เคลียร์ !

 

 

เจ้าอาวาส "วัดเส้าหลิน" พ้นมลทิน

 

หลังถูกสอบสวนนาน 15 เดือน

 

จากรัฐบาลคอมมิวนิสต์จีน

 

 

 

 

 

 

ซือ หย่ง ซิน

เจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน

 

 

 

พระซีอีโอแห่งวัดเส้าหลิน พ้นทุกข้อกล่าวหา ทั้งเรื่องเสพเมถุน-ทุจริต

 

 

ภายหลังการสอบสวนที่ดำเนินอยู่เป็นเวลา 15 เดือน ไม่ว่าจะเรื่องเสื้อคลุมพระแบบจีน ที่ถักทอด้วยเส้นทองคำ มูลค่าชุดละ 25,000 ดอลลาร์ ไปจนถึงการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อวินิจฉัยตัดสินว่าท่านเป็นบิดาของเด็กคนหนึ่งจริงหรือไม่ เวลานี้ หน่วยงานปราบปรามการทุจริตของจีน ก็ออกมาประกาศว่า ซือ หย่งซิน เจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน พ้นจากข้อกล่าวหาทั้งหลายทั้งปวง

       
ในฤดูร้อนปี 2015 อดีตลูกศิษย์ผู้หนึ่งได้กล่าวหา
ซือ หย่งซิน (Shi Yongxin) ว่า เจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน รูปนี้ มีพฤติการณ์หยาบช้าลามกต่างๆ นานา เป็นต้นว่า บังคับขู่เข็ญเรียกเงินทองจากสานุศิษย์, โยกย้ายถ่ายเทหุ้นบริษัทของวัดไปให้ภรรยาน้อยคนหนึ่ง, และเป็นบิดาของเด็กที่เกิดกับแม่ชีรูปหนึ่ง ทว่าในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2017
ที่ผ่านมา คณะสอบสวนในมณฑลเหอหนาน ทางภาคกลางของจีน ซึ่งเป็นมณฑลที่อารามแห่งนี้ตั้งอยู่ ได้ปลดเปลื้องท่านพ้นจากข้อกล่าวหาทุกๆ ข้ออย่างเป็นทางการ

       
วัดเส้าหลิน ซึ่งเป็นวัดโบราณเก่าแก่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 495 คือแหล่งกำเนิดของพุทธศาสนานิกายฌาน ที่เป็นต้นแบบต้นเค้าของนิกายเซนซึ่งเน้นเรื่องการเข้าสมาธิ รวมทั้งมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องที่พระสงฆ์ฝึกปรือวิทยายุทธ์ จนกลายเป็น "พระนักรบ"
ระหว่างเวลาที่ พระหย่งซิน ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น วัดแห่งนี้ได้เติบโตขยายตัว จนกลายเป็นอาณาจักรเชิงพาณิชย์อันใหญ่โตกว้างขวาง ซึ่งสามารถทำเงินได้เป็นล้านๆ หยวน จากการอนุญาตให้ภาพยนตร์และเกมวิดีโอใช้เครื่องหมายการค้า "เส้าหลิน" ของตน และจากการจำหน่ายสินค้าข้าวของต่างๆ อย่างหลากหลาย ตั้งแต่ข้าวไปจนถึงยาจีนภายใต้แบรนด์เส้าหลิน อันเป็นที่เคารพศรัทธามานานปี

       
ในการแสวงหาความเติบใหญ่ขยายตัวเช่นนี้ เจ้าอาวาสหย่งซิน ได้ยื่นฟ้องร้องคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าเป็นจำนวนหลายร้อยคดี และผูกสัมพันธ์สนิทกับพวกหน้าที่รัฐบาล ซึ่งคอยช่วยหล่อลื่นกงล้อของวัดให้หมุนเคลื่อนก้าวหน้าเจริญขึ้นไปเรื่อยๆ ทว่าในเส้นทางดังกล่าว ท่านก็ได้บ่มเพาะสร้างศัตรูขึ้นมาจำนวนหนึ่ง
       
ครั้นแล้ว เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2015 ได้มีผู้โพสต์บทความในฟอรั่มอินเทอร์เน็ตภาษาจีนแห่งหนึ่ง โดยใช้ชื่อบทความว่า
"ใครกำลังติดตามตรวจสอบ 'เสือใหญ่' แห่งเส้าหลิน เจ้าอาวาส สือ หย่างซิน?" ซึ่งได้ก่อให้เกิดคลื่นช็อกสั่นสะเทือนไปทั่วประเทศจีนและประชาคมชาวพุทธ บทความนี้ผู้เขียนใช้นามแฝงว่า "ซือ เจิ้งอี้" (Shi Zhengyi) "ซือ" เป็นคำนำหน้าชื่อซึ่งพระสงฆ์ของวัดเส้าหลินใช้กันทุกรูป ส่วน "เจิ้งอี้
สามารถที่จะแปลความว่า "ยุติธรรม" ได้ในภาษาจีนกลาง

