คุก 3 เดือน เษมซ่า-สามแยก !

 

 

รับสารภาพตลอดข้อหา ศาลเมตตารอลงอาญา

 

 

 

 

 

นายเกษม สามแยก

 

 

 

 

 

เผาพระพุทธรูป ผลงานสร้างศรัทธาของเกษม

 

 

 

อา..กรรมเก่า กำลังตามรังควาน "เสี่ยเกษม" อย่างหนัก คดีแรก "เหยียบและเผาทำลายพระพุทธรูป" ก็โดนคุกไป 2 ปี คดียังไม่สิ้นสุด วันนี้ คดีทำลานจอดเฮลิคอปเตอร์ก็ตามมาสมทบ กงกรรมบรรจบกันเมื่อไหร่ รับรองได้กินข้าวแดง แต่แค่ "ผ้าเหลืองหลุด" ก็ถือว่าเป็นวิบากกรรมสุดๆ แล้ว สำหรับคนอุตริตั้งตัวเองเป็นศาสดา อ้างว่า "รู้จริงเห็นจริงด้วยญาณทัศนะของตนเอง" อาจหาญลบหลู่ดูหมิ่น "พระพุทธรูป" ซึ่งเป็นรูปเปรียบของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ชาวไทยกราบไหว้มาตั้งแต่สมัยโบราณกาล สร้างไว้ประจำทั้งวัดทั้งวัง แต่กลับถูกนายเกษมเอามาทำปู้ยี่ปู้ยำ กางตำราพระไตรปิฎกอ้างว่า "ไม่มี" แล้วก็เอาเท้า "เหยียบขยี้-เผาทิ้ง" จนสาสมใจ แต่แปลก..ที่สังคมพุทธไทย กลับนั่งดูเฉย ถ้าเป็นต่างศาสนา ใครทำบ้าๆ แบบนี้รับรองโดน "รุมประชาทัณฑ์" ตะทีฝรั่งเอาพระพุทธรูปไปตั้งที่โรงแรมบ้าง ใต้ถุนบ้านบ้าง พวกโวยวายลั่นโลก ทั้งๆ ที่ในประเทศไทยเองก็เละเทะ !

 

 

 

 

 

 

อลัชชียุคใหม่ ยุควาทกรรมอำพราง !

 

 

พวกเรียนบาลี เป็นเดียรถีย์ ไม่มีประโยชน์ ไม่ได้เรียนพุทธวจนะ แต่ที่พวกเปรียญแปลมาน่ะ กูเอา เอาไปทำเป็นพุทธวจนะขาย ยศ ทรัพย์ และอำนาจ เป็นของไม่ดี ไม่คู่ควรแก่สมณะ พวกพระที่มีสมณศักดิ์ ก็ไม่ใช่พระที่ดี ใครรับไปถือว่าไม่ใช่สมณะ แต่ให้กู-กูเอา

 

 

 

 

 

อลัชชีอีกสองราย ที่มีพฤติกรรมตามก้นนายเกษม ได้แก่

 

 

1. คึกฤทธิ์ สำนักนาป่าพง อ้างว่า พระไตรปิฎกของคณะสงฆ์ไทยไม่บริสุทธิ์ ตัวเองเท่านั้นที่รู้พระพุทธวจน แล้วก็อาจหาญ "ตัดแบ่ง" พระไตรปิฎก คัดเอาเฉพาะที่ตัวเองเห็นว่าเป็นพุทธวจน มาทำรูปเล่มขาย พร้อมกับทำลายระบบการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ซึ่งตั้งขึ้นโดยพระมหากษัตริย์และพุทธศาสนิกชนชาวไทยมานานนับพันปี โดยวิธีการ "ประณามหยามหมิ่น" การศึกษาของคณะสงฆ์ ตั้งแต่การเรียน นักธรรม-บาลี มหาวิทยาลัยสงฆ์ ล้วนถูกคึกฤทธิ์ตราหน้าว่า "เป็นเดียรถีย์" พอมีข่าวจะถูกจับกุมก็รีบ "คลานเข่าเข้าวัดปากน้ำ" ได้รับการคุ้มครองฉุกเฉินโดย "สมเด็จช่วง" ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รอดคุกรอดตะราง ปล่อยให้สังคมพุทธไทยชำระสะสางกันต่อไป ใครจะทำอะไรก็ชั่ง ขอกูได้เป็นสังฆราชเท่านั้นก็พอ

