มีทั้งภาพและเสียง ปล่อยให้ "เจ้าคุณจำนงค์" กรรมการ มส. สายธรรมยุต วัดสัมพันธวงศ์ ออกมาพูดแทน อีกทางก็นิมนต์ "สมเด็จสนิท" วัดไตรมิตร ให้ออกความเห็น ก็เป็นเรื่อง "สงครามตัวแทน" เช่นกัน มันเลยไม่รู้ว่าใครหมู่ใครจ่า เพราะว่าใช้ตัวแทน ดังนี้แหละ

 

 

แต่ถึงจะใช้บ๋อย ใช้สตั๊นแมน หรือสวมหน้ากากนักร้องยังไง สุดท้าย ตัวจริงก็ต้องปรากฏตัว รอเพียงการประชุม มส. ครั้งต่อไป ให้มาถึงเท่านั้น ถึงเวลานั้น แม้แต่ "หน้ากากทุเรียน" ก็ยังต้องเปิด แต่เปิดแล้วจะสวยเหมือนเสียงร้องหรือไม่ ใครเป็นแฟนคลับใครก็ รอเชียร์รอลุ้นกันเอาเองฮ่ะ หน้าจอ !

 

 

 

 

 

เจ้าคุณจำนงค์ พระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศ์

 

ตำแหน่งโฆษกมหาเถรสมาคม ตัวจริงเสียงจริง

 

 

 

เพิ่งออกมาพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะทางสำนักพุทธฯไม่ยอมแถลง แต่คนเขาไม่อยากเชื่อ "หลวงเสี่ยจำนงค์" สักเท่าไหร่ เพราะครั้งก่อนแกก็แถล..เอ๊ย แถลงว่า ธัมมชโยไม่ผิด !

 

มหาเถรสมาคมยันตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราถูกต้อง อธิกรณ์ที่ร้องเรียนสิ้นสุดแล้ว

กรณีที่ประชุมมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบตามที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรฯ ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เสนอขอแต่งตั้ง พระราชปริยัติสุนทร (อมรภิรักษ์ ปสันโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม เจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา

 

โดยที่ประชุมมหาเถรฯ มีมติเห็นชอบตามที่มีการเสนอ ต่อมามีรายงานแจ้งว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะเลขาธิการมหาเถรฯ มีหนังสือกราบทูล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เพื่อให้ทรงวินิจฉัยและขอโปรดมีพระบัญชา เนื่องจาก พระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 มีลิขิตถึงสำนักพุทธฯ ขอให้พิจารณาอธิกรณ์พระราชปริยัติสุนทร เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลายประการ

 

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด หนังสือกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช ถึงสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นำขึ้นกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช เพื่อทรงทราบ ก่อนที่สมเด็จพระสังฆราช จะมอบหนังสือกราบทูลดังกล่าว ให้สำนักเลขาฯส่งมอบไปที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ทำเรื่องชี้แจงกรณีแต่งตั้งพระราชปริยัติสุนทร เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ให้ผู้ทำหนังสือกราบทูล รับทราบข้อเท็จจริงต่อไป

 

พระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะโฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวว่า กรณีอธิกรณ์ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามทั้ง 7 รูป จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศ มรณภาพ ต่อมาที่ประชุมมหาเถรฯ จึงตั้งให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ซึ่งท่านเห็นว่าอธิกรณ์เนิ่นนาน จึงเสนอมหาเถรฯ คืนตำแหน่งแก่พระที่ถูกสอบทั้งหมด พระทั้งหมดจึงพ้นอธิกรณ์ ในการประชุมมหาเถรฯ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. 2557

 