       
บทความที่โพสต์นี้มีภาพประกอบอยู่หลายๆ ภาพ โดยเป็นภาพของผู้หญิงที่โกนผมผู้หนึ่งกำลังเล่นกับเด็กเล็กคนหนึ่ง ซึ่งบทความดังกล่าวอ้างว่า เจ้าอาวาสหย่งซิน คือบิดาของเด็กผู้นี้ มีภาพอีกภาพหนึ่ง แสดงให้เห็นใบแจ้งความตำรวจเขียนด้วยลายมือโดยผู้หนึ่งคนหนึ่งในเมืองเซินเจิ้น ซึ่งเธออ้างว่ามีเพศสัมพันธ์กับเจ้าอาวาสหย่งซิน ผู้หญิงคนนี้เคยถึงขนาดอ้างว่าเธอเก็บถุงยางอนามัยชิ้นหนึ่งที่มีน้ำอสุจิของเจ้าอาวาสผู้นี้เอาไว้ด้วย ทว่าในเวลาต่อมาเธอได้ถอนคำพูดของเธอเหล่านี้ โดยกล่าวว่าเป็นการแจ้งความที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นบทความยังมีภาพของ
"หูโข่ว" (hukou) หรือทะเบียนครัวเรือน 2 ฉบับ ซึ่งตั้งใจแสดงให้เห็นว่าเป็นของเจ้าอาวาสหย่งซินทั้ง 2 ใบ ฉบับหนึ่งระบุเป็นทะเบียนครัวเรือนในเมืองเกิดของท่าน และใช้ชื่อในตอนเกิดของท่านคือ หลิว อิงเฉิง (Liu Yingcheng) ส่วนอีกฉบับหนึ่งใช้นามฉายาตอนเป็นพระสงฆ์ของท่าน การมีทะเบียนครัวเรือนเกินกว่า 1
ฉบับเช่นนี้ เป็นการละเมิดกฎหมายของจีน

       
หลังจากมีการแฉเรื่องเหล่านี้ผ่านไปไม่กี่วัน อดีตลูกศิษย์ของเจ้าอาวาสหย่งซิน ที่มีนามว่า ซือ เอี้ยนลู่ (Shi Yanlu)และบุคคลวงในของวัดอีกหลายราย ก็ได้ยื่นคำร้องเรียนอย่างเป็นทางการต่ออัยการของรัฐ ซึ่งก็คือ สำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด (Supreme People's Procuratorate) รวมทั้งสำนักงานบริหารแห่งรัฐเพื่อกิจการศาสนา (State Administration for Religious Affairs) และพุทธสมาคมแห่งประเทศจีน (Buddhist Association of China)

       
การสอบสวนของทางการเริ่มขึ้นทันทีหลังจากนั้น และผลการสอบสวนก็มีการเปิดเผยออกมาเป็น 2 ระลอก ในเดือนพฤศจิกายน 2015 และ 4 กุมภาพันธ์ 2017 รายงานที่เผยแพร่ในเดือนพฤศจิกายน 2015
นั้นสรุปว่า ข้อกล่าวว่าที่ว่าเจ้าอาวาสหย่งซินเป็นบิดาของเด็กคนหนึ่งนั้นไม่เป็นความจริง รวมทั้งพวกข้อกล่าวอ้างที่ว่าครั้งหนึ่งท่านเคยถูกขับไล่ออกจากวัด ก็ไม่เป็นความจริงเช่นกัน

       
ส่วนรายงานที่เผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2017 มีข้อสรุปว่า
ข้อกล่าวหาต่างๆ ที่ว่า เจ้าอาวาสหย่งซินได้บังคับขู่เข็ญเอาเงินจำนวนกว่า 7 ล้านหยวน (ราว 1 ล้านดอลลาร์) จาก ซือ เอี้ยนลู่ นั้นไม่เป็นความจริง พร้อมกับระบุว่า ลูกศิษย์ผู้นี้ "ได้บริจาคเงินจำนวนน้อยกว่านั้น คือราวๆ 3 ล้านหยวน ในลักษณะที่สอดคล้องกับธรรมเนียมประเพณีของชาวพุทธ"

 

รายงานนี้ยังบอกปัดว่าไม่เป็นความจริง เช่นเดียวกับสำหรับพวกข้ออ้างที่ว่า เจ้าอาวาสหย่งซิน ได้โยกย้ายโอนหุ้น 80% ซึ่งท่านถืออยู่ในบริษัทจัดการทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างแห่งเส้าหลิน (Shaolin Intangible Assets Management Ltd.) ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาเพื่อกำกับดูแลกิจการในเครือจำนวนมากของวัด ให้แก่ภรรยาน้อยผู้หนึ่ง

 

สำหรับข้อกล่าวหาที่ระบุว่า เจ้าอาวาสหย่งซิน เป็นเจ้าของรถยนต์หรูหราหลายคันนั้น คณะผู้สอบสวนได้พบยานพาหนะจำนวน 15 คัน ในจำนวนนี้เป็นรถยนต์อิมพอร์ต 4 คัน ซึ่งจดทะเบียนในชื่อของวัด แต่รถเหล่านี้ถูกใช้งานอย่างถูกต้องเหมาะสมโดยพระสงฆ์ในวัด เพื่อการเดินทางไปงานประชุมพบปะอย่างเป็นทางการต่างๆ
       
รายงานรับทราบว่า มี "ประเด็นปัญหาทางการบริหารจัดการและทางการเงินหลายประการ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องแก้ไขให้ถูกต้อง" ทว่าไม่ได้แจกแจงรายละเอียด นอกจากนั้นรายงานยังยืนยันว่า เจ้าอาวาสหย่งซิน มีทะเบียนครัวเรือน 2 ฉบับจริง และฉบับหนึ่งก็ได้ถูกยกเลิกไปแล้วภายหลังการสอบสวนครั้งนี้
       
ทว่าข้อความโดยองค์รวมมันกระจ่างชัดเจน เจ้าอาวาสหย่งซินไม่มีความผิดใดๆ ตามข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตาม ในแวดวงออนไลน์ ยังคงมีบางคนแสดงความสงสัยข้องใจไม่เลิกรา โดยที่มีชาวเน็ตผู้หนึ่งกล่าวถึงเจ้าอาวาสรูปนี้ว่า "ถึงยังไงก็ต้องถือว่าไม่ใช่ธรรมดาสามัญเลย"

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 26 กุมภาพันธ์ 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264