หลังชนฝา !

 

ดีเอสไอไร้ทางออก ต้องตีสำนวนกลับอัยการ

 

หาไม่ก็ไม่สามารถจับธัมมชโยได้

 

 

อา..เห็นไหมล่ะว่าทฤษฎีสัมพันธภาพของไอสไตน์นั้นรุนแรงนัก เพราะว่าถ้าตุ๊แป๊ะหลุดคดีนี้ ก็ย่อมจะมีผลไปถึงตำแหน่ง "สมเด็จพระสังฆราช" ซึ่งมหาเถรสมาคมได้ลงมติเอกฉันท์ "17-0" ให้เสนอชื่อ "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" ขึ้นทูลเกล้า เพื่อโปรดฯสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช แต่ถูกฟ้องร้องเรื่องรถหรูรถโหล จนสุดท้ายก็ไปไม่ได้ สนช.และรัฐบาลผ่าทางตันด้วยการ "แก้ พรบ.คณะสงฆ์" ยึดอำนาจคืนจากมหาเถรสมาคมไปสดๆ ร้อนๆ ส่งผลให้ "สมเด็จช่วง" ร่วงจากแคนดิเดทสมเด็จพระสังฆราชไปทันที

 

แต่ครั้นวันนี้ อัยการมีความเห็น "สั่ง-ไม่-ฟ้อง" ตุ๊แป๊ะ-พระมหาศาสนมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และเลขาส่วนตัวของสมเด็จช่วง ส่งผลให้กระแสตีกลับ สมเด็จช่วงนอกจากจะไม่ผิดแล้ว ยังได้รับความเห็นใจเหมือนถูกกลั่นแกล้งอะไรประมาณนั้น

 

ยังไม่พอ เรื่องยังโยงไปถึง "ธัมมชโย" เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งโดนคดีมะรุมมะตุ้มมากมายถึง 300 คดี จนต้องหลบลี้ไม่มีใครเห็นหน้าแม้กระทั่งพระในวัด ยังมินับผู้ช่วยเจ้าอาวาสและนายองอาจ โฆษกฯ ที่โดนร่างแห ต้องแตกซ่านหนีไปไกลถึงฝรั่งเศส

 

ทั้งหมดนี้ กำลังรวมตัวกันเป็นคลื่นสึนามิ พุ่งตรงไปยัง "ดีเอสไอ" ว่าใช้อำนาจหน้าที่โดยสุจริตหรือไม่ ยังมินับข้อข้องใจก่อนหน้านี้ ที่มีคนตายปริศนาในอ้อมแขนของดีเอสไอ ซึ่งมันจะเพิ่มน้ำหนัก "ข้ออ้าง-ไม่ไว้วางใจในการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอ" ที่ทางฝ่ายธรรมกายยกขึ้นมาปลุกระดมมวลชนต้านอำนาจรัฐ ให้หนักมากขึ้น เข้าตำรา "ความวัวมิทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก"

 

ก่อนหน้านี้ ดีเอสไอ พยายามมา 3 ครั้ง ที่จะนำกำลังเข้าไปจับกุมธัมมชโยถึงในวัดพระธรรมกาย แต่ถูกม็อบสีขาว เป็นลูกศิษย์วัดนับพันนับหมื่นคน ตั้งกำแพงเป็นโล่มนุษย์ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ แต่ดีเอสไอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะจำนวนคนมากเกินไป ต้องปล่อยให้ธัมมชโยลอยนวลมาจนบัดนี้

 

ถ้าคดีรถเบนซ์ สรุปชัดเจนว่า ตุ๊แป๊ะและสมเด็จช่วงไม่ผิด ดีเอสไอก็อย่าหวังว่าจะได้เข้าวัดพระธรรมกายอีกรอบ เพราะธัมมชโยคงจะประโคมข่าวเต็มเหนี่ยว ยกระดับสู้อำนาจรัฐ ระดับ..ตายเป็นตาย !

 

เฮ้อ ! ไม่น่าเล้ย อัยการก็ เป็นหน่วยงานรัฐ ทำงานด้วยกันแท้ๆ แต่กลับไปประกาศล่วงหน้า ส่งผลให้ดีเอสไอทำงานลำบากมากขึ้น ถึงจะคืนสำนวนกลับไปอีกรอบ ก็คงไร้ผลแล้วล่ะ ทางธรรมกายเขาตั้งทีมกลองยาวล่อเป้าแล้ว !

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่อทำความเห็นแย้งฟ้อง "หลวงพี่แป๊ะ"  

 

อธิบดีดีเอสไอยัน พนักงานสอบสวนเชื่อหลักฐานพอฟ้อง "หลวงพี่แป๊ะ" รอดูเหตุผลคำสั่งไม่ฟ้อง ก่อนทำความเห็นแย้งถึงอัยการสูงสุด เผยเร็วๆนี้เข้าค้นธรรมกายแน่

 

13 ม.ค. 60 - พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เลขานุการส่วนตัวของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กรณีเลี่ยงภาษีนำเข้ารถเบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นคำสั่งไม่ฟ้องอย่างเป็นทางการของอัยการ จึงยังต้องรอเอกสารคำสั่งไม่ฟ้องว่าพนักงานอัยการใช้ดุลพินิจหรือมีเหตุผลพร้อมรายละเอียดอย่างไรในการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหา

 

เบื้องต้นยืนยันว่า พนักงานสอบสวนผู้ทำสำนวนเห็นพยานหลักฐาน และเชื่อว่าพยานหลักฐานที่รวบรวมไว้มีเหตุผลเพียงพอที่จะสั่งฟ้องผู้ต้องหาได้ ทั้งนี้ หากพิจารณารายละเอียดในคำสั่งไม่ฟ้องแล้ว หากดีเอสไอยังยืนยันในพยานหลักฐานในชั้นสอบสวนก็จะทำความเห็นแย้ง เพื่อส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดพิจารณาใช้ดุลพินิจชี้ขาด ว่าจะมีความเห็นสั่งฟ้องตรงกับความเห็นของดีเอสไอหรือไม่                  

 

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า สำหรับการขออนุมัติหมายค้นวัดพระธรรมกายรอบที่ 3 เพื่อจับกุมพระธัมมชโย ผู้ต้องหาคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร จากการรับเช็คบริจาคของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นนั้น ยืนยันว่าต้องมีการเข้าปฏิบัติการเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ หากเจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการต้องมีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ในการเข้าค้นต้องประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ และต้องสนธิกำลังร่วมตำรวจและทหาร เนื่องจากดีเอสไอไม่มีกำลังเพียงพอ คาดว่าเร็วๆ นี้สามารถเข้าปฏิบัติการได้

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก : 13 มกราคม พ.ศ.2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264