จ่อยื่นวัดบวร จัดการ หลวงตาเมือง !

 

 

พุทธะอิสระประกาศ

กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน !

 

 

 

 

สมเด็จพระวันรัต (จุณฑ์ พฺรหฺมคุตฺโต)

 

วัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย

 

 

อา.. ! แบบนี้ไม่เรียกว่า "งานเข้า" แล้วล่ะฮ่ะ แต่อาจจะเป็น "พายุเข้า" เลยทีเดียว ไม่ปิดประตูหน้าต่างให้ดีก็มีหวัง "พังเป็นแถบๆ" เพราะพุทธะอิสระนั้นแกคงไม่ไปคนเดียว แต่คงจะยกโขยงเอานักข่าวไปอีกเป็นกองทัพ ฉายภาพตั้งแต่หน้าวัดไปยันตำหนักสมเด็จพระสังฆราช สถานที่เคยเป็น "ศูนย์กลาง" ของคณะสงฆ์ไทย มาตั้งแต่สมัย ร.5 แต่ทว่ากลับกลายเป็น "แดนสนธยา" ไปในวันนี้ วันที่ไม่มีปฏิกิริยาเรื่องหลวงตาเมือง จากสมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ซึ่งถ้าเทียบแล้วก็ร้ายแรงไม่แพ้ "กรณีธรรมกาย" เพียงแต่เรื่องกลายมาจาก "มหานิกาย" เป็น "ธรรมยุติกนิกาย" หรือเปลี่ยนจากสีเหลืองมาเป็นสีกลักเท่านั้น

 

เมื่อตอนตั้ง "ธรรมยุต" ขึ้นมา ในปี พ.ศ.2368 นั้น พระภิกษุวชิรญาณทรงอ้างว่า คณะสงฆ์ไทยเดิม ที่เรียกว่า "มหานิกาย" ในสมัยต่อมา นั้น หย่อนยานในพระธรรมวินัย ขืนปล่อยไว้คงไม่เป็นการดี จึงทรงคิดหาวิธี "อภิวัฒน์" พระศาสนา นำเอารูปแบบของ "พระมอญ" แห่งเมืองมะละแหม่งมาใช้แทน ตั้งแต่การนุ่งห่มผ้า การสวดมนต์ และอื่นๆ จนกระทั่งก่อนถึงยุค 25 พุทธศตวรรษ พระสงฆ์ในนิกาย "ธรรมยุต" ต่างมองพระสงฆ์ในมหานิกายว่าต่ำต้อยในด้านคุณธรรมจริยธรรม มีศักดิ์เป็นเพียง "สามเณร" เท่านั้น มีประเพณีด้วยว่า เมื่อบวชใน "มหานิกาย" แล้ว ให้ไปทำ "ทัฬหีกรรม" คือบวชซ้ำ ในนิกาย "ธรรมยุต" จึงจะบริสุทธิ์บริบูรณ์โดยสิ้นเชิง เมื่อเป็นเช่นนี้ มีหรือที่ "มหานิกาย" จะได้เป็นสังฆราช พระเด็กๆ อ่อนอาวุโสในฝ่ายธรรมยุต ต่างเข้าแถวขึ้นนั่งบัลลังก์ "สังฆราช" ต่อเนื่องกันยาวนานถึง 85 ปี กระทั่งปี 2481 ซึ่งอยู่ในสมัยประชาธิปไตย (หลัง พ.ศ.2475) พระในฝ่ายมหานิกายจึงมีโอกาส "ได้แตะ" เก้าอี้สมเด็จพระสังฆราช เป็นครั้งแรก

 

ตกปี 2535 สมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นสมเด็จพระสังฆราช ก็ทรงมีพระดำริให้ "แก้ไข พรบ.คณะสงฆ์ มาตรา 7" กำหนดให้ "สมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสโดยสมณศักดิ์ มีสิทธิ์เป็นสมเด็จพระสังฆราช" แต่พอสิ้นสมเด็จพระญาณสังวร ก็มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข โอนอำนาจกลับไปให้พระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ อีก อ้างว่าขัดกับพระธรรมวินัย แต่ถ้าย้อนกลับไปในสมัย "ธรรมยุตครองเมือง" ก็เป็นเรื่องน่าหัว ตอนนั้นพระเด็กๆ ได้เป็นสังฆราช "ข้ามหัวข้ามเกล้าข้ามอาวุโส" แต่ก็ไม่เห็นผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัยจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์เลย นี่แหละคือความ "สองมาตรฐาน" ในสังคมพุทธไทย

แต่ไม่เป็นไร โบราณว่า "อย่าฟื้นฝอยหาตะเข็บ" มันอยู่ใต้ฝอยน่ะดีแล้ว ขืนฟื้นขึ้นมาก็ทะเลาะกันเสียเปล่า เอาไว้บันทึกเป็นประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานได้อ่านเล่น ว่าพวกที่เล่นการเมืองเรื่องศาสนาในทุกวันนี้นั้น เขาทำกันอย่างไร

 

สถานการณ์ธรรมยุตวันนี้ ไม่ต้องยกย่องสูงส่งถึงระดับ "เหนือกว่ามหานิกาย" หรอก เอาแค่ "เสมอๆ" หรือ "เท่าๆ กัน" ก็เหลือเฟือแล้ว คือให้ "สมเด็จพระวันรัต-จุณฑ์" เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต วัดบวรนิเวศวิหาร ดำเนินการสอบสวนอธิกรณ์ "พระโพธิญาณมุนี : เมือง พลวฑฺโฒ" เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้โปร่งใสไร้ข้อครหา อย่าให้เหมือนกรณีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ที่เพิกเฉยต่อพระธัมมชโย เท่านั้น ก็เหลือเฟือกว่าหม่ำจ๊กมกแล้ว

