ชี้โพรงกระรอก !

 

วิษณุบอก สังฆราช สั่งทบทวนมติ มส. ได้

 

ไม่ต่างจากมติ ครม. !

 

 

 

 

อา..ถ้างั้นก็ต้องดู "อำนาจหน้าที่" ของ มส. ว่าเหมือน ครม. ไหม ? เพราะท่านรองวิษณุบอกว่า "มส. ก็เหมือน ครม." เช่นว่า ครม. มีผู้นำสูงสุดแบบสมเด็จพระสังฆราชไหม และรัฐมนตรีนั้นมีฐานะเหมือนกรรมการมหาเถรสมาคมหรือไม่ ไล่ไปจนถึงแม่บทกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับ มส. ซึ่งมีอำนาจทั้งด้าน "บริหาร-นิติบัญญัติ-ตุลาการ" ในองค์กรเดียวกัน โดยไร้การถ่วงดุล ดังนั้น องค์กรอื่นๆ เช่น คณะรัฐมนตรี หรือแม้แต่ศาลฎีกา ก็ไม่มีอำนาจในการวินิจฉัย "สั่งการ" มหาเถรสมาคม

 

 

แต่ก็ดังที่ท่านรองวิษณุว่า คือว่า มหาเถรสมาคม ย่อมจะมีอำนาจในการ "ทบทวนมติ" ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นด้านลบหรือด้านบวก ด้านบวกก็คือ อาจจะเสริมหรือเพิ่มเติมมติที่ออกไปแล้วให้ดียิ่งขึ้น ส่วนด้านลบก็คือ อาจจะ "ยกเลิก เพิกถอน เปลี่ยนแปลง แก้ไข" ในมติที่เคยออกไปแล้ว ถึงแม้ในกรณีหลังนี้จะเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งก็ตาม แต่ตามหลักกฎหมายก็ถือว่า ทำได้

 

 

ส่วนสมเด็จพระสังฆราชนั้น ท่านรองก็พูดถูกที่ว่า "พระองค์ทรงมีพระอำนาจในระดับหนึ่ง" ใช้ภาษาอังกฤษก็คือว่า "Limited" คือทรงมีอำนาจในฐานะ "ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม" มิได้มีอำนาจเดี่ยวๆ เหมือนประธานาธิบดีแต่อย่างใด ดังนั้น การจะใช้พระสังฆราชอำนาจจึงต้อง "ใช้ผ่าน" มหาเถรสมาคม ซึ่งการจะใช้ผ่านนั้นก็ต้องผ่าน "ห้องประชุม" มหาเถรสมาคมอีกด้วย จึงจะถือว่าชอบธรรม

 

 

นั่นหมายความว่า ในการประชุม มส. ครั้งหน้า สมเด็จพระสังฆราช (โดยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช หรือเลขาธิการมหาเถรสมาคม) อาจจะนำเอาคำร้องเรียนเกี่ยวกับมติ มส. ที่เห็นชอบให้แต่งตั้ง "เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา" ตามการเสนอของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยาราม ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกและกรรมการมหาเถรสมาคม เข้าสู่ที่ประชุม มส. เพื่อให้ มส. พิจารณา อีกครั้ง

 

 

ถ้าผลการพิจารณายังออกมา "เหมียนเดิม" เสียงคัดค้านก็ต้องตกไป แต่ถ้ามีการเปลี่ยนมติเสียใหม่ ต่อไป ก็จะมีเรื่องร้องเรียนมหาเถรสมาคมเพิ่มมากขึ้น เพราะบอกแล้วไงว่า ร้อยวันพันปี ไม่เคยมีใครคัดค้านมหาเถรสมาคมสำเร็จ แต่ถ้าทำสำเร็จ ก็จะกลายเป็นกรณีตัวอย่าง เป็นช่องขนาดใหญ่ให้ผู้ที่เห็นต่าง สามารถคัดค้าน "มติ มส." ได้ แต่ก็มีข้อแม้ด้วยว่า "ต้องร้องเรียนผ่านสมเด็จพระสังฆราช" เท่านั้น จึงจะสามารถ "วีโต้" มหาเถรสมาคมได้ นั่นหมายความด้วยว่า ต่อไป ใครต่อใคร ก็จะแห่กันไปร้องเรียนสมเด็จพระสังฆราชๆ ก็จะกลายเป็น "ศูนย์ร้องทุกข์" ของคณะสงฆ์ไทย ไปโดยปริยาย บทบาทที่เปลี่ยนไปก็จะทำให้ฐานะเปลี่ยนไปด้วย

 

 

ส่วนเรื่องวัดโสธรและจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น เมื่อตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดถูกคัดค้านสำเร็จ ก็หมายถึงว่า ทั้งจังหวัดฉะเชิงเทราและวัดโสธรวราราม ตกอยู่ภายใต้บารมีของฝ่ายตรงกันข้ามกับผู้มีอำนาจในมหาเถรสมาคม คือเจ้าคณะภาคและเจ้าคณะหน จะเกิดภาวะตึงเครียด ดื้อยา ว่าไม่ฟัง เจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสวัดโสธรจะเข้าหาผู้มีอำนาจสูงกว่าไม่ติด ผู้มีอำนาจสูงกว่า เมื่อบังคับบัญชาเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราและเจ้าอาวาสวัดโสธรไม่ได้ ก็จะใช้วิธีสั่งการ "ผ่าน" คนของตัวเอง ซึ่งไว้วางใจในพื้นที่แทน