 

 

2. ว.วชิรเมธี แห่งไร่เชิญตะวัน ยกก้นตนเองเลอเลิศประเสริฐศรี ประกาศต่อสาธารณชนว่า "ยศ ทรัพย์ และอำนาจ ไม่ควรแก่สมณะ" แต่กลับตระบัดสัตย์ไปรับ "ยศ ทรัพย์ และอำนาจ" ที่ตัวเองประณามไว้นั้นอีกที พอถูกจับได้ไล่ทัน ก็อ้างครูบาอาจารย์ รวมทั้ง "สำนักพระราชวังและสมเด็จวัดปากน้ำ" มาคุ้มหัว ทั้งๆ ที่ตอน "ปากเสีย" ไปดูถูกดูหมิ่น "ยศพระราชทาน" นั้น มันไม่เคยอ้างใครเลย นอกจากตัวเอง

 

 

นี่แหละ พฤติกรรมทำลายพระพุทธศาสนา สไตล์ "เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น" ที่เห็นๆ และสังคมไทย ปล่อยปละละเลย แถมหลายคนยังส่งเสริมให้ทำการทำลายพระศาสนาทางอ้อม ทุกวันนี้ นายเกษม ก็ยังมีคนส่งเสริมดูแลไม่อัตคัดขัดสน สำนักสงฆ์สามแยกก็ยังเป็นของนายเกษม คึกฤทธิ์ ก็ยังคงอยู่ดีสบาย ธัมมชโย แห่งธรรมกาย ก็ไม่มีใครทำอะไรได้ ใหญ่ระดับเจ้าพ่อเรียกพี่ ขนาดโดนไป 300 กว่าคดี แต่กลับได้รับยกย่องเป็น "เจ้าอาวาสกิตติมศักดิ์" โก้ซะไม่มี ส่วน ว.วชิรเมธี ก็กำลังปูทางไปสู่ดวงดาว ภายใต้มโนปณิธานจอมปลอมที่ว่า "ชีวิตสงฆ์ ควรปราศจาก ยศ ทรัพย์ และอำนาจ" เห็นแล้วก็อยากอ๊วก !

 

 

 

 

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม "เกษม" ซ่า !

 

 

 

สั่งจำคุกแต่รอลงอาญา 2 ปี ปรับ อดีตพระเกษม คดีรุกป่าสร้างลานจอด ฮ.

 

 

วันที่ 3 กุมภาพันธ์  เว็บไซต์ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ได้มีการแพร่ประกาศเรื่อง นายเกษม ดวงแพงมาต หรืออดีตพระเกษม อาจิณณสีโล อดีตประธานที่พักสงฆ์ดังกล่าว ซึ่งตกเป็นจำเลยคดีบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ สร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ได้เดินทางไปขึ้นศาลจังหวัดหล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยนายเกษม หรืออาจารย์เกษม ดวงแพงมาต ได้ให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจังหวัดหล่มสักจึงได้ตัดสินพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุกจำเลยมีกำหนด 3 เดือน ปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รออาญามีกำหนด 2 ปี หลังจากลูกศิษย์ได้ชำระค่าปรับที่ศาลแล้ว นายเกษมหรืออาจารย์เกษมได้เดินทางกลับถึงที่พักสงฆ์ด้วยความปลอดภัย

 

 

 

 

ที่มา : มติชน : 4 กุมภาพันธ์ 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264