ตามรายงานการประชุมมหาเถรสมาคมในครั้งนั้น เรื่องการคืนหน้าที่ให้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามทั้ง 7 รูป 1 ในนั้น คือ พระราชปริยัติสุนทร เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ พระปริยัติกิจวิธาน แล้ว ตามที่ พระพรหมเวที (สมณศักดิ์สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ในตอนนั้น) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้ชี้แจงถึงประเด็นการพิจารณาแล้วว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูปได้ดำเนินการต่อต้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ซึ่งถือว่าละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ แต่มีความผิดไม่ร้ายแรง จึงเป็นการลงโทษเพียงแค่ตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น ซึ่งการพักการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ ทั้ง 7 รูป ตั้งแต่ปี 2553 นานเกินกว่า 3 ปีนั้น ถือว่าสมควรแก่เวลาแล้ว

 

ประกอบกับผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป ถึงแม้จะถูกพักการปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส แต่ยังคงปฏิบัติงานของคณะสงฆ์ในวัดโสธรฯ และสร้างประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการศึกษาสงฆ์ ดังนั้น เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก จึงเห็นว่า สมควรที่จะคืนหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ พร้อมกับถวายค่านิตยภัตย้อนหลังให้ทั้ง 7 รูป เป็นเวลา 5 ปี โดยทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรชี้แจงแก่เจ้าคณะจังหวัดต่อไป

ดังนั้น เรื่องการตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้เสนอตามกฎมหาเถรฯ คือ เจ้าคณะภาค 12 เสนอผ่านเจ้าคณะหนตะวันออก เห็นว่ามีคุณสมบัติจึงเสนอมหาเถรฯ ขั้นต่อไปคือ สำนักพุทธฯ ทำพระบัญชากราบทูลสมเด็จพระสังฆราช ลงพระนามแต่งตั้งตามมติมหาเถรฯ จึงไม่มีขั้นตอนใดผิด

 

พระพรหมเมธี กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะโฆษกมหาเถรสมาคม กล่าวต่ออีกว่า การคัดค้านมติมหาเถรสมาคมที่แต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ยังมีการยกอ้างเหตุผล คือ สมเด็จพระสังฆราชไม่ได้ทรงเข้าประชุมด้วย และเป็นการแต่งตั้งแบบข้ามหัวนั้น

 

ขอชี้แจงว่า การประชุมทุกครั้งสมเด็จพระสังฆราชไม่จำเป็นต้องเข้าประชุม ด้วยบางครั้งสมเด็จพระสังฆราช มีกรณียกิจอื่นที่จำเป็นและสำคัญ ก็จะมีสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสตามลำดับปฏิบัติหน้าที่แทน ดังมีในระเบียบมหาเถรฯ ส่วนการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดหรือรองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาคเสนอไม่ใช่สมเด็จพระพุฒาจารย์เสนอเอง ท่านทราบดีและปฏิบัติถูกต้อง และการตั้งเจ้าคณะจังหวัดนั้น

 

1) เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดนั้น ไม่ต่ำกว่า 2 ปี หรือ

 

2) เป็นเจ้าคณะอำเภอในจังหวัดนั้น ไม่ต่ำกว่า 4 ปี หรือ

 

3) เป็นพระราชาคณะสามัญ คณาจารย์โทหรือจบ ป.ธ.6 อย่างใดอย่างหนึ่ง คือ จะมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งก็ได้

 

ด้านสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เปิดเผยว่า หนังสือกราบทูลสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ส่งมาถึงเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก อาตมายังไม่ได้รับหนังสือแต่อย่างใด แต่ข้อเท็จจริงเรื่องการแต่งตั้งพระราชปริยัติสุนทร เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น ถือว่าทำตามกฎระเบียบมหาเถรฯ เป็นไปตามข้อบังคับและคุณสมบัติครบถ้วนทุกประการ

 

การแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราครั้งนี้ จึงถูกต้องสมบูรณ์ ดังนั้น ข้อกล่าวหาแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดไม่ถูกต้องตามกฎมหาเถรฯ จึงไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ซึ่งเรื่องนี้อาตมาคงจะเข้าไปกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช ให้ทรงทราบ ในการประชุมมหาเถรฯ วันจันทร์ที่ 31 ก.ค.นี้ ต่อไป

 

 

 

ที่มา : ข่าวสด : 28 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264