 

 

นี่อาจจะเป็น "โสธรโมเดล" ที่วัดต่างจังหวัด ประกาศตัวเป็นอิสรภาพ ไม่ขึ้นต่อนโยบายของเจ้าคณะผู้ปกครองในส่วนกลาง เพราะคงมองแล้วว่า วัดโสธรรวยที่สุดในประเทศไทย ไม่ต้องง้อหรือพึ่งพามหาเถรสมาคม ก็อยู่ได้สบาย วัดอื่นๆ ทั่วไทย เมื่อเห็นวัดโสธร "ประกาศอิสรภาพได้" ก็เตรียมตัวประกาศมั่ง เพราะจริงๆ แล้วก็ไม่มีใครอยากอยู่ใต้อำนาจของ "พระบ้านนอกที่ไปอยู่กรุงเทพฯ" สักเท่าไหร่ ก็รู้เห็นกันอยู่ว่า พระกรุงเทพไม่มี มีแต่ "พระบ้านนอกที่ไปอยู่กรุงเทพ" เท่านั้น แล้วจะไปขึ้นทำไมให้เสียเวลา กระจายอำนาจดีกว่า ถูกหลักการปกครองด้วย

 

 

เรื่องนี้มองยังไงก็ไม่เป็นผลดีต่อการบริหารของมหาเถรสมาคม แต่มันได้ใจ มันสะใจ บรรดาผู้มีไม่ค่อยชอบกรรมการมหาเถรสมาคม เพราะมีอำนาจ "ผูกขาด" มานานแสนนาน ยิ่งมหาเถรสมาคมรวนเรมากเท่าใด พวกก็ยิ่งสะใจมากขึ้นเท่านั้น แถมถ้าสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งทรงเป็นธรรมยุต ใช้อำนาจเข้าวีโต้มติในฝ่ายมหานิกาย ต่อไป มหานิกายก็จะจ้องใช้อำนาจวีโต้ในฝ่ายธรรมยุตบ้าง ต่างตอบแทน เพราะที่ผ่านๆ มานั้น เขาแบ่งกันปกครอง สายใครสายมัน จึงอยู่กันด้วยดี ถึงจะมี "สองพรรค" ในรัฐบาลเดียวกัน แต่ถ้าธรรมยุตล้ำเส้นได้ ต่อไปมหานิกายก็ล้ำเส้นบ้าง

 

 

สมเด็จพระสังฆราช จะวางบทบาทต่อมหาเถรสมาคมเช่นใด ก็ไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่า เมื่อได้รับการสถาปนาขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชนั้น ทรงประกาศนโยบาย "สามัคคีธรรม" ให้ทุกหมู่เหล่าเข้าใจกัน อยู่ด้วยกันโดยสมานฉันท์ แต่จะทำได้หรือไม่ ณ บัดนี้ คดีสำคัญ ก็อยู่ในอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชแล้ว

 

 

แต่โบราณว่า การเคลื่อนไหวของผู้ใหญ่นั้น เหมือนจรเข้พลิกตัวในตุ่มน้ำ จะสร้างความกระเพื่อมให้แก่สิ่งที่อยู่รอบข้างอย่างใหญ่หลวง ถ้าพลิกดีก็ดีไป แต่ถ้าพลิกแล้วไม่ไหว จะพลิกไปทำไม ดังนั้น ก่อนพลิก จึงต้องคิดพิจารณาให้รอบคอบที่สุด เพราะพลิกบ่อยๆ ไม่ได้ ที่สำคัญ สังคมไทยนั้น เขามีวลีสำคัญอยู่ว่า "ห้ามสอนสังฆราช"

 

 

 

 

สมเด็จพระสังฆราช กับเจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศ

 

 

 

 

คาดนำเรื่องตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าถก มส. อีกครั้ง

 

รองนายกฯคาด "สมเด็จพระสังฆราช" ชงแก้มติ "มส." ได้ หลังแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ถูกสอบผิดสังฆาธิการร้ายแรง

 

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กราบบังคมทูลสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้ทรงวินิจฉัย หลัง พศ.ได้รับหนังสือทักท้วงมติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่แต่งตั้งพระราชปริยัติสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากเคยถูกถอดถอนประพฤติจริยาสังฆาธิการอย่างร้ายแรง ว่า ตนยังไม่ทราบกรณีดังกล่าว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า สมเด็จพระสังฆราช สามารถมีวินิจฉัยหักล้างมติ มส. ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ท่านจะใช้วิธีนำเรื่องเข้า มส. ให้ทบทวนมากกว่า ท่านจะไม่ทรงวินิจฉัยเอง เพราะอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชมีในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเรื่องดังกล่าวใช้อำนาจโดยผ่านองค์กรคือ มส. ท่านจึงต้องนำเรื่องกลับเข้าไปองค์กร โดย มส. สามารถพิจารณากลับมติเดิมได้ เหมือนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กลับมติตัวเองบ่อยครั้งไป

 

 

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ : 28 กรกฎาคม 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264