 

ได้แค่นี้ก็ถือว่ามีคุณธรรมล้ำเลิศยิ่งแล้ว แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็เกรงใจเหลือเกิน ว่าสมเด็จจุณฑ์คงจะเดินไปถึงดวงดาวยาก เดินหมากพลาดตานี้ มิใช่แค่ "คณะธรรมยุต" เท่านั้น ที่เสื่อมทรุดเศร้าหมอง แต่ "วงศ์พระกรรมฐาน" สายพระอาจารย์มั่น จะถึงคราวร้าวฉาน งานนี้เซียนพระชี้ว่า มันมีเหตุมาจาก "เงิน" เพียงตัวเดียว เงินล้นวัดป่า สีกาก็ตามมาดังที่เห็น

 

ส่วน "หลวงเมือง" นั้น วันนี้ ถูกพุทธะอิสระตั้งฉายาใหม่ให้แล้วว่า "เฒ่าหัวงู" บ้าง "หมาเฒ่า" บ้าง แทบว่าไม่เป็นผู้เป็นคน ศิษย์สายวัดป่ามัชฌิมาวาส ได้ยินได้ฟังแล้วก็คง..ทำใจลำบาก !

 

 

 

หลวงเมือง

 

 

 

 


งานเข้าแล้วเรา ตอนที่ 2

 

5 กุมภาพันธ์ 2560

 

 

 

 

วันนี้ คุณโสมณุดา สัมมานุช และเพื่อน เดินทางมาพบฉันที่เต็นท์ หมายเลข 9 ตอนช่วงบ่ายตามนัด เพื่อมาบอกเล่าเรื่องราวที่ตนถูก เจ้าอาวาสวัดป่ามัชฌิมาวาส ล่วงละเมิดทางเพศมาหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2554

 

อีกทั้ง เธอยังบอกเล่าถึงความวิปริตวิตถารและทะยานอยาก เป็นผู้มักมากในกามคุณของเจ้าอาวาสผู้นี้ ถึงขนาดบอกให้ผู้หญิงที่ตนบอกว่าเคยเป็นเนื้อคู่กันมาตั้งแต่อดีตชาติ และเคยนอนด้วย ให้ไปเสพสังวาสกับหมาที่ตนเลี้ยงไว้ให้มันดู แถมยังบอกว่ามันทำให้ตื่นเต้นดี อีกทั้งยังมีการสั่งให้หายาปลุกเซ็ก ยาเสพติด เอามาให้มันเพื่อเสริมอารมณ์ทางเพศของหมาเฒ่าตัวนี้ ให้หื่นกระหายซาบซ่านได้มากขึ้น

 

ฉันฟังแล้วอยากอ้วก น่าสมเพชคนที่ไปหลงเชื่อมันยิ่งนัก แรกๆ ฉันก็ไม่ค่อยอยากเชื่อเธอมากนัก แต่พอได้เห็นภาพเปลือยกายของ "หมาเฒ่า" ตัวนี้ที่อยู่กับเธอแล้ว จึงไม่คิดสงสัยอะไรอีกแล้ว เหลือเพียงแต่รวบรวมหลักฐานทั้งภาพ ทั้งเสียง และพยาน เพื่อนำไปกล่าวโทษโจทก์กับเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต  คือสมเด็จจุณฑ์ แห่งวัดบวร เท่านั้น

 

ไม่รู้ว่าคราวนี้ สมเด็จจุณฑ์ จะยอมออกมารับหนังสือกล่าวโทษหรือไม่ เพราะเมื่อคราวไอ้เณรคำ พุทธะอิสระก็นำหนังสือโจทก์อาบัติการเสพเมถุนและอวดอุตริมนุสธรรมของเณรคำที่เป็นปาราชิกไปยื่น ทั้งที่มีการนัดหมายกันแล้ว แต่สมเด็จจุณฑ์กลับไม่ยอมออกมารับหนังสือเสียอย่างนั้น จึงไม่รู้ว่าคราวนี้สมเด็จจุณฑ์จะยอมออกมารับหนังสือร้องเรียนอีกหรือไม่

 

หากเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตไม่ยอมออกมารับเรื่อง ก็คงจะต้องรอพระสังฆราชองค์ใหม่ ให้ทรงชำระล้างอธิกรณ์ และกำจัดอลัชชีหน้าด้าน ให้ออกไปจากพระธรรมวินัยนี้เสียที ขืนปล่อยเอาไว้ ชาวบ้านคงจะระแวงสงสัยกันไม่เลิก ว่าที่ตนกราบตนไหว้อยู่นี้ เป็นพระ หรือเป็นผัวชาวบ้านกันแน่

 

เรื่องนี้มันทำให้พวกเราได้รู้ว่า ตัณหานี้ มันไม่เลือกธรรมยุตและมหานิกายดอก เพราะทุกนิกายล้วนมีสิทธิตกเป็นทาสของตัณหาทั้งนั้น ไม่ว่าหนุ่มหรือแก่

 

เฮ้อ... ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมใครๆ ถึงได้หาแต่เรื่องมาให้ แล้วคนอื่นทำไมถึงไม่ไปหาเรื่องให้เขาบ้าง

 

อยากวิงวอนท่านนายกประยุทธ์ว่า คงถึงเวลาแล้วที่จะปฏิรูปวงการคณะสงฆ์เสียที ขืนปล่อยเอาไว้อีกหน่อยคงมีลูกมีเมียกันเต็มวัดแน่

 

 

 

พุทธะอิสระ

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คพุทธะอิสระ  : 6 กุมภาพันธ์ 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264